facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

วาสนาบันดาลให้นางและเขามาบรรจบกันอีกครา ทว่าเขาจะทำเช่นไร เมื่อทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเปลี่ยนแปลงไป รวมถึง ‘นาง’ ที่เขาแสนชังผู้นั้นด้วย!

ตอนที่ 23 เลือกบ่าว

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 เลือกบ่าว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2563 10:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 เลือกบ่าว
แบบอักษร

 

ผู้ใดจะทราบว่าดวงตาคู่นั้นเพียงแค่กะพริบปริบๆ แล้วเจินเมี่ยวก็ยื่นมือออกมาปัดสองมือของหลัวเทียนเฉิงอย่างรำคาญพลางพึมพำว่า “เกลียดจริงๆ เหตุใดจึงฝันร้ายอีกแล้ว! ”

กล่าวจบก็ขมวดคิ้วแล้วหลับตาลง พลิกตัวคราหนึ่งแล้วหลับไป

หลัวเทียนเฉิงยืนมองเจินเมี่ยวซึ่งหลับไปแล้วอยู่ข้างเตียง ไอสังหารในดวงตาค่อยๆ สลายไป

ไม่นานก็หมุนกายข้ามหน้าต่างจากไปอย่างเงียบๆ

หลังจากนั้นเป็นนาน เจินเมี่ยวค่อยลืมตาขึ้นจ้องมองหน้าต่างที่ปิดไว้แน่นสนิทนั้น นางซุกตัวอยู่ในผ้าห่มด้วยตัวสั่นงันงกแล้วร้องไห้ออกมาเงียบๆ

วันเวลาเช่นนี้ ไม่รู้จะข้ามผ่านไปได้อย่างไรจริงๆ !

เจินเมี่ยวพยายามอย่างยิ่งที่ลุกขึ้นจากเตียงในวันต่อมา รอยคล้ำใต้ตานั้นทำให้จื่อซูตกใจเหลือคณา

“คุณหนูถูกนกเอี้ยงรบกวนจนนอนไม่หลับใช่หรือไม่เจ้าคะ” จื่อซูนำไข่ไก่ที่ปอกเปลือกแล้วมาประคบใต้ตาให้นางพลางเอ่ยถาม

“อากาศร้อนเกินไปเท่านั้น” เจินเมี่ยวทราบว่าจื่อซูเป็นคนไม่พูดมาก แค่หาข้ออ้างสักอย่างก็พอแล้ว

จื่อซูมิได้ถามมากความดั่งคาด เมื่อนางและสาวใช้ทั้งหลายช่วยกันแต่งตัวให้เจินเมี่ยวเสร็จแล้วก็ไปน้อมทักทายฮูหยินผู้เฒ่า

เจินเมี่ยวสะลึมสะลือไปตลอดทาง ศีรษะคล้ายจะปริแตกออกมากระนั้น

โชคดีที่เรือนหนิงโซ่วมีการจัดวางกระถางน้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว ไอเย็นที่กระจายออกมาทำให้สมองของนางโปร่งโล่งขึ้น

ผู้คนแต่ละเรือนต่างทยอยกันมาน้อมทักทายฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งมิได้มีอันใดควรค่าแก่การพูดถึง เพียงแต่ใบหน้าขาวซีดของนางเวินนั้น ทำให้เจินเหยียนและเจินเมี่ยวเห็นแล้วกังวลใจอยู่บ้าง

ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นแล้วยังต้องขมวดคิ้ว “นางเวิน งานแต่งเจ้ารองใกล้เข้ามาแล้ว แม้เจ้าจะมิได้เป็นผู้ดูแลจวน แต่ก็ควรช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าดูแลจัดการด้วย”

ภายใต้สายตาอันคมกล้าของฮูหยินผู้เฒ่านั้น นางเวินพยักหน้าพลางกล่าวว่า “สะใภ้ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่าหันมองที่ฮูหยินใหญ่อีกครา “นางเจี่ยง กลุ่มสาวใช้น้อยที่ซื้อมาเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น อบรมไปถึงไหนแล้ว”

โดยทั่วไปแล้ว ตระกูลขุนนางเก่าแก่ล้วนใช้ลูกหลานของบ่าวไพร่ที่เคยทำงานในจวน การซื้อมาจากข้างนอกเป็นเพียงการซ่อมเสริมเท่านั้น

ทว่าก่อนที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะแต่งเข้ามาในจวนเจี้ยนอานปั๋ว ลูกหลานของบ่าวไพร่เก่าแก่ต่างก็กระจัดกระจายไปที่อื่นหมดแล้ว กระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าเข้ามาจัดการดูแล ทุกอย่างจึงค่อยๆ ดีขึ้น เพราะบ่าวไพร่เก่าๆ มีน้อยจึงต้องซื้อมาจากข้างนอกมากกว่าตระกูลสูงศักดิ์ตระกูลอื่นมากหน่อย

“ฮูหยินผู้เฒ่า สามารถเรียกใช้งานได้แล้วเจ้าค่ะ ” นางเจี่ยงกล่าว

“หลานสาวหลายคนก็โตแล้ว เจ้านำพวกนางไปเลือกด้วยตนเองเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่ายกชาขึ้นดื่ม

นางเจี่ยงนำบรรดาคุณหนูไปที่ห้องโถงแล้วสั่งให้นำสาวใช้ทั้งหลายเข้ามา

สาวใช้เข้าแถวเป็นสองแถวเดินตามกันเข้ามาภายห้องอย่างรวดเร็ว แถวหนึ่งสีเขียว แถวหนึ่งสีฟ้า

นางเจี่ยงนั่งลงแล้วชี้แถวที่สวมชุดสีเขียว “แถวที่สวมเสื้อผ้าสีเขียวนั้นเกิดในจวนของเรา ที่สวมเสื้อผ้าสีฟ้านั้นซื้อมา ให้เหยียนเอ๋อร์เลือกก่อน พวกเจ้าเลือกกันตามลำดับพี่น้องแล้วกัน เลือกทีละหนึ่งคนแล้วค่อยวนกลับมาเลือกอีกครั้งไปเรื่อยๆ

ได้ยินนางเจี่ยงพูดเช่นนี้ คุณหนูทั้งหลายก็ส่งเสียงรับคำ มีเพียงเจินอวี้ที่แสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่กลับมิได้พูดสิ่งใด

สาวใช้ของเจินเหยียนนั้นมีครบมิขาด เพียงแต่นางต้องออกเรือนแล้ว ตามธรรมเนียมนอกจากสาวใช้ที่คอยติดตามแล้วยังต้องมีสาวใช้เพิ่มไปอีกสี่คน

ในสี่คนนี้จะมีสองคนที่ทำหน้าที่เป็นสาวใช้ทงฝัง[1]โดยเฉพาะ หากมิคัดเลือกตอนนี้ ก็เลือกไปเพียงสองคนก่อนได้

เจินเหยียนไตร่ตรองอย่างละเอียดคราหนึ่ง แล้วเลือกสาวใช้ท่าทางนิ่งขรึมที่เกิดในจวนมาหนึ่งคน

สาวใช้หลายคนต่างแสดงสีหน้าอิจฉาออกมา ทว่าสาวใช้ผู้นั้นกลับทำความเคารพอย่างสุขุม

ฮูหยินใหญ่พยักหน้าอยู่เงียบๆ

ต่อมาเป็นเจินจิ้ง

เพราะการฆ่าตัวตายครั้งก่อนจึงทำให้ต้องไล่คนของคุณหนูสามออก และงานแต่งของนางก็ใกล้เข้ามาแล้ว ครั้งนี้จึงต้องเลือกสาวใช้ถึงสี่คน

เมื่อถึงคราเจิ้นจิ้งต้องเลือกสาวใช้ ฮูหยินใหญ่ก็มองด้วยสายตาเย็นชา สาวใช้บางส่วนโดยเฉพาะสาวใช้ในจวนต่างค่อยๆ ก้มหน้าลง

ฮูหยินใหญ่ยิ้มโดยไม่แสดงสีหน้าและสุ้มเสียง

เจินจิ้งเดินไปข้างหน้าทีละก้าว มองแล้วมองอีกอย่างละเอียด จึงชี้ไปที่สาวใช้ในจวนคนหนึ่ง

สาวใช้ผู้นี้หน้าตาธรรมดาทั่วไป แต่กลับมิได้มีท่าทีหวาดกลัวเมื่อถูกเจินจิ้งเลือก หลังจากตกตะลึงเพียงชั่วครู่ก็ไปยืนอยู่ข้างหลังนางอย่างสงบเรียบร้อย

เจินเหยียนอดชำเลืองมองเจินจิ้งคราหนึ่งมิได้

น้องสามเลือกคนได้เก่งนัก

ต่อมาก็เป็นเจินเมี่ยว

ครั้งนี้เจินเมี่ยวต้องเลือกสาวใช้ห้าคน เมื่อคิดว่าต้องเผชิญกับอันตรายเช่นใดก็มิอาจทราบได้ทำให้ไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่น้อย สาวใช้ที่ถูกนางเลือกล้วนถือเป็นผู้เคราะห์ร้ายทั้งสิ้น นางจึงตัดสาวใช้ในจวนออกไปทันที แล้วชี้สาวใช้หน้าตาสะสวยที่สุดในแถวซึ่งสวมชุดสีฟ้าพลางเอ่ยว่า “นางแล้วกัน”

เจินเหยียนอึ้งงันไป ส่งสายตาให้กับเจินเมี่ยวคราหนึ่ง

เจินจิ้งก้มหน้าลง มุมปากหยักยิ้มเบาบาง

เจินอวี้กลับยิ้มเยาะออกมาอย่างเปิดเผย แล้วยักคิ้วให้กับเจินปิงเงียบๆ

เจินปิงเจินอวี้เดิมมิได้ขาดคน ทว่าสาวใช้ที่คอยรับใช้เริ่มเจริญวัยแล้ว ไม่นานก็ต้องปล่อยออกจากจวนไป จึงให้เลือกสาวใช้ไว้ก่อนค่อยเรียกมาใช้งานทีหลัง

พวกนางต่างเลือกไปตามลำดับ ไม่นานก็ครบรอบมาอีกครา

กระทั่งคุณหนูทั้งหลายเลือกเสร็จแล้ว ด้านหลังของเจินเมี่ยวก็มีสาวใช้น้อยอ่อนช้อยงดงามยืนอยู่ถึงสี่คน ทุกคนต่างสวมชุดสีฟ้าทั้งสิ้น

เจินเหยียนหน้าดำคล้ำไปหมด นางคอยแต่ส่งสายตาให้เจินเมี่ยว เหลือคนสุดท้ายแล้ว ในที่สุดเจินเมี่ยวก็เดินไปยังแถวสาวใช้ในจวนเสียที

เจินเหยียนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา กลับเห็นเจินเมี่ยวเดินไปชี้สาวใช้ร่างท้วมที่ยืนอยู่ท้ายแถว

สาวใช้ผู้นั้นแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ ถามออกไปอย่างมึนงงว่า “คุณหนูเลือกข้าหรือเจ้าคะ”

เหล่าสาวใช้ต่างก้มหน้าลง ฝืนกลั้นอาการขำไว้

ในใจคิดว่าคุณหนูสี่ช่างแปลกพิเศษจริงๆ เหตุใดจึงเลือกนางได้

ผู้ใดไม่ทราบบ้างว่าสาวใช้ร่างท้วมนี้เป็นหลานสาวของบ่าวแซ่หวังในห้องครัวใหญ่ หนึ่งมื้อกินหมั่นโถวสามลูก ร่างกายมีแต่เนื้อหนัง ในหัวกลับไม่มีความฉลาดเท่าใดนัก

ฮูหยินใหญ่มองโดยมิแสดงสีหน้าและวาจาใด แม้นจะสงสัยและแปลกใจอยู่บ้าง

สาวใช้ร่างท้วมผู้นี้นางก็รู้จักดี เป็นหลานที่บ่าวแซ่หวังใช้เบี้ยไหว้วานคนจึงได้มีโอกาสเข้ามาคัดเลือก เรื่องนี้พบเห็นได้บ่อยในจวนใหญ่ๆ นางได้แต่ปิดตาข้างลืมตาข้าง แต่คิดไม่ถึงว่าจะถูกเจ้าสี่เลือกไว้

เจ้าสี่ผู้นี้ ที่แท้กำลังคิดสิ่งใดกัน

นางเจี่ยงเพียงรู้สึกว่าหลังจากเจินเมี่ยวตกน้ำเป็นต้นมา ก็ยิ่งเดาใจนางยากขึ้น

“อืม ข้าเลือกเจ้า” เจินเมี่ยวเผยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่ใส่ใจต่อสายตาแปลกประหลาดของผู้อื่นที่มองตน

สาวใช้ร่างท้วมนั้นจึงวิ่งไปอยู่ด้านหลังนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เนื้อทั้งร่างของนางทิ่มตาสาวใช้ที่มิได้ถูกเลือกจนเจ็บไปหมด

“เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้าเลือกเสร็จแล้วก็กลับเรือนไปเสีย จำไว้ว่าต้องส่งคนมาแจ้งรายชื่อและลำดับขั้นของสาวใช้เหล่านี้เพื่อบันทึกลงในบัญชีด้วย ” ฮูหยินใหญ่โบกสะบัดมือคราหนึ่งให้เหล่าบ่าวไพร่ที่รอปรนนิบัติอยู่ด้านนอกเข้ามา แล้วเริ่มปฏิบัติภารกิจของวันใหม่ทันที

“อุ๊ย พี่สี่ช่างสายตาแหลมคมนัก” เจินอวี้ชำเลืองมองเหล่าสาวใช้ที่อยู่ด้านหลังของเจินเมี่ยว ระบายยิ้มแล้วเดินจากไป

“น้องสี่ เจ้ามากับข้า”

เจินเหยียนพาเจินเมี่ยวไปยังศาลารับลมอีกด้านหนึ่ง สั่งให้สาวใช้คอยอยู่ไกลๆ แล้วค่อยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะ “น้องสี่ เจ้าเลือกคนอย่างไรของเจ้ากัน”

เพราะเจินเมี่ยวมิได้นอนหลับสนิททั้งคืน จึงมีสีหน้าสะลึมสะลืออยู่บ้าง

เจินเหยียนเห็นแล้ว ถลึงตาจ้องมองนางอย่างไม่ลดละ “หรือเจ้าไม่ทราบว่าสาวใช้ที่ซื้อมาจากข้างนอกนั้นผ่านการอบรมแค่เพียงไม่กี่เดือน ต่อให้ดีปานใดก็ยากจะไล่ตามสาวใช้ในจวนได้ทันมิใช่หรือ”

เห็นเจินเมี่ยวยังคงมีท่าทีนิ่งเฉย จึงกล่าวอีกว่า “ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนของบ่าวที่เกิดในจวน หากเจ้าเลือกถูกคน ก็สามารถช่วยเจ้าได้อีกแรง”

เจินเมี่ยวหลับตาลง ในใจกล่าวว่าต่อให้ผ่อนแรงนางได้มากเพียงใดแต่ถ้าไปถึงจวนกั๋วกงก็กลายเป็นเพียงผงเถ้า ถึงตอนนั้นบรรดาญาติของสาวใช้ในจวนอาจจะแค้นเคืองอยู่ในใจจนคอยขัดขานางเวินก็เป็นได้

เจินเหยียนเอ่ยต่อว่า “เรื่องนั้นก็แล้วไปเถิด ทว่าเหตุใดเจ้าถึงเลือกแต่ผู้มีรูปโฉมงดงาม อนาคตหากออกเรือนไป ย่อมต้องมีสาวใช้ทงฝังของเจ้าด้วย เจ้าเลือกสาวใช้หน้าตาดีเช่นนั้นมาคอยปรนนิบัติอยู่ทุกวัน พวกนางจะประพฤติตนอยู่ในกฎเกณฑ์หรือไม่เล่า”

ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์จึงจะดี ดีที่สุดคือทำให้ซื่อจื่อหลงใหลคลั่งไคล้ ดาวสังหารนั้นจึงไม่มีเวลามาก่อเรื่องยุ่งยากให้นาง

“สาวใช้หน้าตาสะสวย ย่อมมีใจใฝ่สูง คุณชายผู้สืบทอดจวนเจิ้นกั๋วกงยังหนุ่มแน่นนัก หากอนาคตก่อเรื่องอันใดขึ้น มิใช่จะแทงถูกหัวใจของเจ้าเองหรอกหรือ”

พี่สาว ข้าไม่มีทางเสียใจเพราะเรื่องนี้จริงๆ

เจินเหยียนยิ่งพูดยิ่งโมโห “สาวใช้ในจวนเพียงคนเดียวที่เจ้าเลือก กลับเป็นแค่คนทึ่มทื่อ เจ้าคิดสิ่งใดอยู่กันแน่”

เพราะว่าสาวใช้ร่างท้วมกินหมั่นโถวสามสี่ลูกต่อมื้อนั้นย่อมต้องมีพละกำลังเป็นธรรมดา

เจินเมี่ยวคิดย้อนไปถึงครั้งหนึ่งที่นางไปห้องครัวใหญ่จึงบังเอิญพบเข้ากับสาวใช้ร่างท้วมที่กำลังเดินหมุนโม่หินด้วยความฝีเท้าอันว่องไวดุจบินได้ พลันเกิดความตื่นเต้นขึ้นในใจ

“น้องสี่...” เจินเหยียนเอ่ยเสียงเย็นชายิ่งขึ้น “เจ้าคงมิได้นอนหลับใช่หรือไม่”

 

------

[1] สาวใช้ทงฝัง เป็นสาวใช้ที่คอยเฝ้าปรนนิบัติเมื่อนายตนร่วมอภิรมย์กับสามี และอาจเรียกสาวใช้ทงฝังเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยก็ได้ สาวใช้ทงฝังจะมีห้องนอนอยู่ติดกับนายตน จึงได้ชื่อว่าสาวใช้ทงฝัง ทงแปลว่าทะลุถึง ผ่านถึง ฝังแปลว่าห้อง สตรีบางคนถึงกับใช้สาวใช้ทงฝังของตนดึงใจสามีไว้ มิให้ไปมีสัมพันธ์กับหญิงอื่น

ความคิดเห็น