ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2563 18:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

แม้การได้ออกมาทำงานจะทำให้หญิงสาวลืมเรื่องเศร้าใจไปได้บ้างแต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะยอมรับได้ทุกอย่าง เช่นวันนี้ที่เธอเจอเขาอยู่กับผู้หญิงอื่น

ร่างบางที่กำลังเดินออกจากตึกชะงักและหยุดฝีเท้าลงมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มันคงจะไม่เจ็บและชาเท่านี้หากเขาไม่ได้กำลังกอดจูบกับผู้หญิงคนอื่นอยู่

“พี่ค็อป... นี่มันในมหา’ลัยนะ” พีรดาทำทีปัดป้องก่อนจะพูดเขาเสียงใส

“ไม่มีใครเห็นหรอก” เขาว่าอย่างไม่สนใจ “ดึกแล้วด้วย”

ทั้งคู่นั้นไม่ได้ทันได้สนใจว่ามีคนเดินมาเจอ เพราะในยามนี้แทบจะไม่มีนักศึกษาคนไหนใช้ทางออกด้านหลังตึกแล้วเนื่องจากค่อนข้างมืดและเปลี่ยว

แต่เขาลืมไปว่าเส้นทางนี้เป็นที่ๆอดีตแฟนสาวชอบเดินผ่าน และในบางคราวเขาเองก็มาจอดรอรับเธอตรงนี้แทนด้านหน้าตึก

ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดวงตาที่น้ำใสๆเอ่ออยู่สั่นระริก เท้าเล็กค่อยๆถอยออกมาจากตรงนั้นโดยไม่ให้ทั้งสองคนที่กำลังพลอดรักอยู่นั้นรู้ตัว

พอพ้นบริเวณนั้นมาเฌอริตาก็เข่าอ่อนจนต้องทรุดลงนั่งกับพื้น เธอยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าและน้ำตาเอาไว้ เจ็บของเธอมันปวดไปหมด ปวดจนเจียนจะขาดใจอยู่แล้ว

“ฮือๆ ทำไมฉันต้องรักนายด้วย ฮืออ”

 

 

เรื่องที่พบเจอเมื่อวานทำให้เฌอริตาข่มตานอนไม่หลับ เพราะในสมองมันเอาแต่คิดเรื่องนั้นไม่ยอมหยุด เช้านี้เธอจึงตื่นมาเรียนด้วยความอิดโรย

“เมื่อคืนอดนอนเหรอ ตาปูดเชียว” นันทิดาเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหน้าเพื่อน

คนโดนถามนั้นวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเลคเชอร์ของตนเองแล้วจึงนั่งลง พยักหน้าตอบรับคำถามของเพื่อน

ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่ออาจารย์ก็เข้ามาเสียก่อน วันนี้เธอเรียนวิชาเตรียมวิทยานิพนธ์ทำให้ต้องสนใจเรียนกันเป็นพิเศษเพื่อเก็บความรู้เอาไว้ใช้ในการทำวิทยานิพนธ์เทอมหน้า

 

เพราะอาจารย์ผู้สอนนั้นปล่อยเกินเวลาทำให้ทั้งหมดนั้นต้องหิ้วท้องรอจนกระทั่งเกือบบ่ายโมง ขณะที่กำลังพูดคุยและสอบถามเมนูของแต่ละคนไปพลางก็มีอันต้องชะงัก

เมื่อมีเหตุการณ์การชกต่อยกันเกิดขึ้นโดยที่บริเวณนั้นทั้งชั้นมีเพียงแค่พวกเธอจึงต้องรีบเข้าไปห้าม แต่เมื่อเข้าไปใกล้นั้นจึงรู้ว่าผู้ชายที่ถูกต่อยคือคีริน

“หน้าอย่างมึงไม่น่าแอบมาเป็นชู้กับแฟนชาวบ้านเลย แต่มึงกลับมาแอบกินกับแฟนกู” ชายคนหนึ่งที่อยู่ในชุดคล้ายชุดพนักงานบริษัทยืนชี้หน้าด่าคีรินอยู่

“พี่พจน์เพราะเธอ หนูขอร้อง” พีรดารีบปรี่เข้าไปห้ามเมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มของตนนั้นกำลังจะเข้าไปทำร้ายรุ่นพี่หนุ่มซ้ำ

“มึงขอร้องเหรอ มึงทำแบบนี้กับกูเนี่ยนะ!!!” อีกฝ่ายตะคอกกลับเสียงดัง

“สรุปนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะแพร” คีรินมองหน้าหล่อนก่อนจะถาม

“กูเป็นผัวมัน คบกันมาจะหกปีแล้ว ที่สำคัญพวกกูหมั้นกันแล้ว!” แฟนหนุ่มของพีรดาตอบให้แทน “กูย้ายไปทำงานต่างจังหวัดได้สามเดือนมันก็ร่านไปหาผู้ชายใหม่!”

“หนูขอโทษพี่พจน์ หนูจะไม่ทำอีกแล้วหนูสัญญา” หล่อนยกมือไหว้ปลกๆ “หนูจะเลิกยุ่งกับเขาจริงๆ”

“มึงคิดว่าถ้ากูจะยอมมันง่ายขนาดนั้นกูจะมาถึงที่นี่มั้ย กูมาที่นี่เพราะอยากเอาคืนมัน!”

แฟนหนุ่มของพีรดาเตรียมจะเข้าไปชกคีรินอีกครั้ง หวังให้ความรู้สึกเจ็บใจที่มีท่วมท้นนั้นเบาลงบ้าง แต่ก็ต้องชะงักไว้เมื่อเฌอริตาวิ่งเข้ามากันเอาไว้ ท่ามกลางเสียงทัดทานของกลุ่มเพื่อน

“จูน! แกเข้าไปทำไม” อชิรญารีบร้องเรียกเพื่อนด้วยความตกใจ “แกออกมา”

“อย่าทำอะไรเขา” เธอร้องบอก “เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย แฟนคุณต่างหากที่มายุ่งกับเขา”

“เธอไม่เกี่ยวก็หลบไป นี่มันเรื่องของพวกฉันสามคน” ฝ่ายนั้นบอก

“ฉันไม่หลบ” เสียงใสตอบหนักแน่น เธอไม่อยากจะต้องเห็นเขาเจ็บตัวไปมากกว่านี้แล้ว

“หลบไป!”

“พี่พจน์ไปเถอะ เดี๋ยวตำรวจจะมาเอานะ” พีรดาร้องบอกแฟนหนุ่มเมื่อเห็นว่ามีคนที่เข้ามามุงดูเหตุการณ์ทีหลังกำลังโทรแจ้งตำรวจ

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” เพราะไม่อยากมีเรื่องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลตนและแฟนสาวจึงต้องล่าถอยกลับไปก่อน

พอสองคนนั้นวิ่งหายลงบันไดไปเธอก็รีบหันกลับไปดูอดีตแฟนหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง มุมปากของเขามีเลือดไหลลงมาจนกระทั่งถึงคาง เอื้อมมือไปกำลังจะแตะแต่ถูกปัดออก

“ค็อป...” เธอเรียกเขาเสียงอ่อน “เจ็บมากมั้ย”

“เธอเลิกยุ่งกับฉันสักทีได้ปะวะ!” คราวนี้เขาตะคอกเสียงดังจนคนที่ยืนมองอยู่นั้นสะดุ้งไม่ต่างกัน

“ฉันแค่อยากปกป้อง...”

“ปกป้อง? เธออยากให้คนอื่นเห็นฉันเป็นไอ้ขี้แพ้หลบอยู่หลังกระโปรงผู้หญิงมากกว่าล่ะสิ” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น” เธอส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฉันโคตรรำคาญเธอเลย เบื่อขี้หน้าจะแย่แล้วเมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆหน้าสักที!” พูดจบเขาก็ผลักร่างบางตรงหน้าให้หลบทางไปก่อนจะเดินหนีลงไปด้านล่าง โดยไม่สนใจเลยว่าเธอนั้นจะอยู่ในสภาพอย่างไร

“ว๊าย จูน” กลุ่มเพื่อนของเฌอริตาเมื่อเห็นว่าเธอนั้นถูกผลักจนล้มลงก็รีบเข้าไปพยุงทันที

คนโดนผลักนั้นแม้จะเจ็บกายแต่ไม่เท่ากับเจ็บใจ คำพูดและการกระทำของคีรินนั้นใจร้ายกับเธอมากเหลือเกิน มันเจ็บจนต้องร้องไห้ออกมาก

“ฮึก... ฮือ”

“แกเอ๊ย...” คนเป็นเพื่อนนั้นจนใจจะพูด ไม่อยากซ้ำเติมเพื่อนไปมากกว่านี้

“มันเลวแบบนี้ ทีนี้แกก็เลิกรักมันได้แล้วนะ” นันทิดาพูดขึ้นก่อนจะลูบหลังเพื่อน

ปล่อยให้เฌอริตาร้องไห้จนพอ และได้แต่หวังว่าการะกระทำครั้งนี้ของคีรินจะทำให้เพื่อนนั้นลืมและตัดใจจากผู้ชายเลวๆคนนี้เสียที

 

 

“ไงล่ะมึง ดูแมวที่ห้องได้ไม่ทันไร ก็ได้หมัดมาเต็มๆ” สี่ทิศนั้นบ่นขึ้นก่อนจะหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์จิ้มลงบนใบหน้าหล่อ

“ยังดีนะได้แค่หมัด ดีที่เขาไม่ให้ตีนมาด้วย” สหรัฐเสริม

“ถ้าไม่เห็นใจก็ไม่ต้องซ้ำ” คนโดนต่อยนั้นทำหน้าบูดเข้าไปใหญ่ “ใครจะรู้ว่ามีผัวแล้ว ก็น้องเขาบอกกูโสด”

“มึงคิดว่าคำพูดคนแม่งเชื่อได้แค่ไหนวะ” พยาบาลจำเป็นนั้นว่าให้ก่อนจะกดย้ำที่แผลซ้ำๆจนเจ้าตัวร้องโอดโอย

“โอ๊ยๆๆ เบาดิวะ มือหนักอย่างกับช้าง” เขาโวยวาย

“เรื่องมากงั้นมึงไปทำเองไป”

“ไอ้เวร มาทำให้มันจบดิ” คีรินบอกเสียงอ่อน

“ไปเรียกจูนมาดิ มือเบาแน่” สหรัฐเปรยขึ้นมา

“พวกมึงเลิกพูดถึงชื่อนี้ได้ปะ กูไม่อยากได้ยิน” เขาพูดขึ้นมาทันที “กูเลิกกับจูนแล้ว เลิกพูดสักที”

“แหม เลิกกันไปเดือนเดียวทำมาเป็นพูด มึงลืมเขาได้แล้วเหรอ”

“กูไม่ได้รักเขาทำไมกูต้องลืมด้วยวะ ไม่เคยอยู่ในสมองกูเลยสักนิด ผู้หญิงแบบนั้นหาใหม่กี่คนก็ได้”

“อ๋อเหรอ เพิ่งรู้นะว่าคนแบบจูนนี่หาง่ายเพราะตั้งแต่กูมีแฟนมาเนี่ยกูยังไม่เคยเจอเลย” สี่ทิศพูดขึ้นบ้าง “มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะเวลาขาดเขา”

“ไม่รู้สึก” ตอบแทบจะทันที

“มึงไม่โหวงบ้างเหรอเวลาที่เขาเคยทำอะไรให้แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่ทำให้แล้ว”

“ไม่เคย”

“เอ๊อ ไอ้คนปากแข็ง” คราวนี้เพื่อนทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน ก่อนจะมองหน้าคนปากแข็งที่ยังไม่รู้ตัว

 

แม้จะโดนตะบันหน้ามาหยกๆแต่เขาก็ยังมีหน้าออกไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนที่ผับแถวมหาวิทยาลัยต่อ กว่าจะแบกสังขารกลับมาถึงห้องก็เกือบตีสอง

คีรินพาร่างที่โซซัดโซเซมาถึงที่เตียงโดยสวัสดิภาพ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างสบายใจ

“จูนเปิดแอร์หน่อย ร้อน” เสียงทุ้มตะโกนบอกอย่างเคยตัวแล้วจึงล้มตัวลงนอนต่อ

เพราะความเคยชินที่ปกติเฌอริตาจะทำแบบนี้เสมอ หลับไปได้สักพักหนึ่งแล้วก็รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่ออากาศภายในห้องยังร้อนอบอ้าวอยู่เหมือนเดิม

“จูนทำไมไม่...” กำลังจะตะโกนบอกซ้ำแต่ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้อยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว

ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย หยิบรีโมตมาเปิดเครื่องปรับอากาศเสร็จก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำไล่ความร้อนออกจากกาย

เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเปียกลู่เตรียมพร้อมสำหรับการสระผม มือหนาเอื้อมไปกดแชมพูในขวดแต่มันกลับหมดเกลี้ยงไม่เหลือให้ใช้ได้อีกแล้ว

“จูน ยาสระผม...” เขาจะโกนเรียกเธออีกครั้งอย่างลืมตัว แต่ครั้งนี้ฉุกคิดได้เร็วจึงปิดน้ำแล้วเดินออกมาหาขวดใหม่แทน ชายหนุ่มพอจำได้บ้างว่ามันอยู่ตรงไหน เพราะเคยเห็นเฌอริตานั่งเรียงใส่ชั้นอยู่บ่อยๆ

“ทำไมไม่มีวะ” เขาสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อหาของที่ต้องการจะใช้ไม่เจอ “แม่งเอ๊ย”

มือหนากวาดทั้งชั้นออกมาจนหมดก็ไม่เห็นว่าจะมียาสระผมที่ต้องการเลยสักขวด จึงต้องเดินกลับไปอาบน้ำแล้วสระผมด้วยสบู่แทน

เช้าวันต่อมาคีรินมีนัดพรีเซนต์งานตอนเก้าโมงครึ่ง ซึ่งวันนี้เขาตื่นสายกว่าจะรู้สึกตัวตื่นก็เกือบจะเก้าโมงเช้าแล้ว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่สหรัฐโทรมาถามเขา

“จูน ทำไมไม่ปลุก...” เขากำลังจะต่อว่าแต่ก็พลันนึกขึ้นได้อีกว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่กับเขาแล้ว

ระหว่างอาบน้ำชายหนุ่มพยายามเตือนสติตัวเองใหม่ว่าเขาเลิกกับเฌอริตาแล้ว ความเคยชินที่เคยมีอยู่ก็ควรจะหายไปด้วยเหมือนกัน

ครั้นเมื่อออกมาจากห้องน้ำก็รีบเช็ดตัวและตรงดิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า พยายามหาเสื้อนักศึกษาที่เคยแขวนอยู่แต่ก็ไม่พบ

“เสื้อแม่งหายไปไหนหมดวะ” เขาโวยวายอย่างหงุดหงิด เพราะดูเหมือนว่ายิ่งรีบจะยิ่งช้า

ร่างสูงเดินวนเป็นหนูติดจั่นก่อนจะวนกลับไปที่ข้างเครื่องซักผ้าที่มีตะกร้าผ้าวางอยู่ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อกองเสื้อผ้าบนตะกร้านั้นสูงยิ่งกว่าเครื่องซักผ้าเสียอีก เขาไม่ได้ซักผ้ามาเป็นเดือนแล้ว

เมื่อไม่มีทางเลือกจึงต้องจำใจหยิบเสื้อนักศึกษาตัวเก่าที่ยับยู่ยี่ออกมาสวมใส่อย่างเลือกไม่ได้ ก่อนจะเดินหาเนคไทค์และเข็มขัดกางเกงต่อจนเสียเวลาไปอีกเกือบบี่สิบนาที

 

“ไอ้ค็อป เสื้อมึงทุเรศมาก” สหรัฐบ่นทันทีเมื่อเห็นว่าเพื่อนนั้นอยู่ในชุดที่ไม่เรียบร้อย วันนี้มีพรีเซนต์โปรเจ็คท์จบแต่เขากลับไม่พร้อมเลยสักอย่าง “ไทค์มึงก็ไม่มี”

“กูหาไม่เจอ”

“มึงรีบไปขอยืมคนอื่นเลยนะ” คนเป็นเพื่อนว่าเข้าให้ก่อนจะชี้ไม้ชี้มือไปที่กลุ่มอื่นที่พรีเซนต์หลังกลุ่มของพวกตน

“เออๆ”

“วันนี้วันสำคัญนะเว้ย มึงตั้งใจหน่อย”

 

พรีเซนต์ของกลุ่มคีรินนั้นผ่านไปได้ด้วยดี แม้เริ่มต้นวันของเขานั้นจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ หลังจบการพรีเซนต์สามหนุ่มก็เตรียมเดินไปกินข้าวที่โรงอาหารต่อเพราะสบายตัวแล้ว

ขณะที่กำลังเดินลงบันไดนั้นจู่ๆเขาก็บังเอิญได้เจอกับเฌอริตาที่กำลังเดินขึ้นมาพอดี เธอเดินมาคนเดียวและกำลังจะเดินผ่านไป

คีรินนึกขึ้นได้ว่าจะถามเธอเรื่องยาสระผมจึงหันกลับไปร้องเรียกไว้

“จูน...”

เจ้าของชื่อนั้นมองเขาแวบเดียวด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา ก่อนจะเบนสายตาหนีทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด อีกสองหนุ่มที่ตามมาด้วยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมองหน้ากันก่อนจะเรียกเธออีกครั้ง

“จูน” สหรัฐเป็นคนเรียกเอาไว้

คราวนี้เฌอริตาชะงักก่อนจะหันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ไม่ทักเรากับไอ้สี่เลยนะเดี๋ยวนี้”

“ขอโทษทีจ้ะ พอดีเราไม่เห็น” เธอแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“ครั้งนี้ให้อภัย แต่ครั้งหน้าต้องทักด้วยนะ” สหรัฐนั้นพูดทีเล่นทีจริง โดยไม่สนใจว่าเพื่อนนั้นหน้าตึงแค่ไหนที่ถูกเมิน

เฌอริตายิ้มให้ก่อนจะรีบเดินไปเรียน เธอไม่ปรายตามองคีรินเลยแม้แต่น้อยทั้งที่อยู่ข้างกัน

พอพ้นหลังหญิงสาวไปปุ๊บสองหนุ่มก็พูดขึ้นมา “จูนแม่งยังน่ารักเหมือนเดิมเลยว่ะ เสียดายแทนไอ้วัวแถวนี้”

“เออๆ เล่นแม่งเลยดีมั้ยไอ้ทึ่มเนี่ย”

“จะไปกินข้าวได้ยัง กูหิวแล้ว” คนโดนด่านั้นกระแทกเสียงก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินลงบันไดไปด้วยความหงุดหงิด โดยไม่เห็นว่าเพื่อนที่อยู่ด้านหลังนั้นกำลังหัวเราะเยาะใส่ด้วยความสะใจ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว