email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4.สิ่งเดียวที่พอจะทำได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 4.สิ่งเดียวที่พอจะทำได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 185

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ธ.ค. 2563 16:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4.สิ่งเดียวที่พอจะทำได้
แบบอักษร

“อ่าาาาาา น่าเบื่อเกินไปแล้ว!!”

คุณหนูอียูผู้เปรี่ยมไปด้วยเอเนอร์จี้ บัดนี้กำลังฟุ๊บหน้าขาวเนียนลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยบันทึก บทความมากมายไว้เพื่ออ่านแก้อาการเบื่อ

“ใครอยู่ข้างนอก ช่วยตามจียงให้ข้าหน่อยซี่”

ปึง!

“จะ จียง เจ้าอยู่ตรงนั้นตลอดเลยหรอ?!”

“...”

ยังไม่ทันไรจียงก็เปิดประตูห้องโถงก้าวเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย นั่นทำให้อียูรีบสะดุ้งตัวขึ้นนั่งอย่างเรียบร้อยเท่าที่คุณหนูที่เป็นกุลสตรีควรทำ

“คือแบบว่า....”

“.....”

“น่าเบื่อจังเลยเนาะ ฮ่าๆๆๆ”

“.....”

อียูหัวเราะแห้งๆ เกาท้ายทอยเป็นการแก้เขิน เพราะจียงสีหน้าท่าทางไม่เล่นด้วยเหมือนเคย เป็นเพราะเหตุการณ์วันนั้นที่ข้าไม่ฟังที่จียงพูดจนต้องถูกหมูป่าไล่ แถมยังไปเจอคนแปลกหน้าในป่าแบบนั้นอีก ข้าเลยต้องถูกกักบริเวณอย่างไม่มีกำหนด เป็นคำสั่งจากท่านพ่อข้าถึงได้มานั่งเบื่อหน่ายอยู่แบบนี้

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นไข้ โดนยาพิษ หรือถูกงูฉก เจ้าก็ไม่มีวันได้ออกจากชายคา”

“เจ้าจะไม่สงสารข้าเลยหรอ? ข้าเบื่อเต็มทีแล้ว”

“....”

“ดูสิ เจ้าดูมือคู่นี้สิ มันสั่นไปหมดเพราะข้าไม่ได้จับธนู ถ้าขืนเป็นแบบนี้ ข้าอาจจะลืมวิธียิงธนูที่เจ้าสอนมาก็เป็นได้”

พูดพรางยกสองมือขึ้นทำท่าสั่นหงึกหงักเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร เมื่อสังเกตเห็นจียงแอบลังเลเล็กน้อย คุณหนูอียูผู้โหยหาอิสรภาพก็คว้ากระโปรงในชุดฮันบกขึ้นพร้อมกับลุกพรวดวิ่งไปทางประตู เมื่อเขาเห็นอย่างนั้นจึงรีบหมุนตัวออกไปด้านนอกและปิดประตูลงตามเดิม

ปึง!!!!

“จียง !!!! เปิดประตูให้ข้าออกไปนะ!!”

ปึงปั้งๆๆๆ!!!!

“อย่าให้ข้าออกไปได้เชียวนะ จียง!!!”

คุณหนูผู้น่าสงสารเมื่อสักครู่ได้หายไปเหลือไว้เพียงผู้หญิงกระโดกระเดกกำลังทุบประตูอยู่ด้านในอย่างบ้าคลั่ง จียงไม่แม้แต่จะตอบรับคำของอียู เขาเพียงหันหลังให้แล้วกลั้นขำอย่างเอาเป็นเอาตายกับข้ารับใช่ที่มีหน้าที่เฝ้าประตูอีกสองสามคน

“เสียงดังไปถึงท้ายตลาด ข้าละอายจริงๆ”

“นายท่านคัง อินซา”

ทั้งจียงและข้ารับใช้เมื่อได้ยินเสียงของ คัง อินซา ผู้เป็นเจ้าบ้านและเป็นถึงเสนาบดีหัวหน้าคลัง จียงต้องหยุดทุกการกระทำโค้งให้แก่ชายวัยกลางคน

“ขอรับ”

นายท่านส่งสายตาปลงๆ แล้วจึงพยักพเยิดหน้าเป็นสัญญาณ จียงไม่รอช้ารีบเปิดประตูเพื่อให้เขาได้เข้าไปหาคุณหนูด้านในทันที

“ทะ ท่านพ่อ!!!”

“เหตุใดจึงทำกิริยาไม่เหมาะสม เสียงดังเอะอะ”

“ขออภัยเจ้าค่ะ!”

เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวจ๋อยลงอย่างเห็นได้ชัด ท่านจึงส่ายหัวอย่างเสียไม่ได้ เพราะมีลูกเพียงคนเดียวและหวงแหนนางมากกว่าสิ่งใด

“เอาเถิด วันนี้ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”

“.....”

ผู้เป็นพ่อผายมือไปทางโต๊ะเตี้ยๆเพื่อนั่งคุยบางอย่างกับอียู

“เจ้าจะต้องเข้ารับการคัดเลือกเป็นพระชายาองค์รัชทายาท”

พรืดดด!!!!!!!

ชาชั้นดีจากแผ่นดินจีนพุ่งออกจากปากเล็กเมื่อได้ยินบางอย่างไม่ทันตั้งตัว จนผู้เป็นพ่อขบกรามแน่นเพื่อกดอารมของตนเอาไว้ไม่ให้ระเบิด

“เมื่อกี้ ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?”

“หยุดทำตัวเป็นเด็กๆ เอาแต่เล่นซน เตรียมตัวของเจ้าให้พร้อมเข้าไว้”

“...!”

“กษัตริย์มีรับสั่งให้เจ้าเข้าร่วมในการคัดเลือก เพราะฝ่าบาทโปรดปรานในตัวเจ้าเป็นพิเศษ อย่างไรเสีย นี่ก็ไม่ใช่ความต้องการของข้าไปทั้งหมด”

“ข้าไม่สามารถเลือกคนที่ข้าต้องการอย่างนั้นหรือ ท่านพ่อ?”

“....”

เมื่อใบหน้าเศร้าสร้อยของคุณหนูอียูมองไปยังผู้เป็นพ่อหวังเพียงคำตอบที่ทำให้ใจชื้น แต่กลับได้รับเพียงความเงียบ

“ข้าเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านให้ข้าไม่ได้ เพราะท่านไม่สามารถขัดพระทัยของฝ่าบาท”

“การกระทำของเจ้า จะเป็นตัวตัดสินว่าตระกูลคัง มีศักดิ์ศรีและความสามารถไปได้ไกลแค่ไหน”

“.....”

“จงเตรียมตัวไว้ เพราะอีกไม่กี่วัน เจ้าจะต้องเดินทางเข้าพระราชวัง”

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ”

พรึบ!

อียูได้แต่ก้มหน้านิ่ง จนกระทั่งท่านพ่อหยัดตัวลุกขึ้นยืนและกำลังจะเดินออกไป

“แม้ว่าเจ้าจะไม่ชอบใจนัก แต่สักวันเจ้าจะเข้าใจ”

“.....”

ปึง!!

สิ้นเสียงประตูบานใหญ่ถูกปิดลง อียูเฝ้าถอนหายใจทิ้งอย่างเสียเปล่า ด้วยจิตรใจที่สับสน ทำไมกันทำไมข้าถึงไม่ได้รู้สึกถึงความโชคดีนั้น ที่อยู่ๆ ก็ได้เป็นตัวเกร็งในการเข้าคัดเลือก ข้ามั่นใจว่าถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นจะต้องดีใจจัดงานเลี้ยงไปสามวันสามคืนก็ไม่พอ เป็นทุกสิ่งที่เหล่าหญิงงามใฝ่ฝันถึงไม่เว้นแม่แต่ข้า แล้วทำไมเมื่อถึงเวลาข้าถึงไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น นั่นมันตั้งแต่ที่ข้าได้เจอชายที่ช่วยชีวิตของข้าไว้หรือเปล่านะ.

“เร่เข้ามาๆ เร่เข้ามาๆ ของดี ของหายาก”

“ดีแค่ไหนกันเชียวป้า?”

“ว้ายยยย! หยาบคาย หน้าข้าไปเหมือนป้าเจ้าตั้งแต่เมื่อไร หนอยอย่ามาตีสนิทนะว้อยย ไม่ลดราคาอะไรทั้งนั้น!”

“!!!”

เสียงแม่ค้าต่อปากต่อคำกับลูกค้าออกรสออกชาติ อียู อดไม่ได้ที่จะหันไปมองตามเสียงที่ดังระงมและความวุ่นวายในตลาดแห่งนี้

นี่เป็นวันแรกของการเป็นอิสระ จียงอาสาพาข้าออกมาเดินเที่ยวด้วยตัวเอง เพราะสามวันที่ผ่านมาหลังจากที่นายท่านคังเข้ามาหา คุณหนูของเขาก็ยอมอยู่ในที่กักตัวอย่างว่าง่ายไม่เอะอะเสียงดังเหมือนอย่างเคย

“สายตาของคุณหนูช่างหลักแหลม กำไลแร่หินหายาก จากแผ่นดินจีน มีความหมายว่า รักแรกพบ”

“....!”

อียูยืนจดๆ จ้องๆ กำไลเส้นเล็กทำด้วยหินสีฟ้าสดใส มีจี้เล็กดูน่ารัก เมื่ออดใจไม่ไหวจึงหยิบมันขึ้นมาดูแม่ค้าก็หันมายิ้มแล้วอธิบายสรรพคุณเสียยกใหญ่

“มีเพียงเส้นเดียวในโซซอน และตอนนี้มันอยู่ในมือของท่านแล้วนะเจ้าคะ”

“ข้าซื้..อ๊ะ!!”

ผลัก!!!!!

หมับ!!

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนไม่ทันตั้งตัว ใครบางคนวิ่งเข้ามาชนร่างเล็กเสียกระเด็นหมุนติ้วเป็นลูกข่างไร้การควบคุม กำไลข้อมือเส้นเล็กกระเด็นเคว้งขึ้นไปบนอากาศ รู้ตัวอีกทีกลิ่นหอมอ่อนๆ และท่อนแขนอันแข็งแรงของชายร่างสูงก็เข้ามาประคองร่างของอียูเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะร่วงลงพื้นให้อับอายขายหน้า

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”

“อะ! เอ่ออ”

ภาพตรงหน้าทำเอาข้าพูดอะไรไม่ออก เพราะระยะห่างระหว่างเราทั้งสองช่างน้อยนิด แถมใบหน้านั้นยังหล่อเหลาเสียทำเอาสติเกือบหลุด แต่เดี๋ยวนะ ทั้งคู่ต่างก็เงียบลงเพราะรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ

“เจ้านั่นเอง”

“.....เจ้า!!!”

อียูเบิกตากว้างก่อนจะพยายามยืนทรงตัวด้วยขาของตนเอง สายตายังคงจดจ้องไปที่ชายรูปงามแต่จิตรใจช่างจืดชืดอย่างคาดไม่ถึง

“ข้าไม่นึกเลยว่าจะเจอเจ้าในสถานะการเช่นนี้อีก”

“.....หึ”

ชายหนุ่มเหมือนเพิ่งจะนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงได้แต่ขำอยู่ในลำคอมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร้การตอบโต้ นี่เป็นการพบกันในแบบที่ฝ่ายหญิงถือว่าเตรียมตัวมาดี เพราะไม่ว่าจะการแต่งกาย เครื่องสำอาง หรือแม้แต่กลิ่นหอมจากนางช่างแตกต่างจากวันนั้นอย่างสิ้นเชิง ในตอนแรกเขายังแอบคิดว่าอาจจะเป็นโจรสาว หรือไม่ก็ลูกสาวของชาวนาแถวนั้นเสียด้วยซ้ำ

“คุณหนู”

“อ่อ ข้าขออีกแปปนึงนะจียง”

“.....”

จียงที่เพิ่งจะจัดการธุระจากร้านขายยาสมุนไพรเรียกให้ข้าตามเขาไป แต่จะทำอย่างไรดีหละ อุตส่าได้เจอเขาทั้งที จียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นอันเข้าใจแล้วหันไปเลือกดูสิ่งของอย่างอื่นเพื่อรอ

“ช่วงนี้ท่านต้องเดินทางไปที่ไหนอีกหรือไม่?”

“ไม่”

“งั้นวันรุ่งขึ้น เจ้าช่วยกลับมาเจอข้าที่ศาลากลางเมืองได้หรือไม่ เป็นไปได้ข้าอยากจะมอบบางอย่างเพื่อขอบคุณที่ช่วยข้าไว้”

“ไม่จำเป็น ข้าทำไปเพราะไม่มีทางเลือก”

“ไอหยาาา เจ้านึกว่าข้าจะทราบซ้ึงความมีน้ำใจของเจ้าขนาดนั้นเชียวหรือ ฮ่าๆๆ เปล่าเสียหน่อย”

“.....!”

ชายหนุ่มหันขวับมองหญิงสาวด้วยสายตาเขียบปัดอย่างคาดไม่ถึง และไม่นึกเลยว่านางจะแสบได้ถึงเพียงนี้ เกิดมาอายุย่างเข้า 21 ปี ยังไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำเขาถึงเพียงนี้

“มันเป็นธรรมเนียมของตระกูลข้า ผู้ที่มีบุญคุณ จะต้องได้รับการตอบแทน”

“นี่เจ้า......”

“หืม..!!”

ฝ่ายชายหลี่ตาลงด้วยความเจ้าเล่ห์ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสาวช้าๆ พร้อมกับก้มหน้าลงไปมองหน้าขาวใสอย่างใกล้ชิด ทำเอาอียูที่ถูกคุกคามโดยไม่ทันตั้งตัวต้องก้มหน้าก้มตาหลบอย่างเลี่ยงไม่ได้

“จิ๊ๆๆๆ นี่เจ้ากำลังจีบข้าอยู่อย่างนั้นสิ อ่าาาา ผู้หญิงอะไรกัน”

“...อะไรนะ!!!”

เขากลับมายืนเต็มความสูงทำท่าราวกับดูดีเสียเต็มประดา พร้อมกับจับปีกหมวกขยับให้เข้าที่หนึ่งที ใบหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพออกพอใจนั้น กลีดลึกลงใจอียูเป็นอย่างมาก นางได้แต่ยืนอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูก่อนจะหันหน้าไปมองชายตรงหน้าช้าๆ อีกครั้ง

“แต่ก็เอาเถอะ ข้าไม่อาจปฏิเสธความตั้งใจของเจ้า วันพรุ่งนี้ข้าจะกลับมาตามที่เจ้าขอก็แล้วกัน”

“จิ๊ๆๆๆๆ อย่างข้าคงไม่หลงชอบคนหยาบคายอย่างเจ้าแน่นอน เพราะอีกไม่นานข้าก็จะต้องเข้าคัดเลือกเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทแล้ว ไม่ต้องห่วง เจ้าไว้ใจข้าได้”

“................................ฮะ!?”

การพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแบบนั้นคืออะไรกัน ฝ่ายชายทำสีหน้าอึ้งไปเสียนานก่อนจะอุทานกับตนเองเบาๆใช้สายตาประเมินหญิงสาวอีกครั้งอย่างตั้งใจ ‘น่าสนใจ’ เป็นเสียงเดียวที่ดังออกมาจากสมอง

“งั้น ขอให้เจ้ามีความสุขกับสิ่งที่เจ้าเลือก”

“....”

เขาก้มหัวให้อียูเป็นการกล่าวลา ก่อนจะเดินไปอีกทางโดยไม่พูดอะไรอีก แผ่นหลังกว้างในฮันบกสีน้ำเงินเข้มละลายหายไปในฝูงชน อียูยังคงยืนอยู่ที่เดิม ตั้งคำถามอยู่ในหัวเป็นร้อยรอบ ว่าข้าพูดแบบนั้นออกไปทำไมกัน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

“ใครเลือกกัน ข้าไม่ได้เลือกเองเสียหน่อย”

“หืม?”

“ปะ เปล่าหรอก กลับกันเถอะ”

ถึงจะเป็นเพียงการพบกันที่แสนสั้น แต่มันสามารถทำให้รู้สึกถึงบางอย่างในใจที่ข้ายังหาคำตอบไม่ได้ รู้แต่เพียงข้าอยากจะเห็นใบหน้านั้นอีกครั้ง.

ความคิดเห็น