ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 2-2 หลงรักนักซูโม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-2 หลงรักนักซูโม่

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 221

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2563 11:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-2 หลงรักนักซูโม่
แบบอักษร

บรรดานักมวยปล้ำหลายสิบคนที่เหงื่อโทรมกาย ยืนล้อมวงตะโกนอยู่รอบเวทีซูโม่ 

ด้านในวงนั้น นักมวยปล้ำสองคนกำลังใช้ร่างกายอันใหญ่โตเข้าปะทะกันด้วยความจริงจัง เท้าจิกลงบนผืนดิน ทันทีที่นักมวยปล้ำฝ่ายหนึ่งถูกผลักออกจนมือแตะพื้น นักมวยปล้ำรอบๆ ก็พากันส่งเสียง “ไฮ่” ขึ้นมาแล้วกรูกันเข้าไปแทรกระหว่างทั้งคู่ จากนั้นผู้ชนะก็จะชี้นิ้วเลือกคนหนึ่งในกลุ่มพวกเขาที่ชูมือขึ้น เพื่อเข้าสู่การแข่งขันถัดไป 

โรงฝึกซ้อมของค่ายยาเอจิมะตั้งอยู่ในอำเภอคัทสึชิกะในเมืองโตเกียว เป็นโรงฝึกเล็กๆ แต่สภาพดูดี ล้อมรอบด้วยกำแพงไม้ ท่ามกลางเหล่านักมวยปล้ำในสังกัดซึ่งแออัดกันอยู่นั้น กลุ่มของฮินาโกะสิบกว่าคนในฐานะเป็นผู้เยี่ยมชมกำลังยืนอยู่ชิดริมกำแพง จ้องมองการฝึกซ้อมเงียบๆ  

ในโรงฝึกซ้อม ผู้เยี่ยมชมต้องระวังไม่ทำให้เหล่านักมวยปล้ำเสียสมาธิ เมื่อก่อนคงจะมีคนดูที่มารยาทแย่อยู่ ถึงได้มีกระดาษเขียนคำเตือนชัดเจนว่า ‘งดใช้เสียงในโรงฝึก’ ติดไว้บนกำแพงฝั่งตรงข้าม 

ถึงจะขัดใจนิดหน่อยที่ส่งเสียงเชียร์หรือเรียกชื่อริคิโอเซ็นไม่ได้ แต่ข้อดีของโรงฝึกนี้ก็คือสามารถถ่ายภาพหรือวีดีโอได้ ทำไมถึงอ่อนโยนกับแฟนคลับได้ขนาดนี้กันนะ... ฮินาโกะชมการฝึกขณะที่ถือมือถือไว้ในมือข้างหนึ่งพร้อมกับหลั่งน้ำตาแห่งความซาบซึ้งอยู่ในใจ 

ตอนนี้ตรงกลางวง กำลังเป็นการซ้อมซูโม่แบบแพ้คัดออก 

การซ้อมซูโม่รูปแบบนี้ เหมือนจะเรียกว่า ‘โมชิไอ*’ ส่วนรอบเวทีเองก็มีนักมวยปล้ำกำลังฝึกซ้อมแบบส่วนตัวอย่างนักมวยปล้ำที่กำลังใช้มือดันเสาที่เรียกว่า ‘เทปโป’ นักมวยปล้ำที่กำลังยกดัมเบลเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นักมวยปล้ำที่จับคู่กันแล้วยืดหยุ่นร่างกายด้วยการยกขาให้ถึงระดับไหล่ของอีกฝ่ายอยู่ อย่างไรก็ตาม การซ้อมที่น่าสนใจที่สุดคือ ‘การซ้อมปะทะ’ ซึ่งนักมวยปล้ำรุ่นน้องจะพุ่งชนนักมวยปล้ำรุ่นพี่ไปเรื่อยๆ แต่ ‘การซ้อมลำดับสาม’ ซึ่งนักมวยปล้ำรุ่นเดียวกันที่มีแรงพอๆ กันจะเล่นซูโม่ด้วยกันหลายครั้งเองก็น่าสนใจใกล้เคียงกับโมชิไอเลย 

ในการแข่งโมชิไอที่ว่านั่น นักมวยปล้ำผิวขาวซึ่งตอนนี้ชนะต่อกันเป็นรอบที่ห้า คือเมนของฮินาโกะ...ริคิโอเซ็นนั่นเอง 

คู่ต่อสู้ในการแข่งรอบที่หก คือคนที่อยู่ในลำดับสูงสุดในค่าย ยาเอจิมะ ฟุจิโนะฮารุผู้อยู่ขั้นเซคิวาเกะนั้นตัวเล็กกว่าริคิโอเซ็น แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างฟุจิโนะฮารุก็ใช้เทคนิคอุดจุดอ่อนด้านความต่างของขนาดตัวได้อย่างง่ายดาย นักมวยปล้ำระดับสูงที่เคยมีประสบการณ์การแข่งในค่ายยาเอจิมะมีอยู่สามคน ดูเหมือนว่าฟุจิโนะฮารุจะอยู่ลำดับสูงสุด ส่วนรองลงมาเป็นริคิโอเซ็น 

ในฐานะที่ฮินาโกะเป็นแฟนคลับของริคิโอเซ็น ก็ต้องอยากให้เขาได้อันดับหนึ่งอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าพลังของคนในขั้นเซคิวาเกะกับขั้นมาเอะกะชิระต่างกันแค่ไหน แต่นี่ต้องเป็นคู่ต่อสู้ที่เอาชนะไม่ได้แน่นอน 

ศึกระหว่างฟุจิโนะฮารุกับริคิโอเซ็น ริคิโอเซ็นเข้าปะทะอย่างรุนแรง ยื้อกันอยู่พักหนึ่ง ในตอนสุดท้ายริคิโอเซ็นจับสายคาดเอวของฟุจิโนะฮารุ ก่อนผลักอีกฝ่ายที่ขั้นสูงกว่าออกไปจากเวทีด้วยหน้าแดงก่ำ มีเสียงร้องโอ้ดังขึ้นในหมู่นักมวยปล้ำคนอื่นๆ 

ฮินาโกะแอบกระซิบไม่ให้ใครได้ยินว่า สำเร็จ” จากนั้นจึงได้ยินเสียงกระซิบจากข้างๆ เหมือนกันว่า 

“ใกล้จะถึงลำดับหนึ่งแล้วมั้ง” 

เจ้าของเสียงเป็นผู้ชมสาวอายุน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ ฮินาโกะ ดูเหมือนเธอจะมั่นใจว่าอีกไม่นานริคิโอเซ็นจะได้เป็นอันดับท็อปในค่ายซูโม่นี้ ฟุจิโนะฮารุตอนนี้อายุสามสิบสี่ปีแล้ว ส่วนริคิโอเซ็นยี่สิบเก้าปี อีกไม่นานพละกำลังก็จะพลิกผันกันแน่ๆ 

ฮินาโกะแอบเหลือบมองข้างๆ 

รู้สึกสนใจผู้หญิงข้างๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว 

ในหมู่ผู้เข้าชมสิบกว่าคน ส่วนใหญ่จะเป็นชายวัยกลางคนหรือคนสูงอายุ หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นคู่สามีภรรยา ผู้หญิงที่มาคนเดียวเมื่อรวมฮินาโกะเข้าไปด้วยแล้วก็มีแค่สองคนเท่านั้น แถมผู้หญิงคนนี้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเธอเองก็มาจับกลุ่มดูการฝึกซ้อมตอนเช้าที่นี่สองวันติด เหมือนฮินาโกะเปี๊ยบ 

เพราะสวมผ้าปิดปากอันใหญ่เลยไม่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง แต่ก็รู้ได้ว่าน่าจะอายุประมาณสามสิบ ผมบ๊อบยาวประบ่า เป็นผู้หญิงตาโตสวย 

วันนี้การฝึกซ้อมตอนเช้าก็จบตอนสิบโมงเป๊ะเช่นเคย ในบรรดานักมวยปล้ำที่ส่วนใหญ่จะโค้งให้ผู้เยี่ยมชมระหว่างออกจากโรงฝึกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ มีแค่ริคิโอเซ็นที่ยิ้มอย่างไร้เดียงสา พร้อมกับพูดทักทายว่า ‘ขอบคุณครับ’ ขณะออกจากโรงฝึก ตอนที่ฮินาโกะโบกมือให้อายๆ ริคิโอเซ็นก็สบตาแล้วโบกมือตอบ 

...อยู่ใกล้แค่นี้เอง! 

ถ้าเป็นกรณีไอดอล การที่แฟนคลับจะถูก ‘รับรู้’...หรือถูกจำหน้าหรือชื่อได้ จะต้องลงแรงทำป้ายหรือพัดเชียร์ หรือใช้บัตรจับมือจำนวนมากเพื่อให้ได้อยู่ในสายตาของเมนมากขึ้นแม้หนึ่งวินาทีก็ยังดี พอคิดแบบนั้นแล้ว นี่เป็นสถานที่อันอุดมสมบูรณ์จนไม่อยากเชื่อ  

เมื่อแผ่นหลังใหญ่โตของริคิโอเซ็นพ้นจากสายตา ฮินาโกะก็เอ่ยปากทักผู้หญิงคนข้างๆ ที่กำลังเตรียมตัวกลับทันที 

“เอ่อ แปลกจังเลยค่ะ! มีผู้หญิงมาดูคนเดียวนอกจากฉันด้วย ตกใจหมดเลยล่ะค่ะ” 

หญิงสาวสวมผ้าปิดปากหันกลับมา ตาหยีลงเป็นรอยยิ้ม 

“แหม ฉันก็คิดเหมือนกันค่ะว่านอกจากจะเป็นผู้หญิงแล้ว ยังหาเด็กอายุประมาณนี้ยากเหมือนกัน เป็นนักเรียนเหรอคะ” 

“ค่ะ เรียนอยู่ม.ปลายค่ะ ช่วงนี้กำลังเริ่มสนใจซูโม่” 

“นักเรียนม.ปลายนี่เอง! เห็นแต่งตัวดูเป็นผู้ใหญ่แล้วก็แต่งหน้าเก่งมาก ทีแรกเลยคิดว่าน่าจะโตกว่านั้นเสียอีกค่ะ” 

ฮินาโกะหัวเราะด้วยความเขินอายเมื่อถูกสาวที่ลักษณะเหมือนกับพี่สาวจากตระกูลสูงศักดิ์พูดชม การเปิดใช้ทักษะความงามตอนจะไปเจอเมนเป็นเรื่องธรรมดา กลับกัน ตอนปกติถูกพี่ชายกับมาริกะโกรธเอาบ่อยๆ ว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนเกินไป 

พอถูกถามชื่อ ฮินาโกะก็แนะนำตัวเอง เธอคนนั้นบอกว่าชื่อเซงาวะ 

“ฉันมาคนเดียวตลอด ถูกทักแบบนี้ดีใจจังค่ะ นานๆ ทีก็มีคนหนุ่มสาวมาบ้าง แต่ฉันไม่ค่อยถนัดการทักคนก่อน ทุกครั้งก็เลยลอสต์โอกาสแบบนี้ไป” 

“เซงาวะซังเริ่มเป็นแฟนคลับซูโม่ตั้งแต่เมื่อไรเหรอคะ” 

“ไม่นานเท่าไหร่ค่ะ น่าจะเดือนมกราได้ไปดูแข่งที่โคกุงิคัง ประมาณสองซีซัน**ก่อนหน้าล่ะมั้งคะ ” 

“โคกุงิคัง! ดีจังเลยค่ะ” 

เซงาวะยิ้มเมื่อเห็นฮินาโกะประสานมือ แล้วถามว่า “แล้วฮินาโกะจังตามซูโม่ตั้งแต่เมื่อไรเหรอ”  

“ฉันมาตามเมื่อเร็วๆ นี้เองค่ะ ตอนนี้ยังศึกษาอยู่เลย ฟังจากเพื่อนมาว่าบล็อกของริคิโอเซ็นน่ารัก แล้วก็เผลอติดเข้าทันทีเลยค่ะ” 

“อ๊ะ เป็นแฟนคลับของริคิโอเซ็นเหรอ ฉันก็เหมือนกัน” 

“เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย! ดีใจจัง! ทั้งที่แรงเยอะขนาดนั้นแท้ๆ แต่ยิ้มน่ารักจนรู้สึกได้รับการเยียวยาเลยใช่ไหมละคะ แล้วก็ อีโมจินักมวยปล้ำที่ใช้ในบล็อกน่ารักสุดๆ ไปเลยค่ะ ตอนนี้กระทั่งในห้องเรียนก็กำลังฮิตกันสุดๆ เอ่อ ขอช่องทางติดต่อได้ไหมคะ!” 

พอฮินาโกะพูดรัวใส่ด้วยความตื่นเต้น เซงาวะก็ยกมือปิดมาสก์ด้วยท่าทางแปลกๆ 

“ขอถามอย่างหนึ่งได้ไหมคะ” 

“ได้สิ” 

“นอกจากช่วงฝึกซ้อมตอนเช้า มีช่วงเวลาอื่นที่จะเจอเขาได้อีกไหมคะ ฉันชอบริคิโอเซ็นมากจริงๆ ถ้ามีโอกาสแบบนั้นก็อยากจะไปหาค่ะ” 

“นั่นสินะ ตารางเวลาหลังจากนี้ก็ อันดับแรก...” 

ลำดับหนึ่ง ลำดับสอง ลำดับสาม เซงาวะนับนิ้วเรียวยาวของตนเอง คงคิดจะบอกลำดับตารางเวลาในหนึ่งวันของนักกีฬาซูโม่อย่างอาบน้ำ ทานมื้อเที่ยง นอนกลางวัน เวลาอิสระ อาหารเย็น เวลาอิสระครั้งที่สอง เข้านอน ถ้าความรู้พื้นฐานแบบนั้นฮินาโกะเองก็ศึกษามาเรียบร้อยแล้ว 

“...แค่อาจจะนะคะ อาจจะเจอได้ตอนเวลาอิสระระหว่างนอนกลางวันกับเวลาอาหารเย็นก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นเวลาอื่นก็อาจจะยาก” 

“จริงเหรอคะ สามารถเจอเวลาอื่นนอกจากฝึกซ้อมตอนเช้าได้ด้วยสินะคะ!” 

“ริคิโอเซ็นชอบเดินเล่น ก็เลยเดินไปเดินมาแถวนี้บ่อยน่ะค่ะ ลองมองหาดูก็ดีนะคะ” 

...คนๆ นี้ อาจจะเป็นพวกเดียวกันก็ได้ 

อาจยังไม่ถึงกับมีประวัติการเป็นแฟนคลับยาวนานกว่า แต่การที่รู้ข้อมูลละเอียดขนาดนั้น แปลว่าอาจเป็นคนที่มี ‘คุณสมบัติ’ คล้ายกับฮินาโกะ 

“พรุ่งนี้ก็จะมารึเปล่าคะ” 

“พรุ่งนี้น่าจะยากค่ะ แต่ว่าปกติก็มาประจำ ถ้าเจอกันอีกล่ะก็ช่วยทักด้วยนะ” 

“ขอบคุณค่ะ! จะตั้งตารอนะคะ” 

ฮินาโกะก้มหัวปะหลก แล้วแยกกับเซงาวะ ความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมที่ไม่มีให้คนที่เพิ่งจะคุยกันเป็นครั้งแรก แต่มีให้กับเซงาวะ 

...นอกจากซ้อมตอนเช้า เคยเจอที่ไหนมาก่อนรึเปล่านะ 

ฮินาโกะเอียงคอขณะเดินไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุด ไม่ได้ตามเมนโดยไร้คู่แข่งแบบนี้มานานแล้ว 

 

* การซ้อมของซูโม่ที่ผู้แพ้จะต้องลงจากเวที แล้วคนรอบๆ จะยกมือเสนอตัวเองให้ผู้ชนะเลือกไปแข่งด้วยในรอบถัดไป

** ใน 1 ปี จะมีการแข่งซูโม่อยู่ 6 ครั้ง จัดแข่งทุกเดือนที่เป็นเลขคี่ แมตช์ใหญ่จะจัดขึ้นที่โตเกียว 3 ครั้ง คือเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน แต่ละครั้งจะเรียกว่า ซีซัน

 

ความคิดเห็น