ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เดินเขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2563 13:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เดินเขา
แบบอักษร

 

เดินเขา 

 

สัปดาห์ต่อมา… ยามเหม่า (05.00 – 06.59 น.) ที่หน้าร้านหมูกระทะ

“จื่อเอ๋อร์มีอะไรต้องเอาไปด้วยอีกไหม” หนิงหวงถามขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังตรวจสัมภาระในกระเป๋า

“อืม ข้าว่าครบแล้วนะขอรับ” จิวจื่อตอบกลับไปหลังจากที่ตรวจของในกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว

“งั้นพวกเราออกเดินทางกันเถอะ”

“ขอรับ”

เมื่อทั้งสองตรวจเช็กสัมภาระเรียบร้อยหมดแล้วก็ออกเดินทางไปที่ภูเขาที่ใกล้กับเมืองชิงมากที่สุด แต่ก่อนหน้านั้นทั้งสองคนได้บอกคนของตนไว้แล้วว่าจะไปเดินเขาอาจจะได้นอนค้างคืน โดยที่จิวจื่อได้บอกให้พ่อบ้านเทียนหงดูแลบ้านและร้านไว้ หลังจากที่กลับมาจากทำธุระให้แล้ว

ส่วนหนิงหวงนั้นนับตั้งแต่ที่ตนได้เอ่ยปากชวนจิวจื่อไปปีนเขาก็รีบเร่งจัดการงานที่ค้างคาทั้งหมดแม้แต่กุนซือเฟิ่งและเหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายจะไม่ค่อยเข้าใจกับการกระทำของหนิงหวงก็ตาม แต่ก็ดีจะได้ไม่มีงานที่ค้างคาไว้ของท่านแม่ทัพ

.

.

.

ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปภูเขาอยู่นั้น หนิงหวงก็พูดขึ้นมาทำลายความเงียบ

“ช่วงนี้จื่อเอ๋อร์ผอมลงไปมากเลยนะ”

“หือ คงเพราะช่วงนี้ข้าออกกำลังกายบ่อยเลยทำให้น้ำหนักลดลงมา”

“แต่นี้...” หนิงหวงใช้สายตาสำรวจมองขึ้นลงที่จิวจื่อ

“ก็หวงเกอไม่ได้เจอข้านานไงขอรับ พอเจอกันอีกทีร่างกายของข้าก็ผายผอมลงแล้ว”

“เฮ้อ~ จื่อเอ๋อร์ก็อย่าหักโหมมากไปนัก พี่เป็นห่วง”

“...////... ไม่ต้องมาพูดจาแบบนี้เลยนะขอรับ”

“ก็พี่เป็นห่วง”

“อ่า ว่าแต่หวงเกอจะพาเดินเขาไปถึงไหนเหรอขอรับ” จิวจื่อพูดเปลี่ยนเรื่อง จะให้เขาโดนคนข้าง ๆ พูดแบบนั้นใส่ก็ไม่ไหวหรอกนะ เพราะภูมิคุ้มกันเรื่องนี้ของเขาไม่ค่อยแข็งแรงนะสิ

“ความลับ รู้แค่ว่าพี่จะพาไปสถานที่ที่จื่อเอ๋อร์ไม่มีวันลืม”

“ขนาดนั้นเลย ไว้ข้าจะรอดูนะขอรับ”

“พี่จะไม่ทำให้จื่อเอ๋อร์ผิดหวัง”

เมื่อเดินมาถึงที่ตีนเขาแล้ว จิวจื่อพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นโดยที่ไม่ทันได้เห็นสายตาของคนข้างๆ

“ไปกันเถอะ หวงเกอ”

“อืม”

ใขขณะที่เดินขึ้นเขากันอยู่นั้น จิวจื่อก็ค้นพบว่าที่ภูเขาลูกนี้นั้นมีสมุนไพรป่า ผักป่ามากมาย นี้สินะที่เขาว่าธรรมชาติเป็นผู้ให้กำเนิด

“หวงเกอขอรับ นั้นมันกวาเจา (ตะไคร้ต้น) ”

“ไหน พี่เห็นแค่ต้นไม้เอง”

“นั่นแหละขอรับ กวาเจา มีประโยชน์มากเลยนะ ช่วยทำให้อาหารที่เราปรุงมีกลิ่นหอม นอกจากนั้นผลของมันยังช่วยรักษาสิวด้วย”

“งั้นจื่อเอ๋อร์จะเก็บไปเลยไหม”

“เก็บขอรับ แต่คงไม่เยอะไว้เก็บอีกทีตอนจะกลับก็ได้” และแล้วทั้งสองก็ช่วยกันเก็บผลตะไคร้ต้น

“หวงเกอ นั้นมันต้น....”

“.....”

“หวงเกอขอรับนั้นมันดอก...”

“.....”

ตกลงข้าพาจื่อเอ๋อร์มาเดินเขาใช่ไหม

.

.

.

“จื่อเอ๋อร์ นี้ก็เที่ยงวันแล้วแวะพักกันก่อนเถอะ” หนิงหวงพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์ขึ้นสูงสุดแล้ว เดี๋ยวคนจะเป็นลมล้มพับไปก่อนที่จะถึงจุดหมาย

“ขอรับ หวงเกอ” นี้เขาเก็บของป่าเพลินมากไปหรือเปล่า ต้องให้หวงเกอเรียก

จิวจื่อคิดพลางหยิบของกินบางอย่างออกมาให้หนิงหวง

“จื่อเอ๋อร์ นี้คือ...” หนิงหวงเว้นช่วงไปเพื่อที่จะให้จิวจื่อพูดต่อ

“มันคือแซนด์วิชขอรับ”

“แซนด์วิช?”

“ขอรับ แซนด์วิช ข้าทำมาเพราะมันทานง่ายไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก หวงเกอลองชิมดูสิขอรับ”

“อืม อร่อยจังเลยจื่อเอ๋อร์”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกขอรับ”

“ฝีมือจื่อเอ๋อร์อร่อยอยู่แล้ว อย่าถ่อมตัวไปเลย”

“ข้าไม่ได้ถ่อมตัวนะขอรับ ยังไงก็ต้องมีคนทำอร่อยกว่าอยู่แล้ว เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็เท่านั้นเอง”

“แต่สำหรับพี่ จื่อเอ๋อร์ทำอร่อยที่สุดแล้ว” หนิงหวงพูดไปมองหน้าจิวจื่อไป “จื่อเอ๋อร์หน้าแดงทำไม อากาศมันร้อนเหรอ”

“หวงเกออย่าพูดแบบนั้นสิ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รู้อยู่แล้ว” ประโยคหลังจิวจื่อพูดเสียงเบาแต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าหนิงหวงจะได้ยิน

“ก็พี่พูดความจริง”

“อา~ หวงเกอกินหมดแล้วนี่ เอาไปอีกชิ้นเลย”

หนิงหวงรับแซนด์วิชมาจากมือของจิวจื่อแต่ก็ไม่วายที่จะลอบแตะอั๊ง ส่งผลให้จิวจื่อหน้าแดงอย่างทันที

หลังจากที่ทั้งสองกินข้าวเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ แน่นอนว่าจิวจื่อก็แวะเก็บพืชผักสมุนไพรไปด้วยนิดหน่อยเพื่อที่จะได้ทำอาหารเย็น

ในระหว่างที่เดินทางไปเรื่อยๆ ก็มีสัตว์ป่าต่างชนิดออกมาเดินกันมากมาย ส่วนมากจิวจื่อจะเห็นแค่สัตว์ตัวเล็กไม่ค่อยอันตรายเท่าไร แน่นอนว่าเพราะมีหนิงหวงมาด้วยจึงไม่ได้เห็นสัตว์ใหญ่เพราะเขาพาเดินมาอีกทางที่จะปลอดภัยกว่าอีกเส้นทาง

ในที่สุดทั้งสองก็เดินมาถึงที่พักในคืนนี้

“หวงเกอ นั้น” จิวจื่อมองไปที่มือของหนิงหวงที่ถือตัวอะไรสักอย่างไว้ ลักษณะคล้ายไก่ เพียงแต่จะตัวใหญ่กว่าไก่ทั่วไปและมีขนหลากหลายสี ดูๆ ไปก็เหมือนสีรุ้ง อย่าว่าชื่อไก่รุ้งจริงๆ นะ

“อ้อ นี้คือไก่รุ้ง”

แหม ทายฉลากยังไม่แม่นขนาดนี้ แค่ก แค่ก อย่าไปสนใจเลย

“พอดีเลย ข้าคิดว่าจะทำอะไรกินกันดีเย็นนี้ หวงเกอช่างเก่งยิ่งนัก”

“แฮ่ม เดี๋ยวพี่เอาไปฆ่า แล้วแยกชิ้นส่วนมาให้”

“งั้นในระหว่างนี้ข้าจะเตรียมของไว้”

หนิงหวงไม่ตอบกลับไปทำเพียงแค่พยักหน้าให้แล้วเดินออกไปให้ไกลสักหน่อยเพื่อที่จะได้ไม่ให้กลิ่นคาวเลือดไปถึงที่พัก เดี๋ยวพวกสัตว์ต่าง ๆ จะตามมา

ในขณะที่หนิงหวงกำลังไปฆ่าไก่รุ้งอยู่นั้น จิวจื่อก็ได้เตรียมหุงข้าวและเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่เก็บมาได้และที่พกมาด้วยออกจากกระเป๋า เพราะเมนูวันนี้เขาจะทำต้มยำข่าไก่ ถึงไก่ที่จะใช้เป็นไก่ฟ้าก็เถอะยังไงก็เป็นไก่เหมือนกันล่ะน่า ถ้าถามว่าทำไมตัวเขาถึงเอาพวกเครื่องปรุงมาด้วยก็คงเพราะจากประสบการณ์ในชาติก่อนที่ไปเดินเขาทีรสชาติอาหารก็จืดตลอด นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็พกพวกเครื่องปรุงติดตัวมาด้วยตลอด

สักพักหนิงหวงก็เดินกลับมาเพียงแต่ครั้งนี้มีปลาติดตัวมาด้วย

“พี่คิดว่าเรามีปลาด้วยก็ดีนะ”

“เท่านี้มันก็เยอะเกินไปแล้วนะขอรับ” จิวจื่อพูดขึ้นแค่นี้กับข้าวมันก็มีมากแล้ว

“ก็...” หนิงหวงพยายามคิดที่จะหาข้อแก้ตัว

“ก็ได้ ๆ ขอรับ” จิวจื่อมองคนที่พยายามจะหาข้อแก้ตัวก่อนจะพูดขึ้นอีก “งั้นวันนี้เราจะกินต้มข่าไก่และปลาเผา” พูดจบจิวจื่อก็ลงมือปรุงอาหารโดยที่ได้ให้หนิงหวงนั่งเฝ้าปลาไว้ส่วนตนก็มาทำต้มข่าไก่

.

.

“หวงเกอขอรับ มากินข้าวได้แล้ว” จิวจื่อเอ่ยเรียกหนิงหวงที่กำลังจัดเตรียมสถานที่นอนคืนนี้อยู่

“สักครู่นะจื่อเอ๋อร์ พี่ใกล้จะเสร็จแล้ว”

คำมันแปลกๆ นะว่าไหม

“เดี๋ยวข้าวจะเย็นก่อน หวงเกอวางมือลงเลยนะ” จิวจื่อเอ่ยดุขึ้นมา

“จ๊ะ จ๊ะ” พูดจบก็เดินมานั่งตรงข้ามกับจิวจื่อ “เดี๋ยวพี่แกะเนื้อปลาให้นะ”

“หวงเกอก็กินข้าวบ้าง ไม่ใช่ว่าจะแกะแต่เนื้อปลาให้ข้านะขอรับ เอานี่” พูดจบก็ตักต้มยำข่าไก่ไปให้หนิงหวง

ถึงคนตรงหน้าหนิงจะพูดไปแบบนั้นแต่ก็เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความห่วงใย

“จื่อเอ๋อร์เป็นห่วงพี่เหรอ”

“ขอรับ” จิวจื่อรับคำก่อนที่จะมองหน้าของหนิงหวงที่มีริ้วสีแดงผาดผ่าน

“.../////...”

“หึ หึ” อย่าคิดว่าพูดอยู่คนเดียวได้นะหวงเกอ

.

.

เมื่อทั้งสองกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หนิงหวงได้ไล่ให้จิวจื่อไปชำระกายที่ลำธารไม่ไกลจากที่พักนัก

“นี้ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว จื่อเอ๋อร์ไปอาบน้ำที่ลำธารเถอะ”

“ลำธารอยู่ไกลไหมขอรับ”

“ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไรหรอก” หนิงหวงพูดตอบพร้อมกับสังเกตท่าทางของจิวจื่อ

“อะ เอ่อ หวงเกอขอรับ”

“.....”

“พอดีว่าใกล้จะมืดแล้ว”

“.....”

“หวงเกอพอจะไปเป็นเพื่อนข้าได้ไหมขอรับ” จิวจื่อรวบรวมความกล้าถามออกไปถึงยังไงในป่ามันก็มืดเกินไปนะ ทั้งยังในป่าจะไม่รู้ว่าสัตว์ป่าจะโผล่ออกมาไหม

“จื่อเอ๋อร์แน่ใจนะ”

“ขอรับ”

“งั้นเราไปอาบพร้อมกัน”

จิวจื่อนั้นไม่ได้รู้เลยว่าได้เอ่ยชักชวนคนบางคนที่น่ากลัวยิ่งกลัวสัตว์ป่าเสียอีก

.

.

.

แซ่ก แซ่ก

จิวจื่อขยับเข้าไปใกล้ๆ กับหนิงหวงถึงตอนนี้จะยังไม่ได้มืดมากนักก็ตาม

“กลัวเหรอ จื่อเอ๋อร์”

“ขะ ข้าไม่ได้กลัวเสียหน่อย”

“หืม ถ้ากลัวก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ พี่ได้นะ”

“ข้าก็บอกว่าไม่ได้กลัวไง” ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นจิวจื่อก็ได้ขยับเข้ามาใกล้หนิงหวงเพิ่มขึ้น

หนิงหวงได้แต่ยิ้มกับท่าทางอย่างนั้นของจิวจื่อ ก็นะ ในเมื่อจื่อเอ๋อร์บอกว่าไม่กลัวก็ไม่กลัวสิ

“ถึงแล้ว จื่อเอ๋อร์” หนิงหวงก้มหน้าลงไปพูดกับคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ

“ว้าว สวยจังเลยขอรับ” จิวจื่อพูดขึ้นเมื่อรอบ ๆ ลำธารเต็มไปด้วยดอกไม้ชนิดต่าง ๆ และเสียงแมลงที่ได้ยินเปรียบเสมือนเพลงที่ขับขานได้ไพเราะ แต่อีกนัยหนึ่งก็สร้างความหลอนได้ดีเลยแหละ

“ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่ง ที่พี่อยากให้จื่อเอ๋อร์เห็น”

“////” ฉ่า ~

“จื่อเอ๋อร์ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่รออยู่ตรงนี้”

“ไปอาบด้วยกันก็ได้นะขอรับ ก่อนที่จะมืดมากไปกว่านี้”

“...จื่อเอ๋อร์แน่ใจเหรอ”

“ทำไมล่ะขอรับ ยังไงก็เป็นผู้ชายด้วยกัน ข้าไม่อายหวงเกอหรอก”

“แต่จื่อเอ๋อร์เป็นเกอ

“เป็นเกอแล้วมันยังไงขอรับ ข้าก็นเป็นผู้ชายเหมือนกันนะ”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ขอรับ ที่สำคัญข้าเชื่อใจหวงเกอ”

ดวงตาที่มีความเชื่อมั่นในตนเองมองมาทำให้หนิงหวงต้องระงับหักห้ามใจตนเอง ถึงจะคิดไปไกลแล้วก็ตาม

“อะ อืม งั้นพี่ลงไปก่อน จื่อเอ๋อร์ค่อยตามลงไป” พูดจบหนิงหวงก็เดินไปที่มุมหนึ่งเพื่อที่จะถอนชุดออกให้เหลือแต่กางเกงด้านใน เพราะถ้าไม่รีบเดี๋ยวจื่อเอ๋อร์ก็เห็นในสิ่งที่ไม่ควรหวังนะสิ ถึงอนาคตจะต้องเห็นก็ตาม

เมื่อจิวจื่อเห็นว่าหนิงหวงได้ลงไปในลำธารเรียบร้อยแล้ว เขาก็เริ่มถอดชุดออกจนสภาพเหมือนกับหนิงหวง แต่ให้ตายเถอะทำไมหวงเกอถึงมีซิกแพคแล้วมองดูตัวเองนี้มันวันแพคชัด ๆ

“จะ จื่อเอ๋อร์...” หนิงหวงหันไปเรียกให้จิวจื่อลงมาลำธารได้แล้ว เมื่อตนสำรวจแล้วว่าไม่มีสิ่งอันตรายใดๆ ในลำธาร แต่ภาพที่เห็นก็เกือบทำให้ตนตบะแตกอยู่เหมือนกัน

จิวจื่อนั้นทั้งตัวเหลือแต่กางเกงด้านใน ส่วนบนโล่งไม่มีเสื้อผ้าปิดบัง ทำให้เห็นเนื้อเนียนสีขาวไข่มุกชวนสัมผัส เอวคอดนั้นถ้าตนจับจะหักคามือหรือเปล่า ยิ่งจุดสองจุดสีชมพูสวยน่าลิ้มลองนั้น อ่า ~

หยุด

หยุด

อย่าคิดไปมากกว่านี้จื่อเอ๋อร์อุตส่าห์ไว้ใจเรา โถ่ เจ้าลูกชายรอพ่อก่อนนะ

ในขณะที่หนิงหวงคิดไปต่างๆ นานา จิวจื่อนั้นได้เดินเข้ามานั่งอยู่บนก้อนหินใกล้กับหนิงหวงที่อยู่ในน้ำแล้ว

“หวงเกอเป็นอะไรรึเปล่าขอรับ ทำไมดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” จิวจื่อถามด้วยความเป็นห่วง แล้วโน้มตัวลงไปถาม แต่ท่าทางนั้นดันไปกระตุ้นอะไรบางอย่างของหนิงหวงเสียได้

“อึก ขาว” หนิงหวงพึมพำเสียงเบา

“หวงเกอพูดว่าอะไรนะขอรับ”

“พะ พี่ไม่เป็นไร จื่อเอ๋อร์ลงมาข้างล่างเถอะ” ถ้าไม่ลงมาเขาก็ไม่รู้ว่าจะทนได้ถึงไหน ยิ่งผิวขาวอมชมพูนะ จะมาให้เห็นทำไม!!!

“ขอรับ ขอรับ”

เฮ้อ เกือบแล้ว เกือบไปแล้ว 

หลังจากที่จิวจื่อลงไปในน้ำแล้วทั้งสองก็เล่นน้ำด้วยกันอยู่สักพัก อยู่ ๆ จิวจื่อก็หัวเราะขึ้นมาทำให้หนิงหวงต้องหันไปดู

“ฮ่า ฮ่า ๆๆ หวงเกอขอรับ ดูปลาพวกนี้สิ” จิวจื่อชี้ให้หนิงหวงเห็นปลาที่ว่ายวนอยู่รอบ ๆ ตัวเอง บางตัวก็ว่าเข้ามาจูบหรือดูดที่ตัวซึ่งทำให้จิวจื่อรู้สึกจักจี้

“.....” รอยจุดแดงนั้น

“ฮ่า ๆๆๆ หวงเกอดูสิขอรับ”

“.....” ข้ายังไม่มีโอกาสได้ทำเลยนะ

“หวงเกอเป็นอะไรรึเปล่าขอรับ” จิวจื่อถามขึ้นเมื่อรู้สึกว่าหนิงหวงเงียบเกินไป

“เปล่า พี่แค่คิดว่าพรุ่งนี้อยากกินปลาอีกนะ”

“..... ข้าว่าพวกเราขึ้นไปกันดีกว่าขอรับ” จิวจื่อเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา เขาก็ไม่ได้อยากกินปลาพรุ่งนี้เช้าหรอกนะ

“อือ จื่อเอ๋อร์ขึ้นไปก่อนเลย พี่ขอทำธุระก่อน”

“นานไหมขอรับ”

“คงสักพัก จื่อเอ๋อร์กลับเองได้ไหม”

“ได้สิขอรับ หวงเกอก็รีบ ๆ ทำธุระให้เสร็จนะอย่าปล่อยให้รอนานเกินไปมันไม่ดีต่อ...” จิวจื่อใช้สายตามองไปที่จุดกึ่งกลางลำตัวเพื่ออธิบายคำต่อท้ายให้หนิงหวงเข้าใจ ก่อนที่จะรีบเดินกลับไปที่พัก

“!!!”

 

................................

 แต่งจบยัง บอกเลยว่ายัง พอแต่งไปเรื่อยๆ รู้สึกอยากเอามาลงให้คนอ่าน อยากแชร์

ช่วงนี้ก็รักษาตัวกันดี ๆนะ

ความคิดเห็น