ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 1-9 หลงรักนักแสดงละครเวที

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-9 หลงรักนักแสดงละครเวที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 284

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 มี.ค. 2563 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-9 หลงรักนักแสดงละครเวที
แบบอักษร

แจ็คเก็ตสีน้ำเงินซีด กางเกงผ้าสีเบจ “น่าจะประมาณนี้แหละ” ฮินาโกะเลือกจัดเสื้อผ้าให้ด้วยอิมเมจที่คิดเอาเอง โชเฮย์ซึ่งรับเสื้อผ้าพวกนั้นมา ม้วนสมุดโน้ตในมืออยู่หน้าสถานีตำรวจที่มีผู้สื่อข่าวออกันอยู่เต็มไปหมด 

...อา นี่มันจะบ้าบิ่นเกินไปแล้ว 

พอเขาเหลือบมองคนถือกล้องโทรทัศน์หรือขาตั้งกล้อง จิตนาการภาพการปรากฏตัวในหัว รอช่วงเวลาที่เหมาะสม 

“ถ้าเป็นการสอบปากคำ จะต้องออกมาจากสถานีตำรวจตอนกลางคืนแน่” คนที่บอกกับโชเฮย์แบบนั้นก็คือฮินาโกะนั่นเอง เท่าที่ฟังจากรายงานข่าว ซึดะ ยูยะยังไม่ถูกจับกุม ดังนั้น ถ้ามารออยู่หน้าสถานีตำรวจก็จะมีโอกาสเข้าถึงตัวได้สูง...ดูเหมือนความคิดของน้องสาวจะถูกต้อง เขาถึงได้มายืนอยู่กับนักข่าวจำนวนมากหน้าสถานีตำรวจอย่างนี้ 

ให้ตายเถอะ ทั้งที่ได้คะแนนสอบกลางๆ ค่อนไปทางท้ายแท้ๆ ท่าทางสมองจะแล่นเร็วแค่ตอนทุ่มเทกับการไล่ตามผู้ชาย 

...เป็นน้องสาวที่น่าปวดหัวจริงๆ 

เข็มนาฬิกาข้อมือชี้เวลาสี่ทุ่มห้านาที 

รู้สึกได้ถึงเสียงเซ็งแซ่ โชเฮย์เลื่อนสายตาขึ้นมองทางเข้าสถานีตำรวจ ชายหนุ่มสวนเสื้อยืดแขนยาวสีดำและกางเกงยีนส์เรียบๆ เดินก้มหน้าออกมา ได้ยินเสียงนักข่าวสักคนตะโกนว่า “ออกมาแล้ว!” โชเฮย์พุ่งตัวออกไปสุดฝีเท้า 

แต่ความเคยชินก็เป็นฝ่ายชนะ ที่ด้านหน้า นักข่าวที่กระจายกันอยู่ยื่นไมค์ล้อมรอบซึดะ ยูยะทันที 

โชเฮย์ที่ไปถึงช้ากว่าอ้อมไปทางด้านหลังของซึดะ ยูยะโดยไม่ลังเล ขณะที่ทุกคนกำลังสนใจสีหน้าหรือคำพูดของซึดะ ยูยะ เขาก็ย่อตัวลง หย่อนมือถือในมือข้างหนึ่งลงไปในกระเป๋ากางเกงของยูยะ 

อาจจะเพราะรู้สึกแปลกๆ ซึดะ ยูยะจึงหันหลังมาทางนี้แว้บหนึ่ง แต่ถูกบดบังด้วยนักข่าวและช่างกล้องซึ่งทยอยเข้ามารวมกันจนต้องหันกลับไปด้านหน้าอย่างทำอะไรไม่ได้ 

โชเฮย์แหวกบรรดานักข่าวกระโจนออกจากกลุ่มที่มีซึดะ ยูยะเป็นศูนย์กลาง ระวังไม่ให้ถูกกล้องถ่ายเอาไว้ขณะออกจากบริเวณสถานีตำรวจ แล้วข้ามถนน 

ใต้ร่มต้นไม้ริมถนน ศรีษะเล็กๆ ชะโงกออกมา 

“ส่งได้ไหม?” 

“ใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์แล้ว” 

พอรายงานไปแบบนั้น ฮินาโกะก็วางมือบนหน้าอก หลับตาอย่างประทับใจ 

“โกหกใช่ไหม ไม่อยากเชื่อเลย มือถือของฉันตอนนี้อยู่ในกระเป๋าของยูยะคุง...แบบแนบชิด...แล้วยังเป็นที่ก้น” 

“เฮ้ย” 

“อ๊าาา อยากเปลี่ยนตัวกันจังเลย! อยากเป็นมือถือ!” 

“เรื่องนั้นหรอกเรอะ ก่อนอื่นก็แสดงความยินดีกับความสำเร็จของแผนขั้นแรกหน่อยสิฟะ” 

เผลอตบมุกโดยไม่รู้ตัว โชเฮย์ส่งสายตาเย็นชาให้น้องสาวผู้โพล่งคำพูดดีใจสุดขีดออกมาพร้อมส่งเสียงคร่ำครวญ เธอจะเข้าใจเรื่องที่พี่ชายต้องกระโจนเข้าไปในดงนักข่าวโดยเตรียมใจสละตัวเองจริงๆ รึปล่า 

แผนของฮินาโกะเป็นแบบนี้ 

อย่างแรก โชเฮย์ต้องรับบทเป็นนักข่าวไปดักรออยู่หน้าสถานีตำรวจ แล้วทำอย่างไรก็ได้ให้มือถือของฮินาโกะไปอยู่กับซึดะ ยูยะซึ่งออกจากตึกเมื่อการสอบปากคำจบลง หลังจากยืนยันได้แล้วว่าซึดะ ยูยะแยกจากนักข่าว ออกมาจากหน้าสถานีตำรวจไปขึ้นรถที่ผู้จัดการเตรียมไว้ให้แล้ว ก็ใช้มือถือของโชเฮย์โทรเข้าไป 

ก่อนนี้ ได้บันทึกเบอร์โทรศัพท์ของโชเฮย์เอาไว้แล้วว่า “ถึงซึดะ ยูยะซัง เรามีข้อมูลของคนร้ายตัวจริง ช่วยรับโทรศัพท์นี้ด้วย” ถ้าทำอย่างนี้ ถึงจะเป็นมือถือซึ่งจู่ๆ ก็มีใครไม่รู้ยัดเยียดมาให้ โอกาสที่เจ้าตัวจะเห็นข้อความแล้วตอบรับก็เพิ่มสูงขึ้น 

ไอเดียของฮินาโกะคือ...หน้าสถานีตำรวจมีคนมากเกินไปทำให้พูดคุยได้ลำบาก ดังนั้น เรียกซึดะ ยูยะมาคุยในที่ปลอดภัยดีกว่า หรือพูดอีกอย่างก็คือ แผนการนี้จะราบรื่นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าซึดะ ยูยะจะยอมรับสายโทรศัพท์โดยไม่หวาดระแวงหรือไม่ 

ถ้าถูกเมินไปเลย กรณีที่แย่ที่สุดก็คือฮินาโกะจะไม่ได้มือถือคืน ซึ่งดูเหมือนจะไม่เป็นไร เพราะยัยน้องสาวได้พูดภาษาญี่ปุ่นฟังไม่รู้เรื่องไว้ว่า “แค่มือถือของฉันได้สัมผัสมือของยูยะคุงก็ดีใจอย่างหาที่สุดไม่ได้แล้วล่ะ” ถ้าให้แปลล่ะก็ คงจะหมายถึงว่ามีกำหนดการณ์จะเปลี่ยนเครื่องในเร็วๆ นี้อยู่แล้ว ถึงหายไปก็ไม่เจ็บมากละมั้ง 

“น่าจะใกล้เวลาแล้วนะ” 

ฮินาโกะพึมพำขณะแอบมองลาดเลาฝั่งตรงข้าม กลุ่มนักข่าวเมื่อกี้ไปชุมนุมกันที่รถตู้คันเล็กสีเทา รถที่ซึดะ ยูยะนั่งแล่นออกไป เลี้ยวซ้ายที่สัญญาณไฟแรกแล้วลับหายไป  

“พี่ ตอนนี้ล่ะ!” 

พร้อมกับเสียงเรียกของฮินาโกะ โชเฮย์กดเลือกประโยค ‘ถึงซึดะ ยูยะซัง เรามีข้อมูลของคนร้ายตัวจริง ช่วยรับโทรศัพท์นี้ด้วย’ จากหน้าประวัติการโทร แล้วโทรออก 

เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้น 

หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง รู้สึกได้ว่าเสียงเต้นในอกรัวเร็วขึ้น ซ้อนทับกับเสียงสัญญาณรอสายข้างหู 

ตอนที่เสียงสัญญาณครั้งที่สี่ดัง และกำลังเริ่มต้นสัญญาณครั้งที่ห้า เสียงสัญญาณก็ถูกตัด 

ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย 

“สวัสดีครับ?” 

โชเฮย์ส่งเสียงไปอย่างระแวดระวัง ได้ยินเสียงเบาๆ สั่นๆ ตอบกลับมา 

“คือว่า...นั่นใครเหรอครับ” 

ฮินาโกะซึ่งอยู่ข้างๆ จับไหล่ของโชเฮย์พลางยืดตัวเงี่ยหูฟังมือถือด้วยอีกคน โชเฮย์พูดคุยกับนักแสดงละครเวทีที่ปลายสายอย่างประหม่าในสภาพที่ขยับไม่ถนัดเท่าไร 

“ซึดะ ยูยะซัง สินะครับ” 

“...ก็ใช่ครับ” 

“ขอโทษที่จู่ๆ ก็ใส่มือถือลงในกระเป๋าครับ ถ้าไม่ทำแบบนี้ล่ะก็คิดว่าคงไม่ได้คุยกันสบายๆ กับคนดังอย่างซึดะซังแน่ อ๊ะ ผมเป็นนักศึกษาปีสองมหาวิทยาลัยในเมืองนี้ ชื่อโออิคาเคะ โชเฮย์ครับ” 

ต้องเปิดเผยตัวเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าน่าสงสัย 

คิดว่าคุยกันอีกหน่อยค่อยเริ่มดีไหมอยู่หรอก แต่โชเฮย์ก็เข้าประเด็นทันทีโดยไม่เว้นช่วง 

“บังเอิญว่า ผมได้หลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายตัวจริงในคดีนี้มาน่ะครับ อาจจะช่วยพิสูจน์ข้อหาของซึดะซังได้ก็ได้ อยากจะส่งหลักฐานให้ เราจะเจอกันที่ไหนได้บ้างไหมครับ” 

“เอ๋ หลักฐาน? ตอนนี้เลยเหรอครับ” 

“ใช่ครับ ฝากเรื่องสถานที่ด้วยนะครับ ถ้าชักช้าล่ะก็ตำรวจอาจจะตัดสินใจจับกุมซึดะซังก็ได้ จู่ๆ ถูกพูดแบบนี้ใส่อาจทำให้คุณกลัว แต่ว่า...เชื่อผมเถอะครับ ขอร้องล่ะครับ” 

ทั้งที่เป็นภาระน่ารำคาญที่ถูกน้องสาวยัดเยียดมาให้แท้ๆ แต่ก็เผลอมีอารมณ์ร่วมไปจนได้ โชเฮย์รอคำตอบจากซึดะ ยูยะด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังภาวนา 

หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง เสียงกระซิบว่า “เข้าใจแล้วครับ” ก็ดังมาถึงหูโชเฮย์ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว