The heart of คนพาล [อ่านฟรี]
[Rascal Heart 1.] ต้นทุนชีวิต
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

[Rascal Heart 1.] ต้นทุนชีวิต

 

ต้นทุนชีวิตของคนเราล้วนไม่เท่ากัน บางชีวิตที่มีความสุขสบายจนน่าอิจฉา...กลับโหยหาความรักเพราะเงินทองท่วมหัวแต่ไม่มีแม้คนที่จะอยู่ดูแล...

 

หึ!...ก็เล่นหมกมุ่นแต่กับการทำงานหาเงินคงจะมีเวลาอยู่หรอก

 

บางชีวิตแม้ไม่มีเงินทอง ไม่มีรถหรูแพงๆ อดมื้อกินมื้อ แต่ความรักและความผูกพันธ์กลับอบอุ่นจนน่าอิจฉา ไม่มีการแก่งแย้งชิงดีชิงเด่น ไม่เบียดเบียน และไม่โลภ

 

ดูแล้วนั่นเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาที่สุด

 

แต่แล้วเขาล่ะ...เขาอยู่ในชีวิตแบบไหน?

 

ชีวิตที่ไม่มีเงินทอง ไม่มีความรัก

 

มีแต่ความน่ารำคาญและเสียงด่าทอที่หนวกหู

 

"มึงไปใกลๆกูเลยนะไอ้เด็กเวร!...กูอุจส่าส่งเรียนหนังสือ แต่มึงกลับเที่ยวไปมีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน! หาแต่เรื่องแต่ราวมาให้กูชิบหาย!"

 

"โอ้ย!..รำคาญ จะด่าเหี้ยไรนักหนาวะ!?....คิดว่ากูอยากอยู่ใกล้มึงนักอ่อ วันๆแดกแต่เหล้า! เพราะแบบนี้แหละแม่ถึงหนีไป!!"

 

"ไอ้ลูกทรพี นี่มึงกล้าเถียงกูอ่อ!!...เออ มึงไปแล้วมึงอย่ากลับมานะ! ไอ้เด็กเนรคุณ!"

 

เพราะยังคงวัยรุ่น เพราะยังคงอยู่ในวัยที่อารมณ์รุนแรงทำให้เขาเลือกที่จะตอบโต้ไปแบบนั่น เลือกที่จะเป็นลูกอกตัญญู เลือกที่จะหนีจากแดนอันโสมม

 

มาอยู่ในที่...โสมมกว่า:)

 

ซึ่งก็นับว่ายังโชคดี ที่ในแดนโสมมนั้น กลับไม่ได้มีคนโสมมถมไป เพราะยังแทรก คนที่คอยเมตตา ยังมีเพื่อนที่ช่วยเหลือเขา ทำให้ชีวิตของเขา ยังมีโอกาส

 

 

@ผับFK เวลา 23.21 น.

Talk Fakhram

 

"ไอ้คราม มึงช่วยเอาใบนี่ไปเช็คให้กูที เฮียฟิวเขาสั่งมา" ผมหันไปยื่นมือรับใบตารางสินค้าที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในเดือนนี้ ก่อนจะไล่สายตาตรวจเช็คทีละบรรทัด

 

"สัสคราม"

 

"อะไร?" ผมหันไปหาไอ้แรคคูน เพื่อนคนเดียวที่มีอยู่ตอนนี้ และเป็นคนเดียวที่ดึงผมเข้ามาทำงานที่ผับนี่กับเฮียฟิวด้วย

 

แต่เราสองคนไม่ได้เรียนต่อนะ จบแค่ม.6 ซึ่งสาเหตุที่ทำงานอยู่ที่นี่ได้นานถึง6ปีก็เพราะความไว้วางใจจากเฮียฟิวนั่นแหละ

 

ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อมันยังคงจ้องหน้าผมไม่วาง มิหนำซ้ำยังหรี่ตามองราวกับกำลังมองหาอะไรซักอย่าง

 

"เป็นห่าไรของมึงเนี่ย....มองอย่างกับตกหลุมรักกู" ผมว่าจนมันเบะปากอย่างมีจริต ก่อนจะเอามือมาประสานกัน

 

"ตกหลุมรักพ่อมึงดิ...กูแค่มองว่าหน้าตาแบบมึงอ่ะ เมื่อไหร่จะมีเมีย" ผมสะอึกเมื่อได้ยินคำนี้ แหงล่ะ...ก็มันมีเมียเป็นของตัวเองแล้วหนิ

 

แถมเป็นเมียรุ่นพี่ที่แก่กว่าตั้งสามปี!

 

ผมไม่ตอบมัน แต่ขยับปากให้เป็นคำว่าเสือกโดยไม่ออกเสียง

 

"เหอะ..ก็อย่างว่า แบบมึงอ่ะดีแต่หน้า นอกนั้นเหี้ยหมด ดูแค่รอยสักที่แขนมึงผู้หญิงเขาก็กลัวแล้ว น้อยคนนะมึงจะชอบผู้ชายที่สัก"

 

"แล้วทำไมวันนี้จู่ๆถึงอยากคุยเรื่องนี้กับกู" ผมพับปิดสมุดตารางเก็บไว้ ก่อนจะหันไปหามันอย่างเอาเรื่อง

 

"ป่าว กูก็แค่เป็นห่วง กลัวมึงจะขาดความรัก" ผมหัวเราะในลำคอ...ขาดความรักเหรอ คิดว่าผมต้องการรึไง

 

แค่ความไว้ใจ ความเชื่อใจจากมันและเฮีย ความรักสำหรับผมก็ไม่จำเป็นแล้วล่ะ

 

"เอ้อ..แล้วเรื่องพ่อมึงอ่ะ ทนายว่ายังไงบ้าง" มันหันมาถามผมอีกครั้งพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาเล่น หากเดาไม่ผิดก็คงไม่พ้นแชทหาเมีย

 

"ก็แค่มาแจ้งให้กูไปรับรู้เฉยๆ ไม่ได้มีสมบัติอะไรให้กูหรอก ขายซื้อเหล้ายัดห่าหมดละ!" มันเป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อสามวันที่ผ่านมา วุ่นวายอยู่กับงานศพของพ่อ

 

ผมเองก็ไปนะ แต่ไม่ได้เอากระดูกกลับมาด้วยหรอก ฝากไว้ที่วัดนั่นแหละ

 

อย่าเพิ่งหาว่าผมเป็นลูกอกตัญญู เพราะไม่ได้ผมเองก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองดีซะหน่อย..เรื่องราวที่ผ่านมา มันสอนให้ผมเป็นแบบนี้เอง

 

"ถ้ากูเป็นพ่อมึงนะ กูคงแช่งมึงยับอ่ะ!"

 

"ถ้ามึงเป็นพ่อกู กูคงไม่เหี้ยแบบนี้หรอก...เพราะมึงดีกว่าพ่อกูเยอะ" ผมสวนมัน จนไอ้แรคคูนส่ายหน้า มันยันกายลุกขึ้นพลางบิดขี้เกียจเล็กน้อย

 

"กูขี้เกียจคุยกับมึงละ คุยทีไรจากที่กำลังจะตรัสรู้ กลายเป็นกิเลสเฉยเลย" ผมยิ้มขบขำกับคำพูดมัน ก่อนที่เจ้าตัวจะลงไปเช็คความเรียบร้อยชั้นล่าง

 

"หึ...โทษทีว่ะ คนแบบกูคงตรัสรู้ยากอยู่หรอก"

 

END Talk Fakhram

 

 

ด้านของอีกคน

 

เงินทอง บ้าน รถหรูๆ นั่นคือความสุขจริงๆน่ะหรอ...ความสุขที่ช่วยทำให้เราหลงละเมอไปกับความสุขสบายใช่มั้ยล่ะ

 

ความรวยนั่นใช่มั้ย ที่ทำให้ใครอีกหลายๆคนยอมทำทุกอย่างเพื่อมัน ยอมขายศักดิ์ศรี ยอมขายลูก ยอมทำเลวขายชาติ

 

แหง่ล่ะ...เพราะอำนาจของเงินน่ะ ล้วนยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดในโลกแล้ว

 

เพราะมันสามารถซื้อเพื่อนได้:)

 

เพราะมันสามารถซื้อคนรักได้:)

 

เพราะมันสามารถซื้อชีวิตของคนได้:)

 

แต่คุณลืมอะไรไปรึเปล่า...

 

"นิลคิดถึง"

 

["โอ้ย!...นี่แกโทรมาหาฉันเพราะแค่จะบอกคิดถึงเนี่ยนะ! นิล ฉันให้เงินแก ฉันปล่อยให้แกอยู่แบบอิสระ แกก็อยู่ไปสิ ไม่ต้องมากวนฉัน!"]

 

"แค่นี้ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วย"

 

["ก็เพราะแกมันน่ารำคาญไง!...เมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายกับฉันซักที อ้อ...หรือเงินหมด? เดี๋ยวฉันโอนให้ละกัน แค่นี้นะ!"]

 

"เดี๋ยวค่ะ!"

 

["มีอะไรอีก พ่อแกกำลังรอฉันนะ!"]

 

"บอกรัก...นิลได้มั้ย"

 

["หึ่ม!...เออ ฉันรักแก แค่นี้แหละ!!"]

 

ตี๊ด!!

 

แค่นี้แหละ...ที่เธอต้องการ

 

เงินไม่สามารถซื้อความผูกพันธ์ได้

 

ถ้าหากว่าเธอสามารถเลือกเกิดได้จริงๆ หรือต้องแลกอะไรซักอย่าง เธอขอแลกให้เธอมีฐานะที่ยากจน กับความรักจากพ่อแม่ที่อบอุ่นได้รึเปล่า

 

เธอขอแลกชีวิตของเธอเพื่อให้พ่อได้กลับมาอยู่ด้วยกันได้รึเปล่า หรือขอให้แม่ของเธอ รักเธอจริงๆจะได้มั้ย

 

 

@ผับFK เวลา 23.21 น.

Talk Nil

 

"มาคนเดี๋ยวหรอครับ" เสียงของผู้ชายทักขึ้น...ฉันหันไปมองตามเสียงก่อนจะคลี่ยิ้มอ่อนๆ คนตรงหน้ามีผมสีควัญบุหรี่ ตัวสีขาวแต่ไม่เท่าฉัน ใบหน้าก็จัดว่าอยู่ในระดับที่เป็นดาราได้ง่ายๆ

 

"มากับเพื่อนค่ะ แต่เพื่อนไปเข้าห้องน้ำ" นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง แต่มันเป็นเรื่องจริง นี่ไม่รู้ว่าไปอะไรนานนักหนา

 

"ดื่มซักหน่อยมั้ยครับ?" ฉันมองน้ำสีฟ้าสวยในแก้วที่ถูกยื่นมาให้ พลางคลี่ยิ้มบางๆ

 

"ไม่เป็นไรค่ะ..มีแล้ว" เพราะถึงจะชอบเที่ยว แต่กฏของการป้องกันตัว ก็คือการไม่รับเครื่องดื่มจากผู้ชายหรือคนอื่นเด็ดขาด

 

ยิ่งสถานที่แบบนี้ ยิ่งอันตราย

 

"อ่อ...แล้วแฟนไม่มาด้วยหรอครับ?" นั่นเป็นคำถามหลอกล่อให้ฉันบอกว่าโสดหรือไม่โสดสินะ

 

"ไม่มีค่ะ" ฉันตอบ คนตรงหน้าพยายามที่จะเบียดเข้ามาใกล้ ซึ่งฉันก็พยายามที่จะถอยออกห่างทันที

 

Rrrrrrrrrrrrr

 

แต่จู่ๆเสียงสั่นจากมือถือในกระเป๋าสะพายที่เป็นเหมือนเสียงระฆังของสวรรค์ก็ดังขึ้นช่วย ทำให้ฉันต้องละสายตาจากผู้ชายตรงหน้า แล้วมารับมือถือแทน

 

"ฮัลโหลแนน อยู่ไหน!" ฉันกรอกเสียงลงสายไปด้วยความเร่งรีบ ในใจภาวนาให้อีกฝ่ายโทรตามฉันให้ไปหา

 

["มึง..ขอโทษนะ แต่ตอนนี้กูกลับกับเพื่อนแล้วอ่ะ"] เพื่อน เพื่อนที่ไหนอีก ในเมื่อเรามากันแค่สองคน ฉันถอนหายใจแรงๆ

 

"อ่อ...เค" มือบางลดมือถือลง หึ!..กลับกับเพื่อนหรอ เพื่อนคนไหนอีก ทั้งๆที่ฉันให้มาเป็นเพื่อนกันแท้ๆ หรือเงินที่จ้างไว้ มันไม่เยอะพอ?

 

น่าสมเพช!

 

หมายถึง ตัวฉันเอง ที่น่าสมเพช!!

 

ฉันหันกลับมาดื่มน้ำในแก้วตัวเองจนหมด ก่อนจะเอากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

 

"เดี๋ยวสิครับ!..จะไปไหนล่ะ" นี่ก็ตื้อเก่งอยู่ได้ น่ารำคาญ

 

"พอดี..ต้องกลับแล้วอ่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ" ฉันเดินออกมาโดยไม่สนใจคำทักท้วงของผู้ชายคนนั้นเลยซักนิด

 

อารมณ์ตอนนี้โคตรของเฟลอ่ะ เหมือนโดนทิ้งซะดื้อๆ ถ้าไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาแต่แรกดิ ใครเขาจะแคร์หล่อนกัน

 

นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่เป็นแบบนี้ ฉันโดนบ่อยโดนจนชินแล้วแหละ แต่ก็ยังอดหงุดหงิดไม่ได้อยู่ดี คอยดูนะ แม่จะไม่ให้อีกซักบาทเดียว

 

ฉันเดินไปที่โรงรถ คาดว่าวันนี้คงต้องกลับบ้านแล้วแหละ เพราะเริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแล้วเหมือนกัน

 

 

 

 

ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดีระหว่าง เฮียกับอีต้าวของเรา

 

เรื่องนี้ไรท์อยากให้พระนางเรามีปมที่สามารถมาเติมเต็มให้กันและกันได้ เป็นอีกเรื่องที่ไรท์เคยคิดร่างๆไว้ แล้วอยากลองเอามาแต่งดู หวังว่ารีดจะชอบกันนะคะ^^

 

#           #     ฮาโหลล!! ไรท์เป็นนักเขียนมือสมัคเล่น ใช้นามปากกาว่า nunbusin นั่นเอง  ไรท์อยากลองมาแต่งนิยายดู ที่จริงก็ได้มีประสบการณ์จากการอ่านนิยายมาบ้างแต่ไม่รุ้ว่าจะสู้รุ่นพี่คนอื่นๆได้รึเปล่า แต่ก็อยากจะฝากนิยายของไรค์ไว้หน่อยน้าาา~

##นิยายของไรท์จะเป็นแนวทั่วไปนะคะ ไรท์อยากลองแต่งหลายๆแนวเลย และจะแต่งจนจบเรื่องก่อนที่จะติดเหรียญทั้งหมด 

 

#

 สุดท้ายนี้ไรท์ขอฝากเรื่องคอมเม้นหน่อยนะคะ ไรท์จะยอมรับคำติชมทุกคำด้วยความยินดีค่ะ แต่คำติไรท์ขอเป็นคำที่สร้างกำลังใจมากกว่าบั่นทอนจิตใจกันนะคะ เพราะส่วนตัวไรท์เซนซิทีฟกับเรื่องแบบนี้มาก ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ รักรีดน้าา^^

#

 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น