facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 หวั่น....แต่ไม่ไหว 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 หวั่น....แต่ไม่ไหว 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 03:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 หวั่น....แต่ไม่ไหว 100%
แบบอักษร

5 

หวั่น....แต่ไม่ไหว 

 

"สิบห้าล้าน?!! " 

เสียงทวนจำนวนเงินดังลั่นห้องทำงานส่วนในของเดอะคลับ หลังจากต้นน้ำมาปรึกษาเรื่องเงินกับเธอ เพราะตอนนี้คนเดียวที่พอช่วยหาวิธีได้ก็คงมีแค่มาม่าเท่านั้น 

"ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะ" 

"ที่ผมมีอยู่ตอนนี้ถ้ารวบรวมทุกบัญชีก็น่าจะประมาณห้าล้านได้" 

"ก็ยังเหลืออีกตั้งสิบล้าน จำนวนมากขนาดนี้จะหาจากที่ไหนทัน ต่อให้รับงานทุกวันก็เถอะ ไม่มีใครจ่ายหนักติดกันขนาดนั้นแน่ หรือว่า....เราเอาเงินที่มีตอนนี้ลองหาที่ดินผืนใหม่ดีกว่าไหม" 

ไม่ใช่ต้นน้ำไม่เคยคิดถึงหนทางอย่างที่มาม่าว่า แต่เพราะเขาผูกพันกับบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้นมาก แม่ทิพย์ที่ประคับประคองมันมาทั้งชีวิตก็เช่นกัน แม้ช่วงเวลาในวัยเด็กจะไม่ได้สวยงาม แต่ที่นั่นก็เต็มไปด้วยความทรงจำที่ดี เปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่เราไม่อยากสูญเสียมันไป 

ตาหงส์มองคนที่เปรียบดั่งผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งด้วยความแน่วแน่มั่นคง 

"ที่นั่นเหมือนบ้าน มาม่าเข้าใจไหม ผมรักที่นั่นเหมือนที่มาม่ารักเดอะคลับ" 

คนเข้าใจความรู้สึกนั้นดีทอดถอนใจ เพราะเธอเองก็ล้มลุกคลุกคลานมากับเดอะคลับเช่นเดียวกัน แค่นึกว่าวันหนึ่งต้องทิ้งมันก็ใจสลายแล้ว 

"ถ้าอย่างนั้นขอร้องให้คุณภูผาช่วยดีไหม" 

"ไม่ได้" เสียงปฏิเสธดังขึ้นทันควัน ป๋าพูดขนาดนั้นจะให้ต้นน้ำบากหน้าไปรบกวนอีกได้อีกหรือ แค่ที่มีอยู่ทุกวันนี้เพราะป๋าก็มากมายเกินไปสำหรับเด็กเลี้ยงคนหนึ่งแล้ว ยิ่งนึกถึงบทสนทนาครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกัน.... 

ต้นน้ำยิ่งไม่กล้าคิด 

"ผมจะขอยืดเวลาเขาอีกหน่อย ระหว่างนี้ถ้าผมรับงานทุกวัน รับแค่เฉพาะลูกค้าวีไอพีกระเป๋าหนักๆ ระยะเวลาสองเดือนน่าจะพอ มาม่ายังเก็บรายชื่อคนที่เคยติดต่อขอคิวผมไว้อยู่ไหม" 

ทุกวันนี้อย่างที่ทราบว่าต้นน้ำรับเพียงงานของภูผา ภูผาไม่ได้มาเดอะคลับทุกวันและต้นน้ำก็เลิกคิดถึงเรื่องเงินนานแล้ว ดังนั้นคราวนี้ถ้าเขาโหมรับงานไม่เลือก ระยะเวลาสองเดือนน่าจะพอ 

"ไอ้มีมันก็มีอยู่หรอก แต่ว่า...." ถ้าคุณภูผารู้ว่าเธอรับงานให้ต้นน้ำมั่วซั่วจะเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากนึกภาพตามเลย แค่คิดขนกายก็ลุกชูชัน 

"ไม่มีแต่แล้ว ไม่อย่างนั้นเด็กๆ ที่บ้านรับเลี้ยงต้องแย่แน่ มาม่าช่วยผมนะ" 

เฮ้อ ให้ตายสิ เห็นเจ้าเด็กนี่หางลู่หูตกทีไรเป็นใจอ่อนทุกทีสิน่า 

มาม่าได้แต่โอดครวญอยู่ในใจ 

"โอเค เดี๋ยวฉันจะลองดู" 

ในบรรดารายชื่อลูกค้าวีไอพีทั้งหมดของเดอะคลับ คนที่เธอไว้วางใจให้ต้นน้ำรับงานได้มีแค่ไม่กี่คน ที่พอนึกออกตอนนี้ก็มีแต่คุณกรณ์ คุณกรณ์ และคุณกรณ์ เท่านั้นเอง 

 

ด้วยเหตุนั้น ต้นน้ำไม่รู้ว่ามาม่าติดต่อคนอื่นไว้อย่างไร หรือบอกอะไรกับคุณกรณ์บ้าง เพราะหลังจากวันที่ปรึกษากับมาม่า คุณกรณ์ก็กลายมาเป็นลูกค้าประจำของเดอะคลับ ที่ผูกขาดต้นน้ำตลอดทั้งคืน 

ลูกค้าประจำที่มาทุกวัน! 

และค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เสียด้วย 

แม้เรื่องนี้จะเป็นผลดีกับต้นน้ำ ตัวเขาก็อดกังวลใจไม่ได้อยู่ดี 

แต่ถึงจะอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย โชคกลับเข้าข้างต้นน้ำเรื่องหนึ่ง แม่ทิพย์โทรมาแจ้งข่าวว่าเจ้าของที่ดินยอมยืดระยะเวลาตามที่ต้นน้ำร้องขอ 

ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอกก็ไม่ปาน 

แต่เรื่องน่ารำคาญอีกเรื่องหนึ่งก็ตามกันมา เดอะคลับมีข่าวลือหนาหูว่าต้นน้ำหมดความโปรดปรานจากคุณภูผาแล้ว ดูได้จากหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นแม้เงาของลูกค้ากระเป๋าหนักคนนั้นเลย แต่ข่าวอีกสายหนึ่งกลับไม่เห็นความแตกต่าง เพราะถึงภูผาไม่มาแล้วอย่างไร เพราะต้นน้ำก็มีคุณกรณ์เข้ามาแทนที่อยู่ดี 

อันดับหนึ่งของเขาจึงยังคงเหนี่ยวแน่น ไม่หลุดมือไปไหน 

"แล้วยังไง ฉันเห็นข่าวว่าคุณภูผาบินไปทำงานที่ไต้หวันระยะหนึ่ง เมื่อไหร่ที่เขากลับมาก็จะเห็นเองว่ามันทำตัวยังไง ถ้าคุณภูผารู้ว่ามันระริกระรี้รับงานคนอื่นแบบนี้ก็คงเฉดหัวมันทิ้งและหาคนอื่นมาแทน" 

ต้นน้ำเดินออกมารับคุณกรณ์ที่หน้าประตูเดอะคลับ บังเอิญได้ยินเสียงนั้นเข้าพอดี ฝั่งนั้นยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของกำแพงจึงไม่ทันเห็นว่าคนในหัวข้อสนทนายืนอยู่ตรงนี้ด้วย ตาหงส์ตวัดมองไปด้วยสายตาเย็นชา 

แม้จะบอกตัวเองว่าห้ามคิด แต่การที่ป๋าขาดการติดต่อไปเลยทำให้ต้นน้ำใจไม่ดี ตัวเขาที่ไม่อยากผิดหวังจากการรอคอยการตอบกลับ จึงไม่กล้าเริ่มบทสนทนา แม้แต่ถ้อยคำห่วงหายังไม่กล้าส่งไป 

ป๋าไม่สนใจต้นน้ำแล้วจริงๆ หรือ? 

....!! 

คนตัวเล็กที่มองไปทางนั้นด้วยดวงตาว่างเปล่าถึงกับสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ ฝ่ามือเย็นเฉียบแนบเข้ากับแก้มทั้งสองข้าง ออกแรงหมุนใบหน้าต้นน้ำหันกลับมา 

"คุณกรณ์" เสียงอู้อี้เรียกผู้กระทำ เมื่อแก้มสองข้างถูกดันจนปากยู่ สมาธิที่กำลังจดจ่ออยู่กับความคิดเมื่อครู่แตกกระเจิง 

"อย่าไปฟัง" 

"...." 

"ต้นน้ำบอกเองนี่ว่าเราไม่ควรให้สิ่งที่คนพวกนั้นต้องการ" 

ดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่นของคุณกรณ์ช่วยให้ต้นน้ำจิตใจสงบลงได้อย่างน่าประหลาด สัมผัสเย็นจากฝ่ามือที่เพิ่งผ่านจากแอร์เย็นฉ่ำบนรถก็แสนสบาย 

แต่.... 

ตาหงส์กะพริบตาถี่ๆ หลายครั้ง รีบสะบัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไป ขยับใบหน้าเล็กน้อยเพื่อให้คุณกรณ์ปล่อยมือ 

"มาแล้วหรือครับ" เลือกที่จะเอ่ยคำต้อนรับเหมือนทุกครั้ง 

"อื้ม ต้นน้ำมาทำอะไรตรงนี้" 

"มารอรับคุณกรณ์" รอยยิ้มบางส่งให้ลูกค้าประจำที่แสนใจดีของเขา 

"น่ารักจัง แต่วันนี้ผมไม่เข้าไปดีกว่า" 

ขาเรียวที่กำลังจะเดินนำกรณ์เข้าไปด้านในหยุดชะงัก หมุนตัวกลับมาหาร่างสูงด้วยความแปลกใจ 

"ไม่เข้า? " 

"ผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศ พาต้นน้ำออกไปข้างนอกได้ไหม" 

คำถามนี้อยู่นอกเหนือจากการคาดเดาของโฮสตัวเล็ก ยิ่งอยู่เหนือขอบเขตที่เขาสามารถตัดสินใจได้เองด้วยเช่นกัน ถ้าเป็นคนอื่นต้นน้ำคงปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด เพราะไม่ใช่นโยบายของเดอะคลับที่ให้แขกพาออกไปข้างนอกได้ แต่เพราะเป็นคุณกรณ์ และวันนี้เขาเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเช่นกัน 

"คุณกรณ์ลองโทรถามมาม่าสิครับว่าได้หรือเปล่า" 

ต้นน้ำกำลังเล่นนอกกติกาด้วยการโกง เพราะรู้ดีว่ามาม่าไม่มีทางปฏิเสธคุณกรณ์ 

 

ผ่านฉลุยอย่างที่คิด 

แม้จะมีท่าทีอิดออดอยู่บ้างนิดหน่อย แค่พอเจอลูกอ้อนคุณกรณ์เข้าไปมีหรือที่มาม่าจะไม่คล้อยตาม แต่เชื่อเถอะว่าหลังจากนี้คงมาคิดบัญชีกับเขานี่ละ 

ช่างเถอะ ดีกว่าต้องทนอยู่ในที่น่าอึดอัดแบบนั้นต่อไป 

ไม่ได้ออกมาพักผ่อนยามค่ำคืนข้างนอกนานมากแล้ว ได้รับลมธรรมชาติเย็นๆ บ้างก็ดีเหมือนกัน แต่นึกไม่ถึงว่าคุณกรณ์จะพามาที่นี่ 

.....เยาวราช 

สถานที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร ทั้งตอนกลางวันและแสงสียามค่ำคืน ยิ่งเวลานี้ที่ผู้คนคลาคล่ำ ร้านรวงเปิดไฟสว่าง ป้ายต่างๆ หลากสีสัน ท้องถนนเต็มไปด้วยร้านอาหารคึกคักจอแจ 

หลังจากวนหาที่จอดรถอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมง ต้นน้ำและคุณกรณ์ที่สลัดเสื้อสูททิ้งก็มายืนอยู่ท่ามกลางผู้คน และสตรีทฟู๊ดละลานตา 

ต้นน้ำมองบรรดานักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติเดินสวนกันไปมาด้วยความทึ่ง ระคนตื่นตาตื่นใจ 

"เคยมาหรือเปล่า" คนโอบต้นน้ำหลบผู้คนที่สวนมาพอดีถามเสียงใส ไม่รู้ทำไมวันนี้ตาสีน้ำตาลถึงได้เปล่งประกายมากกว่าทุกวัน อาจเพราะความตื่นเต้นที่แสดงออกอย่างชัดเจนของคนตัวเล็ก 

"ไม่เคย" 

ต้นน้ำมีเพื่อนไม่มาก หรือพูดจริงๆ แล้วคือแทบไม่มีเลย นึกภาพตัวเองออกมาเดินเที่ยวเล่นแบบนี้กับเพื่อนๆ ไม่ออกด้วยซ้ำ ส่วนภูผาก็....คงไม่พาเขามาในที่แบบนี้ 

เสียงหัวเราะร่วนของคนข้างตัวดังอย่างนึกไว้แล้ว 

"งั้นให้ผมนำทางเอง แต่ถามก่อน มื้อเย็นกินไปเยอะหรือเปล่า" 

ต้นน้ำมองคุณกรณ์ด้วยท่าทางไม่เข้าใจ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยากอาหารจึงทานน้อย แค่มันเกี่ยวอะไรกันล่ะ 

"เปล่าครับ" 

"งั้นดีเลย วันนี้เรามาเพิ่มคลอเรสเตอรอลกัน! " 

"หืม? " ทำได้เพียงแสดงคำถามในลำคอเมื่อถูกคุณกรณ์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มลากไป 

ร้านแรก....หอยแครงลวง 

ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งต้นน้ำจะได้มานั่งกินหอยแครงลวกกับคุณกรณ์ แถมเป็นแบบไม่ค่อยสุกเลือดซิบๆ เสียด้วย เพียงแค่เห็นน้ำจิ้มที่ดูก็รู้ว่ารสเด็ดน้ำลายก็แตกฟองแล้ว 

"ไม่รู้เลยว่าคุณกรณ์ชอบอะไรแบบนี้" ดูจากที่อดทนรอคิวแสนยาวเหยียด และสรรหาร้านนู้นร้านนี้มานำเสนอให้เขาฟังระหว่างรอ 

"ชอบสิ แต่เดี๋ยวนี้งานยุ่งจนไม่ค่อยมีเวลาแวะมา สมัยเรียนมาบ่อยมาก เรียกได้ว่าถิ่นผมเลย" 

คนฟังแคะหอยแครงออกมาหนึ่งตัวจิ้มน้ำจิ้มและส่งเข้าปาก รสชาติซาบซ่านอย่างที่คุณกรณ์คุยไว้จริงๆ หอยแครงสด ไม่เหม็นคาว ความสุกกำลังดี ต้นน้ำชอบอาหารทะเล ชอบอาหารรสจัด แต่ไม่เคยมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ออกตระเวนกินเที่ยวแบบนี้สักที ประสบการณ์แปลกใหม่ทำให้เขาตื่นตาตื่นใจไปหมด โรคไม่ค่อยเจริญอาหารดูท่าจะเจอทางรักษาแล้ว 

"จริงๆ ว่าจะพาไปกินกวยจั๊บรองท้องก่อน แต่เห็นว่ากินมื้อเย็นไปแล้วน่าจะเป็นไร" 

"ไม่เป็นไรครับ กระเพาะผมแข็งแรง" เมื่อเห็นคนตัวเล็กเริ่มพูดเล่นคุณกรณ์ยิ่งอารมณ์ดี 

"อันนี้อะไรครับ ผมไม่คุ้น" ต้นน้ำถามถึงน้ำจิ้มหน้าตาประหลาดในถ้วยเล็กที่คุณกรณ์เพิ่งจิ้มกินเมื่อครู่ เป็นน้ำจิ้มที่ใส่ถั่วลิสงแล้วมันจะเข้ากันยังไง 

"น้ำจิ้มหวาน ลองสิ" คนแนะนำไม่พูดเปล่าเมื่อใช้ส้อมแคะหอยแครงออกมาหนึ่งตัว จิ้มน้ำจิ้มหน้าตาประหลาดและยื่นให้ถึงปากต้นน้ำ คนถูกป้อนชะงักมองหอยแครงตรงหน้าด้วยความไม่แน่ใจ 

ความสนิทสนมของทั้งคู่เริ่มต้นและเพิ่มมากขึ้นทุกวันด้วยความรวดเร็ว ตลอดสองสัปดาห์ไม่เคยมีวันไหนว่างเว้น ต้นน้ำไม่ได้โง่ถึงขนาดมองไม่ออกว่าคุณกรณ์คิดอะไร เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจริงจังแค่ไหน รู้สึกมากเท่าไหร่แล้ว 

....ต้นน้ำกลัวใจคุณกรณ์ 

ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าไม่ใช่ความรัก แต่เป็นการให้ความหวังทั้งที่รู้ว่าเราให้สิ่งนั้นคืนกลับเขาไม่ได้ 

มือเล็กจึงยกขึ้นหยิบส้อมในมือคุณกรณ์มาส่งเข้าปากด้วยตัวเองแทน 

รสชาติหวานปะแล่มๆ ในปากถูกใจจนพยักหน้ารับเห็นด้วย 

"แปลกดีครับ แต่อร่อย" 

กรณ์รับส้อมคืนด้วยรอยยิ้มปกติเช่นเคย เหมือนเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งถูกปฏิเสธ ต้นน้ำชื่นชมคุณกรณ์เรื่องนี้ที่สุด เขาไม่เคยแสดงออกมากไปให้ต้นน้ำรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ 

จบจากร้านนี้ก็เดินเล่นผ่านร้านไข่ปลาหมึกทอดต้นน้ำเป็นคนขอให้แวะซื้อ จึงได้เดินจิ้มกินไปเพลินๆ ระหว่างทาง 

จากคราวแรกเป็นกรณ์ที่ลากต้นน้ำเข้าร้านนู้นออกร้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นกวยจั๊บร้านดังที่พูดถึงในทีแรก ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เตาถ่านในตำนาน ไหนจะยังของกินเล่นจิปาถะตามทางอีก ตอนนี้กลายเป็นต้นน้ำที่เริ่มติดลมบ้างแล้ว 

"คุณกรณ์ ร้านนี้ Sweet time ผมเคยเห็น" 

ต้นน้ำสั่งทับทิมกรอบมาหนึ่งแก้วแบ่งกันกินกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ น้ำกะทิหอมหวาน ทับทิมกรอบกรุบๆ รสชาติดี ปิดท้ายด้วยขนมปังเจ้าดังเป็นการปิดทริป เรียกว่ากินกันจนตัวแตก ขากลับเดินกันแทบไม่ไหวแล้ว 

เป็นหนึ่งวันที่ต้นน้ำสนุกมาก แม้จะเสียเวลากับการต่อคิวไปเสียเยอะ แต่เพราะบรรยากาศครึกครื้นและคุณกรณ์ ทำให้การรอไม่น่าเบื่อเลย คนตัวเล็กลืมความกังวลไปชั่วขณะ กลายเป็นต้นน้ำที่ไม่มีตะกอนขุ่นข้นภายใน เป็นสายน้ำกระจ่างใสเย็นตา 

"ไม่คิดเลยว่าต้นน้ำจะกินเก่งขนาดนี้" เห็นตัวเล็กๆ แต่ทำกรณ์ทึ่งไปเลย 

"อย่าดูถูกเชียว" 

"ไม่ดูถูกๆ เห็นกับตาแล้ว" 

เสียงหัวเราะกังวานใสแบบที่กรณ์ไม่เคยได้ยิน ดวงตาสีน้ำตาลติดตรึงอยู่กับรอยยิ้มกว้าง คนมองพลันรู้สึกหวงแหนอยากรักษารอยยิ้มนี้ไว้ให้นานเท่านาน หากเป็นไปได้ไม่อยากให้มันเลือนหายไปเลย 

ทั้งสองคนเดินคุยเล่นกลับไปทางที่จอดรถทิ้งไว้ เดินย่อยเรื่อยๆ เอื่อยๆ ก็เพลินดีเหมือนกัน ยิ่งเวลานี้ลมพัดเย็นเบาๆ อากาศราวกับฝนจะตก.... 

เปาะ แปะ 

แล้วฝนก็ตกลงมาจริงๆ!! 

อยู่ๆ ฟ้ารั่วเทหยดน้ำลงมาทีเดียวแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว กว่าจะหาที่หลบวิ่งกลับมาจนถึงอาคารจอดรถได้ก็เปียกโชกทั้งตัวแล้ว สองคนที่ออกมาเที่ยวเล่นได้ผจญภัยเสียจนคุ้มค่า ต่างมองหน้ากัน เห็นสภาพเปียกเป็นลูกนกก็ได้แต่ยืนหัวเราะท้องคัดท้องแข็งข้างรถยนต์คันหรู บิดไล่น้ำออกจากเสื้อกางเกงกันจนพื้นเจิ่งนอง 

โทรศัพท์เครื่องบางทั้งสองเครื่องถูกวางตากเอาไว้บนฝากระโปรงรถ พอเสื้อผ้าเริ่มหมาดไม่เป็นภาระเบาะหนังเงาวับแล้วก็พากันขึ้นรถ ตั้งใจใช้แอร์เป่าให้เสื้อผ้าแห้ง 

กรณ์เพิ่งมาสำนึกเสียใจที่ไม่มีเสื้อผ้าสำรองติดรถไว้เลย เพราะมัวแต่ห่วงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของลูกรัก 

"หนาวหรือเปล่า ปิดแอร์ดีไหม" คนตัวเล็กที่ตอนนี้มีทั้งเสื้อสูทของตัวเองและของเขาห่อคลุมตัว กลับยังคงสั่นเทาไม่หาย 

"เบาลงอีกนิดได้ไหมครับ" 

กรณ์กดปิดแอร์ทันที เพราะตอนนี้เบาลงต่ำสุดแล้ว ยิ่งเหยียบคันเร่งอยากไปส่งคนตัวเล็กให้ถึงที่ไวๆ 

"อีกไม่นานก็ถึงแล้ว ทนหน่อยนะ" 

คนถูมือไปมามองไปทางคนขับรถด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาเองก็เปียกไปทั้งเนื้อตัวเหมือนกัน 

"คุณกรณ์หนาวหรือเปล่า เอาเสื้อคืนไปไหม" 

"ผมไม่เป็นไร ขอบคุณครับ" 

สองคนไม่พูดอะไรอีกเมื่อกรณ์ตั้งหน้าตั้งตาขับรถฝ่าสายฝนจนกระทั่งถึงที่หมาย แต่ก็เหมือนคนบนฟ้ากำลังแกล้งกัน เพราะถึงหน้าคอนโดมิเนียมหรูปุ๊บ ไอ้ที่ว่าตกลงมามืดฟ้ามัวดินก็ขาดเม็ด กลายเป็นเปาะแปะไป 

"ดีๆ จริง" คนตัวเล็กเวลานี้กระทบกระเทียบแดกดันแม้กระทั่งฝนฟ้าอากาศ แต่ถึงแม้ตัวการจะซาไปกลับไม่ได้นำอุณหภูมิตามไปด้วย ส่งผลให้ในรถแม้ปิดแอร์แล้วยังคงเย็นชื้น คนตัวเปียกยังไม่แห้งหลังพวงมาลัยลูบเนื้อลูบตัวเบาๆ ให้ผิวกายอุณหภูมิสูงขึ้น 

ต้นน้ำเห็นการกระทำนั้นชัดเจน 

คุณกรณ์พาเขาไปเปิดหูเปิดตาเปิดกระเพาะเสียค่อนคืน ให้ใจร้ายกลับไปทั้งตัวเปียกแบบนี้ก็คงเกินไปหน่อย ต้นน้ำบริสุทธิ์ใจไม่ได้คิดเรื่องเสียหาย 

โดยลืมไปว่าความใกล้ชิดมันช่างน่ากลัว 

"ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้องผมก่อนเถอะครับ" 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

งานนี้คนที่ไต้หวันมีกระอักเลือดแน่ 

น้องชวนผู้ชายขึ้นห้องงงงงงง >< 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว