ติ่งเมนอยู่ดีๆ ก็ต้องเป็นนักสืบเพื่อปกป้องแฟนมโนซะงั้นอะค่ะ!! (อวสาน)

ตอนที่ 1-3 หลงรักนักแสดงละครเวที

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-3 หลงรักนักแสดงละครเวที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่นถูกลิขสิทธิ์ นิยายญี่ปุ่น นิยายแปล รักข้างเดียวของยัยเพี้ยนฮินาโกะ ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 413

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2563 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-3 หลงรักนักแสดงละครเวที
แบบอักษร

พอกลับถึงบ้าน ก่อนอื่นก็โผล่หน้าไปที่ห้องนั่งเล่นพูด “กลับมาแล้วค่ะ” กับแม่ก่อน ตอนที่ไม่ได้ไดเอตอยู่ก็จะกินขนม คุยกันนิดหน่อย หลังจากนั้นก็จะขึ้นบันได กระโจนเข้าไปในห้องของตนเอง อาบทั้งร่างด้วยสายตาของเมนที่สะสมไว้จากผนังทั้งสี่ด้าน 

เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุดของวัน 

“วันนี้ยูยะคุงจะอัพบล็อกไหมนะ” 

ฮินาโกะเดินก้าวกระโดดข้ามไปอีกฝั่งห้อง นั่งลงหน้าโต๊ะของตัวเอง เป็นโต๊ะสำหรับเล่นคอมพิวเตอร์มากกว่าจะบอกว่าโต๊ะเขียนหนังสือ แหม ก็ขนาดโต๊ะเขียนหนังสือของพี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเองยังเต็มไปด้วยการ์ตูน ไลท์โนเวล แล้วก็เครื่องเกมพกพาเลย ก็คล้ายกันนั่นล่ะ 

กางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คออก เปิดสวิตช์ ระหว่างที่รอบูตเครื่องก็เช็กอินสตาแกรมกับทวิตเตอร์ด้วยโทรศัทพ์มือถือในมือ ไม่ใช้แอคเคาน์ที่ใช้ติดต่อกับเพื่อน แต่เป็นแอคเคาน์ที่เปิดสำหรับงานอดิเรก 

ฮินาโกะเปิดหน้าโปรไฟล์ของซึดะ ยูยะในทวิตเตอร์ เลื่อนหน้าเว็บอ่านเนื้อหาข้อความเก่าๆ  

แน่นอนว่าข้อความที่ซึดะ ยูยะโพสต์สู่สาธารณะก็จะไหลผ่านหน้าไทม์ไลน์ของฮินาโกะ ทำให้เช็กทุกอย่างได้แล้วโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเช็กซ้ำ แต่ความสุดยอดของการติดตามแอคเคาน์โซเชียลของเมนไม่ใช่การได้อ่านข้อความพวกนั้นหรอก 

ความสนุกของโซเชียล ซึ่งไม่มีในบล็อกหรือโฮมเพจ 

นั่นก็คือ...การที่สามารถติดตามข้อความส่วนบุคคลที่เมนโพสต์ได้ยังไงล่ะ 

ซึดะ ยูยะ ตอบข้อความนักแสดงอื่นที่รู้จักกันแบบไหน 

สนิทกับคนแบบไหน มีปฏิกริยาอะไรกับประโยคแบบไหน 

พอดูพวกนั้นทีละอย่างๆ ก็มโนได้ว่ายูยะเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งของตัวเอง 

แถมยังได้ข้อมูลสำคัญมาอีกหลายอย่าง 

“อ๊ะ” 

วันนี้เองก็เหมือนจะได้อะไรมาอีกแล้ว ฮินะโกะหยุดมือที่กำลังเลื่อนจอเมื่อเจอทวีตหนึ่งของยูยะพิมพ์ตอบว่า “ตั้งตารอไปรวมตัววันมะรืนอยู่นะ!”  

ฮินาโกะเช็กปลายทางของคนตอบทันที เป็นแอคเคาน์ที่ใช้ชื่อโอฮิระ ซุบารุ เป็นชื่อที่ไม่รู้จัก แต่ว่ามีจำนวนคนฟอลกว่าพันคน เลยคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนนักแสดง 

ในหน้าโปรไฟล์ของโอฮิระ ซุบารุ มีรายชื่อบทที่เคยแสดงในอดีตอยู่ หลังจากตรวจสอบแล้วว่าในจำนวนนั้นไม่มีคำว่า ‘เจ้าชายบอลขาว’ อยู่ ฮินาโกะก็เผลอชูมือ 

โดยปกติแล้ว เหล่านักแสดงละครเวทีหน้าใหม่ที่ยังไม่ค่อยดังมักจะไปดูการแสดงของกันและกัน แล้วในกรณีที่เป็นโรงละครขนาดเล็ก มักไม่แบ่งที่นั่งของผู้เกี่ยวข้องกับผู้ชมทั่วไป เท่ากับว่าแม้แต่ผู้ชมธรรมดาอย่างฮินาโกะก็เจอกับนักแสดงหน้าใหม่ที่ไปชมการแสดงของเพื่อนได้อย่างง่ายๆ 

ซึดะ ยูยะส่งข้อความหาโอฮิระ ซุบารุซึ่งไม่ได้เป็นนักแสดงของ ‘เจ้าชายบอลขาว’ ว่า “ตั้งตารอไปรวมตัววันมะรืนอยู่นะ!” วันมะรืนเป็นวันเสาร์ ยูยะมีรอบแสดงทั้งรอบกลางวันและรอบกลางคืน ไม่มีเวลาออกมาเดินข้างนอกทั้งวันอย่างแน่นอน 

หรือก็คือ… 

“เปลี่ยนแปลงกำหนดการ” 

ฮินาโกะหยิบสมุดบันทึกออกมาจากกระเป๋าซึ่งวางไว้บนพื้นแล้วเปิดหน้าสำหรับจดบันทึก แก้ไขกำหนดการของวันเสาร์ให้เป็นข้อมูลที่เพิ่งได้มา ถือยางลบที่กลิ้งอยู่บนโต๊ะไว้ในมือ 

“ก็มีที่ที่อยากไปกับซากิกับมาริกะอยู่เยอะแยะหรอกนะ” 

ฮินาโกะพูดคนเดียวขณะค่อยๆ ลบแผนดักรอด้านนอกโรงละครในคืนวันเสาร์ออกอย่างบรรจง 

ไม่จำเป็นจะต้องตามผู้กำกับไปแล้ว 

ส่วนเหตุผลนั้น… 

“สภาพแบบนี้ ให้เห็นไม่ได้หรอกเนอะ” 

ฮินาโกะกระซิบเสียงเบา แล้วเขียนข้อความลงในสมุดบันทึกสีชมพูเก่าๆ ที่ใช้มาแล้วครึ่งปี 

 

“ตั้งแต่สามทุ่ม สะกดรอยตามโอฮิระ ซุบารุ” 

 

ฮินาโกะค้นหาข่าวซุบซิบจำนวนนับไม่ถ้วนในอินเทอร์เน็ต ก่อนจำลองภาพรวมจากรายละเอียดเล็กๆ ในโพสต์ของเจ้าตัว แล้ววางแผนที่สมบูรณ์แบบออกมา 

เพื่อการนั้น ความอดทนและทักษะที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็น 

เช่น เมนจะเข้าไปที่โรงละครกี่โมง มีตารางเวลาแบบไหน แล้วออกมาประมาณกี่โมง 

ทางเข้าสำหรับผู้เกี่ยวข้องอยู่ตรงไหน 

จะมีการประชุมหลังจากแสดงรอบสุดท้ายหรือเปล่า 

กลับบ้านอย่างไร แล้วบ้านอยู่ที่ไหน 

รอให้เขาออกมาดีไหม 

รอส่งเขาเข้าไปดีไหม 

สะกดรอยตามดีไหม 

แล้วก็ ไปดักรอที่โรงละครอื่นดีไหม 

เมื่อลำดับแผนการคร่าวๆ ทุกอย่างก็เปล่าประโยชน์ ทักษะการสังเกต ทักษะการสันนิษฐาน ความอดทนอดกลั้น แล้วก็ทักษะการดำเนินงานเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย... เงินจำนวนมากก็ด้วย 

ตอนที่กำลังจะปิดสมุดบันทึก ทันใดนั้น ก็รู้สึกถึงบางอย่างจากด้านหลัง 

เมื่อหันกลับไป ก็เจอพี่ชายยืนกอดอกเหมือนยักษ์เฝ้าประตู 

“เอ๊ะ เห็นรึเปล่า ไม่เห็นใช่ไหม” 

ฮินาโกะรีบร้อนปิดสมุดแล้วเก็บกลับลงกระเป๋า 

พี่ชายเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสองที่แทบไม่ไปมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าคลาสฟังบรรยายเลย พอคิดว่าหายไปจู่ๆ ก็โผล่มาในห้อง อย่างกับหายตัวได้ แถมไม่รู้เพราะผอมบางแล้วก็ตัวเตี้ยหรืออย่างไร ถึงได้ตัวเบาจนไม่มีเสียงฝีเท้า เลยถูกย่องเข้ามาทางด้านหลังได้ทุกครั้ง 

“เธอนี่นะ” 

พี่ชายถอนหายใจจากปากยาวเหยียดดังเฮ้อ การเทศนาไม่รู้จบกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างทุกครั้ง 

“จะตามไอดอลที่ชอบก็ไม่เป็นไรหรอก แต่การดักรอหรือสะกดรอยตามที่เลิกเหอะ ถ้าทำแบบนั้นก็คือกลายเป็นสตอล์กเกอร์โดยสมบูรณ์เลยนะ” 

“ยูยะคุงไม่ใช่ไอดอลซะหน่อย นักแสดงละครเวทีต่างหาก” 

“ประเด็นที่ฉันพูดไม่ใช่เรื่องนั้น” 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงหรอก” 

ฮินาโกะจับพนักเก้าอี้แล้วหันไปทางด้านหลัง เงยหน้ามองพี่ชายด้วยสายตาจริงจัง 

“สะกดรอยตามน่ะไม่ทำหรอก ก็แค่ไปดูละครเวทีที่ยูยะคุงแสดงกับเพื่อน แล้วตามไปดูพวกเขาคุยกันนิดหน่อยตอนกินข้าวก็กลับแล้ว แค่นั้นจริงๆ” 

“เห งั้นเหรอ” 

“เพราะงั้นไปทางนั้นได้แล้ว” 

“แปลกจังนะ ถ้างั้นเมื่อกี้มันอะไรกันล่ะ... ‘ก็มีที่ๆ อยากไปกับซากิกับมาริกะอยู่เยอะแยะหรอกนะ’ “ 

“หวา แอบฟังนี่!” 

“แล้วก็ไม่เข้าใจบันทึกนั่นเลยน้า... ‘ตั้งแต่สามทุ่ม สะกดรอยตามโอฮิระ ซุบารุ’ “ 

“อ่านไปแล้วจริงๆนี่นา!” 

“มือถือก็โชว์หน้าโปรไฟล์ทวิตเตอร์ของคนที่ชื่อโอฮิระ ซุบารุนั่นอยู่ด้วยสิ” 

พี่ชายชี้นิ้วไปที่มือถือของฮินาโกะที่อยู่บนโต๊ะ แล้วพูดอย่างระอาว่า “เฮ้ยๆ เดี๋ยวก็พังหรอก” เมื่อฮินาโกะรีบร้อนคว่ำหน้าจอลง 

“นี่เธอ ไม่ใช่ว่าอาทิตย์หน้าจะมีสอบเหรอ อ่านหนังสืออยู่รึเปล่า” 

“…อ่านอยู่” 

“ก็เห็นแต่เช็กอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ บล็อก และโฮมเพจทุกวันไม่ขาด ดูกระทู้เว็บบอร์ดของแฟนๆ ด้วยกัน ดูคลิปที่มีหนุ่มหล่อออกมานานๆ ดูอนิเมหรืออ่านการ์ตูนเรื่องยาวอ่ะนะ” 

“เอ๊ะ ทำไมถึงรู้ล่ะ” 

“แล้วก็วันเสาร์อาทิตย์ก็ออกไปทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อเก็บเงินกับไล่ตามดาราด้วยใช่ไหมล่ะ” 

“รู้เป๊ะจนน่ากลัวเกินไปแล้ว!” 

“เธอเนี่ยน้า ไม่เปลี่ยนไปจากสมัยประถมจริงๆ” 

พี่ชายกุมขมับ ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง 

“ตอนที่ฉันอยู่ป.หกแล้วเธออยู่ป.สามรึเปล่านะ พอชอบเพื่อนของฉันเข้า ตอนพักกลางวันก็มาแอบดูห้องฉันเล่นดอจด์บอลจากหลังเครื่องเล่นบ้างล่ะ เดินไปเดินมาตรงทางเข้าตึกเพราะมัวลังเลว่าจะใส่จดหมายรักไว้ในตู้เก็บรองเท้าดีไหมบ้างล่ะ เคยโดนครูโกรธสุดๆ เพราะไปดึงภาพถ่ายตอนทัศนศึกษาที่ระเบียงออกด้วย อา แล้วก็ ตอนที่เพื่อนฉันเปลี่ยนรองเท้าในตึกเป็นคู่ใหม่ ก็มาขอร้องฉันว่าอยากได้คู่เก่าด้วยนี่นะ ไอ้นั่นน่ะตกใจจริงๆ นะ” 

“อืม... เป็นอย่างนั้นเหรอ” 

“ยิ่งกว่านั้นนะ พออีกฝ่ายเริ่มรู้สึกชอบแล้วเปลี่ยนท่าทีมาสนใจ เขาอุตส่าห์ช่วยสร้างโอกาสให้คุยหรือเล่นด้วยกัน สัปดาห์ถัดไปเธอก็ดันไปไล่ตามคนอื่นแล้วซะงั้น ทำอะไรสักอย่างกับนิสัยที่พออีกฝ่ายเริ่มสนใจตัวเองก็จะหมดความสนใจทันทีของเธอหน่อยดีกว่าไหม นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจนป่านนี้สถิติไม่มีแฟนของเธอถึงเท่ากับอายุไม่ใช่รึไง” 

“ฉันยังแค่สิบเจ็ดเอง พี่น่ะยี่สิบ” 

“ฉันกำลังบอกว่าพอเทียบกับจำนวนครั้งที่เธอมีความรักแล้ว ประสบการณ์สมหวังมีน้อยเกินไป” 

“อืม... จำเป็นต้องสมหวังด้วยเหรอ” 

“โธ่เอ๊ย เธอมันสุดโต่งเกินไปตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วนะ จะบอกว่าเชี่ยวชาญด้านรักข้างเดียวหรือบูชารักข้างเดียวดี... เปลี่ยนคนเร็วเกินไปตลอดเลย คำว่า ‘สามวันจากนารีเป็นอื่น’ เนี่ย ฉันรู้ซึ้งมาตั้งแต่ป.หกเลยล่ะ” 

“ดีจังเนอะที่สะสมประสบการณ์ชีวิตได้เร็ว” 

“เธอยังกล้าพูดอีกเหรอ” 

“ยังไงก็เถอะ พี่ ในตู้เย็นมีชูครีมอยู่ เพราะงั้นไปกินเถอะ แม่บอกว่าถ้าพี่ไม่กินแม่จะกินสองชิ้น” 

“เอ๊ะ จริงดิ” การเคลื่อนไหวของพี่ชายหยุดชะงักลง ดวงตาหลังแว่นส่องประกาย “ร้านอร่อยๆ ที่อยู่ใกล้โรงเรียนฮินะ?” 

“อื้ม ซื้อมาตอนขากลับ เอ้า เร็วเข้าๆ” 

พอโบกมือเร่ง พี่ชายก็ดีดนิ้วพูด “ไนซ์” แล้วออกจากห้องไปในทันที เสียงลงบันไดดังห่างออกไปจนเงียบสนิทอย่างรวดเร็ว 

พี่ชายชอบของหวานสุดๆ 

ฮินาโกะแอบถอนหายใจแล้วหันกลับไปทางโต๊ะ หยิบสมุดบันทึกที่ใส่กลับไปในกระเป๋าออกมาอีกครั้ง แล้วเปิดหน้าที่เขียนตารางเวลาของวันเสาร์อาทิตย์ 

ในห้องส่วนกลางซึ่งกลับไปเงียบสงบไร้คนรบกวน ฮินาโกะฮัมเพลงพลางคิดแผนไปเจอซึดะ ยูยะอย่างละเอียดต่อ 

ความคิดเห็น