ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 14

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2563 00:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 14
แบบอักษร

 

 

 แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 14 

  

เป็นเศร้า 

ทำไมชีวิตผมช่างน่าสงสารแบบนี้ อยากอยู่กับคุณสามีแต่ดันมาถูกจับแยก! 

  

หลังจากที่ผมขนสัมภาระมาเก็บไว้เรียบร้อย ผมก็นั่งกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมบ้านของพี่รอน มันเรียกว่าบ้านไม่ได้หรอก เรียกว่าคฤหาสน์ดีกว่า ตั้งแต่เข้ามาทางประตูรั้วก็เจอพวกบอดี้การ์ดคุมแทบจะทุกพื้นที่ของนอกบ้าน ไหนจะกล้องวงจรปิดที่เยอะจนลายตา การป้องกันที่นี่จะดีกว่าบ้านหลังนั้น 

เหอะ แน่นอนสิ นี่บ้านประจำตระกูลพี่รอนเชียวนะ! 

แต่พอเข้ามาในตัวบ้านก็เจอบอดี้การ์ดน้อยกว่าข้างนอกแต่มองสำรวจแวบเดียวก็รู้ว่าเก่งมาก ร่างกายที่ถูกฝึกฝนอย่างหนักนั่นเป็นคำตอบอย่างดี และยังมีแม่บ้านประปราย 

ตัวบ้านจะตกแต่งสไตล์อังกฤษ หรูหรา สง่างาม ตกแต่งด้วยพวกเครื่องแก้วและทองส่วนใหญ่ 

ผมขนของเข้าไปไว้ที่ห้องรับแขก แน่นอนว่าไม่ใช่ห้องพี่รอน นี่มันเพิ่งจะเริ่มนะ ผมไม่ได้รับสิทธิพิเศษไวขนาดนั้นหรอก ห้องรับแขกก็กว้าง สะดวกสบายดี เพียงแต่เฟอร์นิเจอร์จะน้อยชิ้น มีแค่เตียงสีขาว ห้องน้ำ ทีวี และตู้เสื้อผ้าแค่นี้ ผมกะว่าตอนเย็นๆ ค่อยมาจัดระเบียบสัมภาระของผมอีกทีนึง เอริคเรียกให้ไปพักที่ห้องรับแขกก่อน มีแม่บ้านเสิร์ฟชาและขนมให้ก่อนจะทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว เอริคก็หายหัว พี่รอนก็วิดีโอคอลมาแค่เลิกงานช้ากว่ากำหนด อาจกลับดึก! 

แต่ที่ทำผมหูกระดิก ตาเบิกกว้างนั่นคือ…ตอนที่พี่รอนติดต่อมามีเสียงแทรกเข้ามาขณะที่พี่รอนกำลังคุยกับผม ซึ่งเสียงนั้นไม่ใช่เสียงคุณเรย์โญ่เลขาประจำตัวพี่รอน แต่เป็นเสียงผู้หญิง! 

  

 

ภาพที่ปรากฏในวิดีโอคอลคือ ผู้หญิงที่อายุค่อนข้างอ่อนกว่าพี่รอนมาก เป็นหญิงสาวที่โตเต็มวัยแถมยังมีเสียงหวานๆ ปานน้ำผึ้งกับเสื้อสีขาวรัดติ้วจนเห็นอกอึ๋มๆ เต็มๆ ตา บวกกับกระโปรงรัดรูปเห็นสะโพกมนและส่วนเว้าโค้งที่สวยงาม ถุงน่องไม่คิดจะใส่สีอื่นดันใส่สีเนื้อบางเบาแนบกับขาเรียวงามแทบแยกไม่ออกว่าใส่ถุงน่อง รองเท้าคัชชูสีดำขวับ ส้นแหลม เดินทีได้ยินเสียงก๊อกแกก ผมสีน้ำตาลมัดรวบสูงทำให้ดูสวยเซ็กซี่ขึ้นถนัดตา 

  

อ่า…..ไม่ยอม ไม่ยอมให้เดินตามลำพังกันสองคนเด็ดขาด! 

  

หลังจากที่พี่รอนโดนผู้หญิงคนนั้นเรียกไปประชุม พี่รอนก็ฝากมือถือให้คุณเรย์โญ่ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้แทนแต่ลืมกดตัดสายผม ผมได้โอกาสก็บ่นอุบให้คุณเรย์โญ่ไปประชุมกับพี่รอนด่วนๆ แต่คุณเรย์โญ่กลับมีแพลนเตรียมจะบินไปที่ต่างประเทศอีกเช่นเคย 

  

คิดว่าผมจะปล่อยผ่านเหรอ… 

  

ผมให้เอริคพาไปที่บริษัทพี่รอนเลยจ้าาา 

พิษแรงหึงมันรุนแรง ถึงขนาดแบกหน้าไปหาพี่รอนที่บริษัทเองได้! 

โชคดีที่พี่รอนไม่ถือสา แต่กลับปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวมาเกือบชั่วโมงหลังจากที่พี่รอนเข้าไปประชุมกับผู้หญิงคนนั้น! 

  

  

ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ พอเบื่อๆ ก็เดินไปนั่งโซฟาด้านนอกเห็นเอริคกำลังป้อสาวด้วยคำพูดหวานเลี่ยนจนทนนั่งฟังไม่ไหวต้องมาเหี่ยวเฉาในห้องทำงานพี่รอนต่อ 

ครืดดดดดดด 

คร่ำครวญได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเหลือบมองชื่อคนที่โทรฯ มาก็ผุดลุกขึ้นมากดรับสายทันที 

  

“พี่รอน! เสร็จแล้วเหรอ?” 

  

[เปล่า มากินข้าวกับลูกค้า กลับบ้านไปก่อนเลยละกัน]  

  

“….ลูกค้า?” 

  

[ใช่ ทำไม?]  

  

“ไม่มียัย—เอ้ย! เลขาฯ ผู้หญิงสินะครับ?” 

  

[มี]  

  

เฮือกกก! พี่รอน! พี่รอนไปดินเนอร์กับนาง!! 

 

[รีบๆ กลับบ้านก่อนที่จะมืดกว่านี้ละกัน แค่นี้]  

ติ๊ดดดดดดดด 

  

  

แทบจะเป็นลมเมื่อพี่รอนวางสาย ผมรู้ว่าไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไปแบบนี้ สำหรับพี่รอนผมแน่ใจแน่ๆ ว่าไปกินข้าวเฉยๆ แต่ยัยเลขาฯ นั่นต้องคิดว่าดินเนอร์ชัวร์! 

  

ฮือออ ไอ้ผมยังไม่มีดินเนอร์กับพี่รอนเลยน้า (กินข้าวที่บ้านไม่เรียกดินเนอร์หรอก!) 

  

ผมเดินคอตกออกมาจากห้องทำงานพี่รอน ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วกว่าจะขนของเข้าบ้านพี่รอนแต่เช้า มาบริษัทพี่รอนบ่ายๆ นั่งรอคนพี่นานจนคนพี่หายแวบไปโดยไม่เห็นแม้แต่เงา ได้ยินเสียงเอริคเรียกจากด้านหลังแต่ผมก็เมินเดินโซเซอย่างคนไร้จิตใจออกมา โบกมือเรียกแท็กซี่และนั่งนิ่งงันกับคำถามที่คนขับถามมา 

  

“ให้ไปส่งที่ไหนครับ?” 

  

ที่ไหนงั้นเหรอ… 

  

จะให้ไปที่ไหนละ พี่รอนบอกให้กลับบ้าน แล้วบ้านไหนละ บ้านที่พี่รอนบอกให้อยู่ด้วยกันแต่กลับไม่ได้นอนห้องเดียวกับพี่รอน 

  

 

  

ก็คือไม่มีที่อยู่นั่นเอง 

  

“ไปXXXครับ” 

  

บอกคนขับเสร็จก็เหม่อมองแสงไฟต่างๆ อย่างใจลอย ด้วยความที่ชอบเขามากจนกลายเป็นรัก พอเขาทำดีหน่อย ให้อะไรเหนือกว่าคู่นอนหน่อยก็เผลอดีใจและคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ตอนนี้ก็มีแต่ความรู้สึกงอนและผิดหวังมากกว่า 

เป็นเอามากนะเรา รักเขามากขนาดนี้เลยเหรอวะ? 

  

…ก็ต้องตอบว่าใช่อ่ะ เป็นรักครั้งแรกที่หาเหตุผลไม่ได้ว่ารักกันได้ยังไง หรือเพราะเสียซิงให้เขาครั้งแรกแล้วชอบเลย? 

  

ก็ส่วนนึงแต่คงจะหลงใหลในเสน่ห์ของพี่รอนมากกว่า ไม่ใช่ทรัพย์สินแต่เป็นอุปนิสัย ที่บางครั้งก็โหด บางครั้งก็ใจดีแบบอบอุ่น เป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ชอบทำให้ใจเต้นโดยไม่ต้องพูดอะไร แค่คิดว่าเขาจะหายไปกลับดิ้นรนปานขาดใจตาย 

เรื่องวันนี้ยอมรับว่าผมหึงจนหน้ามืดตามัวเกินไป แต่ทำไงได้ถ้าฝ่ายหญิงไม่มีทีท่าว่าอ่อยพี่รอนผมก่อน ผมก็ไม่หึงจนเป็นขนาดนี้หรอก 

อย่าคิดว่าผมไม่เห็นนะตอนผู้หญิงคนนั้นแอบมองพี่รอนด้วยสายตาที่ยั่วยวนขนาดไหน แค่การแต่งตัวก็ไม่ถูกต้องแล้วไหม?! 

  

เฮ้อ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลยจริงๆ เป็นเอามากนะเนี่ยเรา 

  

  

  

 

________________________________ 

บ้านของวิซาน 

  

“หือ? เฮ้ย! ผีห่าที่ไหนมาบ้านกูวะ!” 

  

ผมเงยหน้ามองเฮียซานที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนโซฟาห้องรับแขก เดินโซซัดโซเซมานั่งแหมะข้างๆ เฮียแล้วล้มตัวลงนอน ขาวางที่ตักเฮีย 

  

“ไอ้เวียณ ชักจะเยอะละ ทำหน้าซังกะตายอะไรของมึงเนี่ย!” 

  

เฮียโวยวายแล้วจับขาผมเหวี่ยงออกจนผมล้มฟุบนอนที่พื้นปูพรมอย่างเรียบร้อย 

  

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้นี่มึงเป็นบ้าอะไรวะ กูตามอารมณ์ไม่ทัน เดี๋ยวก็เศร้าเพราะผัวไม่อยู่ เดี๋ยวก็สุขเพราะผัวตามใจ คราวนี้อะไร ผัวทิ้งมึงเหรอ” 

  

ทิ้งเหรอ…. 

  

ละมั้ง 

  

“ฮืออออออ!” 

“เอ้า! ลูกหมา! มึงร้องทำไม!” 

  

 

 

  

  

“ฮึกๆ ..มันเป็นแบบนี้ละเฮีย..ฮือออ” 

  

ผมนั่งเล่าเรื่องของวันนี้และความรู้สึกของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบให้เฮียฟังพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ขว้างทิชชูนับสิบลงพื้นห้องรับแขกที่ตอนนี้มีแต่กระดาษทิชชูเต็มพื้นไปหมด 

  

“อืมๆ …แล้วผัวมึงทำท่าทางสนใจยัยนั่นตรงไหนวะ?” 

  

เฮียกอดอกฟังผมอย่างตั้งใจแล้วขมวดคิ้วถามผม 

  

“ป่าวหรอก....แต่ยัยนั่นอ่ะแหละ จะคาบพี่รอนผมไป!” 

“แล้วมึงจะปล่อยให้โดนคาบไปแดกเหรอ?” 

“ไม่!” 

  

ส่ายหน้าหวือจนผมหน้าม้ากระเซิง เฮียยกยิ้มมุมปากแล้วยื่นมือมาขยี้หัวผมจนยุ่งเหยิง 

  

“งั้นเหรอ แต่ตอนนี้มึงไม่ได้อยู่กับผัวนี่ มึงมาอยู่กับกูแล้วมึงจะขัดขวางยัยนั้นได้ยังไง เผลอๆ วางแผนทำเนียนเป็นลมขณะไปส่งประธานถึงบ้าน ทีนี้ผัวมึงไม่หิ้วเข้าบ้านเหรอวะ?” 

  

“เออจริงด้วยเฮีย! ฮืออ…ทำไมผมโง่อย่างนี้วะ!” 

“แล้วผัวมึงไม่โทรฯ ตามเหรอ? นี่ก็สองทุ่มครึ่งแล้วนะเว้ย” 

ผมควักเอามือถือออกมาเปิดดู แต่กลับมีเพียงจอสีดำมืดสนิทเลยคิดว่าตัวเองคงเผลอปิดเครื่องแน่ๆ เลยกดปุ่มเปิดเครื่องซะเลย รอมันขึ้นโชว์ยี่ห้อสักพักก็พบรูปแบตเตอรี่ที่ขึ้นขีดสีแดงก่อนหน้าจอจะดับมืดสนิทอีกครั้ง 

  

แบตฯ หมด! 

  

“เฮีย..แบตฯ หมดอ่ะ” 

“เอาละสิ ถ้าผัวมึงโทรฯ ตามมาละมึงไม่รับ ไม่เจอมึงที่บ้าน ป่านนี้ระเบิดลงรึยังไม่รู้” 

  

เฮียขยี้หัวตัวเองอย่างหัวเสีย ผมก้มหน้าทำเสียงหงอยๆ ใส่ 

  

“เขาไม่ทำหรอก..สนใจผมรึเปล่ายังไม่รู้” 

“ทำไมวะ?” 

“…ช่างมันเถอะ วันนี้ผมนอนบ้านเฮียนะ” 

  

พูดจบก็รีบลุกขึ้นเดินไปที่บันไดทันทีเดี๋ยวเฮียมันคัดค้าน บ้านเฮียที่ว่าคือบ้านพักนั่นแหละอยู่หลังสนามแข่งไปไม่กี่กิโลฯ เวลาผมเมาจัดเพื่อนก็มักจะแบกมาที่นี่เพราะถ้าพาผมไปบ้านผมได้หัวแตกเพราะม๊าแน่นอน เฮียเลยยกห้องนอนแขกให้เป็นห้องนอนชั่วคราวกับผม 

  

แกร๊ก... 

  

เปิดประตูก็เจอห้องนอนที่แสนคุ้นเคยล้มตัวลงนอนซบหน้าลงกับหมอนนุ่มนิ่ม ตาปรือแทบจะปิด ผมเป็นคนหัวถึงหมอนก็มักจะง่วงทันที เอื้อมมือไปหยิบมือถือที่อยู่หลังกระเป๋ากางเกง มองจอสีดำสนิทนิ่งแล้วสอดไว้ใต้หมอน 

  

อยากจะรู้เหมือนกันว่าพี่รอนจะโทรฯ ตามผมรึเปล่า… 

  

จะออกคำสั่งให้ผมกลับไปรึเปล่าน้า… 

  

ถึงจะเป็นแค่คำสั่งแต่ผมก็ดีใจนะ แต่ถ้าไม่มีการติดต่อจากพี่รอนเลย… 

  

ก็หดหู่ยิ่งกว่าเดิม สู้ไม่เห็นจะดีกว่าไม่คิดจะหาอะไรมาให้ชาร์จแบตด้วย ปิดเปลือกตาทันทีและข่มตาหลับเพื่อไม่ให้สมองฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ 

  

พรุ่งนี้ค่อยคิดละกันว่าจะทำอะไรต่อ 

  

  

 

รีบมาลงนะคะ อาจผิดพลาดเพราะไม่ได้ตรวจ หิวค่า555 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว