ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 1-8 หลงรักนักแสดงละครเวที

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8 หลงรักนักแสดงละครเวที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 318

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2563 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8 หลงรักนักแสดงละครเวที
แบบอักษร

‘ไชโย! เขาติดตามกลับแล้ว! ดีจังเลย’ 

ตอนที่ข้อความจากน้องสาวส่งมาถึง โชเฮย์ซึ่งโดดคาบบรรยายของวันนี้กำลังกลับห้องไปนอนกลางวัน หลังจากกินมื้อเที่ยงกับแม่เสร็จ 

‘จะเริ่มคุยกับเขาแล้วนะคะ’ 

น้องสาวที่เป็นแค่คนธรรมดากำลังติดต่อกับนักแสดงละครเวทีผู้อาจจะเพิ่งฆาตกรรมคุซาโนะ เคียวทาโร่สำเร็จไปเมื่อวานด้วยข้อความส่วนตัว 

พอคิดแบบนั้นก็รู้สึกประหลาดชะมัด 

ยิ่งกว่านั้น...ดูเหมือนว่าฮินาโกะตอนนี้จะอยู่ระหว่างเรียนคาบที่ห้า 

“ถ้าถูกจับได้แล้วโดนยึดมือถือจะทำยังไง” 

โขเฮย์บ่นขณะมองจอ แต่ตอบกลับไปแค่ ‘รายงานความคืบหน้าด้วย’ 

อุตส่าห์ตั้งใจจะนอนกลางวันแท้ๆ แต่เพราะน้องสาวไม่ตอบกลับเลยนอนหลับไม่ลง พอมองมือถืออย่างกระวนกระวาย ในที่สุดก็มีไฟล์ภาพหลายไฟล์จากน้องสาวส่งมา เป็นภาพสกรีนช็อตการโต้ตอบข้อความกับนักแสดงคนนั้น 

บทสนทนาของทั้งคู่ เริ่มจากข้อความของฮินาโกะที่เนียนเป็น ‘นิชิมู่’ 

‘คดีคุซาโนะ เคียวทาโร่นี่สุดๆ ไปเลย นายขึ้นแสดงบทเวทีเดียวกันนี่ เป็นไรเปล่า’ ...ดูเหมือนฮินาโกะจะศึกษาทวีตในอดีตแล้วเลียนแบบสำนวน 

‘ขอบใจที่เป็นห่วง ตกใจหมดเลยที่เพื่อนนักแสดงกลายเป็นแบบนั้น’ 

ข้อความตรงไปตรงมาผิดคาดถูกส่งกลับมา ดูเหมือนว่าแผนการของฮินาโกะจะไปได้สวย 

โชเฮย์ตัวสั่นโดยไม่ได้ตั้งใจ สมมติถ้าตัวเองถูกทำเรื่องเดียวกันขึ้นมา ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะจับสังเกตการเลียนแบบนี่ได้ 

“เห็นตอนถูกแทงป่ะ?” 

“มองไม่ค่อยชัดหรอก เพราะตอนที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกสั่งให้กลับไปที่ห้องพักทุกคนแล้วน่ะ” 

“งั้นเหรอ แต่เกิดคดีแบบนั้นขึ้นมา นายก็คงช็อคใช่ไหม” 

“ก็นะ ก็ซ้อมมาด้วยกันตลอดเลยนี่นา” 

“อ๊ะ แต่ว่านายเกลียดคุซาโนะ เคียวทาโร่นี่นะ” 

“เอ๊ะ ทำไมกัน เคยเล่างั้นเหรอ” 

กับอีกฝ่ายที่เป็นนักแสดงที่แสดงออกชัดว่าหวั่นไหว ฮินาโกะส่งข้อความลอยๆ ไปว่า “ฉันฟังข่าวลือนั่นมาผ่านๆ” กล้าหาญจริงๆ 

การลองเชิงดูเหมือนจะหมายถึงตรงนี้ แต่ฮินาโกะจะใช้อะไรทำให้ความจริงกระจ่างได้ โชเฮย์ไม่เข้าใจระบบความคิดของน้องสาวเลยแม้แต่นิดเดียว 

“คนร้ายที่ฆ่าคุซาโนะ เคียวทาโร่ ชื่ออะไรนะ” 

“ซึดะ ยูยะ” 

“อ๋อ นั่นล่ะ รู้สึกว่าไม่เคยได้ยินชื่อเลยนะ นักแสดงไร้ชื่องั้นเหรอ” 

“จนถึงตอนนี้ไม่มีชื่อก็จริง ประมาณว่าปังเพราะได้รับเลือกให้แสดงนำในละครเวทีครั้งนี้มั้ง” 

“แสดงนำเหรอ ก็แปลว่าประวัติการแสดงนานกว่านายงั้นเหรอ” 

“ไม่ สั้นกว่าฉัน เพราะดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเป็นงานที่สองหลังจากเดบิวท์” 

“ทั้งที่เป็นงั้นแต่ก็ได้แสดงนำ” 

“ก็นะ ใช้เส้นสายไปหลายเลยนี่นา” 

“อย่างค่ายน่ะเหรอ” 

“ประมาณนั้น” 

เห็นภาพว่าเป็นโลกที่วุ่นวายชะมัด 

...ถ้าได้เกิดใหม่เป็นหนุ่มหล่อ ก็จะไม่เข้าวงการบันเทิงละกัน 

โชเฮย์สรุปในใจขณะอ่านคำตอบกลับของนักแสดง 

“ซึดะ ยูยะนั่นน่ะ เป็นคนนิสัยไม่ดีเหรอ” 

“นั่นสินะ ดูเหมือนว่าจะพกมีดเดินไปเดินมาเป็นปกติเลย” 

“เฮ้ย น่ากลัวอะ ไม่ได้เตรียมไว้ใช้ฆ่าคนหรอกเหรอ แต่เออ ข่าวก็บอกอยู่ว่าอาวุธคือมีดพกนี่นะ” 

“ใช่ๆ” 

“แต่ว่าถ้างั้น รูปทรงมันก็จะต่างจากมีดที่เป็นของประกอบฉากเยอะเลยไม่ใช่เหรอ” 

“ยังไงดี รูปทรงน่าจะคล้ายกันอยู่มั้ง แค่มีดทั่วๆไปนี่นา ความคมของใบมีด หรือน้ำหนักน่าจะค่อนข้างต่างกันเลย” 

“ถ้างั้น สต๊าฟหรือนักแสดงคนอื่นจะผิดสังเกตก็ไม่แปลกเลยนะ” 

“เพราะทุกคนมัวยุ่งอยู่หลังเวทีอยู่น่ะ” 

ภาพหน้าจอที่ส่งมามีถึงเท่านี้ มีข้อความโกรธๆ ของฮินาโกะส่งตามมาว่า ‘ที่ยูยะคุงพกมีดน่ะเพราะมีงานอดิเรกตั้งแคมป์แท้ๆ! บิดเบือนได้ใจร้ายมาก!’ และข้อความอีกประโยคว่า ‘พี่ชาย ถ้ากลับไปแล้วมาวางแผนกันนะ’ แล้วการติดต่อจากฮินาโกะก็สิ้นสุดลง 

...วางแผน? 

โชเฮย์วางมือถือลงข้างหมอนพร้อมความรู้สึกหน่วงในอก หากมีการประชุมวางแผน แปลว่าฮินาโกะคงได้ข้อมูลสำคัญอะไรมาจากการสนทนานี่ แล้วก็ปฏิบัติการช่วยเหลือซึดะ ยูยะ ด้วยความร่วมมืออะไรจากโชเฮย์งั้นเหรอ 

น้องสาวคิดอะไร และตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ 

พออ่านมาถึงตรงนี้ก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลย ระหว่างที่นอนคิดอยู่ก็เผลอดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว โชเฮย์ถูกดึงกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงด้วยเสียงฝีเท้าขึ้นบันได 

“พี่! ตื่นได้แล้ว มาคุยแผนกัน” 

ใบหน้าน้องสาวยื่นเข้ามาใกล้ในระยะประชิด โชเฮย์ที่เงยหน้ามองเพดานทั้งยังหนุนหมอนอยู่ร้อง “หวา” เสียงดังลั่น 

“แผนอะไรกันล่ะ” 

“แผนส่งหลักฐานให้ยูยะคุง” 

“อ๊ะ จะส่งให้เจ้าตัวเลยงั้นเหรอ” 

การไปคุยกับซึดะ ยูยะก็จะดูง่ายกว่าไปอธิบายให้ตำรวจฟังจริงๆ 

“ก็เท่ากับว่าได้หลักฐานมาแล้วสินะ ตัวจริงของคนร้าย” 

“เป็นอย่างที่คิดเลย คนๆ นั้นเป็นคนร้ายไม่ผิดแน่!” 

ฮินาโกะอยู่ในท่าเท้าสะเอว วางสองมือบนสะโพกแล้วพยักหน้าอย่างแรง ดูจะมีความมั่นใจมาก 

สัมผัสได้ถึงความจริงจังของน้องสาว โชเฮย์ก็ลุกขึ้นจากเตียง 

โชเฮย์ประจันหน้ากับฮินาโกะ ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“เข้าใจแล้ว ถ้างั้นฮินาโกะ ถึงจะมีความเสี่ยงที่เรื่องที่ตัวเองเป็นสตอล์คเกอร์จะแตก แต่ก็ยังอยากส่งมอบหลักฐานเพื่อลบล้างข้อกล่าวหาของซึดะ ยูยะสินะ” 

“อืม” 

“ก็คือเตรียมใจที่จะเจออันตรายแบบนั้นแล้วสินะ” 

“อืม” 

“งั้นเหรอ” โชเฮย์หลับตาลง กอดอกแล้วค่อยๆ พยักหน้า “ถ้างั้น ในฐานะพี่ชายของเธอ จะเชียร์ให้สุดใจเลย พยายามเข้าล่ะ สู้ให้เต็มที่” 

“อ๊ะ ไม่ใช่ซะหน่อย” 

ฮินาโกะกะพริบตาปริบแล้วพูดสบายๆ 

“คนที่จะไปส่งหลักฐานให้ยูยะคุงไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพี่ต่างหาก” 

“หา?” 

โชเฮย์ขึ้นเสียงสูงโดยไม่ได้ตั้งใจ ฮินาโกะพูดเอ้าพลางยื่นเครื่องอัดเสียงสีดำมาให้อย่างไม่หวั่นไหว 

“เฮ้ย เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงเป็นฉันที่ต้องทำด้วยล่ะ” 

“ก็คุยกับเมนมันลำบากนี่นา ไม่ไหวหรอก ทั้งตื่นเต้นจนเสียงเพี้ยน ในหัวก็ขาวจั๊วะ ขาอาจจะสั่นจนยืนไม่อยู่เลยก็ได้” 

“อย่ามาพูดเป็นเล่น ทำเป็นพูดแบบนั้น แต่เธอก็ไปงานจับมือไม่ใช่รึไง” 

“นั่นมันคนละเรื่องกัน งานจับมือน่ะไม่ต้องคุยได้ แต่อธิบายเกี่ยวกับหลักฐานไม่ได้นี่นา แล้วก็แฟนคลับผู้หญิงแบบฉันมีไฟล์เสียงเนี่ย อาจจะถูกคิดว่าเป็นสตอล์กเกอร์ก็ได้” 

“เพิ่งพูดไปว่าเตรียมใจรับความเสี่ยงนั่นแล้วไม่ใช่เรอะ” 

“ยอมรับความเสี่ยง แต่ก็ต้องทำให้เรื่องเล็กสุดเท่าที่ทำได้สิ” 

คำค้านของโชเฮย์ถูกปัดตก ฮินาโกะเริ่มเล่าเนื้อหาแผนการอย่างคล่องแคล่ว เรื่องที่ตัดสินได้แล้วว่านักแสดงที่โต้ตอบด้วยผ่านทวิตเตอร์เมื่อกี้เป็นคนร้ายตัวจริง เหตุผลที่ใช้ประวัติการส่งข้อความและไฟล์เสียงเป็นหลักฐาน แผนการคร่าวๆ ที่จะส่งของพวกนั้นให้กับซึดะ ยูยะโดยตรง ข้อมูลทุกอย่างไหลหลากเป็นสายน้ำ 

เมื่อฟังจบ โชเฮย์ก็เงยหน้ามองเพดานด้วยแววตาสิ้นหวัง 

“ในส่วนข้อสันนิษฐานน่ะช่างมันเถอะ แต่ให้พูดถึงขนาดนั้นก็ไม่ฝืนไปเหรอ ให้ฉันทำนี่ ไม่อยากอะ” 

“ไม่เป็นไรหรอก ยูยะคุงไม่มีแฟนคลับผู้ชาย ดังนั้นโอกาสจะถูกมองว่าเป็นสตอล์กเกอร์มีต่ำมาก ถึงโอกาสหนึ่งในหมื่นจะสงสัยก็ไม่มีหลักฐาน” 

โชเฮย์ถอนหายใจเฮ้อตอบแล้วรับเครื่องอัดเสียงที่ฮินาโกะยื่นให้มา ”อ๊ะ แล้วก็นี่ด้วย” ฮินาโกะพูดพลางวางแฟ้มใสลงบนที่นอน ข้างในมีกระดาษที่ปรินท์สกรีนช็อตบนสนทนากับนักแสดงคนนั้นอยู่ 

“พี่นี่พึ่งพาได้จริงๆ ด้วย คาดหวังอยู่นะ!” 

ฮินาโกะหยิบถุงกระดาษเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงข้างแฟ้มใส มีโลโก้ที่จำได้อยู่บนนั้น 

“อ๊ะ นี่มัน!” 

โชเฮย์ตื่นตัว คว้าถุงกระดาษสีขาวมาไว้ในมือ 

“จะกินก็ได้นะ ซื้อมาให้พี่โดยเฉพาะเลย วันนี้ไม่ใช่ชูครีมร้อยห้าสิบเยนเหมือนทุกที แต่เป็นคุกกี้ชูครีมสองร้อยเยนค่า!” 

“จริงดิ! ลงทุนจังนะ” 

โชเฮย์เปิดถุงกระดาษทันที แล้วหยิบของข้างในโดยใช้ถุงเป็นที่จับ 

ผิวหน้ากรุบกรอบ ครีมคัสตาร์ดหลอมละลาย บรรเลงท่วงทำนองแห่งความสุขอยู่ในปาก 

แบบนี้ก็ปฏิเสธคำขอของน้องสาวไม่ได้แล้ว...กว่าโชเฮย์จะรู้สึกถึงเรื่องนั้น ก็เป็นตอนที่กินชูครีมจนหมดเกลี้ยงเสียแล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว