ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 1-6 หลงรักนักแสดงละครเวที

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-6 หลงรักนักแสดงละครเวที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 307

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2563 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-6 หลงรักนักแสดงละครเวที
แบบอักษร

เช้าวันถัดมา ก็ยังตื่นตีสี่ครึ่ง 

ฮินาโกะคลานลงจากเตียง บิดขี้เกียจวงใหญ่แล้วเริ่มถอดชุดนอน เสื้อผ้าที่จะใส่วันนี้ใส่สีขาวเป็นหลัก เพื่อให้คนบนเวทีมองเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ในโรงละครมืดๆ เธอสวมวันพีซสีขาวทางศีรษะ คลุมด้วยแจ็คเก็ตยีนส์แบบรัดเอว แล้วเปิดฉากกั้นกลางห้องออกด้วยความรุนแรง 

บนเตียงในห้องอีกด้าน พี่ชายนอนหลับส่งเสียงหายใจฟี้ๆ ขาข้างหนึ่งยื่นออกมานอกผ้าห่ม แขนสองข้างชูขึ้นเหนือหัวเป็นท่าไชโย 

บนกำแพงข้างตัวพี่ชาย ซึดะ ยูยะหลายสิบคนส่งยิ้มสดใสมาทางนี้ 

ฮินาโกะหวีผมท่ามกลางการเฝ้ามองจากซึดะ ยูยะในห้อง ก่อนจะหยิบกระจกออกมาแล้วเริ่มแต่งหน้า เมื่อวานลองใช้อายชาโดว์สีเขียวให้ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่วันนี้ไม่จำเป็นจะต้องแอบเข้าร้านเหล้าแล้ว เลยเลือกใช้สีชมพูดูน่ารักแทน เธอบรรจงทากากเพชรบนเปลือกตา ขนตาก็ใช้แปรงปัดอย่างพิถีพิถัน ส่วนแก้มไม่ได้ปัดยาวไปด้านข้างแบบผู้ใหญ่อย่างเมื่อวาน แต่ลองปัดวนเป็นวงกลมเหนือโหนกแก้ม 

เตรียมตัวเกือบจะเสร็จก็หกโมงแล้ว พอคว้ากระเป๋าสะพายไหล่ซึ่งแขวนไว้ตรงเก้าอี้จะออกจากห้อง ก็มีเสียงง่วงๆ จากอีกฝั่งของห้องทักว่า “หนวกหูแต่เช้าเลยนะ” พี่ชายตื่นแล้วกำลังสวมแว่นตาอยู่บนเตียง 

“อ๊ะ นี่ๆ พี่คะ” 

“อะไร” 

“ชุดวันนี้ คิดว่าไงเหรอ คิดว่ายูยะคุงจะชอบไหม” 

“หืม?” พี่ชายขยี้ตาด้วยความง่วงแล้วเงยหน้าขึ้น ก่อนทำสีหน้าตกใจค้างอยู่หลายวินาที 

“ทำไมเหรอ มีตรงไหนแปลกเหรอ” 

“อ๊ะ เปล่า” พี่ชายตอบปัดแล้วมองไปทางอื่น “เธอน่ะ ถ้าแต่งหน้าแต่งตัวประมาณนั้นทุกวัน…ยังไงดี ก็คงดีแท้ๆ นะ” 

“ดีที่ว่านี่?” 

“เทียบเท่าค่าเฉลี่ยของผู้หญิง หรือใม่ก็ค่อนข้าง อืม คงจะสูงกว่า...ไม่สิ อาจจะสูงกว่ามากเลยก็ได้...มั้ง” 

“เอ๋…งั้นเหรอ ถ้ายูยะคุงสังเกตก็คงดีน้า” 

พอบ่นไปตรงๆ ก็ถูกถอนหายใจยาวเหมือนคาดไว้แล้วว่าต้องตอบแบบนี้ออกมา 

“ทำไมเธอถึงแต่งเนื้อแต่งตัวแค่เฉพาะตอนไปเจอไอดอลที่ชอบกันนะ” 

“ไม่ใช่ไอดอลสักหน่อย นักแสดงละครเวที” 

“อะไรก็ช่างมันเถอะ” 

“แต่งหน้าตลอดไม่ไหวหรอก จะตั้งใจแต่งเฉพาะวันพิเศษเท่านั้นล่ะ” 

พี่ชายตอบอย่างสิ้นหวังว่า “คร้าบๆ” แล้วลงไปนอนกลิ้งบนเตียง ดูเหมือนจะยังง่วงอยู่จริงๆ 

“งั้น ไปล่ะนะ!” 

ฮินาโกะส่งเสียงร่าเริงกว่าพี่ชายสิบเท่า แล้วเดินย่องออกจากห้อง 

 

ฮินาโกะเซ็ตผมตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ไปถึงที่ทางเข้าสำหรับผู้เกี่ยวข้องก่อนแปดโมงตรง รอประมาณสิบห้านาที แล้วยืนส่งซึดะ ยูยะกับแฟนคลับที่มารอเหมือนกัน 

เหตุการณ์ต่างๆ ดำเนินตามตารางเวลาเมื่อวานไม่ผิดเพี้ยน หลังจากนั้นเมื่อถึงเวลาเปิดให้เข้าโรงละคร ฮินาโกะก็ก้าวเท้าเข้าไปยังโรงละครของ ‘เจ้าชายบอลขาว’ อีกครั้ง 

ที่นั่งในวันนี้อยู่ตรงกลางแถวหน้าสุด เป็นที่นั่งที่ดีกว่าของเมื่อวานซึ่งอยู่แถวเยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย เมื่อวานมีแผนหลังละครจบเต็มหัวไปหมด แต่วันนี้จะตั้งใจรวบรวมสมาธิชมการแสดงขึ้นอีกนิด เวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนการแสดง ยกให้เป็นช่วงเวลาทบทวนการแสดงของเมื่อวาน 

หกโมงเย็น...แสงไฟในโรงละครค่อยๆ หรี่ลง ผ้าม่านบนเวทีเลื่อนออกช้าๆ 

ซึดะ ยูยะสวมหมวกเบสบอล ชุดยูนิฟอร์มสีขาว วิ่งขึ้นมาบนเวที ละครเริ่มต้นขึ้นด้วยฉากซึดะ ยูยะซ้อมเบสบอล ยูยะผู้ตั้งใจปาบอลซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจริงจังอย่างต่อเนื่องกลายเป็นคนละคนกับผู้ชายอายุยี่สิบที่คุยเรื่องงานอดิเรกตัวเองในร้านเหล้าเมื่อวาน ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของฮินาโกะคือชายหนุ่มวัยสิบห้าซึ่งเพิ่งจะเข้าชมรมเบสบอลโรงเรียนมัธยมปลายจากการถูกเรียกมาหมาดๆ 

“เตรียมใจรับช่วงต่อชมรมเบสบอลนี่ซะ” 

ประธานชมรมปีสามบอกกับตัวเอกผู้อยู่ชั้นปีหนึ่ง ประโยคที่ได้รับความนิยมในการ์ตูนต้นฉบับถูกนำมาใช้บนละครเวทีด้วย คุซาโนะ เคียวทาโร่คอยสนับสนุนตัวเอกซึ่งยังไร้เดียงสาด้วยสายตาเข้มงวดและอบอุ่นเป็นพิเศษ 

คนที่เข้ามาทำลายสายสัมพันธ์นี้คืออิจิโนะมิยะ จุน ความเจ็บใจที่ตัวเองเป็นเอสถาวรของทีมมาจนถึงตอนนี้แท้ๆ ความคิดซึ่งไม่ส่งถึงใครเลยตอนที่ที่ปรึกษาตัดสินใจให้ปีหนึ่งยืนอยู่บนแป้นเพื่อให้ทีมชนะ อีกมุมหนึ่ง เป็นบทที่ถูกเขียนมาให้เป็นตัวร้ายคอยกลั่นแกล้งตัวเอก แต่ความรู้สึกตัดใจใม่ได้ของอดีตเอสส่งมาถึงคนดูจนรู้สึกเจ็บปวดแทน 

กลุ่มตัวประกอบปีหนึ่งของอาคาบาเนะ ฮาจิเมะช่วยเยียวยาซึดะ ยูยะที่รับความกดดันจากเหล่ารุ่นพี่เข้ามาจนพยายามมากเกินไป ตัวเนื้อเรื่องเป็นแนวซีเรียสก็จริง แต่บทพูดเรียกเสียงหัวเราะจากคนดู ตัวประกอบเหล่านี้จะเป็นคนพูดให้ 

จากนั้น ฉากเรียกน้ำตาก็มาถึงอีกครั้ง 

“นายทำอะไรกับชีวิตปีสามของฉันหา!” 

อิจิโนะมิยะ จุนคำรามอย่างโกรธจัดระดับที่ทำคนดูตัวสั่นได้แล้วหมุนตัวไปหายูยะ ในมือของอิจิโนะมิยะ จุนกำมีดเอาไว้ ยูยะพยายามหนีจากการโจมตีของอิจิโนะมิยะสุดชีวิต ขณะหันหน้าออกทางขวา มือซ้ายก็พยายามทุบให้มีดหล่นลงพื้น 

ทั้งสองคนที่ต่อสู้กันอยู่หายเข้าไปด้านหลังเวทีในพริบตา 

จากนั้นอิจิโนะมิยะก็กระโจนขึ้นมาบนเวที แล้วยูยะก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมมีดในมือเหมือนกับไล่ตาม 

“ชีวิตเบสบอลของฉันมันยังไม่จบหรอก!” 

อิจิโนะมิยะตะโกนสุดตัว พยายามแย่งมีดจากยูยะที่เลือดอาบศรีษะ 

“หยุดนะ!” 

คุซาโนะ เคียวทาโร่พุ่งจากอีกด้านของเวทีด้วยความเร็วสูงสุดเข้าแทรกกลางระหว่างยูยะและอิจิโนะมิยะ แต่แขนขวาซึ่งถือมีดของยูยะไม่หยุด มีดจึงแทงเข้าไปที่สีข้างของคุซาโนะอย่างจัง 

คุซาโนะร้องตะโกนแล้วล้มลงเสียงดัง มีพลังยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก 

ยูยะได้สติแล้วถลาเข้าไปหาคุซาโนะ 

...ประธานครับ! ประธาน! 

ในสมองของฮินาโกะมีบทพูดถัดไปขึ้นมา ฉากของเมื่อวานกับฉากของวันนี้ที่จังหวะเปลี่ยนไปเล็กน้อยซ้อนทับกัน 

อีกนิดเดียวจะถึงฉากที่เมื่อวานฮินาโกะเสียน้ำตาให้ ฉากที่ยูยะตะโกนอย่างเศร้าเสียใจขณะจับร่างของประธานที่ล้มลงแล้วเอาไว้...ควรจะเป็นอย่างนั้น 

ยูยะไม่ได้ตะโกนไปมากกว่านั้น เขาก้มมองคุซาโนะที่ล้มอยู่บนพื้นแล้วหลุดเสียง “เอ๊ะ” ออกมาเบาๆ จากนั้นจึงลดสายตาลงไปยังมีดที่อยู่ในมือ 

มีของเหลวสีแดงอาบอยู่ที่ปลายใบมีด 

บนเวที คุซาโนะ เคียวทาโร่นอนกุมท้องด้วยท่าทางทรมาน ยูนิฟอร์มสีขาวค่อยๆ ถูกย้อมด้วยสีแดง 

 

เสียงกรีดร้องจากที่นั่งผู้ชม...ดังขึ้นในที่สุด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว