Eronovel Sensei
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แม่ใหม่นมใหญ่จัง(ตัวเต็ม)

ชื่อตอน : แม่ใหม่นมใหญ่จัง(ตัวเต็ม)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2563 03:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แม่ใหม่นมใหญ่จัง(ตัวเต็ม)
แบบอักษร

ถึงตอนนั้นผมจะเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องซักเท่าไหร่แต่ก็สามารถแยกระหว่างหญิงมีกระเดือกกับหญิงไม่มีกระเดือกได้แต่ผมจำวันนั้นได้ดี วันที่แม่เดินมาบอกกับพ่อของผมว่า"ตู่ เราหย่ากันเถอะ"สีหน้าของพ่อในตอนนั้นมันเหมือนกับถูกแทงด้วยของแข็งปลายแหลมเข้าที่หน้าอกอย่างจัง พ่อเศร้ามากจึงถามแม่ไปว่า "ทำไมละเอ๋ ผมมันไม่ดีตรงไหน ผมส่งเงินมาให้พวกคุณใช้ทุกๆ วันมันไม่พออีกรึไง" 

 

แม่เองก็ใช่ว่าจะเป็นคนเยื่อกเย็นที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ เลย เธอบอกเหตุผลพร้อมกับน้ำตาว่า "เพราะคุณเอาแต่ทำงานหนัก จนไม่มีเวลามาดูแลครอบครัว ทั้งงานบ้านทำอาหารและเลี้ยงดูลูกทุกอย่างเธอทำมันทั้งหมด ถึงคุณจะทำงานหนักจนมีเงินมาก มีบ้านให้พวกเราอยู่ มีรถให้ขับ แต่กว่าคุณจะกลับมาบ้านหาฉันกับลูก ทุกคนก็ทานอาหารกันจยอิ่มและเข้านอนกันหมดแล้ว เวลาทีจะอยู่ด้วยกันแทบไม่มีเลย คุณสัญญาว่าจะดูแลพวกเราแต่นั่นมันก็แค่ลมปาก 

 

แม่บอกว่าเธอแค่ต้องการอยู่พร้อมหน้ากัน ทานข้าวด้วยกันเหมือนกับครอบครัวอื่นๆ ออกไปเที่ยวด้วยกันในวันที่อากาศสดใส หัวเราะไปด้วยสามคน พ่อ แม่ ลูก แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว 

 

พอพ่อได้ฟังแบบนั้น ก็เอาแต่ร้องให้สำนึกผิดแล้วก็บอกขอโทษๆ ซ้ำไปซ้ำมาและบอกว่าจะปรับปรุงตัวเอง จะทำนู่นทำนี่ให้ผมกับแม่ได้มีความสุข แม่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะยอมเชื่อคำพูดของพ่อเลยแม้แต่คำเดียว เพราะพ่อเป็นเด็กเลี้ยงแกะมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว บอกว่าวันนี้จะกลับมาทานข้าวด้วยกัน ผมเห็นสีหน้าแม่มีความสุขมากๆ ตอนบอกว่าพ่อจะกลับมาทานข้าวด้วยกัน แม่ทำอาหารอร่อยๆ ที่พ่อชอบสุดฝีมือ แต่ไม่ว่าจะนั่งรอพ่อซักกี่ชั่วโมงพ่อก็ยังไม่กลับหาแม่กับพวกเราเสียที กว่าจะกลับมาอีกทีก็ตี1-ตี2 และพอวันรุ้งเช้าพ่อมาเจอหน้าแม่ก็ใช้สูตร ก้มลงแล้งกราบขอโทษเหมือนทุกครั้ง แต่เธอไม่ทนผู้ชายเฮงซวยอีกต่อไปแล้ว 

 

แม่เก็บข้าวของทุกอย่างที่เป็นของเธอใส่กระเป๋าใบใหญ่ ถึงแม้พ่อจะบอกพยายามรั้งเธอไว้ แต่แม่ก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะยอมฟังพ่อเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่บอกกับผู้ชายคนนั้นว่า "ขอให้โชคดีนะ" และเธอก็เดินจากไป (โครตน้ำเน่า) 

 

อย่างน้อยก่อนจะไปคุณแม่ก็ยังยิ้มให้ผมและพูดด้วยน้ำเสียงเศร้ากับผมที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอว่า 

 

"แม่รักลูกนะและแม่จะคิดถึงลูกทุกวันเลย ถ้าวันไหนเหงาก็มาหาแม่ได้นะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยละ" 

 

แม่ให้เหตุผลว่าที่ไม่เอาผมไปเลี้ยงก็เพราะพ่อบอกว่าถ้าจะไปเธอก็ไปคนเดียว แต่ลูกพ่อจะเลี้ยงเอง ทั้งที่ผมอยากจะอยู่กับแม่มากกว่า แต่พ่อก็ไม่ยอมและบอกว่าอยู่กับพ่อ พ่อมีเงินส่งเสียให้ลูกได้เรียนสูงกว่า แม่เห็นด้วยที่ผมควรจะได้รับการศึกษาที่สูงๆ จึงปล่อยผมให้พ่อดูแล 

 

พอผมรู้ว่าจะไม่ได้อยู่กับแม่แล้ว เด็กอายุ6ขวบที่ติดแม่อย่างผมจึงร้องให้ออกมาด้วยความเศร้าใจ และพยายามกอดแม่เอาไว้ไม่ให้ไปไหน แม่เองก็ไม่คงไม่อยากจากกับผมเหมือนกัน พวกเราจึงกอดกันและร้องให้ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย กอดที่เธอจะเดินออกไปจากชีวิตของพวกเรา........ 

 

ช่วงนั้นเรียกได้ว่าผมเศร้ามากๆ พอตื่นมาแล้วก็ไม่มีแม่นอนอยู่ข้างๆ ไม่มีคนเล่านิทานให้ฝังก่อนนอนเพื่อจะได้หลับฝันดี ไม่มีใครทำกับข้าวให้ทานเวลาท้องร้อง และไม่มีเล่นเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงาให้ผมอีกแล้ว 

 

มีแค่ตาลุงอายุ30กว่าคนนี้เท่านั้น ที่วันๆ ก็เรียกหาแต่งาน แต่พอเลิกกับแม่ได้ซักพัก ไม่รู้ทำไมพ่อถึงมีเวลาว่างบ่อยขึ้น พ่อที่วันๆ เอาแต่ทำงานจู่ๆ ก็เกิดมีเวลากลับบ้านมาหาผมซะงั้น กลายเป็นคุณพ่อบ้านไปเลย 

 

พ่อทำทุกอย่างเหมือนกับที่แม่ทำอยู่ทุกวัน ทั้งกวาดบ้านล้างจาน ทำอาหาร เล่านิทานให้ผมฟัง พยายามจะเลี้ยงดูผมให้ดีที่สุดถึงแม้จะไม่มีแม่อยู่แล้วก็ตาม และผมก็คิดว่าพ่อทำมันได้ห่วยเอามากๆ 

 

แต่ไม่ว่าพ่อจะเลียนแบบแม่ยังไง มันก็ไม่เหมือนเลยซักนิดแถมออกมาแย่อีกตั้งหาก งานบ้านอาจจะไม่ค่อยเป็นปัญหามากนักเพราะพ่อเองก็เป็นคนที่ทำงานบ้านเก่งอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะ ปัด กวาด เช็ด ถู ก็พอทำได้ แต่ผมใช้ชีวิตอยู่กับแม่มาแทบจะะตั้งแต่เกิดจนเธออย่ากับพ่อ ยังถือว่าพ่อทำได้ดีเพียงแค่60%เท่านั้น บางจุดยังมีสิ่งสกปรกเกาะติดอยู่บ้าง แถมเวลาถูพื้นยังบิดไม้ถูพื้นไม่ค่อยจะแห้งจนทำให้พื้นเปียกไปหมด เดินกันทีมีลื่นหัวแตกแน่ๆ 

 

เรื่องการปลุกผมไปโรงเรียนตอนเช้าคงจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรับได้มากที่สุด เพราะพ่อเองเป็นคนทีมีนิสัยตื่นเช้าเป็นประจำอยู่แล้ว ก่อนไปทำงานพ่อก็จะมาลากผมออกจากเตียงไปอาบน้ำทำอาหารเช้าให้ทาน ผมจึงหมดห่วงเรื่องนี้ 

 

แต่ที่ยากที่สุดสำหรับพ่อเลยก็คือ การทำกับข้าวเพราะเป็นพนักงงานบริษัทคงไม่มีเวลามานั่งทำกับข้าวทานแน่ๆ แค่กลับบ้านมานั่งทานข้าวกับพวกเรายังไม่เคยเลย จะเอาเวลาที่ไหนไปทำอาหาร และเมนูแรกที่พ่อทำให้ทานก็คือ ไข่เจียวชาโคลรสชาติห่วยแตง ขนาดเมนูง่ายๆ อย่างไข่เจียว ที่แค่ รอให้น้ำมันเดือด จากนั้นก็ตีไข่แดงกับไข่ขาวให้เข้าและเทลงไปในกระทะร้อนๆ รอให้สุก พ่อยังทำไม่ได้ 

 

และไม่ใช่แค่นั้นนะ ยังมีอีกตั้งหลายเมนูที่พ่อยังทำเละแถมยังชวนอวกอีกตั้งหาก แกงส้มทะเลสีดำ ข้าวสวยคลุกกับถ่าน ปลาหมึกผัดน้ำเค็ม อะไรมันก็แย่ไปหมด ทุกวันนี้ผมจะต้องหามาม่าหรือไม่ก็อาหารจากร้านสะดวกซื้อทานเป็นแก้หิวอยู่เรื่อยมา เรียกได้ว่าตั้งแต่มีพ่ออยู่ด้วยชีวิตก็โครตจะดีขึ้นเลย จากเด็กอ้วนอุดมสมบูรณ์กลายเป็นไอ้แห้งขาดสารอาหารไปในเวลาแค่ไม่กี่เดือน ผมว่าไม่ทันได้เรียนสูงๆ หลอกคงจะอดตายก่อนนี่แหละ 

 

ผมมีความสุขมากเลยครับที่ได้อยู่กับพ่อ ตรูประชดโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ผมจึงมาต้องคิดหาวิธีที่จะให้ทุกอย่างมันกลับมาลงตัวอีกครั้ง ผมจะไม่ทนใช้ชีวิตลำบากขนาดนี้หลอกน่าา ถ้าพ่อทำให้เราไม่ได้ เราก็ทำมันด้วยตัวเองสิ ผมจะทำมันเอง 

 

อินเตอร์เน็ตสมัยนั้นก็ไม่ได้ขี้เหล่ซักเท่าไหร่ใครมีคำถามอะไรสามารถพิมพ์ถามอากู๋ได้เลย ผมจึงเริ่มศึกษาเรื่องเรื่องงานบ้าน การทำอาหาร และทุกๆ อย่างด้วยตัวคนเดียว โดยมีอากู๋เป็นคนคอยสอนให้ 

 

ผมอยากกลับไปเป็นเด็กมีเนื่อมีหนังอีกครั้ง จึงเริ่มศึกษาวิธีการทำอาหารที่ตัวเองชอบในหลายๆ แบบและรองทำดู ช่วงแรกก็ทำได้แค่เอาของเข้าไปเวฟเท่านั้้นแหละ เพราะเรายังเป็นเด็กจึงถูกพ่อห้ามเอาไว้ว่าห้ามจุดเต่าแก๊สตอนที่พ่อไม่อยู่ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ พ่อจะอนุญาติให้ใช้ไฟได้โดยต้องมีพ่ออยู่ด้วย 

 

อาหารจานแรกที่ผมรองทำด้วยตัวเองก็คงจะเป็นไข่เจียวที่พ่อล้มเหลวจากการทำมันครั้งนั้นแหละ ผมพิสูจน์ให้พ่อเห็นแล้วว่าไข่เจียวมันเป็นของง่ายๆ ที่แม้แต่เด็กประถมก็ทำได้ ซึ่งมันก็ออกมาดีกว่าอันที่พ่อทำอยู่เยอะเลย ไข่ของผมไม่มีเป็นสีดำครับ 

 

จากนั้นผมก็เป็นคนทำอาหารทานเองรวมถึงทำให้พ่อทานด้วย พ่อยังตกใจกับรสชาติอาหารของผมเลย อย่าชมเยอะคนมันเก่งอยู่แล้ว 

 

หลังจากนั้นผมก็เริ่มเรียนรู้ทุกอย่างมาด้วยตัวเอง จนสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งลำขาของตัวเองได้เสียที สิ่งที่ผมพยายามอย่างหนักมา12ปี มันทำให้ผมเติบโตมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น ผมเป็นเด็กที่เข้มแข็งเหมือนกับที่แม่บอกไว้ นั่นจึงพิสูจน์ให้เห็นว่าผมสามารถดูแลตัวเองได้ พ่อจึงหมดห่วงและส่งเสียผมแค่ค่าเรียนและค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายจิปาถะของตนเองผมเป็นคนดูแล เพราะผมสามารถหางานและทำได้เงินพอๆ กับพนักงานบริษัทเลยก็ว่าได้ เผลอๆ อาจจะได้เยอะกว่าอีก พ่อจึงกับไปนั่งทำงานงกๆ จนได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง เงินเดือนก็เยอะขึ้นตามไปอีก (เรากำลังจะรวยแล้วหรอเนี่ย 2เรื่องที่แล้วก็รวย) 

 

ผ่านมา12ปีไวเหมือนโกหกตอนนั้นยังมอยยังไม่ขึ้นเลย แต่พออายุ18ดันขึ้นมาเยอะจนรกรุงรังสุดๆ มิน่าทำไมถึงไม่เป็นที่นิยามของชั้นม.6 เพื่อนๆ คนอื่นเค้าก็มีแฟนกันหมดแล้ว แต่เห็นคบกันไม่กี่วันก็เลิก วันต่อมาพวกมันก็ได้คนใหม่มาเป็นคู่ครองละ วัยรุ่นสมัยนี้คบหาเป็นแฟนกันอย่างกับเป็นแฟชั้นเลยแฮะ คนนะเว้ยไม่ใช้กระเป๋าใบหรูที่เปลี่ยนมาใช้ไม่ซ้ำซักวันน่ะ ที่พูดมาทั้งหมดรวมถึงเพื่อนสนิทของผมด้วย 

 

"ไอ้ทอยกูหาแฟนให้มึงเอาปะ" 

 

ทักษิณ เพื่อนสนิทที่ผมพูดถึง ไอ้หมอเนี่ยมันเป็นคนน่าตาดีกว่าผมน้อยมาก แถมเป็นคนบ้าๆ พูดไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ผมมันใจอยู่พอสมควรนะว่าผมหล่อกว่ามันแม้แต้หมายังกระดิกหางเห็นด้วยเลย ทำอะไรก็ดูดีไปหมด แต่ทำไมไอ้ทักษิณถึงหาแฟนได้เป็นว่าเล่นเลยก็ไม่รู้ คบกัน1เดือน พอเลิกกับอีกคน ผ่านไป2-3วัน มันก็เอาอีกคนมาอวดละ อาจจะเป็นเพราะบ้านมันรวยมั้ง 

 

"ไม่เอาเว้ย กูต้องการรักแท้ ไม่รักรักแล้วทิ้งแบบมึง" 

 

พอพูดประโยคนั้นออกไป ทักษิณแสดงอาการไม่พอใจออกมาทันทีที่โดนว่า ขอด่าหน่อยเถอะหมั่นใส้มานานละ ชอบเอาแฟนมาอวดเพื่อนดีนัก พอได้ฟังมันก็ขึ้นเสียงใส่ผมทันที 

 

"กูไม่ได้รักแล้วทิ้งเว้ย เค้าทิ้งกูตั้งหาก" 

 

"จริงอะ กูเห็นคบไม่ซ้ำหน้าซักวัน" 

 

"มึงก็พูดเกินไป" 

 

"แล้วมึงเคยคบกับผู้หญิงนานสุดกี่เดือน" 

 

ทักษิณทำสีหน้าเคร่งเคลียดและคิดอะไรบางอย่าง คงจะเยอะจนนับไม่ไหวน่ะสิ คนที่นานสุดของมันน่าจะไม่เกิน2เดือนหลอก ผมพอจะเดาออกได้ก็เพราะ พอมันเลิกกับแฟนเมื่อไหร่ เดี๋ยวซักพักมันก็หาใหม่ พอได้คบกันมันก็จะขึ้นสถานะบน เฟสบุ๊คว่า กำลังคบกับ...... ผมก็นับมาตลอดว่าใครคือคนที่ทักษิณคบด้วยนานสุด 

 

"น่าจะเป็น ปู มั้งที่คบด้วยนานสุด" 

 

"อีปู2วันก็เลิกแล้ว" 

 

ผมตอบ 

 

"มึงจำได้ไงวะ กูยังจำไม่ได้เลย" 

 

"ก็กูเก่ง" 

 

"หราาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา" 

 

ระหว่างที่พวกเราคุยกันอย่างสนุกสนาน ประตูห้องเรียนชั้น ม.6/5 ก็เปิดออก ครูประจำชั้นคนสวยถือสมุดเช็คชื่อเดินเข้ามาในห้องและพูดขึ้นเสียงดังว่า 

 

"นักเรียนครูจะเช็คชื่อ นั่งที่ได้แล้ว" 

 

คาบเรียนในช่วงเช้าเริ่มขึ้นแล้ว ผมขอตัวไปเรียนหนังสือก่อนนะ ไปเจอกันหลังเลิกเรียนนะคนอ่าน ระหว่างนั้นฟังเพลงรอไปก่อนได้เลย 

 

เลิกเรียนแล้ว....... 

 

การบ้านวันนี้ก็เยอะอีกตามเคย ไม่รู้จะให้อะไรนักหนา วิชาอื่นน่ะมันง่ายติดแค่คณิตอย่างเดียวนี่แหละที่เป็นปัญหา ทำก็ยากแถมสั่งเยอะอีก จะบ้าตายโว้ยยย วันนี้ว่าจะกลับไปดูอนิเมะที่พึ่งมาใหม่ของเดือน เมษายนนี้เสียด้วยสิ หลังทำการบ้านเสร็จค่อยดูละกัน วันนี้ก็คงนอนดึกอีกตามเคยไม่ใช่เพราะดูอนิเมะหลอกงานของอาจารย์นี่แหละ 

 

"ไอ้ทอย ไปเที่ยวกันปะ" 

 

"การบ้านมึงก็มี ยังจะมีเวลาไปเที่ยวอีก" 

 

"เอ่อ....ไม่เป็นไรหลอก เดี๋ยวทำตอนเช้าก็ได้" 

 

เพื่อนๆ ในห้องรวมถึงผมก็จะรู้กันว่าทักษิณเป็นคนที่มาโรงเรียนก่อนคนแรกเสมอเพราะบ้านมันอยู่ใกล้โรงเรียนที่สุด ไม่ใช่ว่าขยันหลอกนะ แต่มันจะมาลอกเพื่อนที่เค้าทำเสร็จแล้วส่งวันนี้ตั้งหาก แต่ก็ไม่มีใครเคยว่ามันซักคน วันไหนผมลืมทำการบ้านก็จะรีบมาโรงเรียนเพื่อมาลอกเหมือนมันนั่นแหละ แต่ไม่ได้บ่อยขนาดนั้น 

 

"ไม่เอาอะ แล้ววันนี้พอกูไลน์มาบอกว่ามีธุระกับกูให้ไปหาพ่อด้วย" 

 

จู่ๆ พอก็ไลน์มาตอนหมดคาบพักเที่ยงพอซึ่งผมกำลังเรียนอยู่ แต่ผมยังไม่กล้าเปิดอ่านเพราะ วันนี้ไม่รู้ครูเป็นอะไรถึงจับจ้องมาที่ผมอยู่คนเดียว เราก็ไม่ได้ไปทำอะไรผิดมานี่หว่าทำไมต้องมองขนาดนั้นด้วยฟะ ผมจึงรอให้หมดคาบนั้นเสียก่อนและจึงเปิดอ่าน ข้อความมีเนื้อหาประมาณว่า ให้ไปเจอกับที่ร้านอาหารที่เราไปทานด้วยกันเป็นประจำ 

 

"โอเคๆ วันหลังต้องไปนะเว้ย" 

 

"เออๆ " 

 

"งั้นกูไปก่อนนะ" 

 

พูดจบทักษิณจึงรีบคว้ากระเป๋าและออกจากห้องไปทันที แต่ผมยังสงสัยอยู่น่ะสิว่าทำไมวันนี้พ่อถึงนัดผมให้ไปที่ร้านอาหาร อาจจะเป็นเพราะพ่อเบื่ออาหารที่ผมทำแล้วรึป่าวจึงอยากรองทานอย่างอื่นดูบ้าง แต่เห็นบอกว่ามีธุระคงไม่เกี่ยวกับร้านอาหารมั้ง คิดมากน่ะเราเดี๋ยวไปเห็นก็รู้เองแหละ 

 

.................................................. 

 

ผมเดินเข้ามาในร้านอาหารที่ได้นัดกับพ่อเอาไว้ ภายในนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่นั่งทานอาหารกับครอบครัวและคนที่เรารักอย่างเอร็ดอร่อย เป็นโมเม้นที่เห็นแล้วก็อยากจะให้มันเกิดขึ้นกับครอบครัวเราบ้าง แต่คงจะเป็นได้แค่ฝันละมั้ง (และมันกำลังจะเกิด) 

 

ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอาหาร จนเหลิบไปเห็นพ่อพอดี แต่ก็มีบางสิ่งที่ทำให้ผมเอะใจขึ้นมาทันที นั่นก็คือผู้หญิงผมสีน้ำตาลถัดเปียไว้ด้านหลังที่นั่งอยู่ข้างๆ พ่อคือใคร คงจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่นัดมาคุยงานบางอย่างก็เป็นได้ แต่พอได้เป็นผู้จักการบริษัทคงจะมีเลขาส่วนตัวไว้คอยบริการอะไรบางอย่างแน่เลย 

 

ผมจึงได้เดินไปหาพ่อที่กำลังนั่งคุยกับผู้หญิงคนนั้นอย่างสนุกสนาน และวางก้นลงไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้ามที่เว้นว่างไว้สำหรับผม ผมจึงกล่าวทักทายพ่อและผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าผม 

 

"สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับน้า" 

 

"สวัสดีจ้ะ น้องทอย" 

 

เธอตอบกลับมาและยิ้มทักทายผม ผมยังไม่รู้จักชื่อเธอแต่บอกได้คำเดียวเลยว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ ถ้าจะพูดให้ดูเว่อก็คงประมาณว่าไม่เคยเจอใครสวยขนาดนี้มาก่อนเลย ผู้หญิงผมสีน้ำตาลทรงDutchแบบถักข้างเหมือนกับนางเงือกที่เห็นในเทพนิยายไม่มีผิด ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตที่แสดงถึงความอ่อนโยน กับผิวขาวใส่น่าดึงดูด แถมยังเลือกสวมเสื้อผ้าฝ้าย ปักลวดลายลูกไม้ แขนระบายสีขาว นั่นมันเหมาะกับคนสวยอย่างเธอมาก ส่วนกางเกงไม่รู้เพราะไม่เห็น แต่ถ้าให้เดาเป็นกระโปรงน่าจะเหมาะที่สุด และส่วนที่น่าดึงดูดใจมากที่สุดก็คือ หน่มน้มใหญ่โตของเธอ มันชั่งน่าจับเสียจริง มันใหญ่เกินกว่าจะเชื่อว่าเป็นไซล์ของคนไทย คงจะปวดหลังน่าดูถ้าแบกมันไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ สาวสวยคนนี้อย่าบอกนะว่า Who are you 

 

"ทอย นี่น้านุ่นนะ สนิทกันเข้าไว้ละ เพราะต่อจากนี้เข้าจะมาเป็นภรรยาของพ่อและแม่ของแก" 

 

"ฮะ" 

 

ขออนุญาติตกใจ ฮูยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เธอคนจะมาเป็นแม่ของผมงั้นหรอ ไม่ใช่เลขาหรือเพื่อนร่วมงานแต่เป็นภรรยาคนใหม่ของพ่อและแม่ของผม ดูจากสีหน้าแล้วคงจะอายุยังน้อยละมั้ง แต่ก็ไม่แน่อาจจะอายุใกล้เคียงกับพ่อก็เป็นได้ 

 

เมียพ่อก็เหมือนเียเราผลัดกันเอาเพราะเราพ่อลูกกัน งู้ยยยยยยยยยยยยยย 

 

สาวสวยขนาดนี้จะมาเป็นเมียพ่อ ผมยอมรับว่าพ่อผมหล่อ แต่ก็ไม่คิดว่าจะหล่อถึงขั้นหาเมียสวยๆ ที่แม้แต่ลูกชายตัวเองยังตกหลุมรักได้เลย ต้องมองพ่อใหม่ซะแล้วซิ 

 

"ใช่เธอคือแม่ใหม่ของลูก" 

 

"พ่อพูดเล่นป่าวเนี่ย" 

 

"พ่อจะพูดเล่นทำไม ก็พ่อหล่อขนาดนี้ 555" 

 

พ่อพูดชมตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ 

 

"ฮูยยยยยยยยยย พ่อAll Fools' Dayใช่ป่ะ" 

 

"ไม่ใช่โว้ยยยยยยยยยย เมียพ่อจริง" 

 

ในขณะที่พวกเราพ่อลูกกำลังสนธนากัน คุณนุ่นที่นั่งมองเราอยู่ซักพักจึงพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า 

 

"อาร่า อาร่า พ่อลูกบ้านนี้สนิจกันดีจัง ฉันเองก็อยากจะสนิทกับน้องทอยมั้งเหมือนกันนะ" 

 

หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส ผมจึงตอบกลับไปแบบเขินโดยไม่สบตากับเธอว่า 

 

"อะ เอ่อ ครับ ผมก็อยากจะสนิทกับน้าเหมือนกัน" 

 

ใจเย็นๆ หน่อยสิอย่างเกร็งไปตัวเรา ต้องทำตัวให้ปรกติที่สุด ถ้าตื่นตัวมากเกินไปเธอจะสังเกตุเห็นได้ ต้องไม่ทำให้เธอสงสัยว่าเรากำลังอยู่ไม่นิ่ง โดยส่วนตัวเป็นคนขี้อายอยู่แล้วด้วยเธออาจสังเกตุเหนแล้วก็ได้มั้ง 

 

"ต้องเรียกว่าคุณแม่สิ ไหนรองเรียกว่าคุณแม่สิ" 

 

"คุณแม่" 

 

เรียกว่าแม่ด้วยละ พอเรียกออกไปเธอจึงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ มันชั่งเป็นรอยยิ้มที่วิเศษไปเลย และจากนนี้ผมก็หวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มนี้ทุกครั้งที่เรียกเธอว่า ขุ่นแม่ 

 

"ดีมากจ้ะ ลูกชาย" 

 

ไม่ได้ถูกแม่เรียกว่าลูกชายมา12ปีแล้วนะเนี่ย รู้สึกดีใจจังที่ถูกเรียกว่าลูกชายจนอยากจะร้องให้ออกมาเพราะคิดถึงแม่คนก่อนเลยละ หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้รับการติดต่อจากเธอมาเลย ขอให้พ่อพาไปหาแม่พ่อก็ไม่ยอมไป แต่ว่าตอนนี้พ่อพาแม่มาหาผมแล้ว ถึงจะไม่ใช่แม่แท้ๆ ก็ตาม แต่ก็ดูจากภายนอกและเป็นคนที่อบอุ่นอยู่พอสมควร 

 

"เท่านี้เราก็ทำความรู้จักกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ เอาละมาสั่งอาหารแล้วทานข้าวกันเหมือนกับครอบครัวดีกว่า" 

 

พ่อพูด 

 

"ดีเหมือนกันค่ะ ลูกอยากทานอะไรหรอ เดี๋ยวแม่สั่งให้" 

 

แม่หยิบเมนูอาหารขึ้นมา และจ้องมองรายการอาหารที่อยู่ในนั้นด้วยความตั้งใจ 

 

จู่ๆ ผมก็อยากจะรู้อายุของเธอขึ้นมา ถ้าให้วิเคาระห์จากหน้าตาและรูปร่างแล้ว คงจะประมาณซัก20ปลายๆ แต่มันก็ไม่แน่ใจอยู่ดีเพราะสมัยนี้คนส่วนใหญ่สวยได้ด้วยมีดหมอแต่เธอคงไม่ใช่หลอกมั้งเธอคือนางฟ้าชัดๆ อยากจะถามอยู่เหมือนกัน แต่ว่าการถามเรื่องอายุกับผู้หญิงมันเป็นสิ่งไม่ควรเพราะอาจจะทำให้เธอโกรธได้ แต่เธอคงจะไม่ว่าอะไรหลอก เพราะตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเธอคือแม่ของผม 

 

"เอ่อ คุณนุ่นครับ ผมมีเรื่องอยากจะถามน่ะครับ" 

 

ผมเอ่ยถามแม่ขณะกำลังเลือกดูเมนูอาหารอย่างตั้งใจ ก่อนที่เธอจะลดแผ่นเมนูลง และพูดกับผมด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า 

 

"ไม่ให้ถามจ้ะ" 

 

เฮ้ยยย ยังไม่ทันได้พูดเลยก็โดนห้ามซะแล้ว แถมยังทำสีหน้าเหมือนโกรธอะไรผมก็ไม่รู้ นี่เราทำอะไรผิดไปรึป่าวเนี่ย หรือเธออาจจะรู้แล้วว่าเราจ้องหน้าอกของเธอ เธอคงจะคิดว่าผมจะถามเรื่องลามกๆ อย่างไซล์หน้าอกละมั้ง 

 

"บอกแล้วไงว่าให้เรียกว่าแม่ เพราะตั้งแต่ตอนนี้ฉันคือแม่ของเธอแล้วนะ ต้องเรียกแม่สิ" 

 

"เอ่อ ขอโทษนะครับพอดียังไม่ชินเท่าไหร่ แต่คุณแม่อายุเท่าไหร่หรอครับ" 

 

ถามออกไปแล้ว จะโดนด่าเรื่องไร้มารยาทรึป่าวนะ แต่เรื่องแบบนี้เราก็ต้องรู้เอาไว้ แต่ผมก็ยังไม่ได้ถามอายุปัจจุบันของพ่อเลย เพราะพ่อไม่อยู่บ้านให้ถาม 

 

"37จ้ะ" 

 

เฮ้ยย 2-3นี้ลืมแคะหู อาจจะได้ยินเพี้ยนจาก27เป็น37ละมั้ง ขอทวนอีกรอบ 

 

"อะไรนะครับ" 

 

"37ไงจ้ะ" 

 

OMGไม่จริงงงงงงงงงงงงงงง ใครก็ได้ตบหน้าผมให้ตื่นที37เป็นตัวเลขของพวกป้าๆ เลยนะเฟ้ยยย แต่ทั้งรูปร่างหน้าตายังดูอ่อนกว่าวัยยังกะเป็นพี่สาวแสนดี นี่ถ้าออกไปเดินข้างนอกด้วยกันคนแถวนั้นคงไม่ดิดว่าเป็นแม่ลูกกันอยู่แล้ว ไม่พี่สาวหรือแฟนที่คนพวกนั้นจะคิดมากกว่า พ่อนะพ่อได้แฟนเด็กสุดๆ เลยนี่หว่า 

 

"มีอะไรหรอ ลูกชาย" 

 

"ป่าว ไม่มีอะไรครับเรามาทานข้าวกันดีกว่า" 

 

ผมรีบหยิบเมนูที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ก่อนจะกว่าสายตามองอาหารไปอย่างรวดเร็ว และบอกคุณแม่ไปในทันทีว่าอยากทานอะไรด้วยความรีบร้อน 

 

"เอ่อคือ ผมจะเอา ข้าวผัดกุ้งก็ได้ครับ กินง่ายดี" 

 

"โอเคจ้ะ ข้าวผัดกุ้งของลูกนะ" 

 

พวกเรา3คนได้เป็นครอบครัวเดียวกันตั้งแต่วันนี้เป็นตนไป ในที่สุดผมก็ได้ทานอาหารพร้อมกันกับแม่อีกครั้ง ถึงเธอจะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่ดูเธอให้ความเอ็นดูกับผมไม่น้อยเลยทีเดียว ผมหวังว่าชีวิตต่อจากนี้จะดีขึ้นและมีแต่เรื่องให้ยิ้มล่ะนะ เพราะสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าผมคนนี้คือคนที่ผมจะต้องเรียกเธอว่าแม่ไปอีกนานนนนนนนนนนน มีแค่อย่างเดียวที่ตกใจคืออายุ 

อายุ37เหลือเชื่อ 

คุณแม่ที่เป็นต้นแบบให้กับเรื่องนี้ 

ตอนที่1ไม่มีวาปซ่อนอยู่หลอกนะ มันจะแฝงตัวอยู่ในนิยายตอนต่อไป555 (หัวเราะแบบตัวร้าย) 

ความคิดเห็น