ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 คำเตือน

ชื่อตอน : บทที่ 9 คำเตือน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2563 14:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 คำเตือน
แบบอักษร

หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเหนื่อยใจจากไซต์ก่อสร้างเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว เธอก็กลับมาทำงานตามปกติทว่าในใจกลับมีเรื่องมากมายให้คิดไม่จบไม่สิ้น ไม่รู้ว่าวันนี้เธอถอนหายใจไปแล้วกี่ครั้งเพราะความหงุดหงิดในใจทำให้เธอดูเหนื่อยล้ากว่าทุกวัน

ไม่นานนักเข็มนาฬิกาก็เดินจรดเลขที่บ่งบอกเวลาเลิกงาน ร่างบางเตรียมเก็บของในทันที ด้วยว่าไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องคอยนาน

การันต์มองตามร่างบางไปจนลับตา...ด้วยใบหน้าหม่นหมอง...เมื่อเห็นว่าก่อนไป ธารินหยิบแหวนมาสวมใส่ตรงนิ้วนางข้างซ้าย...มันเจ็บปวดเหลือเกินแม้จะรู้เรื่องราวต่างๆมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

ราวๆครึ่งชั่วโมงรถคันสวยก็จอดสนิทที่หน้าบ้านหลังใหญ่ซึ่งเคยเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของเธอมาก่อน เธอเหลือบมองรถที่คุ้นตาก่อนจะถอนลมหายใจออกมาอย่างเอือมระอา เมื่อคิดว่าต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เท้าเรียวก้าวไปตามพื้นก่อนจะชะงักมองคนสามคนในห้องรับแขก หนึ่งในนั้นคือวราธรและอีกหนึ่งคือฑิฆัมพรพี่สะใภ้สามีของเธอ ส่วนคนที่สามดูเหมือนจะเป็นลูกชายของฑิฆัมพรทว่าสิ่งที่ทำให้ชวนมองคงจะเป็นสายตาของวราธรที่มันดูจะอ่อนโยนอย่างประหลาดใจเมื่อทอดมองพี่สะใภ้ตนเอง

ธารินเริ่มฉุกคิดตามข่าวลือที่ได้ยินมาแว่วๆก่อนหน้านี้ ไม่คิดว่ามันจะเป็นความจริง

"อ้าว เหมย ทำไมมายืนตรงนี้ล่ะ เข้าไปนั่งเล่นกับหลานสิ ป่ะ"เอ่ยจบเวหาก็เดินนำหน้าหล่อนไป ธารินไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องเดินตามก่อนจะพบสายตาหงุดหงิดของใครบางคน

"เสียบรรยากาศหมด"เสียงบ่นพึมพำๆพลางทำสีหน้าเบื่อโลกพลอยให้ธารินนึกด่าเขาอยู่ในใจ เธอก็ไม่ได้อยากจะเจอหน้าเขาเหมือนกันนั้นแหละ รังเกียจยิ่งกว่ามูลสัตว์เสียอีก

"ไอ้ธร"เสียงเข้มของพี่ชายเอ่ยห้ามปรามน้องพลางหันมองคนด้านหลัง"ไปนั่งเล่นกับสกายก่อนนะ คุณย่ากับคุณแม่พึ่งออกไปซื้อของเอง"

"ออ ค่ะ"เธอยิ้มให้เวหาพลอยทำให้วราธรนึกหมั่นไส้

"สบายดีนะเหมย"ฑิฆัมพรเอ่ยถามน้องสะใภ้ด้วยท่าทางเอ็นดู ทำให้หญิงสาวที่รู้สึกหงุดหงิดอยู่นั้นใจร่มลงบ้าง เธอยิ้มตอบพี่สะใภ้ก่อนจะเอ่ยบอกอย่างเป็นมิตร

"สบายดีค่ะ"หลังจากนั้นหญิงสาวทั้งสองและเด็กชายอีกหนึ่งคนก็พากันพูดคุยสนุกสนานเฮฮาจนพลอยให้เวหาและวราธรกลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยาย

ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมงในครัวก็เริ่มหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นของอาหาร ร่างบางของสะใภ้ใหญ่และเล็กต่างช่วยผู้เป็นย่าและแม่สามีจัดเตรียมอาหารอย่างขยันขันแข็ง

อีกฟากฝั่งของลูกชายเจ้าของบ้าน เวหามองหน้าวราธรที่กำลังหยอกล้ออยู่กับลูกชายของตนด้วยท่าทางครุ่นคิด

"ไอ้ธร"เสียงเข้มที่มีความจริงจังแฝงอยู่ พลอยให้คนถูกเรียกถึงกับย่นคิ้วสงสัย

"อะไรพี่?"

"ทำดีกับเหมยบ้างนะ ไปโกรธไปเกลียดอะไรเขานักหนา ใช่ว่าแกโดนบังคับแต่งงานอยู่คนเดียวสักหน่อย"คนที่เคยผ่านจุดนั้นมาก่อนเอ่ยบอกอย่างหวังดี เขาไม่อยากให้น้องชายมาเสียใจในภายหลังเหมือนอย่างที่เขานั้นเคยเผชิญมาก่อน

"พี่ยังไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นจริง พี่ก็พูดได้"

"พูดเหมือนแกรู้จักเขาดีอย่างนั้นแหละ"วราธรสะดุดกึกกับคำพูดของเวหา ก็จริงเขายังไม่รู้จักเธอดีด้วยซ้ำในคราแรกก็เหมือนจะเข้าใจในตัวตนของเธอทว่าผ่านไปเรื่อยๆหล่อนกลับเป็นคนที่ซับซ้อนจนไม่อาจเข้าใจได้เลย

คนอะไรยิ้มได้ทั้งๆที่ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้า...แล้วยังร้องไห้ราวกับจะขาดใจหลังจากที่ได้คุยกับมารดา...เขาไม่ได้รู้จักตัวตนของเธอเลยสักนิด

"ก็รู้เยอะกว่าที่พี่รู้แล้วกัน"

"ที่ฉันบอกแค่ไม่อยากให้แกต้องมาเสียใจทีหลัง ฉันเคยผ่านจุดนั้นมาก่อนฉันรู้ดี"วราธรเงยหน้ามองพี่ชายก่อนจะถอนลมหายใจออกมาเบาๆ

"ไม่มีทาง"

"เออ ฉันจะคอยดู แล้วอย่ามาคร่ำครวญให้ฉันเห็นล่ะกัน ฉันเตือนไว้ก่อนเลย"

"ถ้าเกิดวันนั้นมีจริง ผมให้พี่ตบกระบาลผมได้เลย"เอ่ยพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ เวหาได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยๆกับท่าทีของคนดื้อรั้น

"หึ...ปากเก่งเข้าไป"แสยะยิ้มขบขันให้กับคนที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง...

 

เวลาเดินมาเกือบหนึ่งทุ่ม อาหารมื้อใหญ่ก็จบลง เหล่าเจ้ามือในวันนี้ต่างเดินมาส่งลูกหลานกลับบ้าน พลางกอดลาสองสาวศรีสะใภ้อย่างเอ็นดู

"ทีหลังก็มากับพี่เขานะเหมย เอารถมาคนล่ะคันเวลากลับมืดๆมันอันตราย"ผู้เป็นย่าเอ่ยบอกก่อนจะหันไปหาหลานชายคนเล็กที่ยืนหน้าบูดบึ้งอยู่ข้างๆนาง"เราน่ะก็ดูแลน้องดีๆหน่อย"

เขาไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าเบาๆให้มันแล้วๆไป

"งั้นหนูลานะคะ"ธารินเอ่ยบอกพร้อมยกมือขึ้นไหว้ลาทุกๆคน ก่อนจะเดินตรงไปยังรถแล้วขับออกไปในทันที จุดหมายปลายทางคือบ้านที่เคยอาศัยตั้งแต่เด็กๆ บ้านที่มีความทรงจำมากมายกับบิดาและ...มารดา

ล้อที่หมุนมาตามทางราวๆครึ่งชั่วโมงหยุดนิ่งที่บ้านปูนสองชั้นแห่งหนึ่ง ธารินทอดมองเข้าไปในบ้านก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลซึม

พอได้กลับมาที่นี่อีกครั้งความทรงจำในอดีตที่แสนมีความสุขในตอนที่พ่อยังคงอยู่ มันก็หลั่งไหลกลับมาราวกับคลื่นสึนามิ น้ำตาค่อยๆซึมออกมาเล็กน้อยทว่าหล่อนกลับพยายามฝืนยิ้มเพื่อหักห้ามความเศร้าในใจ

"อย่าร้อง พ่อไม่ชอบให้แกร้องไห้นะเหมย"เอ่ยบอกตัวเองในวันที่ไม่มีพ่อคอยบอก

มือบางยื่นไปเปิดรั้วบ้านก่อนจะทอดมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองมันบอกเวลาทุ่มเศษๆทว่าไฟในบ้านกลับมืดสนิท

"นอนกันไวจัง"ปกติสามสี่ทุ่มแม่ก็ยังไม่กลับบ้านไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ไฟจะปิดมืดถึงเพียงนี้"ไว้มาพรุ่งนี้ก็แล้วกัน"

ไม่อยากรบกวนให้โดนด่าเธอจึงเลือกที่จะหันหลังกลับ แม้ว่าในใจอยากจะเห็นหน้ามารดาและน้องสาวมากเพียงใด...

โครม!

"ช่วยด้วย"เสียงนั้นทำให้เท้าเรียวก้าวไปยังหน้าประตูในทันที

"เมล์"เธอเอ่ยเรียกชื่อน้องสาวด้วยท่าทางวิตกกังวลก่อนจะบิดกลอนประตูเข้าไปในทันทีด้วยว่ามันไม่ได้ล็อค พอไฟถูกเปิดจนสว่างธารินก็ถึงกับตกใจเป็นรอบที่สองเมื่อเห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำลังพยายามขืนใจผู้เป็นน้องสาว

วิญญาณของความเป็นพี่ทำให้เธอรีบคว้าสิ่งที่ใกล้มือที่สุดนั้นคือโคมไฟ ฟาดไปที่กลางท้ายทอยของชายคนนั้นจนมันเซถลาไปซบลงที่พื้นก่อนจะแน่นิ่งไป

"พี่เหมย"เมื่อลืมตาขึ้นเห็นพี่สาวธราทิพย์ก็รีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังพี่ในทันที"มันจะปล้ำเมล์"

"มันเป็นใครเมล์?"เธอคิดได้แค่ว่าถ้าไม่เป็นโจรก็คงเป็นนักเลงทวงหนี้ซึ่งนั้นก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เธอย้ายออกไปอยู่เพียงลำพังหลังจากไร้เงาพ่อให้พักพิง

"สามีใหม่แม่"คำตอบที่ได้ทำเอาธารินนิ่งสงัด ในหัวเริ่มมีคำถามมากมายตีวนกันไปหมด

ทำไมแม่ไม่เห็นบอกเธอสักคำ...อย่างน้อยเธอก็คือลูก ทำไมแม่ถึงเอาผู้ชายคนใหม่เข้ามาแทนที่พ่อได้อย่างง่ายดาย...ทำไม

คำว่าทำไมดังก้องในหัวใจไม่จางหาย

"ละ...แล้วแม่ไปไหน?"เธอพยายามมองหามารดาจนทั่วบ้านทว่าก็ไม่พบแม้เงา

"แม่ไปไหนพี่ก็น่าจะรู้"

บ่อน...เธอรู้ได้ทันทีว่าสถานที่ที่แม่ชอบไปคือที่ไหน และเงินที่แม่คอยโทรถามบ่อยๆก็เพื่อจะเอาไปละลายทรัพย์ที่นั้น หากเงินหมดตอนไหนเธอก็จะสำคัญในตอนนั้น

"แล้วแม่ก็กล้าปล่อยให้เมล์อยู่กับไอ้บ้านี้สองอ่ะนะ"

"แม่หลงมันจะตาย มันพูดอะไรแม่ก็ฟังมันหมด ปกติมันก็ไปกับแม่นั้นแหละ แต่วันนี้มันโกหกแม่ว่าไม่สบาย แล้วมันก็จะมา..."ธราทิพย์เลือกที่จะไม่เอ่ยต่อเพราะพอนึกถึงมันทีไรความหวาดกลัวก็แล่นเข้ามาจุกที่อก

"ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ทั้งคน"ร่างบางของคนตัวสูงกว่าโอบกอดน้องสาวอย่างปลอบประโลม

ไม่ใช่ว่าธราทิพย์ไม่รักธารินหากแต่ถูกแม่ห้ามปรามเสมอมาว่าอย่าทำตัวสนิทสนมหรือพูดคุยกับธาริน เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงบอกแบบนั้น ทว่าความดีของพี่สาวที่เคยมีต่อเธอเสมอมาก็ทำให้ธราทิพย์เลือกที่จะมองข้ามคำสั่งของผู้เป็นแม่ไป แต่ด้วยว่านิสัยของเธอที่ไม่ค่อยพูดและไม่กล้าแสดงออก จึงดูเหมือนว่าเธอไม่ได้รักธารินแต่ใจจริงเธอรักธารินยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...หากแต่ไม่รู้วิธีที่จะแสดงออกก็เท่านั้น

ปัก!

มือหยาบกระด้างของคนที่พึ่งจะได้สติคว้าไหล่ของธารินด้วยว่าเธอนั้นยืนอยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะเหวี่ยงหล่อนจนหน้าอกข้างซ้ายกระแทกเข้ากับเหลี่ยมโต๊ะเต็มๆ ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ก่อนที่แววตาของเธอจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธเมื่อเห็นว่าธราทิพย์ที่กำลังจะเข้ามาช่วยเธอถูกไอ้โรคจิตต่อยเข้าที่ท้องก่อนจะถูกโยนลงพื้น

"ไม่คิดเลยว่าจะมีลูกสาวคนโตสวยขนาดนี้"มันเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายก่อนจะก้าวดุ่มๆมาหาธารินที่กำลังกุมหน้าอกตัวเองเอาไว้ "บุญของกูจริงๆ"

มันเอ่ยด้วยท่าทางน่ากลัว...พลอยให้ธารินเริ่มหวาดหวั่น

พ่อจ๋า เหมยกลัว พ่อช่วยเหมยด้วย...

(วันไหนที่ไม่มีพ่อคอยประคองและปกป้อง หนูต้องเข้มแข็งและดูแลตัวเองดีๆนะลูก)คำสั่งสอนของพ่อยังดังก้องในหัวใจ

ร่างบางเริ่มสั่นเทาไปทั้งตัวเมื่อมือหยาบจับสัมผัสที่ไหล่ของเธอ

"อย่ายุ่งกับพี่สาวฉันนะ"เสียงบางเบาพยายามตะโกนห้ามแม้ตัวเองนั้นแทบจะไม่มีแรงลุกด้วยซ้ำ...

เท้าเรียวยกขึ้นถีบหน้าอกชายคนนั้นเมื่อเห็นว่ามันหันไปมองธราทิพย์ ร่างหนาเซถลาเพียงนิดหน่อย ฝ่ามือใหญ่ฟาดเข้าที่แก้มนวลจนขึ้นสีแดงระเรื่อ ความเจ็บแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า กลิ่นคาวเลือดลอยขึ้นเตะจมูก

"ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก"เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกก่อนที่จะโน้มลงมาหาหญิงสาวหมายจะเข้ามาจูบสัมผัสริมฝิปากอวบอิ่ม ทว่าก็ถูกเธอถีบเข้าอีกครั้งก่อนจะพยายามขัดขืน มันเห็นท่าไม่ดีจึงยกกำปั้นขึ้นก่อนจะต่อยพลาดจากบริเวณท้องย้ำไปที่หน้าอกข้างซ้ายแทน พลอยให้ความเจ็บปวดก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ธารินเริ่มอ่อนแรงจากความระบมที่ได้รับ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อถอยต่อโชคชะตา เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนจนสุดกำลัง แม้หนทางรอดจะมองเห็นเพียงลางๆ

เพล้ง!

แจกันใบใหญ่ถูกฟาดลงบนท้ายทอยของสมคิดก่อนที่มันจะกุมหัวตัวเองแล้วเซถลาไปนอนง้อตัวอยู่บนพื้น

ธารินเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวที่ยืนสั่นเทาด้วยความกลัวอย่างขอบคุณ

"พี่เหมย เป็นอะไรรึเปล่า"พอตั้งสติได้ก็ตรงปรี่เข้าไปประคองร่างพี่สาวอย่างห่วงใยพลางถามไถ่ไม่ยอมหยุด

"นิดหน่อย"ทั้งๆที่เจ็บจนแทบทรุดทว่าก็พยายามทำเป็นเข้มแข็งเพื่อไม่ให้น้องนั้นรู้สึกหวาดกลัวไปมากกว่าที่เป็นอยู่

"เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ"เอ่ยบอกน้องก่อนจะประคองกันและกันรีบเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

"พวกมึงทำกูเจ็บ คิดจะหนีไปง่ายๆหรอ"ทั้งสองหันมองไปตามเสียงก่อนจะพบกับปลายกระบอกปืนที่หันมาหาราวกับสัญลักษณ์มัจจุราช

"ถ้ามึงยิง กูก็ยิง"เสียงเข้มตะโกนลั่น สองพี่น้องหันไปมองที่หน้าประตูก่อนจะพบกับร่างหนาที่ธารินคุ้นเคย...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว