ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 1-11 หลงรักนักแสดงละครเวที

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-11 หลงรักนักแสดงละครเวที

คำค้น : คดีลึกลับกับรักอันผิดเพี้ยน แฟนตาซี โรแมนติก แวมไพร์ รักกุ๊กกิ๊ก สืบสวน

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 325

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2563 14:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-11 หลงรักนักแสดงละครเวที
แบบอักษร

อาคาบาเนะ ฮาจิเมะที่ไม่มีทางเห็นของจริง แต่กลับเชื่อมโยงคำพื้นๆ อย่าง ‘มีดพก’ ที่ได้ยินจากข่าวว่าเป็นมีดทรงแบบพิเศษไม่ใช่แบบพับ แถมยังรู้ละเอียดไปถึงน้ำหนักและความคมอีกด้วย 

ถ้าไม่ใช่เพราะอาคาบาเนะ ฮาจิเมะขโมยมีดพกมาจากกระเป๋าเป้ของซึดะ ยูยะ ก่อนถอดปลอกออกแล้วสับเปลี่ยนกับมีดที่ใช้ประกอบฉาก เขาก็ไม่น่ารู้เรื่องพวกนี้ได้ 

ฮินาโกะ คงจะพยายามชี้นำให้ดูเป็นหลักฐานตั้งแต่วินาทีที่คาดเดาว่าอาคาบาเนะ ฮาจิเมะน่าสงสัย 

 “คนร้ายคืออาคาบาเนะคุง...” ตาของซึดะที่เงยหน้าขึ้นแดงก่ำ “แต่ว่า ทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้น” 

“เพราะโกรธแค้นคุณคุซาโนะครับ” 

“...แค้น?” 

“ครับ ความจริงแล้ว คุณอาคาบาเนะไม่ได้รับบทตัวประกอบแต่แรกครับ ทั้งที่ได้อยู่ในกลุ่มแสดงนำแท้ๆ แต่พอคุณคุซาโนะเข้ามา กลับถูกถอดออกจากบทแสดงนำยังไงล่ะครับ 

“เอ๊ะ แสดงนำ? ของ ‘เจ้าชายบอลขาว’ ? ” 

ซึดะตาโต ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น ตอนที่ฟังจากฮินาโกะ โชเฮย์เองก็ตกใจเหมือนกัน 

ที่ฮินาโกะชี้ให้เห็น คือคำพูดที่ขัดกันของอาคาบาเนะ ฮาจิเมะ ในไฟล์เสียง 

ในบทสนทนาที่ร้านเหล้า ตอนที่คุซาโนะ เคียวทาโร่ถามว่า “พวกนายถูกชวนมาแสดงเมื่อไรเหรอ” อาคาบาเนะตอบว่าประมาณสิ้นปี นอกจากนั้นยังบอกว่า เพิ่งเคยได้ร่วมงานกับโคมัตสึบาระที่เป็นผู้กำกับครั้งแรก ตอนพอได้เจอกันภาพลักษณ์เลยก็เปลี่ยนไปเลย หรือก็คือ คาดเดาได้ว่า อาคาบาเนะ ฮาจิเมะรู้เรื่องละครเวทีครั้งนี้ และสนิทกับผู้กำกับโคมัตสึบาระตั้งแต่หลังเดือนธันวาคมปีที่แล้ว 

แต่ว่า อาคาบาเนะ ฮาจิเมะเล่าว่า “ได้ตั๋วชมการแสดงของละครเวทีที่อยากดูจากคุณโคมัตสึบาระด้วย” ซึ่งก็คือเรื่อง ‘โกลวัยฝัน’ ที่อิจิโนะมิยะ จุนแสดงนำ 

ฮินาโกะอธิบายว่า... ละครเวทีเรื่องนี้ แสดงจนถึงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว 

ถ้าเรื่องที่บอกว่าได้ตั๋วมาเป็นความจริง ก็เท่ากับว่าอาคาบาเนะ ฮาจิเมะถูกโคมัตสึบาระทาบทามอย่างน้อยๆ ก็ก่อนเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว แล้วก็ที่ทำให้คิดว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ถูกต้อง ก็คาดเดาได้จากคำพูดของอาคาบาเนะที่ว่า “รอบนี้เลื่อนการประกาศรายชื่อนักแสดงไปนานเหมือนกันนะครับ” ซึ่งหมายถึง อาคาบาเนะ ฮาจิเมะรู้ว่าการประกาศรายชื่อนักแสดงที่เฉียดฉิวมากในช่วงใกล้ปีใหม่ เป็นผลมาจากการเลื่อนวันจริงที่กำหนดไว้แล้วนั่นเอง 

ความเหลื่อมของเวลาสองเดือนนี้ ดูเหมือนว่าอิจิโนะมิยะ จุน เองก็สะกิดใจเหมือนกัน ตอนที่อาคาบาเนะ ฮาจิเมะคุยว่าไปดูละครเวทีเรื่อง ‘โกลวัยฝัน’ อิจิโนะมิยะ จุนที่พูดอย่างประหลาดใจว่า “เอ๊ะ? จริงเหรอ” “แต่ว่า...” “ช่างเถอะ” ถูกเครื่องอัดเสียงของฮินาโกะบันทึกไว้ได้อย่างชัดเจน 

แต่ว่า...ทำไมอาคาบาเนะ ฮาจิเมะ ถึงปิดบังว่าช่วงเวลาที่โคมัตสึบาระทาบทามตนเองเป็นสิ้นปีไม่ใช่ก่อนเดือนตุลาคม 

ถ้าพูดถึงเดือนตุลาคม เป็นก่อนหน้าเดือนพฤศจิกายนที่คุซาโนะ เคียวทาโร่พูดถึงเสียอีก เท่ากับว่ากำหนดบทก่อนที่บทประธานซากุระซึ่งเป็นบทรองจะถูกเปลี่ยน 

ฮินาโกะชี้ให้เห็นด้วยสีหน้าเจ็บใจ 

ว่าบทที่สำคัญขนาดนั้น มีแต่บทนำอย่างบทโมมิจิ ยูตะเท่านั้น 

“คุณคุซาโนะ พูดประโยคมีความหมายแฝงไว้ใช่ไหมล่ะ ประมาณว่า ที่ประกาศรายชื่อนักแสดงฉิงวเฉียดขนาดนี้ อาจเพราะตัวเองบอกว่าไม่ไหว” 

ซึดะที่ฟังคำอธิบายของโชเฮย์จบ ลู่คิ้วลงอย่างผิดหวัง 

“ตอนที่มีข้อเสนอเข้ามา ก็คิดว่าตัดสินนักแสดงนำเป็นรายสุดท้ายนี่แปลกจัง ไม่คิดว่าจะเพราะเลือกอาคาบาเนะคุงไว้แล้ว แต่ได้กลายเป็นบทตัวประกอบเพราะความเห็นของคุณคุซาโนะ” 

“เปล่าครับ คิดว่าไม่ใช่เพราะคุณคุซาโนะทำให้นักแสดงที่ชื่ออาคาบาเนะ ฮาจิเมะถูกลดบทหรอกครับ คุณคงจะเคยได้ยินแต่ข่าวกำกวมว่ามีกำหนดว่านักแสดงนำจะต้องเป็นนักแสดงหน้าใหม่จากค่ายไหนก็ได้ แต่ถ้าอย่างนั้นที่ปกปิดช่วงเวลาที่อาคาบาเนะ ฮาจิเมะถูกทาบทามก็ไม่มีความหมาย ดังนั้น น่าจะเป็นเพราะคุณคุซาโนะทำตัวสนิทสนมกับอาคาบาเนะ ฮาจิเมะซึ่งร่วมแสดงละครเวทีในฐานะนักแสดงตัวประกอบ โดยไม่รู้ว่าเขาคืออดีตนักแสดงนำที่ถูกลดบทเพราะคำพูดเอาแต่ใจของตัวเองครับ” 

“งั้นเหรอ” ซึดะเบ้หน้าด้วยความสับสน “หมายถึง...คุณคุซาโนะไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับอาคาบาเนะคุง แค่อยากดันผมอย่างบริสุทธิ์ใจสินะครับ” 

น้ำตาหยดจากตาของซึดะ 

ถ้าซึดะ ยูยะไม่แสดงนำ ก็จะไม่รับบทประธานซากุระ 

คุซาโนะคงจะยืนกรานเงื่อนไขเอาแต่ใจไปแบบนั้น ผู้กำกับโคมัตสึบาระที่สนิทกับคุซาโนะไม่สามารถเมินเฉยกับความเห็นของคุซาโนะได้ ผลที่เกิดขึ้นก็คือการประกาศรายชื่อนักแสดงถูกเลื่อนออกไป อาคาบาเนะ ฮาจิเมะซึ่งถูกกำหนดเอาไว้ถูกเปลี่ยนเป็นบทนักเรียนปีหนึ่ง และยื่นข้อเสนอให้กับซึดะ ยูยะใหม่ก่อนหน้านั้นแป๊บเดียว 

คุซาโนะก็แค่อยากจะทำงานที่เดียวกับรุ่นน้องร่วมสังกัดที่เอ็นดูเท่านั้นเอง 

แต่...เบื้องหลังนั้น คือการแย่งโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตของการแสดงบทนำของละครเวที ซึ่งสร้างจากหนังสือการ์ตูนของนักแสดงหน้าใหม่คนอื่น 

“เรื่องราวจนถึงตอนนี้ สันนิษฐานจากคำพูดของอาคาบาเนะ ฮาจิเมะเท่านั้นครับ ดังนั้น กรุณาตรวจสอบกับผู้เกี่ยวข้องรอบข้างด้วยนะครับ เชื่อว่าจะต้องมีสต๊าฟที่รู้เรื่องที่ผู้กำกับฟังความเห็นของคุซาโนะ เคียวทาโร่แล้วเปลี่ยนนักแสดงนำจากอาคาบาเนะ ฮาจิเมะเป็นซึดะ ยูยะอยู่แน่ครับ ถ้ามีคำให้การของผู้เกี่ยวข้องกับหลักฐานนี่ ข้อสงสัยของคุณซึดะจะต้องกระจ่างแน่ๆ ครับ” 

โชเฮย์จับมือของซึดะ ยูยะแล้วค่อยๆ วางUSBลงไป ชายหนุ่มจ้องมองหลักฐานชิ้นเล็กบนฝ่ามือด้วยตาแดงก่ำอยู่พักหนึ่ง 

“...ขอบคุณครับ ทำเพื่อผมถึงขนาดนี้” 

ซึดะ ยูยะกำUSBแน่น แล้วก้มหัวลงต่ำ พูด “ขอบคุณครับ ขอบคุณมากจริงๆ ครับ” อยู่หลายครั้ง โชเฮย์ลนลานพยายามให้เขายืดตัวกลับมา แต่ซึดะก็ไม่มีทีท่าจะเงยหน้าขึ้น 

เสียงหายใจแรงแรงและเสียงสูดน้ำมูกลอยเข้าหูโชเฮย์ 

...ทั้งหมดเป็นเพราะฮินาโกะล่ะนะ 

พอถูกขอบคุณมากเข้า ในใจก็ค่อยๆ รู้สึกแย่ขึ้นเรื่อยๆ ในใจเจ็บจี๊ดว่าตัวเองไม่ได้รวบรวมหลักฐานหรือสันนิษฐานอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่แค่พูดเรื่องที่ฮินาโกะบอกไปทั้งๆ อย่างนั้น แต่ได้หน้าคนเดียวแบบนี้จะดีเหรอ 

“ความจริง ผมเป็นแค่ผู้ให้ความร่วมมือเท่านั้นล่ะครับ เรื่องในตอนนี้ทั้งหมดน้องสาวเป็นคนคิดได้ น้องสาวจริงๆ แล้วเป็นแฟนคลับเหนียวแน่นของคุณซึดะ บอกว่าไม่ว่ายังไงก็อยากจะช่วยอยู่ตลอดเลยครับ” 

เมื่อไม่ต้องอดทนอีกต่อไป โชเฮย์ก็เปิดเผยความจริงกับซึดะ ยูยะ 

“เฮ้ ฮินะ ออกจากตรงนั้นได้แล้ว” 

โชเฮย์หันกลับไปข้างหลังแล้วส่งเสียงเรียก ซึดะเองก็เงยหน้าขึ้นมา สนใจเสาไฟฟ้าที่ฮินาโกะหลบอยู่ 

ฮินาโกะค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากหลังเสาไฟฟ้า คงจะตกใจที่ถูกซึดะจ้องตรงๆ เลยหลบไปซ่อนตัวอีกรอบ 

“คุณน้องสาว อยู่ตรงนั้นสินะครับ” 

ซึดะเดินเข้าไป ส่งเสียงเรียกน้องสาวที่ซ่อนอยู่หลังเสาไปว่า “เอ่อ” ฮินาโกะที่หน้าแดงก่ำกระโดดออกมา ก้มหัวปะหลกๆ พลางจัดผมหน้าม้าตัวเอง พูดทักทาย ”สวัสดีค่ะ” ด้วยเสียงเหมือนจะหายไป 

ซึดะก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว คว้ามือของฮินาโกะที่ลุกลี้ลุกลนอยู่มากุมด้วยสองมือแล้วพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งว่า “ขอบคุณจริงๆ นะที่ช่วย” ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาเม็ดโต 

“ถ้าข้อสงสัยเรื่องฆ่าคนกระจ่างแล้วได้กลับไปเป็นนักแสดงอีกรอบ จะพยายามให้ยิ่งกว่านี้อีกครับ ทั้งในฐานะของโมมิจิ ยูตะ แล้วก็บทที่ได้รับอื่นๆ ด้วย” 

เสียงของเขามีความขมขื่นล้ำลึกปนอยู่ ผลจากการตกหลุมพราง คือความรู้สึกผิดบาปที่เผลอพรากชีวิตของรุ่นพี่ที่ชอบมากด้วยมือของตัวเอง แล้วก็ความรู้สึกใจสลาย 

ถึงจะต้องแบกรับความหนักหนานั้นไว้ แต่ซึดะจะต้องก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ยืนหยัดขึ้นมาใหม่ได้อย่างแน่นอน 

ฮินาโกะที่ถูกนักแสดงละครเวทีที่ชอบมากจับมือ อ้าปากพะงาบๆ หน้าแดงบ้างซีดบ้างจนเหมือนจะเริ่มป่วย น้ำตาคลอเบ้า 

...ดีจังเลยนะ ฮินาโกะ 

โชเฮย์เท้าศอกกับตู้ไปรษณีย์ มองการสนทนาอย่างไม่เป็นธรรมชาติของฮินาโกะกับซึดะ ยูยะด้วยแววตาอบอุ่นเหมือนเป็นพ่อ 

 

* 

 

“มีข่าวเข้ามาค่ะ จากคดีนักแสดงคุซาโนะ เคียวทาโร่ถูกฆาตกรรมระหว่างการแสดง นักแสดงวัยสิบเก้าปีที่ร่วมแสดงด้วยกันได้ถูกจับกุมด้วยข้อหาฆาตกรรม มีข้อมูลจากกรมตำรวจว่าชายหนุ่มมีแรงจูงใจในการฆ่าและได้สับเปลี่ยนของประกอบฉากที่ใช้กับมีดของจริง ตำรวจรายงานว่าเกี่ยวกับนักแสดงร่วมคุณซึดะ ยูยะที่เข้ารับการสอบสวนในข้อหาเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ไม่ทราบว่ามีดประกอบฉากถูกสับเปลี่ยนและไม่มีเจตนาฆ่า ทำให้เชื่อมโยงไปถึงการจับกุมได้ ทวนซ้ำอีกครั้งนะคะ...” 

โชเฮย์ที่กำลังเริ่มต้นทานอาหารเย็น ดูข่าวด่วนที่เริ่มฉายในโทรทัศน์ กำลังจะยกถ้วยซุปมิโสะขึ้นแตะปาก ส่งเสียงเบาๆ “โอ๊ะ” 

“ดีงจังเลยนะ” 

หันไปหาน้องสาวที่นั่งข้างๆ หลังจากได้พบกับซึดดะ ยูยะอย่างน่าประทับใจเมื่อคืนวาน ก็อยู่ในสภาพนี้มาตลอด 

“เป็นอะไรไป ข้อหาของซึดะ ยูยะที่รักกระจ่างแล้วนะ” 

“แหม งั้นเหรอ ดีจังเลยนะจ๊ะ ฮินะ” 

แม่ที่ยืนอยู่ในครัวเองก็ส่งเสียงเรียกด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อย ถึงอย่างนั้นฮินาโกะกลับทำหน้ามุ่ยไม่พูดอะไร 

“ทำไมบึ้งตึงแบบนั้นล่ะ ตอนนั้น ซึดะ ยูยะถามเบอร์ติดต่อเธอไปด้วยนี่ ข้อความขอบคุณก็มาแล้ว ถูกชวนไปกินข้าวด้วยใช่ไหม สุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ ถ้ารุกต่อแบบนี้ การได้คบกันก็ไม่ใช่ความฝัน! ถ้ารักกับหมอนั่นฉันจะสนับสนุนแทนเธอเอง ก็หมอนั่นเป็นคนดีสุดๆ” 

โชเฮย์วางถ้วยซุปมิโสะลงแล้วกอดอก พ่อยังไม่กลับเพราะยังอยู่ที่บริษัท เลยสามารถพูดเรื่องแบบนี้เสียงดังได้ 

แต่ว่า วินาทีถัดไป เสียงโกรธแหลมๆ ก็ดังอัดหู 

“พี่บ้าที่สุด!” 

ฮินาโกะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ชกหลังโชเฮย์หลายครั้งดังปึกๆ 

“เฮ้ยอะไรน่ะ ทำไมเนี่ยห๊ะ” 

เมื่อหันกลับไปอย่างลนลาน ฮินาโกะก็เลิกคิ้วถามว่า “ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ” 

“ตอนนั้น ฉันทั้งไม่ได้แต่งหน้าไม่ได้เซ็ตผมนะ? ชุดก็เป็นวันพีซถูกๆ ที่ใส่มาตั้งแต่ตอนม.ต้นนะ? ทั้งที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไปเจอยูยะคุงด้วยสภาพสมบูรณ์แบบแท้ๆ” 

“เห?” 

”ว่าแต่ว่า พี่อธิบายไปแล้วใช่ไหมว่าเคสมือถือ ‘เจ้าชายบอลขาว’ เป็นของน้องสาว น้องสาวเป็นแฟนคลับเหนียวแน่นเลยครับนี่ก็พูดใช่ไหม” 

“แล้วมันมีอะไรเหรอ” 

“พี่อุตสาห์ยอมให้ความร่วมมือมาแล้วทั้งที ไปพูดออกมาก็ไม่มีความหมายกันน่ะสิ! ต้องถูกสงสัยแน่ว่าเรื่องที่บอกทำงานเสียงให้ชุมนุมการแสดงนั่นโกหกทั้งเพ เรื่องจริงคือน้องสาวตามอัดเสียงจากข้างหลังไม่ใช่เหรอ แอบดูหลังเสาไฟฟ้ามาตลอด ต้องถูกคิดว่าเป็นแฟนคลับน่าขยะแขยงแน่ๆ” 

“เอ๋? ระแวงมากเกินไปแล้ว ไม่หรอกน่า” 

“แต่แรกแล้ว พี่ไม่เข้าใจฉันเลยสักนิด สิ่งที่เรียกว่าเมน เป็นสิ่งที่เอาไว้ไล่ตามไม่ใช่ให้ประจันหน้า เมนน่ะนะ เป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจสงบ เป็นตัวตนที่น่ายกย่อง เป็นเทพ ลองคิดดูสิ ปกติแล้วคนเราจะไม่คิดว่าอยากคบกับเทพใช่ไหมล่ะ ไม่ไปกินข้าวกับเทพใช่ไหมล่ะ” 

“ไม่เห็นต้องเวอร์...” 

“ไม่ได้เวอร์เลยสักนิด! ยังไงก็เถอะ ฉันไม่เคยคิดอยากเข้าใกล้ยูยะคุงเลยนะ โธ่ โดนปลุกจากความฝันซะแล้ว เราสองคนกลับไปมีความสัมพันธ์แบบรักข้างเดียวแสนบริสุทธิ์เหมือนก่อนเจอกันไม่ได้แล้ว อา โธ่ ช่างน่าเศร้าเกินไปแล้ว ทั้งที่ฉันขอแค่ได้มองยูยะคุงอยู่ไกลๆ ก็พอแล้วแท้ๆ...” 

โชเฮย์รองรับความโกรธของฮินาโกะที่ทุบหลังเขาไม่หยุด ก้มหัวลงแล้วพูด “ขะ ขอโทษ” 

ระบบความคิดของน้องสาวเป็นอย่างไร ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ใกล้ชิดกับนักแสดงละครเวทีที่ชอบได้แล้วแท้ๆ ทั้งที่ถูกอีกฝ่ายชวนกินข้าวด้วยแล้วแท้ๆ แต่ฮินาโกะกลับเป็นฝ่ายล้มเลิกซะเอง ถ้ามองจากมุมโชเฮย์ ซึดะไม่ได้มีท่าทีระแวงฮินาโกะเลย กลับรู้สึกได้ถึงจิตใจใสซื่อของเด็กหนุ่มด้วยซ้ำ... 

ทำไมถึงเอาแต่ใจแบบนี้ 

“โชเฮย์ ห้ามแกล้งฮินะนะจ๊ะ” 

แม่ที่ล้างจานอยู่ในครัวส่งเสียงเตือน 

 

บทเรียน 

...คนเป็นพี่ชาย ห้ามแหยมน้องสาวโดยเด็ดขาด 

ความคิดเห็น