ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 1-10 หลงรักนักแสดงละครเวที

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-10 หลงรักนักแสดงละครเวที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 289

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2563 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-10 หลงรักนักแสดงละครเวที
แบบอักษร

ผ่านเมืองเซตากายะในโตเกียว เลียบทางหลวงเส้นใหญ่ 

สถานที่ที่ซึดะเลือก ไม่ใช่ทั้งร้านค้า สวนสาธารณะ หรือย่านที่อยู่อาศัย แต่เป็นหน้าตู้ไปรษณีย์ซึ่งตั้งอยู่บนทางเท้าถนนใหญ่ เพราะมีนักเรียนกับพนักงานบริษัทที่กำลังกลับบ้านผ่านไปมาทำให้มีคนมากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ตกเป็นเป้าสายตา เขาลังเลตอนคุยโทรศัพท์อยู่ไม่กี่สิบวินาที ดูเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการคุยกับ ‘คนน่าสงสัยที่จู่ๆ ก็เอามือถือมาใส่ในกระเป๋า’ 

โชเฮย์มาถึงจุดนัดพบก่อนเวลานัดสามสิบนาที ฮินาโกะกำกับเอาเองว่า “พี่ยืนอยู่ด้านนี้นะ ฉันจะได้เห็นหน้ายูยะคุง” แล้วรีบซ่อนตัวหลังเสาไฟใกล้ๆ 

“เอ่อ” 

ตอนที่ถูกทักเป็นเวลาก่อนเวลานัดห้านาที พอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นชายหนุ่มตัวผอมสวมหมวกแก๊ปสีดำกำลังเข้ามาใกล้ อายุและส่วนสูงไล่เลี่ยกับโชเฮย์ ทั้งที่แต่งตัวง่ายๆ ใส่เสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงยีนส์ แต่กลับดูดีอย่างไร้เหตุผล โชเฮย์เดินไปรับซึดะ ยูยะพร้อมกับคร่ำครวญถึงระดับชั้นที่ห่างกันโดยไม่สมเหตุสมผลระหว่างตัวเองกับเขาในใจ 

“ขอคืนเจ้านี้นะครับ” 

           ซึดะ ยูยะยื่นโทรศัพท์มือถือของฮินาโกะมาให้ด้วยท่าทีลังเล เมื่อเห็นว่าสายตาของเขาจ้องอยู่ที่ด้านหลังของมือถือ โชเฮย์ก็มองตามสายตานั้น เคสมือถือเป็นภาพหมู่ของเด็กหนุ่มนักเบสบอลในชุดยูนิฟอร์มสีขาวมีโลโก้ ‘เจ้าชายบอลขาว’ อยู่ด้วย คนตรงกลางที่ถือลูกเบสบอลอยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นซึดะ ยูยะซึ่งยืนอยู่ตรงหน้านี่เอง 

“ขอบคุณครับ” โชเฮย์รับมือถือของฮินาโกะมา ขณะลนลานแก้ตัวว่า “จงใจใช้เคสอันนี้ในครั้งนี้น่ะครับ นี่เป็นมือถือของน้องสาวที่ยืมมา ‘เจ้าชายบอลขาว’ เป็นละครเวทีที่คุณซึดะแสดงนำสินะครับ? คิดว่าไม่อยากให้น่าสงสัยก็เลยทำแบบนี้” 

“อย่างนั้นหรอกเหรอครับ ก็เข้าใจง่ายจริงๆ ด้วยว่าเป็นสายที่เจาะจงโทรถึงผมแน่ๆ” 

ซึดะ ยูยะพยักหน้าหงึก 

...เป็นคนที่ใสซื่อผิดคาด 

เป็นชายหนุ่มพูดตรงๆ แบบที่น่าจะลบล้างอคติที่มีต่อคนในสายนักแสดงได้ ขณะกำลังเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อนักแสดงละครเวทีหนุ่มตรงหน้า โชเฮย์ก็ล้วงUSBออกจากกระเป๋า ก่อนแบมือออกในระดับอกเพื่อให้อีกฝ่ายเห็น 

“หลักฐานที่ว่าคือนี่ครับ ข้างในมีไฟล์รูปและไฟล์เสียงอย่างละหนึ่ง แต่ว่า วิธีการที่ทำให้ได้ข้อมูลพวกนี้มา มัน...” 

โชเฮย์อธิบายว่าตนเองทำหน้าที่เกี่ยวกับงานเสียงให้เซอร์เคิลการแสดงของมหาวิทยาลัย 

คืนก่อนหน้าที่จะเกิดคดี ตนกำลังอัดเสียงตามที่ต่างๆ เพื่อใช้ในการแสดง เพราะเพิ่งซื้อเครื่องอัดเสียงมาใหม่พอดี อยากทดสอบประสิทธิภาพ ก็เลยไปอัดเสียงรอบข้างรวมๆ ในที่ที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ พอย้อนฟังคลิปเสียงนั้นทีหลัง ก็ตกใจที่พบว่ามีบทสนทนาของคุซาโนะ เคียวทาโร่ ซึดะ ยูยะรวมถึงนักแสดงอีกเจ็ดคนอยู่ชัดแจ๋ว 

“ดูเหมือนว่าร้านเหล้าที่บังเอิญเข้าไป ผมจะนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหลังพอดีครับ ถึงจะกดอัดเสียงแต่ก็ไม่ได้มีเจตนาจะแอบฟังที่คุยกันก็เลยไม่รู้สึกตัว พอมาลองฟังดูหลังจากนั้นก็เลยตกใจมากเลยครับ” 

“เห ตอนนั้นอยู่ใกล้ๆ เหรอครับ” 

ดูเหมือนซึดะ ยูยะจะยอมรับคำโกหกคำโตที่ฮินาโกะคิดให้จริงๆ หลังจากพยักหน้านึก ก็เอียงคอถามว่า “ในบทสนทนาของพวกผม มีอะไรที่สะกิดใจงั้นเหรอครับ” 

“ครับ แต่ก่อนหน้านั้น ช่วยตอบคำถามหน่อยนะครับ” 

โชเฮย์สบตากับซึดะพลางทวนสมมติฐานจากข้อมูลที่ฮินาโกะคิดในหัวซ้ำไปซ้ำมา 

“มีดพกเล่มโปรดที่ให้เพื่อนดู...นอกจากตอนนั้น ได้เอาไปให้ใครดูอีกรึเปล่าครับ” 

“ไม่มีเลย เอาออกมาแค่ตอนนั้นเท่านั้นครับ เพิ่งซื้อมาด้วย แล้วก็ไม่ใช่ของที่จะเอาไปโชว์ให้ใครเห็นอยู่แล้ว” 

“มีดพกนั่น ระหว่างที่คุณแสดง มันอยู่ที่ไหนครับ” 

“ในกระเป๋าเป้ที่วางไว้ในห้องพักรวมครับ บอกตำรวจไปหลายครั้งแล้วด้วยว่าต้องมีผู้เกี่ยวข้องสักคนหยิบออกไปแน่ๆ” 

“ก็แปลว่า คนที่เอามันขึ้นเวที ไม่ใช่คุณซึดะสินะครับ” 

“ไม่ใช่ครับ ตอนนั้น ผมกำลังตะลุมบอนอยู่กับคุณอิจิโนะมิยะ...นักแสดงที่ต้องจู่โจมผมไปข้างเวที แล้วก็ได้มีดมาจากเขา จำได้ว่านิ้วโดนปลายมีดบาดนิดหน่อย คิดว่ามีดคงถูกเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ แต่ว่าเพราะเป็นฉากไคลแมกซ์ก็เลยไม่ได้ดูมือตัวเองแต่กลับขึ้นเวทีทั้งอย่างนั้นแล้วแสดงต่อครับ เพราะแบบนั้น คุณคุซาโนะถึง...” 

ซึดะ ยูยะที่เล่าเรื่องอย่างเข้มข้น จู่ๆ ก็เงียบเสียง แล้วก้มหน้าให้ปีกหมวกแก๊ปบังสายตา 

เมื่อคิดถึงความรู้สึกของเขา โชเฮย์เบือนหน้าไปทางอื่นแล้วพูดต่อ 

“ขอบคุณมากครับ เท่านี้ผมก็รู้ตัวคนร้ายตัวจริงแล้ว” 

“จริงเหรอครับ” ซึดะ ยูยะถามด้วยเสียงสั่นเทา “ใครกันเหรอครับที่ทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ คนที่ป้ายความผิดให้ผมเป็นฆาตกร ฆ่าคุณคุซาโนะโดยที่มือตัวเองไม่เปื้อนเลือด” 

“คนร้ายตัวจริงอยู่ในกลุ่มคนที่ไปดื่มด้วยกันในคืนก่อนเกิดเหตุครับ” 

โชเฮย์พูดสั้นๆ 

ซึดะ ยูยะหลับตาเหมือนทำใจ ไม่มีท่าทีตกใจอยู่เลย 

“ว่าแล้วเชียว เพราะผมบอกว่าพกมีดพกเดินไปมาสินะครับ ก็คิดอยู่ว่ามีแต่คนที่รู้ที่เก็บมีดเท่านั้นล่ะ” 

ซึดะกุมหน้าผาก ส่ายหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง 

“คุณอิจิโนะมิยะรึเปล่าครับ ตำรวจเองก็ดูเหมือนจะคิดว่าถ้าไม่ใช่ผมก็คงเป็นคุณอิจิโนะมิยะ คนที่ถือมีดคนแรกในฉากนั้นก็คือเขาด้วย จะเปลี่ยนก็คงง่าย จงใจใช้มีดของจริงขึ้นแสดง แล้วโยนความผิดให้ผม” 

“ผิดแล้วครับ” 

“เอ๊ะ?” 

“ช่วยฟังที่บทสนทนาที่อัดมานี่หน่อยได้ไหมครับ” 

โชเฮย์หยิบเครื่องอัดเสียงคุณภาพสูงของฮินาโกะออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยื่นหูฟังข้างหนึ่งให้ซึดะ ส่วนอีกข้างเสียบหูตัวเอง รอให้อีกฝ่ายพร้อมแล้วกดปุ่มเล่นซ้ำช้าๆ 

เสียงอัดเริ่มต้นจากเสียงร่าเริงของซึดะ ยูยะ 

“เมื่อวานเองก็แลกเปลี่ยนข้อมูลกันหลายเรื่องเลย เรื่องแคมปิ้งคาร์สุดโปรดของคุณโคมัตสึบาระ หรือถุงนอนที่ถึงเป็นหน้าหนาวก็จะไม่รู้สึกหนาว” 

“รถนี่ดีจัง” 

”ถุงนอนขนเป็ดงั้นเหรอ ถ้าเป็นไอ้นี่ก็น่าจะอุ่นนะ” 

“แล้วก็ ได้คำแนะนำเรื่องมีดพกมาด้วยครับ ไปซื้อมาเมื่อวันหยุดที่ผ่านมาแล้ว แต่พอได้มาไว้ในมือแล้วไฟก็พุ่งเลย ตั้งแต่นั้นก็เลยใส่ไว้ในรองเท้ามาตลอดเลยครับ” 

“นี่พกมีดเดินไปเดินมาเหรอ เป็นคนอันตรายจังนะ มีดพกเนี่ย เอาไว้ใช้ทำอะไรเหรอ” 

“ก็อย่างตัดต้นไม้ คราฟต์ของ เตรียมอาหาร...อะไรก็ได้ครับ” 

“คุยอะไรกันเหรอ” 

“ผมก็จะไปห้องน้ำ” 

“ซึดะมีงานอดิเรกเป็นตั้งแคมป์? ซื้อมีดเฉพาะทางมาด้วย? อะไรล่ะนั่น ขัดกับอิมเมจลิบลับเลยนะ มีดพกเนี่ย อันที่พับได้น่ะเหรอ” 

“อา มีดพับ (Folding Knife) สินะครับ นั่นก็เป็นแบบมาตรฐานถือเดินไปเดินมาง่ายจริงๆ ล่ะครับ แต่ที่ผมซื้อมาเป็นอีกแบบครับ เรียกว่ามีดปลอก (Sheath Knife) เป็นมีดประเภทพกพาที่ใส่ใบมีดในปลอกเฉพาะทางน่ะครับ” 

“เห...เท่อ่ะ ขอดูหน่อยสิ” 

“ถ้าเอาออกมาในที่แบบนี้ต้องถูกตำรวจจับแน่ๆ ครับ แล้วนี่ก็เพิ่งเคยโชว์ให้คนอื่นดูเป็นครั้งแรก” 

ถึงตรงนั้นแล้วกดปุ่มหยุด ดึงหูฟังออกจากหู 

“ตรงนี้ คุณซึดะให้เพื่อนที่อยู่ที่โต๊ะดูมีดสินะครับ” 

“ใช่ครับ” 

“ก่อนที่คุณซึดะจะเอามีดออกมาจากเป้ มีคนบอกว่า ‘ผมก็จะไปห้องน้ำ’ แล้วออกจากที่นั่งไปสินะครับ” 

“เอ่อ...คุณอาคาบาเนะสินะครับ อาคาบาเนะ ฮาจิเมะ พอคุณอิจิโนะมิยะกลับมาจากห้องน้ำ เขาก็ไปเข้าต่อครับ” 

ถึงตรงนั้น โชเฮย์ก็เอื้อมมือขึ้นไปบนตู้ไปรษณีย์ หยิบแฟ้มใสที่วางไว้ยื่นให้ซึดะ ยูยะ 

“ความจริงแล้ว คนรู้จักห่างๆ ของผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นม.ปลายกับคุณอาคาบาเนะครับ พอดีว่าวันนี้คนๆ นั้นได้ลองติดต่อคุณอาคาบาเนะแล้วคุยกันเกี่ยวกับคดีออกมาแบบนี้ อ่านตรงนี้สิครับ” 

โชเฮย์ใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่กระดาษที่ปรินท์การสนทนาของอาคาบาเนะ ฮาจิเมะกับฮินาโกะที่เล่นเป็น ‘นิชิมู่’ แผ่นหนึ่ง 

“ซึดะ ยูยะนั่นน่ะ เป็นคนนิสัยไม่ดีเหรอ” 

“นั่นสินะ ดูเหมือนว่าจะพกมีดเดินไปเดินมาเป็นปกติเลย” 

“เฮ้ย น่ากลัวอะ ไม่ได้เตรียมไว้ใช้ฆ่าคนหรอกเหรอ แต่เออ ข่าวก็บอกอยู่ว่าอาวุธคือมีดพกนี่นะ” 

“ใช่ๆ” 

“แต่ว่าถ้างั้น รูปทรงมันก็จะต่างจากมีดที่เป็นของประกอบฉากเยอะเลยไม่ใช่เหรอ” 

“ยังไงดี รูปทรงน่าจะคล้ายกันอยู่มั้ง แค่มีดทั่วๆไปนี่นา ความคมของใบมีด หรือน้ำหนักน่าจะค่อนข้างต่างกันเลย”  

สายตาของซึดะ ยูยะที่ไล่ไปตามตัวอักษรหยุดชะงัก 

“เดี๋ยวก่อน นี่มัน...” เขาเลื่อนสายตาไปตามกระดาษอีกครั้ง ก่อนเบิกตาโต “...แปลกจัง ทั้งที่ไม่ได้ให้ดูแท้ๆ ทำไมถึงรู้ได้ล่ะ ว่ามีดพกของผมไม่ใช่มีดพับแบบปกติทั่วไป แต่เป็นมีดปลอกที่รูปทรงคล้ายกับของประกอบฉาก 

ซึดะรู้สึกตัวได้เร็วมาก สมแล้ว 

ความคิดเห็น