ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : NUMBER 2 Smell of pheromone part 1

คำค้น : สมุทร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2563 06:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
NUMBER 2 Smell of pheromone part 1
แบบอักษร

NUMBER 2 Smell of pheromone part 1 

               “แฮ่กๆ...”

               สองมือของผมกอดกระเป๋านักเรียนขณะที่หอบหายใจเข้าเต็มปอด สองเท้าก้าวยาวๆจนเกือบจะเป็นการวิ่งในท่ามกลางอากาศกว่าสี่สิบองศาของแดดไทย ไม่แปลกที่ผมจะเหงื่อออกเยอะจนมันชุ่มไปหมดทั้งตัว ดวงตากลิ้งไปมาพร้อมกระโดดเข้ารถไฟฟ้าขบวนเจ็ดโมงเช้า

               “เกือบไม่ทันแล้วมึงไอ้สมุทร”

               ผมแอบสบถกับตัวเองตอนเข้ามาอัดอยู่ในโบกี้ ถ้าไม่ทันขบวนนี้ผมต้องรออีกยี่สิบนาที บวกลบความล่าช้าของขบวนรถไฟฟ้าไปสักห้านาทีกับระยะทางจากสถานีไปจนถึงโรงเรียนของผมอีกสิบนาที...ถ้าพลาดก็เข้าเรียนสาย

               ถ้าเป็นวันธรรมดาผมจะไม่รีบเลย แต่วิชาแรกดันเป็นวิชาของอาจารย์วัยกลางคน ขี้วีน และชอบเอาเรื่องส่วนตัวมาเล่าให้นักเรียนฟัง เพราะเอาเวลาสอนมาเล่าเรื่องตัวเองจนไม่ได้สอน แต่พอออกสอบปั๊บกลับยัดทุกอย่างที่อยู่ในตำราเรียนลงมากระดาษข้อสอบ ถ้าสายขึ้นมา อาจารย์แกก็จะเช็กชื่อผมเป็นขาดทั้งชม.โดยที่ไม่ยอมให้ผมออกไปไหนแล้วบังคับให้ผมนั่งฟังเรื่องของแกรวมกับเพื่อนคนอื่นๆ

               หมับ

               “ฮ้า...ฮ้า...”

               ผมที่ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับอากาศสะดุ้งสุดตัว คอตั้งตรงเป็นสัญญาณเกร็งทั้งร่างกายเมื่อรู้สึกถึงมือที่แตะเข้าที่ก้น หนักกว่านั้นคือเสียงลมหายใจร้อนที่เป่ารดท้ายทอยผมอยู่! เหี้ย นี้ผมโดนลวนลามบนรถไฟฟ้าเหรอ!? ฝันไว้สักครั้งว่าจะทำกับสาวที่ถูกใจ แต่ไหง๋กลายเป็นถูกกระทำจากใครที่ไหนก็ไม่รู้ฟะเนี่ย!

               คิดในแง่ดีเอาไว้ไอ้สมุทร ไม่แน่นะ นั้นอาจจะเป็นมือของผู้หญิงก็ได้หรือไม่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจให้โดนตูดผม

               “ตูดน่าจับจังนะ”

               ผู้หญิงห่าอะไรละครับ! เสียงแมนขนาดนี้ ไม่ใช่ทั้งมือผู้หญิง ไม่ใช่ทั้งเรื่องบังเอิญ ประโยคที่ผมได้ยินพร้อมเสียงกระเส่าหื่นกามนั้นมันชัดเจนแล้วว่าไอ้หมอนี้มันเป็นโรคจิตที่ตั้งใจบีบก้นผมอยู่! ความที่รถไฟฟ้ารอบเช้ามันจะเบียดเสียดกันเป็นเรื่องปกติ และเป็นหนึ่งทางเลือกที่รวดเร็วและประหยัดที่สุด ผู้คนจึงเบียดเสียดจนไม่มีระยะห่างระหว่างกัน

               ด้วยความที่ยุคสมัยเป็นของเทคโนโลยี เหล่าผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงจมอยู่กับสังคมก้มหน้าไม่ได้หันมาสนใจผมที่ถูกลวนลามจากผู้ชายด้วยกัน ผมกอดกระเป๋าแน่นขึ้น มืออีกข้างกำเสากลางโบกี้เอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลักล้ม

               หมับ

               “อึ่ก...” มือของชายแปลกหน้าลูบคลำไปตามก้นของผม เค้นคลึงเหมือนตูดผมเป็นนมใหญ่ๆนุ่มๆของผู้หญิง ส่งเสียงหายใจฟืดฟาดอยู่ข้างๆหูผม ผมไม่มีเสียงใดๆลอดออกมาจากปาก ยอมรับอย่างแมนๆเลยว่า...กลัว

               ความกลัวนั้นเองทำให้ผมกัดปากตัวเองแน่น รู้สึกได้ถึงอาการสั่นตอนมือหนากวาดไปตามก้นทั้งสองข้าง กระทั่งเริ่มสอดแทรกไปตามร่องก้นจนกางเกงนักเรียนผมครูดไปตามร่องก้นของผม ขยะแขยงจนผมส่งเสียงอะไรออกมาไม่ได้ ดวงตากลอกไปมาเจอแต่ผู้คนที่ก้มมองมือถือ มีเสียงเครื่องจักรกลทำงานดังระงมกลบเสียงหื่นกามของคนที่ผมไม่เห็นหน้า

               ช่วงเช้ามหาประลัยจบลงโดยที่ผมได้แต่กัดฟันทนประตูรถไฟฟ้าเปิดออก ผมพุ่งตัวออกมาด้วยอาการสั่นเกร็ง ไม่กล้าหันกลับไปมองด้วยซ้ำจนกระทั่งวิ่งพาตัวเองออกมาจากสถานีพร้อมกับเข้าห้องเรียนได้โดยไม่สาย วันทั้งวันทำผมผวากับสัมผัสตกค้างที่หลอนผม

               ไม่ว่าใครจะเดินผ่านผมก็สะดุ้งสุดตัวไปหมด บวกกับสายตาของเพื่อนร่วมห้องที่มองผมเหมือนเป็นแคนดี้ ผมเลยยิ่งผวาและหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้พวกมันมองผมแบบนั้น แต่ที่แน่ๆ...ผมจะไม่มีวันหลงกลพวกมันอีกแล้ว

               พักเที่ยงปั๊บผมก็พาตัวเองมาที่โรงอาหาร เชื่อเถอะว่าสายตาของคนทั้งโรงอาหารทำให้ผมไม่กล้าขยับตัว สายตาหวานฉ่ำ สายตาอยากรู้อยากเห็น สายตาพิศวาส ผมไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ

               ปึ่ก

               “อ๊ะ ขอโทษที”

               เพราะความหวาดระแวงนี้แหละทำให้ผมหันหลังชนกับใครเข้า ด้วยแรงที่ชนกันมันทำให้แว่นผมเกือบหลุดเลยหันไปมองหน้าไม่ชัด แต่เสียงทุ้มนั้นทำให้ผมร้องอ๋อพร้อมกับมือหนาที่ขยับแว่นให้เข้าที่

               “เดินระวังหน่อยสิน้องสมุทร”

               “อ๊ะ...พี่คิง ขอบคุณพี่”

               รุ่นพี่ที่ผมรู้จักในฐานะของเจ้าของเกียรตินิยมปีที่แล้วที่ติดประกาศอยู่หน้าโรงเรียน รอยยิ้มหวานละมุนที่ครองตำแหน่งประธานนักเรียนม.หกนั้นทำให้ทุกคนมองพี่คิงเป็นไอดอล ผมก็เป็นหนึ่งที่มองพี่เขาเป็นไอดอลนะ ตั้งแต่ที่เขาขึ้นไปประกาศต้อนรับเหล่านักเรียนใหม่ตอนเปิดเทอม

               อ่า เหมือนผมลืมบอกเรื่องสำคัญไป...ตอนนี้ผมขึ้นม.ห้า แล้วนะ ถึงการเลื่อนชั้นในโรงเรียนชายล้วนมันจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่สำหรับผม ผมกลับรู้สึกกลัวแปลกๆ ยิ่งโต ผมก็ยิ่งเจอเรื่องแปลกๆ

               “เพื่อนไม่ได้มาด้วยเหรอ? ไปนั่งกับพวกพี่สิ”

               รอยยิ้มของพี่คิงเหมือนเป็นการหว่านเสน่ห์ สำหรับตุ๊ดแต๋วหรือเกย์เล็กเกย์น้อยในโรงเรียนต่างชอบพี่เขาทั้งนั้น ถือว่าเป็นเป้าหมายหลัก ชายแท้ผู้มีแฟนแล้วเป็นตัวเป็นตน แถมแฟนเขาก็สวยมาก มายืนรอที่หน้าโรงเรียนแล้วกลับบ้านด้วยกันทุกวัน

               “ครับ ไปครับ!”

               และเพราะว่าพี่เขาเป็นชายแท้นั้นแหละ ผมมั่นใจว่าพี่คิวจะไม่สนใจประตูหลังของผมแน่ๆ ผมถือถาดอาหารเดินตามพี่คิงไปนั่งรวมกลุ่มกับรุ่นพี่ม.หก ทุกสายตามองมาที่ผมเป็นตาเดียวตอนที่ผมหย่อนก้นลงนั่งตรงข้ามกับพี่คิง

               “เอ่อ...ขอผมนั่งด้วยนะครับ พี่ๆ”

               “อ่า ได้อยู่แล้ว...น้องสมุทรใช่ไหม? ม.ห้าห้องหนึ่งน่ะ”

               “อ่อ น้องสมุทรสินะ”

               พวกเขาหันไปมองหน้ากันเองแบบที่ผมดันแว่นสายตาให้เข้าที่จะได้มองพวกพี่เขาชัดๆ ก่อนจะชะงักเพราะเห็นรอยยิ้มและสายตาที่มองผม...อ่า พวกพี่เขาคงรู้เรื่องของผมสินะ เรื่องที่ผมเป็นไอ้ตัวที่ถูกเพื่อนเรียงคิว

               “สมุทร ทำไมทำหน้าแบบนั้นละ? ปวดท้องเหรอ? อะนี้ กินนมสิ”

               ขณะที่ผมกำลังหดหู่ก้มหน้าก้มตามองถาดอาหารตัวเอง เสียงหล่อของพี่คิงก็ดึงสติผมกลับมา เงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับกล่องนมจืดที่พี่เขาเพิ่งซื้อมาตั้งเอาไว้ในถาดของตัวเอง รอยยิ้มหวานฉ่ำนั้นทำให้ผมฉีกยิ้มกว้าง อย่างน้อยก็มีพี่คิงคนหนึ่งที่ไม่ได้เห็นผมเป็นไอ้ร่านล่ะนะ

               “ครับ ขอบคุณครับพี่”

               ผมฉีกยิ้มกว้างแน่นอนว่าความดีใจมันซ่อนเอาไว้ไม่มิด โดยที่ผมไม่ได้รู้สึกถึงรอยยิ้มค้างที่เปลี่ยนไปของพี่คิง รู้ตัวอีกทีผมก็ตบปากรับคำว่าจะไปดูพี่คิงว่ายน้ำหลังโรงเรียนเลิก นั้นเป็นเวลาทำกิจกรรมของเหล่านักเรียนที่มีชมรม ชมรมกีฬาของโรงเรียนเอกชนที่นี้ถือเป็นจุดเด่น หลายคนสามารถเข้าทีมชาติและได้ไปแข่งระดับประเทศด้วยอย่างชมรมว่ายน้ำที่มีประธานนักเรียนอย่างพี่คิงเป็นประธานชมรมอีกที

               เห็นไหมละ ผมบอกแล้วว่าพี่คิงเท่มาก จะไม่ให้พี่เขาเป็นไอดอลของเหล่าเด็กหัวเกรียนจากพวกผมได้ยังไงกัน ผมชื่นชมและชื่นชอบพี่เขามากๆ

               “ไอ้สมุทร มึงจะหนีกูไปถึงเมื่อไหร่วะ!?”

               เมื่อสิ้นเสียงกริ๊งบอกเวลาหมดเรียนคาบสุดท้าย ผมก็รีบเผ่นออกจากห้องเรียนก่อนที่พวกมันจะเริ่มทำอะไรแปลกๆกับผม ครั้งก่อนมันล๊อกผมเอาไว้ในห้องเก็บของ นั้นสอนให้ผมระวังตัวไม่สุงสิงกับใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อนห้องเดียวกันที่ดูไม่มีผิดมีภัย หรือแม้แต่เพื่อนต่างห้องที่เป็นหัวหน้าห้อง

               “กูจะไม่คุยกับมึงไปตลอดชีวิตเลยไอ้นที!”

               “โอยยย กูขอโทษ กูสัญญาว่ากูจะไม่ทำแบบนั้นกับมึงอีกแล้ว”

               ผมตะคอกแหวกอากาศไปด่าไอ้หมานทีผู้มีความชั่วร้ายและความไม่น่าไว้วางใจระดับสิบนั้นยกให้มันคนเดียวเลย ไอ้ตัวดีที่เปลี่ยนจากเพื่อนสนิทเป็นคนที่ผมต้องอยู่ห่างจากมันให้มากที่สุด ถึงผมจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันแค่เล่นสนุกกับผมก็ตาม แต่นั้นสร้างแผลให้ผมซะเหวอะหวะเลยล่ะ

               ถึงมันจะพยายามขอโทษขอโพยผมเพราะเรื่องในห้องเรียนวันนั้น แต่ผมก็ยังโกรธและไม่เข้าใกล้ใครสักคนที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นอีกเลย ไม่แม้แต่จะเปิดปากคุย ลำบากสุดคือตอนทำงานกลุ่ม กว่าจะผ่านม.สี่ร่วมห้องกับพวกหื่นกามที่มองผมเป็นแคนดี้มาได้ก็ลำบากเอาเรื่องเหมือนกัน

               “แฮ่กๆ...ไม่ได้ตามมาใช่ไหม? แฮ่กๆ...เฮ้อ”

               ผมกอดกระเป๋าหลบอยู่มุมตึกชะโงกหัวออกไปมองไอ้เพื่อนชั่วอย่างระแวดระวังก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มือขยับแว่นตาและสะพายกระเป๋าขึ้นพาดไหล่

               “ซ่อนใครอยู่เหรอ?”

               “แหวกกกก!!”

               ผมอุทานออกมาไม่เป็นภาษาเมื่อหันหลังกลับไปจ๊ะเอ๋กับพ่อประธานนักเรียนในชุดวอม คล้องคอด้วยนกหวีดสีดำและแว่นตากันน้ำ รอยยิ้มเจิดจรัสนั้นทำให้ผมโล่งอก นึกว่ามีใครคอยดักตีหัวแล้วฉุดเข้าป่าซะอีก

               “พี่คิงเองเหรอ? ตกใจหมด แฮ่กๆ ไม่ได้ซ่อนครับ ผมกำลังจะไปหาพี่ที่ชมรม”

               “งั้นเหรอ? ไปสิ พี่เตรียมชุดว่ายน้ำให้น้องสมุทรแล้วด้วย”

               “ห้ะ? ชุดว่ายน้ำ?”

               เพราะผมกำลังหอบ พี่เขาเลยยิ้มให้แบบอบอุ่นตามบุคลิกพี่แก แล้วก็จบที่การเดินนำไปยังชมรมผ่านกลุ่มเพื่อนของพี่เขาที่พากันมองผมเหมือนเป็นอาหารตา ผมฟังไม่ผิดที่พี่เขาบอกว่าเตรียมชุดว่ายน้ำเอาไว้ให้ผม พี่คิงไม่ได้ตั้งใจแค่ชวนผมมาดูเขาว่ายน้ำหรือฝึก แต่ว่าตั้งใจให้ผมลงไปด้วย

               และผมก็ไม่ปฏิเสธด้วยความที่แมนๆชอบกีฬาลุยๆ จริงๆผมชอบเดินเขามากนะ ปีนเขา หรือเล่นกระดานโต้คลื่นก็ได้ น่าสนุกไปหมดทุกอย่าง ถึงตอนนี้จะไม่ค่อยได้ไปเดินป่ากับครอบครัวแล้วก็เถอะ

               ซ่า

               “โหยยย โคตรดีอ่ะ นานๆทีได้ว่ายน้ำ ผมชอบมากเลยพี่คิง”

               ตามประสาคนที่ไม่ได้รู้สึกถึงสายตาหวานหยดที่มองผมตั้งแต่ผมก้าวเข้ามาพร้อมพี่คิง หากไม่มีประธานชมรมคนนี้คอยคุมหัวอยู่ ผมอาจจะถูกลวนลาม...ถึงตอนนี้จะโดนลวนลามตามสายตาอยู่ก็ตาม

               “เหรอ ถ้างั้นว่ายเล่นคนเดียวไปก่อน พี่จะไปจัดการพวกลิงนั้น”

               พี่คิงพยักเพยิดหน้าไปทางเหล่ารุ่นพี่ที่เป็นสมาชิกชมรมที่เริ่มต่อตัวกันใต้น้ำและกระโดดตีลังกาเหมือนกับกายกรรม บนบกมันทำยาก แต่พอกลายเป็นใต้น้ำแล้วตกลงมามันไม่เจ็บนี่น่า ผมนี้มองตาวาวอยากจะกลายเป็นลิงแบบนั้นบ้าง

               แต่ก็ต้องถูกดับฝันเมื่อพี่คิงว่ายขึ้นไปตรงบันไดขอบสระและก้าวขึ้นขอบสระโชว์หุ่นซิกแพ็กของเด็กสิบแปด ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่เขาอายุสิบแปดแล้วจริงๆ ขนาดผมเห็นแบบนี้ ผมยังแอบหวิวๆที่ช่องท้อง รู้สึกอิจฉาพร้อมๆกับชื่นชม กว่าจะได้มาซึ่งซิกแพ็กนั้นต้องสลายไขมันไปให้หมดเสียก่อน ซึ่งผมกำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้างกล้ามเนื้อนั้น

               “พวกมึง ฝึกแข่งได้แล้ว เร็วเข้า จะได้กลับบ้านกัน”

               เสียงดุดันพร้อมใบหน้าขึงขังที่ยังความละมุนนั้นทำให้ผมยิ่งชื่นชมพี่คิงเข้าไปใหญ่ พี่แม่งมีความเป็นผู้นำสูงจนผมอยากเอาเป็นตัวอย่าง เป็นที่ยอมรับทั้งกับเพื่อนและรุ่นน้อง แม้แต่อาจารย์ยังเชื่อใจพี่แก แถมยังหล่ออีกต่างหาก

               ผมดำผุดดำว่ายอยู่อีกด้านของสระที่ไม่ได้ใช้ ปล่อยให้เหล่าพี่ๆเขาซ้อมแข็งปลายปีกันโดยไม่ได้กวน มีขึ้นมานั่งมองบ้างแบบเป็นแค่คนเยี่ยมชม แล้วก็กลับไปดำผุดดำว่ายโดยไม่ได้สวมแว่นตา จริงๆข้อดีของการสายตาสั้นก็มีอีกอย่างนะ...เวลาไม่ได้ใส่แว่น ก็จะไม่รู้ว่าผู้คนมองเราด้วยสายตาแบบไหน

               

               “กูไปแล้วนะมึง”

               “เออ เจอกันพรุ่งนี้”

               เสียงเจื้อยแจ้วของรุ่นพี่จากห้องแต่งตัวดังขึ้นเป็นรอบๆ สมาชิกในชมรมมีไม่มากแล้วก็จะแยกกันเป็นกลุ่มๆแบบที่ผมผู้เป็นผู้เยี่ยมชมเห็นได้ชัด กลุ่มแรกบอกลาไปแล้วสมาชิกหายไปสองคน กลุ่มที่สองและกลุ่มที่สามก็ตามกันไปโดยที่มีเสียงประธานชมรมไล่อยู่เนืองๆ

               ซ่า

               “เป็นไง วันนี้สนุกหรือเปล่า?”

               กระทั่งเหลือแค่ผมกับพี่คิงผู้เป็นไกด์นำเที่ยวกับผมเพียงลำพัง เขาเข้าไปในห้องอาบน้ำข้างๆห้องอาบน้ำที่ผมใช้อยู่ ตะโกนแหวกเสียงน้ำจากฟักบัวมาคุยกับผม ดูความใจดีของพี่คิงเขาสิ น่านับถือที่สุด เอาจริงๆผมโคตรอยากสนิทกับพี่เขามากกว่านี้

               “ครับ สนุกมาก”

               น้ำเสียงสดใสที่แฝงไปด้วยความดีใจผมไม่คิดจะซ่อน เพราะผมนับถือพี่เขาจริงๆ ไม่ทันได้คิดหรอกว่านั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่ายแค่ไหน

               ครืนน

               “อ๊ะ...พี่คิง”

               “ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว...มีแค่เรา”

               น้ำเสียงเบาหวิวและใบหน้าพร่ามัวด้วยความที่ผมไม่ได้ใส่แว่นนั้นทำให้ผมคาดเดาสีหน้าพี่คิงไม่ออก แต่การที่พี่แกเปิดม่านห้องอาบน้ำของผมโดยพละการแล้วพูดประโยคแบบนี้ชักทำให้ผมใจคอไม่ดี ดีนะที่ผมสวมกางเกงว่ายน้ำฟิตเปรี๊ยะเอาไว้อยู่ ไม่อย่างนั้นนะคงจะได้สวัสดีสมุทรน้อยแล้วล่ะ

               หมับ

               “พี่คิง! อึ่ก อื้อออ...”

               สองมือหนาที่จับหัวไหล่ทั้งสองข้างของผม ดันจนผมเซชนกำแพงทาบทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของผมจนม่านตาของผมเบิกกว้าง ตัวผมชาวาบเหมือนกระแสไฟฟ้าช๊อตเมื่อจู่ๆก็ถูกรุ่นพี่ที่เคารพจู่โจม

               “อึ่ก...อื้อ!”

               เสียงผมหายเข้าไปในลำคอมีแค่เสียงครางประท้วงที่มันฟังดูอู้อี้ ต่างจากรุ่นพี่หนึ่งปีที่กำลังส่งเสียงครางพอใจในลำคอที่ได้บดขยี้กลีบปากตัวเองบนปากของผมจนเจ็บไปหมด ผมพยายามใช้สองมือดันพี่เขาออกแต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่อคนที่ตัวใหญ่มีกล้ามเพราะการเล่นกีฬากดข้อมือสองข้างของผมเอาไว้กับผนัง

               “แฮ่กๆ...พะ พี่ทำอะไร..”

               ทันทีที่พี่เขาผละริมฝีปากออกไป ผมก็พูดฝ่าเสียงน้ำจากฟักบัวที่มันไหลชะโลมร่างของเราทั้งคู่ ราวกับฉากในหนังที่ทำให้ผมอยากจะกัดลิ้นตาย ไม่อยากจะบรรยายเลยจริงๆว่าใบหน้าตอนที่พี่คิงเข้าใกล้จนเห็นได้ชัดมันเป็นยังไง...เหมือนสัตว์ในฤดูผสมพันธุ์

               “พี่ต้องทนมาตลอด รู้ไหมว่าน้องน่าโดนแค่ไหน...ยิ้มยั่วพี่ แล้วไหนจะชุดที่ใส่นี้อีก มันรัดแน่นจนเห็นหมดแล้วรู้ไหม ใครจะอดใจไหว?”

           อะไร!? พี่เขากำลังพูดเรื่องอะไร!? กูไปยิ้มยั่วพี่เขาตอนไหน!? กูไม่ได้ทำนะ!!! 

               ตัวผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักนิด แต่สำหรับคนที่ผมส่งยิ้มให้ด้วยความเคารพนั้นคิดว่าผมอ่อยงั้นเหรอ? แถมตอนนี้ยังมองผมอย่างหื่นกระหายภายใต้กางเกงว่ายน้ำตัวจิ๋ว ถึงมันจะยาวจนสูงกว่าเข่ามาเป็นคีบแต่ความรัดแน่นเพื่อลดแรงเสียดทานตอนว่ายน้ำนั้นทำให้ก้นผมปลิ้น

               “ดะ เดี๋ยวพี่...พี่คิง ผมไม่ได้..อึ่ก”

               เหมือนฉากในหนังไหมละ ตอนที่พี่เขาประกบริมฝีปากลงบนปากผมอีกครั้งโดยไม่ปล่อยให้ผมได้อธิบายเหมือนเป็นหมาบ้า สอดปลายลิ้นเข้ามาในปากให้ผมหายใจติดขัด ไอ้น้ำจากฟักบัวก็เล่นงานผมจนทำให้หายใจลำบากจะแย่อยู่แล้ว นี้ต้องมาขาดอากาศหายใจเพราะจูบอีก!

               ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายสินะ! ถ้าไม่เห็นภาพ ตอนนี้ผมกำลังดิ้นพล่านขณะที่อีพี่กำลังเพลินกับการตวัดลิ้นผมตามใจ ชีวิตนี้ผมเคยจูบก็จริง แต่ไม่เคยเป็นคนคุมเกม เหมือนตอนนี้ที่ผมถูกลิ้นของพี่คิงชักจูงให้เกี่ยวพันได้ตามใจ รู้สึกอ่อนระทวยไปเรื่อยๆจนกระทั่งเขากระตุกหัวไหล่และดันหน้าผมแนบไปกับผนัง

               “พี่เห็นก้นเด้งๆนี้แล้วอยากขยำมาโดยตลอด ขนาดอยู่ใต้กางเกงนักเรียนพี่ยังเห็นเลยว่ามันใหญ่น่าจับขนาดไหน ยิ่งอยู่ในกางเกงว่ายน้ำแบบนี้ ทำให้พี่เห็นชัดเลยว่ามันใหญ่ขนาดไหน”

               หมับ

               “อึ่ก...” ผมได้แค่ส่งเสียงอึกอักในลำคอ ดวงตากำลังหลุกหลิกไปมาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ ตอนที่พี่คิงคนที่ควรจะอ่อนโยนกลับบีบก้นผมเต็มแรง โน้มหน้ามาหาแผ่นหลังของผมแล้วฝังเขี้ยวลงบนหัวไหล่ทำให้ผมร้องคราง ไม่ใช่เพราะความเสียวหรือสยิวอะไรทั้งนั้น

           ผมเจ็บ ไอ้เหี้ยพี่คิง กัดมาได้ ทำไมถึงได้ป่าเถื่อนขนาดนี้! 

               หมับๆ

               มือที่เค้นคลึงเริ่มทำให้ผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ส่วนหนึ่งมาจากกลไกร่างกายที่แม่ง มีอารมณ์ตามทุกครั้งที่ถูกกระทำ ผมอาจจะเป็นโรคจิต หรือมันอาจจะเป็นแค่เรื่องธรรมชาติที่พอถูกมือลูบไปตามร่องก้นแล้วมันเสียว หากผมไม่มีประสบการณ์ถูกกระทำจากข้างหลังมาก่อนคงจะไม่เกิดความรู้สึกแบบนี้ก็ได้

               สำหรับผู้ชายทั่วไป มันก็ไม่ควรถูกกระทำแบบนี้อยู่แล้ว เป็นเป้าหมายของผู้ชายด้วยกันเองทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้เป็นเกย์นี้!

               “หืม พี่ชอบจริงๆ อยากจะขย้ำให้ไม่เหลือเลย”

               พี่คิงพึมพัมอะไรไม่รู้ราวกับตัวเองอยู่ในหนังโป๊เกย์ บทพูดคงจะมีมากกว่าหนึ่งหน้ากระดาษทำเอาพลิกบทจากพี่คิงคนหล่อที่ยื่นมือเข้ามาช่วยรุ่นน้องที่กำลังประสบปัญหาเพื่อนแกล้ง เป็นรุ่นพี่หน้าไหว้หลังหลอกที่มีด้านมืดเป็นเซ็กส์ซาดิสม์

               เพี๊ยะ!!

               “แน่นดีจริงๆ!”

               ผมไม่ได้ว่าพี่คิงเกินไปเลยนะ เขาเถื่อนจริงๆ ดูการฟาดมือลงบนก้นผมโดยไม่อ้อมแรงเลยนั้นสิ น้ำกระจาย ซ้ำยังรู้สึกเจ็บแปล๊บไปทั่วก้น แล้วพี่แกยังขยำซ้ำอีก ยังตกใจกับการถูกดันติดกำแพงไม่หาย พี่เขาก็โน้มตัวมาทับผม คลอเคลียเข้าที่ลำคอและขบเข้าที่ท้ายทอย

               “อึ่ก เจ็บ!”

               ผมได้แต่ตะคอกฝ่าเสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้อง มือข้างหนึ่งถูกกดเอาไว้กับผนังขณะที่มืออีกข้างของพี่คิงกำลังขยำแก้มก้นผมอย่างเมามัน

               เมื่อทาบทับร่างลงบนตัวผมแล้ว ผมถึงสัมผัสได้ถึงเจ้าโลกที่กำลังผงาดคับอยู่ภายใต้กางเกงว่ายน้ำที่สั้นกว่าของผม เสียงฟุดฟิดตอนพี่คิงดมหัวไหล่ผมมันหื่นกามและทำให้ผมกลัวพอๆกับเสียงลมหายใจของคนแปลกหน้าเมื่อเช้า

               ฟึ่บ ฟึ่บ

               พี่คิงเริ่มขยับสะโพกถูไถ ทำทุกอย่างด้วยความว่องไวจนผมคิดว่าเขาเคยข่มขืนใครมาก่อน เขารุนแรงแต่ก็รบเร้าผมด้วยการลูบไล้ กึ่งบังคับกึ่งปลุกเร้าจนผมสับสนไปหมดว่าพี่เขาจะเอายังไง จะโหดก็ไม่สุดตรงที่พี่เขาก้มหน้าลงมาจูบผมเป็นระยะ สลับกับกัดท้ายทอยทิ้งรอยเอาไว้และถูไถเจ้าลูกชายกับร่องก้นเปียกชื้นของผม

               ผมหอบหายใจรุนแรงขึ้น ริมฝีปากเม้มตรงและข่มตาให้หลับลง ไม่อยากเห็นภาพพี่คิงตอนทำหน้าดิบเถื่อนแบบนี้เลยจริงๆ ไหนละ รุ่นพี่ที่ผมเคารพ รุ่นพี่ที่ยิ้มแย้มละมุนละไม ไหนวะเด็กดีที่ได้รับการยอมรับจากทุกคน!

               สวบ

               “อึ่ก อาห์...พี่คิง...เจ็บ!”

               ผมได้แค่กัดฟันทนเมื่อเขาควักเจ้าคิงน้อยออกมาชูคออยู่ตรงร่องก้นผม พี่คิงไม่ได้ถอดกางเกงของผมแต่รั้งลงไปจนมันดันก้นผมให้นูนขึ้นมาก้อนใหญ่กว่าเดิม รู้สึกตัวอีกทีพี่เขาก็สอดแทรกส่วนหัวเข้ามาให้ผมจุกจนขาสั่น ครั้งแรกที่ผมถูกกระทำขณะที่ยืนอยู่...มันลำบาก

               สวบ

               “ฮึ่มมมมม แน่นจริงๆ”

               ด้วยความเร่งรีบและท่วงท่าทำให้พี่คิงกดสอดแก่นกายเข้ามาภายในผมจนสุดความยาว ทำเอาผมกำหมัดแน่นเพื่อระบายความจุกและเจ็บที่ปากทางเข้า ที่เขากำลังกระตุกขยายอยู่ในหัวผมนั้นบ่งบอกได้เลยว่าเขากำลังสุข ยิ่งได้ยินคำสบถของพี่คิงด้วยแล้วผมยิ่งอยากให้มันจบไปเร็วๆ

               “ฮึ่มมม ซี้ดด น้องสมุทร รัดตุบๆเหมือนกับที่ลือกันจริงๆด้วย”

               ผมถึงกับเบิกตาโพลงรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่หัว จากพี่ชายที่ผมคิดว่าไม่สนใจเรื่องข่าวลืออะไรนั้นที่สุดแล้วยิ้มให้ผมอย่างเข้าใจและให้กำลังใจนั้น คือคนที่เชื่อคำของคนมากที่สุด หนักกว่าคือการที่พี่คิงทดลองเองด้วย!

               สวบ สวบ สวบ

               “อร๊างงง...ค่อยๆ...ผมเจ็บ”

               แน่นอนว่าผมที่ยังช็อกไม่อาจทำตัวเองให้ผ่อนคลายได้ ช่องทางที่รัดแน่นมีแต่จะสร้างความเจ็บปวด กระทั่งมือหนาของเขาคว้าเข้าที่กลางกายของผม เริ่มลูบไปตามแกนกายที่นูนขึ้นจากผ้ารัดรูป แค่ขยับมือเล็กน้อยก็กระตุ้นอารมณ์ผมได้

               “อืมมมม ตอดรัดพี่ขนาดนี้ ไม่อยากกลับบ้านใช่ไหม?”

               ผมรู้สึกได้ว่าช่องทางของผมมันหดเกร็งเพราะความวูบวาบจากฝ่ามือของพี่ประธาน เขาเริ่มควงสะโพก ดึงแก่นกายออกจากช่องทางด้านหลังของผม กระแทกเข้ามาใหม่จนผมสะดุ้งเกร็ง เจ็บนะ แต่ก็เสียวด้วย

               ความรู้สึกวูบตรงช่องท้องก่อนจะกระจายไปทั่วร่างให้ผมหายใจไม่สะดวก โชคยังดีที่น้ำปะปาที่ไหลจากฟักบวกมันทำหน้าที่แทนสารหล่อลื่น เข้าไปพร้อมกับแก่นกายของพี่คิงทุกครั้งที่เริ่มดึงเข้าออก

               “ซี้ดดด เสียวครับ พี่เสียวมาก ตูดสมุทรก็อวบอั๋นมาก ฮึ่มมมม รัดแน่นจนพี่ใจจะขาดแล้ว”

               พี่คิงเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สองมือเลื่อนไปรั้งสะโพกของผมเอาไว้พร้อมดึงแก่นกายเข้าสุดออกสุด การกระแทกแต่ละครั้งผมถึงกับจุกและสั่นสะท้าน ทั้งลึก ทั้งเสียวในเวลาเดียวกัน ยิ่งเสียงเฉอะแฉะในทุกครั้งที่หน้าขาของพี่คิวกระแทกกับแก้มก้นของผมส่งเสียงดังปั่กๆนั้นผมก็ยิ่งทนความอับอายไม่ไหว

               “อาห์...อึ่ก...อาห์...”

               ผมได้แค่ครางกระเส่า สองมือใช้ค้ำกำแพงเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่วงพับลงไปเสียก่อน ร่างกายตอบสนองการร่วมเพศครั้งนี้เป็นอย่างดีจนนึกแปลกใจในความเข้ากันได้ดีของเราสองคน นี้กูเป็นมาโซคิสหรือเปล่าหว๋า? ทำไมทุกครั้งที่มีคนลวนลามถึงได้มีอารมณ์ด้วยตลอดเลย

               “ดี หึ่มมม พี่ชอบ อาห์...ครางอีกครับ ครางดังๆ มีแค่เราสองคนที่นี้ น้องจะยั่วพี่ยังไงก็ได้ พี่จะไม่ทนอีกแล้ว”

               กูว่าพี่เขาท่องบทมาจริงๆ คำพูดยาวๆของพี่แกทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นโสรยาในจำเลยรัก

               ปึ่กๆๆ

               เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วพร้อมกับฝ่ามือของผมที่คว้าเข้าที่กลางกาย เพราะความวูบวาบที่พี่คิงมอบให้นั้นทำให้ปวดร้าวไปหมด กระทั่งแก่นกาของผมเริ่มกระตุกถี่เป็นจังหวะที่ร่างของผมสั่นคลอนไม่เป็นจังหวะ

               ความรุนแรงที่เพิ่มพูนมาพร้อมกับความเสียวยิบตา จังหวะกระเด้าที่ทำให้ผมหัวสั่นโยกเยกไม่ต่างจากตุ๊กตาหน้ารถ ความเถื่อนที่ทำให้ผมรู้สึกอยากร้องไห้แว๊บเข้ามาชั่วครู่ กระทั่งความวูบวาบนั้นแปรเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำขุ่นไหลสู่ท่อระบายน้ำพร้อมกับน้ำปะปาและสบู่

               เซ็กส์เร่าร้อนที่ไม่ได้มีการสมยอมจากผมจบลงในที่สุด พี่คิงปล่อยผมทันทีที่พอใจ นั้นทำให้ผมร่วงลงไปกองกับพื้นขณะที่หยาดน้ำจากฟักบัวยังทำงาน ผมหายใจระรัวกับอาการสั่นจากการหนาวและความวูบหวามที่ยังตกค้าง

               “ฮ้าๆ...เอามันจริงๆด้วย น้องสมุทร”

               “พี่ทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง!?”

               ผมตะคอกใส่ขณะที่เงยหน้ามอง ไม่เก็บกักความรู้สึกโกรธและความผิดหวังที่ใช้มองพี่คิง ทั้งๆที่ผมเคารพพี่ คิดว่าพี่ไม่เหมือนคนอื่น คิดว่าพี่จะยอมรับผมได้และไม่สนใจเรื่องที่ผ่านมา ผมไม่ได้อยากได้ผัวชั่วคราวเพิ่มนะ! ผมแค่อยากให้ใครสักคนเข้าใจ!

               “ก็น้องยั่วพี่เอง แค่อยู่ใกล้ๆพี่ก็รู้สึกเลยว่าน้องอยากให้พี่สัมผัสแค่ไหน ฮวู่ว...ขอบคุณนะ วันนี้พี่สนุกมาก”

               นั้นคือสิ่งที่รุ่นพี่ประธานพูดกับผมก่อนจะดึงม่านกั้นน้ำปิดเอาไว้เหมือนเดิม ภาพแสยะยิ้มสุดท้ายนั้นทำให้ผมกัดฟันกรอด มือทุบเข้าที่พื้นอย่างแค้นเคือง ผมกลั้นใจล้วงเอาหยาดน้ำกามของไอ้ประธานเลวนั้นออกด้วยความโกรธ ระบมไปหมดแม้ว่าตัวผมจะปลดปล่อยออกมาไม่น้อยเหมือนกัน

               ผมใช้เวลาสักพักล้างหัวด้วยน้ำเย็นและสวมเสื้อผ้าของตัวเองกลับออกมาหลังพระอาทิตย์ตก ประธานชมรมไม่สนใจที่จะปิดห้องชมรมด้วยซ้ำไป พอเสร็จแล้วก็ออกไปเลย ผมได้ยินที่เขาคุยโทรศัพท์กับแฟนด้วย...ไอ้ชั่วนั้นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่เพิ่งนอกใจแฟนแล้วข่มขืนผม!

               “ไอ้เลวนั้น! อูยยย...เจ็บ”

               ผมซีดปากก้าวช้าๆออกมาจากห้องและสะพายกระเป๋าขึ้นพาดไหล่ เม้มปากทนในทุกๆย่างก้าวเมื่อช่องทางของผมมันเจ็บเสียดทุกครั้งที่ขยับตัว แค่ตะคอกเมื่อกี้ยังสะเทือนถึงหูรูดเลย

               “แฮ่กๆ...ไอ้สมุทร! อยู่นี้นี่เอง!!!”

               เสียงคุ้นหูจากด้านหลังเรียกให้ผมหันไปมอง ก่อนจะทำหน้าซังกะตายเพราะมันก็คือหนึ่งในไอ้คนเลวที่ผมยัดใส่บัญชีดำสำหรับไอ้พวกที่เคยข่มขืนผม และไอ้นทีนี้แหละที่มีชื่อเป็นแรก

               “มึง...”

               ทันทีที่มันเห็นสภาพผมที่ยืนถ่างขา มือข้างหนึ่งเกาะขอบทางเดินมันก็เงียบไป เงียบจนผมไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ ผมถึงกับก้มหน้าและใช้มือดันแว่นตาเพื่อปกปิดสีหน้า ไอ้พี่คิงมันบอกเอาไว้ ว่าผมยิ้มยั่วทั้งๆที่ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักครั้งตอนที่ผมยิ้มให้เขา

               เพราะงั้นผมจะไม่ยิ้มอีกแล้ว...เพราะแค่ยิ้ม คนอื่นก็เข้าใจผิดว่าผมอ่อยได้

               “กลับบ้านกัน กูไปส่ง”

               ขวับ

               นทีนั่งยองตรงหน้าผมไม่ลืมที่จะล๊อกแขนของผมเอาไว้แล้วยกตัวผมขึ้นพาดหลัง ล๊อกขาของผมเอาไว้ให้ผมขี่หลัง ความรู้สึกตอนนี้ของผมมันเหมือนได้อะไรเยียวยาจิตใจ มันไม่ถามผมสักคำว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นทีบอกว่าจะไปส่งผมที่บ้าน ซีกหน้าของไอ้เถื่อนอีกคนที่เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุกไม่ได้ยิ้มแย้มเหมือนทุกครั้ง

               ครั้งนี้มันเงียบ เงียบจนผมกลัวใจมันจะโยนผมเข้าป่ามันข้างทางแล้วรุมโทรมผมจนหมดแรง แล้วทิ้งเอาไว้ในป่ามันจนกว่าจะมีแรงคลานออกมาเองซะแล้ว

               “อย่าปล้ำกูอีกนะ...กูไม่มีแรงแล้ว”

               “เออน่า กูรู้แล้ว”

               กลายเป็นเรื่องตลกเมื่อไอ้คนที่ริเริ่มการขืนใจผม มองผมเหมือนแคนดี้กำลังพาผมไปส่งบ้าน แต่นั้นมันไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกของผม...ที่มันเริ่มจะชาชินกับเรื่องพวกนี้

               คนที่เห็นภายนอกเป็นคนดี ไม่คิดว่าจะทำเรื่องแบบนี้ กลับบอกว่าเขาเป็นคนยั่วจนทำให้แสดงธาตุแท้ออกมาราวกับเป็นคนละคนนั้นเพราะเขา กับคนอื่นพี่คิงไม่เห็นจะเป็น หรือจริงๆแล้ว...มันจะเป็นเพราะตัวกูเองวะ? 

To be continued 

เอาละ มาแล้วจ้าาาาา ตอนนี้ยังไง? ดูเหมือนจะมีอะไรมุ้งมิ้งใช่ไหม? ใช่แล้ว เพราะว่านี้คือการบรรยายผ่านการมองเห็นของน้อง ไม่อยากสปอยแต่ที่เห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่เป็น เหมือนกับที่พี่คิงมีตัวตนโหดเถื่อนก็ได้นะ  

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเมนต์นะครับ ถ้าเมนต์เยอะๆแล้วจะมาอัพไวๆนะเออ 

ความคิดเห็น