ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.27 เสี่ยกรีน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2563 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.27 เสี่ยกรีน
แบบอักษร

^_______^

ฉันยืนฉีกยิ้มกว้างหน้าบานกว่าถ้วยอาหารของมูจิซะอีก ตอนนี้ฉันกลับบ้านแล้ว ไดมอนด์ขับรถมาส่ง ส่วนข้าวของ ของฉันจ้างรถขนมาด้วย

คอนโดฉันยังขายไม่ได้ แต่ก็มีคนติดต่อมาเรื่อยๆ ฉันเลยฝากให้ไลลาช่วยขายให้แทน

ขนาดฉันยิ้มจนปากจะฉีกถึงหู ไดมอนด์ยังหน้าบึ้งเหมือนกินนมบูดเลย

 

“มันไกลมากเลยนะตัวดี กว่าจะขับรถมาถึง”

 

“เรียนจบแล้วก็อยากตามล่าความฝันไงคะ”

 

“แต่ยังไม่รับปริญญาเลยนะ”

 

“ฉันไปรับแน่นอนไม่ต้องห่วง จะไม่ค้างสักคืนเหรอ”

ฉันรู้ว่าเขามีธุระต้องไปทำต่อเลยค้างด้วยไม่ได้ ฉันบอกไดมอนด์ตั้งแต่แรกแล้วว่ามาเองได้ แต่ไดมอนด์ก็อยากมาส่งให้ถึงที่ด้วยตัวเองฉันก็ไม่อยากขัด

 

“อยากค้างอยู่หรอก แต่ไม่ว่างนิทำไงได้ มูจิอยู่ได้มั้ย ถ้าอยู่ไม่ได้โทรหาพ่อเลยนะ”

ไดมอนด์ย่อตัวลงนั่งลูบหัวมูจิสั่งเสียกันก่อนกลับ พูดเหมือนมูจิจะกดโทรศัพท์ได้

 

“ไหนบอกไม่รักมูจิไง”

 

“ไม่รักแล้วจะตั้งชื่อให้ทำไม ถ้ามูจิอยู่ไม่ได้ก็บอกนะจะมารับ”

 

“ทราบแล้วค่ะคุณพ่อ ^^”

 

“ฟอด! ดูแลตัวเองด้วยนะ จะมาหาบ่อยๆ”

คร้าาาาาา~ ไดมอนด์ดึงฉันไปกอดแนบอกแล้วหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ ถ้าฉันว่างฉันก็จะไปหาเขาบ่อยๆ เหมือนกัน ^^

 

“อย่ามองผู้ชายคนอื่นนะ ถ้ารู้มึงตายแน่ตัวดี”

 

“โหดตลอด บอกตัวด้วยนะจ๊ะไดมอนด์ อย่าให้รู้เชียว”

ถ้าแกแอบไปหลีสาวฉันจะตามไปกระทืบแกให้ตายคาที่เลย

 

“มูจิกัดผู้ชายที่เข้าใกล้แม่ทุกคนเลยนะรู้มั้ย กลับก่อนนะถึงแล้วเดี๋ยวโทรหา”

 

“อย่าขับรถเร็วนะไดมอนด์ กูเป็นห่วง จุ๊บ!”

 

“คร้าบบบ~ ไอ้แดงพ่อไปแล้วนะ”

บ๊ายบายค่ะ ^^ ฉันยืนโบกมือให้ไดมอนด์จนรถของเขาขับออกไปจนลับสายตา แล้วค่อยหันกลับมามองเจ้าหมามูจิที่ดูเหมือนจะคิดถึงพ่อไดมอนด์เหมือนกัน ไม่คุ้นที่ใช่มั้ย จะปรับตัวได้มั้ยเนี่ยมูจิ

 

“เข้าบ้านกันดีกว่ามูจิ”

 

“โฮ่ง!!!”

เสียงเห่าคำรามดังห้าบ้านสิบบ้านนี่เป็นเสียงปกติของมูจินะ เจ้านี่ไม่ดุ ไม่กัด เชื่องมากออกแนวซื่อบื้อมากกว่าดุร้าย เพียงแต่ว่าเสียงดุเสียงโหดแบบนี้เฉยๆ

ฉันเดินจูงมูจิเข้ามาในบ้านก่อนจะถอดสายจูงที่คล้องคอมูจิออก เพื่อให้เดินเล่นเดินสำรวจบ้านใหม่

 

“พ่อนึกว่าน้องกรีนจะอยู่กรุงเทพอีกพักหนึ่งก่อนค่อยกลับ”

 

“ไม่รู้จะอยู่ทำไม หนูอยากเริ่มทำงานมากกว่าค่ะ ทำไมพ่อพูดเหมือนไม่อยากให้หนูกลับบ้านเลยล่ะ”

 

“ใครจะไม่อยากให้ลูกสาวคนสวยกลับมาบ้านกัน พ่ออยากให้กลับมาอยู่ทุกวัน แล้วไดมอนด์ไม่อยู่ค้างสักคืนขับรถดึกดื่นมันอันตรายนะ”

เป็นห่วงกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ปกติทำท่าจะวางมวยกันตลอดวันนี้มาแปลกนะคะคุณพ่อ

 

“ไดมอนด์มีธุระแต่เช้าค่ะเลยค้างด้วยไม่ได้ พ่อให้ช่างมาติดแอร์แล้วใช่มั้ยคะ”

 

“ติดแล้วลูก แม่ไปเลือกตัวใหญ่มาเลยนะลองเปิดดูสิ”

ฉันเดินไปหยิบรีโมทแอร์ที่วางอยู่ข้างทีวีมากดเปิด แล้วปรายตามองมูจิที่ขึ้นไปนอนลิ้นห้อยบนตักพ่อฉัน

ไปสนิทกับพ่อตอนไหนห๊ะมูจิ กับเพื่อนฉันที่เจอกันตลอดยังไม่สนิทเท่านี้เลย ทีกับพ่อละนอนให้เกาท้องเชียว

 

“นอนสบายเชียวไอ้แดง ดูสิลิ้นห้อยหมดเลยเก็บลิ้นหน่อย”

ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฉันขำพรืดกับคำพูดของพ่อที่ชี้นิ้วสั่งให้มูจิเก็บลิ้น แต่เจ้าหมีหมากับมองด้วยท่าทางงๆ

 

“ชื่อมูจิค่ะพ่อไม่ใช่ไอ้แดง”

ชักจะเหมือนไดมอนด์ขึ้นทุกวันเลยนะ รายนั้นก็เรียกไอ้แดงจนจะติดปากแล้วเหมือนกัน

 

“ก็ตัวมันเป็นสีแดง”

สีน้ำตาลต่างหากใช่สีแดงที่ไหนกันละ

 

“ต้องเปิดแอร์ให้ไอ้แดงทุกวันเลยเหรอลูก”

 

“ค่ะแม่ มูจิเป็นหมาไม่ชอบอากาศร้อนปกติอยู่คอนโดก็เปิดตลอด”

ถ้าบอกแม่ว่ามูจิ้ป็นหมาเมืองหนาวแม่ก็ไม่เข้าใจอีก เอาเป็นว่าไอ้แดงของพ่อกับแม่ไม่ชอบอากาศร้อนก็แล้วกัน

 

“ตัวใหญ่จัง ขนก็เยอะ ให้กินอะไรทำไมตัวใหญ่ขนาดนี้ดูหมาข้างบ้านสิน้องกรีนตัวกระจิ๋วเดียว”

เอ่อ...แม่คะ ฉันจะอธิบายยังไงดีละเนี่ย =_=!!

 

“แล้วแต่พันธุ์ค่ะ มูจิเป็นพันธุ์ตัวใหญ่ขนเยอะ ว่าแต่...เรื่องที่ดินของกรีนเป็นยังไงบ้างคะ”

ฉันตั้งใจเก็บเงินซื้อที่ดินแปลงเล็กๆ เพื่อที่จะเริ่มทำธุรกิจในแบบของตัวเอง ฉันต้องเริ่มศูนย์ใหม่โดยมีพ่อกับแม่เป็นคนช่วย เพราะบางเรื่องฉันก็ไม่มีความรู้มากพอ

 

“ได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปโอนโฉนดที่ดินกับพ่อเลย พ่อจะพาไปดู”

โอเคค่ะ ^^

 

“ขอบคุณนะคะคุณพ่อคุณแม่”

 

“พ่อกับแม่ก็ต้องสนับสนุนลูกสิ ตั้งใจแล้วก็ทำมันให้ถึงที่สุดเลยนะลูก”

 

“ค่ะแม่ มูจิไม่ลงจากตักพ่อเลย”

น่ารักเป็นบ้าเลยเจ้าหมาหมีของแม่ 😊

 

“พ่อขาเป็นตะคริวแล้วตัวหนักใช่ย่อย สงสัยอยากเป็นลูกพ่อด้วย ฮ่าๆ ฮ่าๆ”

เข้ากันได้ดีทั้งพ่อฉัน ทั้งมูจิ ฉันคิดว่ามูจิคงปรับตัวอยู่ที่นี่ได้แหละ เพียงแต่ว่าอาจจะให้อยู่แค่ที่บ้านไปก่อน ถ้าออกไปข้างนอกด้วยไม่ไหวแน่ๆ ข้างนอกร้อนมาก

 

“ดึกแล้วเข้านอนเถอะลูก เดียวพรุ่งนี้ออกไปกับพ่อแต่เช้าอีก ไอ้แดงจะนอนกับใครเลือกสิ”

 

“โฮ่ง!!”

อ๊ากกกกกก! ไอ้ตัวหนักแค่เห็นฉันลุกยืนก็กระโจนมาเกาะเอวฉันแล้ว ไม่ไปนอนกับพ่อล่ะ สนิทกันแล้วไม่ใช่เหรอ

 

“โอะๆๆ เดี๋ยวหงายหลังหรอก ลากเข้าห้องนอนไปด้วยเลย”

 

“อุ้มจนหลังจะหันแล้ว ไม่เดินเองบ้างเลย”

ฉันย่อตัวลงอุ้มเจ้าหมายักษ์เข้าห้องนอนก่อนจะใช้เท้าเขี่ยแตะประตูให้ปิดลง

 

“คืนนี้นอนสองคนนะมูจิ ^^”

ปกติจะมีไดมอนด์มานอนด้วยบ่อยๆ ช่วงนี้ไปจนถึงอนาคตก็ต้องนอนสองคนแล้วนะ

ที่ฉันย้ายกลับมาอยู่ที่ต่างจังหวัดกับพ่อแม่ก็เพราะฉันจะทำแบรนด์สร้างผลผลิตของที่บ้านให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น

ฉันขอให้พ่อช่วยหาซื้อที่ดินเล็กๆ ให้สักผืน ฉันจะปลูกดอกไม้บางชนิดที่ตอบโจทย์กับความฝันของฉัน และจะปลูกพืชผลไม้บางชนิดแซมๆ กันไป

ฉันลงทุนเองนะ ฉันใช้เงินเกือบมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เพื่อลงทุนกับสิ่งที่กำลังจะทำ

เพียงแค่ซื้อที่ดินผืนหนึ่งก็หมดไปเกือบเกลี้ยงบัญชีแล้ว ฉันเองก็แอบปาดเหงื่อเหมือนกัน ฉันมีเงินเก็บจากพ่อกับแม่ส่งเสียให้เรียนก็พอมีเก็บบ้าง ตอนฝึกงานก็ได้มานิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ได้มาจากการขายผลผลิตของพ่อกับแม่ ที่แบ่งผลกำไรให้ฉันด้วย ทั้งที่ฉันไม่ได้ช่วยออกแรงอะไรเลย นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาลุยกัน ฉันหมายถึง...นอนรอคุยกับไดมอนด์ แหะๆ 😉

 

07.12 น.

ฉันไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้มาก่อนเลย หมายถึงเวลานี้ที่ฉันอาบน้ำแต่งตัวและกินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้ว เวลานี้จริงๆ พระเจ้า!

ขนาดฉันโทรหาไดมอนด์ตอนกินข้าวเสร็จนางยังงัวเงียอยู่บนที่นอนเลย ปกติไดมอนด์ตื่นเช้ากว่าฉันอีกนะ รู้สึกชนะยังไงก็ไม่รู้ โฮ๊ะๆๆ ^0^

 

“เสร็จหรือยังน้องกรีนจะสายแล้วนะลูก”

 

“เสร็จแล้วค่ะ แม่ไปก่อนนะมูจิอยู่บ้านกับคุณยายนะเจ้าหมายักษ์”

ไปทำธุระสำคัญกานนนนนน~

 

ไดมอนด์ Talk

12.00 น.

เหงาชิบหายเลยแม่ง หันซ้ายก็ว่างเปล่า หันขวาก็ว่างเปล่า ปกติผมเจอหน้ากรีนเกือบจะตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ พอห่างกันแล้วมันรู้สึกโหวงเหวงยังไงชอบกล

 

“ไดมอนด์จะกลับบ้านพร้อมพ่อมั้ย”

 

“อ๋อ...ผมว่าจะไปหาเพื่อนต่อ พ่อขับรถมาเองอีกแล้วเหรอ!”

 

“จะดุพ่อทำไม ไม่ได้ขับมาเอง”

ก็แล้วไป บอกแล้วอย่าแก่เร็ว อย่าให้รู้นะว่าพ่อขับรถไปไหนมาไหนเองอีก คราวที่แล้วรถเสียข้างทางผมยังจำได้ขึ้นใจเลย

 

“พ่อมีงานต่อหรือเปล่า”

 

“จะกลับบ้านแล้ว อย่าลืมเรื่องที่คุยกันในที่ประชุมล่ะ”

 

“ทราบแล้วครับ”

ผมจะรับช่วงต่อจากพ่อเอง แต่ว่าตอนนี้ขอเป็นพนักงานใหม่ไปก่อน ถึงผมจะเรียนจบแล้วแต่ก็อยากเรียนรู้งานทุกอย่างในบริษัทก่อน

 

“อย่ากลับดึกดื่นรู้มั้ย วันนี้แม่ทำอาหารรอ”

 

“ครับ พ่อกลับก่อนเลย”

ผมเดินตามหลังท่านพ่อออกมาที่หน้าบริษัทซึ่งมีรถจอดรออยู่แล้ว เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะครับ เดี๋ยวผมจะรีบตามไป

 

ไลน์!

ไลลา : เหงาจังเยยยยย

 

เพชร : แม่กูใช้งานเหมือนกูเป็นทาสเลย อยากไปนวดจังเยยยงับ

ศรีสมรไม่ถูกใจภาษาที่พวกมึงพิมพ์คุยกัน ถ้าอาจารย์รู้คงกำไม้เรียวรอฟาดตูดแล้วแน่ๆ

 

เจมส์ : ทำไมวันนี้ร้อนจังวะ

 

ไลลา : คอนโดนังตัวดีขายได้แล้วนะ น่าจะเรียบร้อยประมาณอาทิตย์หน้า

ดีจัง ห้องผมไม่ได้ขายแต่ปล่อยให้เด็กนักศึกษาเช่าแทน ห้องไลลาก็ขายไปแล้วเหมือนกัน พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไปหมด

 

เพชร : ได้ข่าวว่าเสี่ยกรีนซื้อที่เหรอวะวันนี้ มันหายหัวไปไหน

 

กรีน : นินทาอะไรกูคะ กูมาแล้วทำไมวันนี้ร้อนจังวะ

 

ไดมอนด์ : ที่รักครับ ลูกชายเป็นยังไงบ้าง

 

กรีน : นอนพุงกางอยู่บ้านกับแม่ ติดแอร์ทั้งบ้านเลย มูจิบอกว่าสบายมากฮะคูมพ่อไดมอนด์

ได้เห็นแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย คิดว่าจะอยู่ไม่ได้ซะอีก

 

ไดมอนด์ : คิดถึงจัง กินข้าวเที่ยงยัง

 

กรีน : กินแล้ว ตัวเองล่ะ คิดถึงจังเยยยย 😙😙

 

เพชร : ขอนาดลีฟตัวเองออกจากกลุ่ม

 

ไทม์ : กูเข้าผิดแชทป่ะ ทำไมเหมือนมาเป็นก้างเขาเลยวะ

 

ไลลา : พวกมึงจะจีบกันสองคนแบบนี้ไม่ไดเนะเว้ยเห็นใจคนโสดด้วยฮะ

ถ้ามึงโสดคนทั้งโลกก็ไม่มีใครได้ผัวหรอกครับไลลา อมทั้งวัดมาพูดยังไม่เชื่อเลยว่าโสด

 

เพชร : โสดบวกหนึ่ง

 

เจมส์ : พึ่งโสดบวกสอง

 

ไทม์ : กูต้องโสดด้วยมั้ยวะ

ก็ถ้ามึงไม่อยากให้น้องคนนั้นงอนเป็นฟืนเป็นไฟก็โสดตามสบายเลยครับ แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยในชีวิตนะ

 

ไดมอนด์ : อยากกอดจัง

 

เพชร : กอดกูเหรอ

 

ไดมอนด์ : ตีนกูนี่

ถ้าอยู่ใกล้สัญญาจะยันให้ชิดฝากกำแพงบ้านเลย

 

ไลลา : เป็นไงบ้างตัวดี มึงซื้อที่ได้แล้วป่ะ

 

กรีน : เรียบร้อย เหลือแต่หมอยกับรอยยิ้มแล้วตอนนี้

 

เจมส์ : แพงขนาดนั้นเลยเหรอวะ มึงบอกจะซื้อที่เล็กๆ สักผืน

 

กรีน : ก็เล็กนี่แหละ สองร้อยกว่าไร่เอง

เชี้ยยยยยย!!! สองร้อยกว่านั่นบ้านมึงเรียกเล็กเหรอตัวดี โอ้โห! เมียกู

 

เจมส์ : เชี้ย!!

 

ไลลา : เชี้ยบวกสอง

 

เพชร : เชี้ยจริง เศรษฐีกรีน มึงจะซื้อทำอสังหาริมทรัพย์เหรอครับ

เออนั่นดิ ตอนที่เธอบอกผมว่าอยากซื้อที่ไว้เล็กๆ สักผืน ผมคิดว่าไร่สองไร่ ไม่คิดว่ามันจะขนาดนี้

 

กรีน : เออวันนี้พึ่งไปโอนโฉนดมา เดี๋ยวอีกสองสามวันจะไปหานะไดมอนด์ อยากให้ช่วยเรื่องรับเหมาหน่อย

 

ไดมอนด์ : ยินดีมากครับ เดี๋ยวบอกพ่อไว้ให้ จะไปรับถึงบ้านเลย

😁 ไว้ใจผมได้เลย

 

ไลลา : เหมือนมันมาคุยกันสองคนจริงๆ ว่ะ

 

ไทม์ : หิวว่ะ

 

เพชร : กินหมอสิ

 

ไทม์ : ไอ้สัสอย่าเล่นของสูง กินหน้ามึงสิ

 

เพชร : กับกูไม่นุ่มนิ่มเหมือนกับหมอเลย เสียใจจังเยยงับ

ปวดหัวกับการอ่านข้อความพวกแม่งชิบหาย ทำไมผมต้องออกเสียงพร้อมท่าทางตามด้วยก็ไม่รู้ อ่านจนเหนื่อย

 

กรีน : เดี๋ยวโทรหานะจ๊ะไดมอนด์ จุ๊บๆๆๆ

 

ไดมอนด์ : คร้าบบบบ 😘😘😘

 

เจมส์ : จะอ้วก!!!

เรื่องของมึง แพ้ท้องแทนเมียแล้วมั้ง

 

กรีน Talk

ฉันยืนดูที่ดินว่างเปล่าที่ไกลสุดลูกหูลูกตาอยู่บนตึกหรูหลังจากกินข้าวกับเจ้าของที่ดินเก่าเสร็จ เราตกลงซื้อขายและโอนที่ดินกันเรียบร้อยแล้ว ฉันเลยเอ่ยชวนเขามากินข้าวด้วยกัน

ฉันเริ่มเดินมาได้หนึ่งก้าวแล้วนะ ฉันติดต่อซื้อที่ดินไว้สามแห่ง ตอนนี้ได้มาหนึ่งแล้ว เหลืออีกสอง คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะได้ครบตามที่หวังไว้

ที่แรกฉันจะเพาะปลูกทั้งหมด ที่ที่สองจะทำออฟฟิศ ที่ที่สามจะสร้างโรงงาน ฉันเลยต้องติดต่อไปที่บริษัทของไดมอนด์เพราะที่บ้านเขาถนัดด้านนี้ ดีใจนะที่จะได้ร่วมงานกันครั้งแรก เป็นทั้งเพื่อนทั้งแฟน เป็นทุกอย่างแล้วจริงๆ

 

“น้องกรีนจะโตกว่าพ่อแล้วนะเนี่ย พ่อยังมีนิดเดียวเอง”

 

“ของพ่อรวมกันเยอะกว่าของหนูอีก พรุ่งนี้นัดกี่โมงเหรอคะ”

 

“ช่วงบ่ายๆ ไม่ต้องรีบหรอก พ่อว่าจะพาไปซื้อรถ พ่ออยากให้เป็นของขวัญที่ลูกเรียนจบ”

แต่หนูยังขับรถไม่เป็นเลยนะคะ

 

“พ่อก็รู้....”

 

“พ่อจะสอนทุกอย่างให้เอง จะไปตอนนี้เลยมั้ย”

 

“ขอหนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ ^^”

พ่อฉันพยักหน้าเข้าใจ ฉันหยิบกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วเดินออกมาเข้าห้องน้ำ

ที่จริงฉันซื้อเองก็ได้นะรถอ่ะ แต่ที่ยังไม่ซื้อเพราะฉันไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะขับได้หรือเปล่า ฉันกลัวว่าจะไปชนคนอื่นเขาเลยหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด ฉันปอดแหกจริงๆ ฉันยอมรับ

 

“อุ๊ยตาย! เพื่อนเก่าแกไม่ใช่เหรอเชียร์”

เฮ้อ...ทำไมถึงเหวี่ยงฉันมาเจอแต่คนพวกนี้นะ แล้วเลือกสถานที่เจอได้ดีซะด้วย เจอกันที่..ส้วม 😏

 

“กูไม่เคยเป็นเพื่อนมันย่ะ ไม่มีคลาส 🙄

จ่ะ! แม่คนมีคลาส มีปากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ฉันไม่เสียเวลาต่อล้อต่อเถียงด้วยหรอก เวลาของฉันมันเป็นเงินเป็นทอง

 

“หึ! ดูสภาพแล้วคงตกอับเหมือนที่แกเล่าให้ฟังจริงด้วย สงสัยโดนไดมอนด์ทิ้งแล้วมั้ง ถึงได้มาอยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ ดูแต่งตัวสิ”

เรื่องของกูอีกอ่ะ กูจะแต่งตัวยังไงก็ได้ปะคะตราบใดที่ไม่ได้ขอข้าวพวกมึงกิน อย่าเผือกเรื่องคนอื่นเลยจะดีกว่า

 

“คนจำพวกเดียวกันมักจะดึงดูดกันและอยู่ด้วยกันได้ คงคลาสเดียวกันสินะเชียร์”

ฉันเบะปากมองเชียร์กับเพื่อนใหม่นางหัวจรดเท้า คงมาทำงานกันละมั้ง เห็นว่าเดี๋ยวนี้ได้เป็นนางแบบคนดังแล้วนี่ ดีใจด้วยนะ ขอให้งานแกปังๆๆๆ ล่ะ อย่าให้ดับเพราะสันดานกับปากเน่าๆ ของพวกแก

 

“อีกรีน!”

 

“อะไรอีเชียร์มึงเห่ากูก่อนนะ สั่งสอนอีขี้ครอกขี้ข้าตามตูดมึงด้วยอย่าสาระแนเรื่องของกูเลย เอาตัวเองให้รอดเถอะจ่ะแม่คนมีคลาส กูไม่เคยยุ่งไม่เคยระรานมึงเลยนะ สงบปากไว้ถ้ายังไม่อยากดับ”

 

“มึงขู่กูเหรอ!!”

กูเคยขู่เหรอจ๊ะ มึงคิดว่าตัวเองรวยคนเดียว มีอิทธิพลคนเดียวบนโลกเหรอ? เดี๋ยวมึงจะได้รู้เร็วๆ นี้แหละ กูสัญญาเลยว่ากูจะปีนขึ้นไปฉุดมึงลงมาจากหิ้งสูงส่งของมึงเอง รอก่อนเถอะ อีกไม่นานหรอก!

 

“อย่างมันจะขู่อะไรได้วะเชียร์ มีเงินรถขับยังเถอะ ไปกันดีกว่าเสียเวลาคุยกับสก๊อยว่ะ”

จ่ะ! แม่คนไม่สก๊อยอีดอกกระเป๋าที่มึงถือก็ปลอมพอๆ กับนมมึงเลยนะจ๊ะ

 

“เลิกซื้อก็อปเกรดเอก่อนค่อยมาคุยกับกูนะอีหมาตามตูด”

 

“กรี๊ดดดดด!! อีกรีน!!!”

 

“สั่งสอนขี้ข้ามึงด้วยนะเชียร์ บอกมันว่าอย่าง้างมือใส่กูจะดีกว่า กู๊ดลัคนะขอให้โชคดีกับสังคมจอมปลอมของมึง อ้อ! อีกอย่างกูขอแจ้งลิขสิทธิ์นะ พวกมึงใช้กระเป๋าปลอมว่ะ ฮ่าๆ ฮ่าๆ”

End Talk// ยังไม่แก้คำผิด

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว