ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความจริงของเอเร็ค

ชื่อตอน : ความจริงของเอเร็ค

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 420

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2563 06:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความจริงของเอเร็ค
แบบอักษร

 

 

 

ฟุ้บ~!

 

 

ในที่สุดมาออสก็ยอมที่จะเปิดประตูมิติและพาผมออกมาจากประตูมิติ deathworld ได้ซักที

 

ผมวิ่งออกมาจากประตูมิตินั้นและไม่รอช้า ผมได้ระเบิดร่างตัวเองกลายเป็นน้ำหมึกแล้วพุ่งตัวเองไปด้วยความเร็วสูง

 

ไม่ว่าจะทหารหรือองครักษ์ฝีมือดีจากไหนก็ห้ามผมไม่ได้

 

เรบิโกะ : เขาจะไปไหนหนะ!?

 

 

คิซูกิ : เขาจะไปพบตัวของเอเร็ค

 

 

แบนชี : แล้วเขาจะไปพบที่ไหนหละ ?

 

 

วิคตอเรีย : เขาบอกว่าจะไปพบที่ที่ฮิตซูอยากจะไปมากที่สุด แต่ฮาซุยเขาจะรู้ได้ยังไงหละว่ามันคือที่ไหน ? ท่านโนเว็น ท่านพอจะรู้...ท่านโนเว็น !?

 

 

ในตอนนั้นเองที่วิตตอเรียและทุกคนพึ่งจะสังเกตุเห็นว่าโนเว็นนั้นได้หายไปแล้ว

 

แบนชี : ท่านโนเว็น!? เขาต้องแอบตามฮาซุยไปแน่!

 

คิซูกิ : ตอนนี้เราคงได้แต่หวังว่าทั้งสองคนนั้นจะปลอดภัยนะ

 

 

 

 

ทางฝั่งฮาซุย

 

ผมรู้ว่าสถานที่ที่คุณฮิตซูอยากไปมากที่สุดนั้นคืออะไร ที่แห่งนั้นคือหอดูดาวที่โนเว็นสัญญาว่าจะสร้างมันขึ้นมาให้หลังจากที่หาที่อยู่ใหม่ให้เผ่าพันธ์อสูรพันธ์ได้ ซึ่งก็คือหอดูดาวแห่งนี้ที่ตอนนี้ถูกทิ้งร้างไปแล้ว

 

ที่ที่คุณฮิตซูอยากไปที่สุดต้องเป็นที่นั่นแน่

 

ฮาซุย : ( คุณฮิตซู ผมจะล้างแค้นให้คุณเองครับ! )

 

ผมคิดพร้อมพุ่งตัวไปเร็วขึ้น

 

 

ผมเดินทางไปโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ด้วยสภาพร่างกายที่เป็นน้ำหมึกผมจึงไม่เหนื่อยแม้จะเดินทางมาไกลขนาดนี้แล้ว

 

ผมได้มาถึงที่นี่ในเวลาประมาณ 1 ทุ่ม 40 ซึ่งดวงอาทิตย์นั้นก็ตกดินเป็นที่เรียบร้อยทำให้ท้องฟ้านั้นเต็มไปด้วยดวงดาวมากมาย ผมเงยหน้ามองดูดาวพวกนั้นขณะที่หยุดวิ่งแล้วก่อนที่ผมจะค่อยๆมองตรงไปข้างหน้าและทำให้ผมเห็นหอดูดาว

 

ผมกดชัตเตอร์กล้องอสูรพาตัวเองวาร์ปไปใกล้ที่นั่นพร้อมพยายามมองหาเอเร็ค

 

โชกุ : ฮาซุยหนิ! เขามาช่วยเราแล้ว!

 

จูเหวิ๋น : ฮาซุย! เราอยู่บนนี้!!

 

 

ผมได้เงยหน้าขั้นและทำให้ผมเห็นว่าที่เสาไฟฟ้าบนหอดูดาวนั้นมันกฌคทอที่ที่ทั้งสามคนถูกจับมัดเอาไว้ ร่างของทั้งสามคนถูกมัดไว้สูงมาก ถ้าหากตกลงมาหละก็ไม่รอดแน่

 

ฮาซุย : ชั้นมาแล้วไงเอเร็ค!! นายไปอยู่ไหนหละ!!?

 

 

ผมตะโกนถามหาเอเร็ค และในตอนนั้นเอง

 

วื้ด~~~

 

ก็ได้เกิดเสียงเหมือนเครื่องจักรไฟฟ้าทำงาน เมื่อผมหันไปมองตามเสียงผมจึงมองเห็นเครื่องถ่ายทอดสดที่อยู่บนกล้องดูดาวขนาดยักษ์ของหอดูดาว ก่อนที่กล้องดูดาวนั้นจะถูกหันมาทางผม

 

แล้วจากนั้นก็ได้ปรากฏร่างของอสูรพันธ์สีเขียวขนาดยักษ์นามเอเร็คโหนสายไฟฟ้าลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม

 

ตึ้ม!!

 

 

เอเร็ค : มาเร็วกว่าที่คิดนะ

 

เอเร็คกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงพึงพอใจที่เห็นผม กล้องดูดาวนั้นมันได้ถ่ายทอดสดไปยังช่องทางโทรทัศน์ทุกช่อง ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์เครื่องไหน มันก็จะฉายภาพการประจันหน้ากันระหว่างผมกับเอเร็ค

 

ไม่เว้นแม้กระทั่งหน้าจอฉายภาพที่สนามแข่ง

 

จิมมี่ : เฮ้ยดูดิ! นั่นฮาซุยหนิ!

 

จิมมี่ที่กำลังเดินมากับเกรด้าและเมลฟาสก็เรียกให้อีกสองคนที่หยุดดูเหตุการณ์ที่ฉายออกทางโทรทัศน์ที่อยู่ในร้านค้าแล้วหันหน้าจอมาทางกระจกร้านทำให้คนนอกร้านสามารถดูรายการโทรทัศน์นั้นได้

 

อสูรพันธ์ผู้ชมในสนามแข่งและจากทางบ้านทุกคนพากันมองดูการประจันหน้าที่เกิดขึ้น พวกคิซูกิพากันมองดูหน้าจอที่ฉายภาพ ทุกสายตาจับจ้องไปที่เอเร็คที่เป็นอสูรพันธ์ที่มาประจันหน้ากับผม

 

เรบิโกะ : เจ้าหมอนั่นซินะคือคนที่ชื่อว่า เอเร็ค ได้ข่าวว่ามันเป็นคนฆ่าท่านฮิตซูด้วยหนิ!

 

เรบิโกะกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่เหมือนอยากจะเข้าไปต่อยหน้าเอเร็คซักที

 

คิซูกิ : ฝากนายกระทืบเจ้าสารเลวนั่นแทนชั้นด้วยนะฮาซุย =_=

 

 

 

เอเร็ค

 

เอเร็ค : นับว่านายเลือกได้ฉลาดมากที่มายอมแพ้ชั้นแบบนี้

 

 

ฮาซุย : คุณอยากได้พลังคอมมานด์ของผมก่อนใช่ไหม ? งั้นคุณก็ต้องปล่อยเพื่อนผมก่อน

 

 

เอเร็คเมื่อมันได้ยินคำพูดผม มันก็หันไปหาทั้งสามคนที่โดนมัดอยู่บนเสาไฟฟ้าอยู่

 

เอเร็ค : นายอยากจะช่วยผู้หญิงพวกนั้นเหรอ ? สุภาพบุรุษจริงๆนะ

 

 

ฮาซุย : ...

 

 

เอเร็ค : แต่นายต้องส่งพลังคอมมานด์มาก่อน

 

ฮาซุย : คุณต้องปล่อยพวกเธอก่อน

 

 

กรึ้บ!!

 

จูเหวิ๋น/โชกุ/อลิซ : โอ้ย!?

 

พอเอเร็คมันเห็นผมพูดต่อปากต่อคำมันก็เลยควบคุมเชือกเชื้อรารัดตัวทั้งสามคนแน่นมากขึ้นจนทั้งสามคนร้องเจ็บออกมา

 

ฮาซุย : หยุดนะ!!

 

 

เอเร็ค : ไม่งั้นแกจะทำไม!?

 

ฮาซุย : ไม่งั้นคุณจะไม่ได้พลังผมไป

 

ผมพูดพร้อมเปลี่ยนหยิบมีดเส้นใยของซากูมะที่เคยให้ผมไว้ขึ้นมาจ่อคอตัวเองเอาไว้

 

ทำให้เอเร็คมันชะงักและยอมคลายเชือกออกให้แน่นน้อยลง

 

ฮาซุย : ถ้าผมตาย พลังที่คุณต้องการนักหนาจะตายไปกับผมด้วย

 

เอเร็ค : ...นายไม่กล้าทำหรอก

 

ฮาซุย : ก็ลองดูดิ

 

ผมพูดพร้อมกดมีดเข้าไปในคอตัวเองใกล้มากขึ้นจนคมมีดมันบาดคอผมแบบตื้นๆจนเลือดไหลออกมา

 

เอเร็คมันทำหน้าถอดสีออกใาทันทีเพราะมันเห็นแล้วว่าผมไม่กลัวตายจริงๆ ทำให้เอเร็คถอนหายใจออกมาก่อนที่มันจะยอมป่อยทั้งสามคน

 

เอเร็ค : แกนี่มันน่ารำคาญเหมือนเจ้าฮิตซูจริงๆเลย =_=

 

 

ฟู้ม~

 

โชกุ : อะ!?

 

เชือกเชื้อรามันได้สลายไปตามที่มันควบคุม และทำให้ร่างของโชกุ อลิซ และจูเหวิ๋นถูกปล่อยตัว

 

เอเร็ค : ชั้นปล่อยพวกเธอแล้ว ตาแกแล้ว

 

 

ผมยังคงเอามีดจ่อคอตัวเองไว้อยู่ครู่นึงก่อนที่ผมจะค่อยๆเอามีดออกจากคอตัวเอง แต่ผมก็ยังคงกำมีดในมือไว้แน่น

 

ฮาซุย : ผมเอาพลังคอมมานด์ออกมาให้คุณไม่ได้หรอก ผมทำมันไม่เป็น

 

เอเร็ค : ฮึๆๆๆ แกคิดว่าชั้นโง่เหรอ ? ชั้นรู้ว่าแกเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์ ชั้นเห็นที่แกผ่าตัดเพื่อนนายให้รอดอยู่

 

 

ฮาซุย : แล้วคุณจะให้ผมผ่าตัดตัวเองรึยังไง ? ผมไม่ได้มีฝีมือขนาดนั้นซักหน่อย

 

เอเร็ค : นายไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้!

 

เอเร็คพูดจบมันก็ปรี่เข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะพุ่งฝ่ามือมาขย้ำที่อกของผมก่อนที่มันจะกระชากอกของผมจนทำให้เครื่องในและซี่โครงของผมถูกกระชากออกไป

 

โชกุ : ฮาซุย!?

 

 

ผมรู้สึกเจ็บมาแม้มันจะเป็นแค่เสี้ยววินาทีสั้นๆ ในตอนนั้นเองที่ภายในร่างกายของผมตรงตำแหน่งหัวใจมันมีเอเมอรอลคอมมานด์บล็อคติดอยู่ที่หัวใจผม

 

เอเร็คเมื่อมันเห็นดังนั้นมันก็ไม่รอช้า มันพุ่งมือเข้ามาดึงเอเมอรอลคอมมานด์ออกไปจากอกของผมทันที ก่อนที่เศษซากก้อนเนื้อและกระดูกซี่โครงที่ผมโดนมันกระชากออกไปตอนแรกจะลอยเข้ามาประกอบกับที่ร่างกายของผมดังเดิมเหมือนกับไม่เคยมีแผลอะไรอยู่เลย

 

ผมเอามือลูบอกตัวเองและหายใจไม่ทั่วท้องเลยเพราะว่าความรู้สึกที่โดนเมื่อกี้มันทั้งเจ็บและสยองในเวลาเดียวกัน

 

แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้เอเร็คได้พลังคอมมานด์ของผมไปแล้ว และตอนนี้ผมก็ไม่อะไรจะไปสู้กับมันแล้ว

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความสิ้นหวังให้ทุกคนที่ดูอยู่เป็นอย่างมากเพราะผมพึ่งจะส่งมอบพลังให้กับอสูรร้ายอมตะตัวนี้

 

ฮาซุย : ทำไมคุณถึงต้องการมันด้วย ? มันสำคัญจนคุณถึงขั้นต้องฆ่าฮิตซูเลยเหรอ!!?

 

 

ผมตะโกนถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกให้รู้ว่าผมกำลังโมโหสุดๆ เอเร็คที่ถือเอเมอรอลคอมมานด์อยู่ก็ชะงักไปก่อนหันมาตอบผม

 

เอเร็ค : ทำไมหนะเหรอ ? ก็เพราะว่าชั้นเกลียดในเผ่าพันธ์พวกนายไง เผ่าพันธ์นายมันต่ำต้อยและเป็นเสมือนแมลงสาบสกปรกที่อยู่บนโลก

 

พวกเราจำเป็นต้องการหาบ้านใหม่ฮิตซูกับเจ้าโนเว็นมันเลยพยายามที่จะหาทางมายังโลกนี้ไง แต่ใครจะไปชอบบ้านหลังใหม่ที่มันมีแมลงสาปอาศัยอยู่ยั้วเยี้ยหละจริงไหม ?

 

ชั้นจึงตกลงกับฮิตซู...ว่าเราจะรวมพลังคอมมานด์ให้กลายเป็นหนึ่ง

 

 

ฮาซุย : หมายความว่ายังไง ?

 

 

เอเร็ค : ฮิตซูมีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ส่วนชั้นมีความสามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง นายไม่คิดบ้างเหรอว่าวิธีนี้มันจะทำให้เราสามารถสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้ เราจะทำลายล้างมนุษย์ทิ้งและสร้างโลกใหม่ให้สูงขึ้น

 

 

คำพูดของเอเร็คที่มันว่ามาสรุปสั้นๆคือมันต้องการจะฆ่าล้างมนุษย์ทิ้งเพื่อทำให้โลกนี้เป็นโลกของอสูรพันธ์โดยสมบูรณ์ แต่มันจำเป็นต้องมีพลังจินตนาการของคุณฮิตซู

 

ซึ่งคำพูดของมันนั้นก็ทำให้ความทรงจำส่วนหนึ่งของคุณฮิตซูที่เจือจางนั้นมันชัดเจนขึ้น แม้จะถูกดึงพลังไปแต่ความทรงจำของคุณฮิตซูมันก็ไม่ได้ถูกดึงหายไปด้วย และเมื่อผมเกิดนึกย้อนกลับไปได้

ผมก็ตาเบิกกว้างทันที

 

ฮาซุย : ไม่จริงน่า

 

ผมอุปทานออกมาทำให้เอเร็คหันมามองผม ผมมองหน้าของเอเร็คก่อนที่ผมจะเอ่ยออกมา

 

ฮาซุย : นี่มันไม่จริงใช่ไหม ?

 

เอเร็ค : ...อะไรไม่จริง ?

 

ฮาซุย : ...ผมเชื่อใจคุณ...ผมคิดว่าคุณต้องการจะช่วยผม..แต่คุณโกหกผมมาตลอด

 

 

เรบิโกะ : เขาพูดเรื่องอะไรอะ ?

 

วิคตอเรีย : ( ส่ายหน้าไม่รู้ )

 

 

 

ฮาซุย : คุณฆ่าฮิตซูได้ลงคอได้ยังไง ? ....คุณโนเว็น

 

 

คำพูดช่วงท้ายของผมสร้างความตกตะลึงให้ทุกคนเป็นอย่างมาก แต่สำหรับเอเร็คที่มองหน้าผมอยู่นั้น เขาเพียงแค่เอามือจับที่ส่วนหัวของอขาก่อนจะดึงมันออก

 

 

ปรากฏให้เห็นว่าแท้จริงแล้วร่างกายที่ใหญ่โตและเป็นสีเขียวของเอเร็คนั้นมันเป็นเพียงชุดเกราะที่ถูกสร้างขึ้นจากเชื้อราและสารอินทรียวัตถุ รวมถึงเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่นำมารวมกันเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็นในตอนนี้

 

และเมื่อดึงส่วนหัวหลุดออกก็ปรากฏให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่อยู่ในชุดเอเร็ค ซึ่งมันก็คือหน้าของท่านโนเว็น

 

คิซูกิ : โนเว็น!!? 0_0

 

 

แบนชี : ได้ไงกัน!!? 0_0

 

 

เหตุการณ์ที่เอเร็คถอดหน้ากากออกมาเป็นโนเว็นสร้างความตกใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก อสูรพันธ์ที่ทุกคนนับถือรองลงมาจากฮิตซู กลับกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมดเอง

ซึ่งตอนที่โนเว็นเอ่ยปากพูดกับผมมันก็มีเสียงตอนที่เขาเป็นเอเร็คพูดออกมาพร้อมๆกันด้วย

 

 

โนเว็น/เอเร็ค : ฉลาดดีหนิ นายรู้ได้ยังไงว่าเป็นชั้น ?

 

ฮาซุย : ...ผมรู้แล้ว...ผมเข้าใจเรื่องทุกอย่างเพราะความทรงจำของคุณฮิตซูในหัวผม โพชั่นน้ำอมฤทธิ์นั่นมันไม่ได้สมบูรณ์แบบ

 

 

เมื่อ 1 พันปีก่อนหน้านี้

 

ผู้ที่สร้างน้ำอมฤทธิ์นั้นแท้จริงแล้วมีสมาชิกผู้หาทางสร้างมันแค่สองคน คือฮิตซูกับโนเว็นเท่านั้น

 

โดยโนเว็นนั้นเขาเป็นคนที่ทดสอบดื่มมันลงไป น้ำอมฤทธิ์นั่นมันทำให้โนเว็นเป็นอมตะ ืไม่มีวันแก่ บาดแผลที่เจ็บปางตายก็สามารถหายได้ แต่แท้จริง ความลับของน้ำอมฤทธิ์นั้นก็คือมันมีผลข้างเคียงอย่างนึง นั่นคือมันทำให้ผู้ที่ดื่ม

 

ป่วยเป็นโรคสองบุคลิก

 

ซึ่งหลังจากที่โนเว็นดื่มไป เขาก็ได้สร้างตัวคนอีกบุคลิกนึงขึ้นมาซึ่งก็คือเอเร็ค ซึ่งเอเร็คนั้นมีลักษณะนิสัยที่ตรงข้ามกับโนเว็น เพราะมันทั้งโหดเหี้ยม เห็นว่าตัวเองสำคัญ สามารถฆ่าใครก็ได้หากไม่มีปีะโยชน์สำหรับมันแล้ว

 

และมันนี่แหละคือคนที่เสนอความคิดให้ฮิตซูกับโนเว็นฆ่าเผ่าพันธ์มนุษย์ให้เหี้ยนซะเมื่อไปยึดโลกมาได้แล้ว โดยการที่จะทำแบบนั้นได้ฮิตซูกับโนเว็นต้องรวมพลังกัน

 

แต่ฮิตซูไม่เห็นด้วยและพยายามสร้างยาแก้ขึ้นมากำจัดเอเร็คที่อยู่ในใจของโนเว็นออกซะ แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำแบบนั้น

 

เอเร็คก็ได้เป่าหูให้โนเว็นรีบชิงตัดหน้าฆ่าฮิตซูก่อนซะ เพราะว่าถ้าหากฮิตซูทำยาแก้ขึ้นมา โนเว็นก็จะสูญเสียพลังในการเป็นอมตะไป

 

และเป็นเหตุทำให้คืนนึงโนเว็นเรียกฮิตซูไปคุยที่ระเบียงจากนั้นเขาก็ให้เอเร็คเข้าคุมร่าง และเอเร็คก็ได้ใช้ดาบที่สร้างขึ้นจากกระดูกศพมังกรตัวนึงแทงใส่ฮิตซูจนตาย

 

ซึ่งจริงๆแล้วพลังของโนเว็นมันก็คือการควบคุมอินทรียวัตถุและเซลล์สิ่งมีชีวิต มันจึงทำให้เขาสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะของสิ่งมีชีวิตเป็นอะไรก็ได้ และทำให้เขาสามารถที่จะควบคุมเซลล์เชื้อราได้ด้วย ซึ่งเขาจะใช้ความสามารถนี้เมื่ออยู่ในร่างเอเร็คเท่านั้นเพราะไม่ให้คนอื่นสังเกตุ

 

แต่ก่อนตายฮิตซูก็วางแผนสำรองไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วเพื่อที่จะมาเจอผมในอีกพันปีข้างหน้า

 

หลังจากนั้นเมื่ออสูรพันธ์ยึดครองโลกได้เอเร็คก็ไม่สามารถดำเนินแผนการฆ่าล้างมนุษย์ได้เพราะไม่มีฮิตซูช่วยทำให้เอเร็คนั้นหลบซ่อนตัวตนในใจของโนเว็นตรวจุดที่เป็นมุมมืด

 

หรือก็คือ แท้จริงแล้วฉากที่เอเร็คนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องที่มีแต่ความมืดนั้นมันก็คือภายในจิตใจของโนเว็นนั่นเอง ส่วนโทรทัศน์ที่เขาดูอยู่มันก็คือภาพที่เขามองผ่านดวงตาของโนเว็นอีกที ส่วนบุคคลปริศนาที่เคยเข้ามาพูดห้ามเอเร็คในตอนแรกนั้นก็คือจิตใจของโนเว็นเอง

 

แต่พอผมปรากฏตัวมาพร้อมพลังคอมมานด์ของฮิตซูทำให้เอเร็คนั้นปรากฏตัวอีกครั้งเพื่อดำเนินการแผนที่มันเฝ้ารอมาพันปี

 

โนเว็นเป็นคนที่จ้างนักฆ่ารับจ้างและส่งพวกมันเข้ามาในเกม kill them up เพราะเขาเป็นคนที่สร้างประตูมิติ deathworld แม้มันจะมีการลงสัญญาเลือดว่าคิซูกิเป็นเจ้าของ แต่ประตูนั่นก็จะจงรักภักดีต่อโนเว็นด้วยเช่นกัน ทำให้โนเว็นสามารถส่งนักฆ่าเข้ามาได้โดยที่คิซูกิไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

ในตอนที่โนเว็นเข้ามาคุยกับผมในตอนแรกและชวนผมดื่มน้ำชา โนเว็นก็แอบใส่ส่วนผสมพิษลงไปในชาเพื่อให้ผมดื่มด้วย แต่เพราะตอนนั้นผมเครียดจนไม่มีอารมย์จะดื่มชาผมเลยรอดมาได้

 

โนเว็นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดแต่เขาแสร้งทำเป็นว่าเป็นห่วงเป็นใยผมมาตลอด เขามันเป็นจอมหลอกลวงที่ฆ่าเพื่อนตัวเอง

 

 

 

ฮาซุย : ที่ผมพูดมาเนี่ย ถูกไหมหละ ?

 

โนเว็น/เอเร็ค : ...ชั้นก็ไม่ได้อยากทำหรอก ถ้าฮิตซูยอมรับข้อเสนอเราแต่แรกก็ไม่ต้องมีอะไรแล้ว

 

 

คำพูดของโนเว็นและเอเร็คนั้นมันดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่ได้สนใจว่าฮิตซูจะตายหรือไม่ แม้ว่าจะมีบุคลิกของโนเว็นอยู่ด้วยก็ตาม มันเลยทำให้ทั้งผมและชาวเมืองอสูรพันธ์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที

 

ตัวผมไม่ได้พูดอะไรแต่ในขณะนี้ เหล่าอสูรพันธ์กำลังตะโกนด่าสาปแช่งโนเว็นกันยกใหญ่ด้วยความโกรธแค้น

 

ในตอนนั้นเองที่จิตใจของโนเว็นรู้สึกได้ถึงบางสิ่งมันจึงหันไปมองที่กล้องดูดาวและทำให้มันเห็นว่าเอเร็คติดตั้งกล้องถ่ายทอดสดเอาไว้โดยที่บุคลิกด้านโนเว็นไม่รู้ตัว

ทำให้โนเว็นนั้นทำหน้าถอดสีออกมาทันทีเพราะมันพึ่วรู้ตัวว่าเผลอพูดสารภาพความจริงให้เหล่าอสูรพันธ์ได้ยินไป และตอนนี้ทุกคนก็ไม่มีศรัทธาเขาอีกต่อไปแล้ว

 

โนเว็น : ไม่! ไม่! แกทำอะไรลงไปหวะ!?

 

เอเร็ค : ทำไม!? ชั้นก็ติดตั้งกล้องถ่ายทอดสดให้ทุกคนเห็นความพ่ายแพ้ของเจ้าเด็กนี่ตามที่นายบอกไง!

 

โนเว็น : แล้วทำไมแกไม่ห้ามชั้นไม่ให้พูดความลับออกไปหละ!? แถมแกยังเปิดหน้าชั้นให้ทุกคนเห็นอีก! แบบนี้ทุกคนก็ไม่มีใครศรัทธาชั้นแล้วซิฟระ!! แกนี่เป็นบุคลิกที่โง่ที่สุดเท่าที่ชั้นเคยเจอมาเลย!!

 

 

โนเว็นกับเอเร็คได้เกิดปากเสียงกัน ในมุมมองของผมมันเลยทำให้ผมเห็นเหมือนโนเว็นกำลังทะเลาะกับตัวเอง ผมเหลือบตามองไปที่เอเมอรอลคอมมานด์ที่อยู่ในมือของเอเร็ค

 

ผมค่อยๆย่องเข้าไปเพื่อจะไปเอามันมาแต่โนเว็นสังเกตุเห็นเสียก่อนเขาจึงยันเท้าถีบใส่ผมจนผมหงายหลัง

 

พัวะ! ฮาซุย : อ้ะ!?

 

คิซูกิ : ฮาซุย!?

 

 

โนเว็นได้เดินมาหาผมพร้อมแขนของมันที่เปลี่ยนเป็นดาบเชื้อราก่อนที่มันจะเอาเท้าเหยียบผมเอาไว้ให้อยู่กับที่แล้วง้างดาบขึ้นสูงเตรียมแทงผม

 

โนเว็น : ช่างเหอะ ยังไงซะตำแหน่งจอมมารมันก็ต้องตกเป็นของหลานสาวชั้นอยู่แล้ว และก่อนนายตายชั้นก็ขอบอกความจริงให้นายรู้ไว้อย่างนึงนะ

 

 

ฮาซุย : ?

 

 

โนเว็น : อีป้าที่อยู่บ้านเดียวกับนายหนะ...โดนนักฆ่ารับจ้างชั้นบุกไปที่บ้านแล้วฆ่าตายแล้ว

 

 

เมื่อผมได้ยินแบบนั้นผมก็โกรธมากจนส่งเสียงคำรามออกมาดังลั่นแล้วเอามีดของซากูมะแทงเท้ามันรัวๆแต่แผลที่แทงไปแป๊บเดียวก็สมานคืนมาได้

 

เพราะพลังของน้ำอมฤทธิ์ทำให้ผมรู้แล้วว่าผมไม่สามารถสู้อะไรเจ้า

 

ฮาซุย : ( จบแล้วซินะ หมดหวังแล้วซินะ...คุณฮิตซู ผมขอโทษ )

 

 

ในระหว่างที่เอเร็คกำลังจะใช้ดาบเชื้อราแทงผมนั้นเอง

 

 

พู้มมมมมม!!!

 

 

ร่างของโนเว็นก็กระเด็นลอยไปเพราะถูกอะไรบางอย่างฟาดจนร่างเขากระเด็นไปชนกับพื้นแตกเสียหายและฝุ่นควันพวยพุ่งออกมา

 

ผมที่หลับตาเตรียมรับชะตากรรมก็ค่อยๆลืมตาขึ้นและทำให้ผมได้เห็นว่าตอนนี้ตรงหน้าผมมีร่างของบางสิ่งที่เหมือนจะถูกประกอบขึ้นจากเศษเหล็กและข้าวของนับร้อยชิ้น

 

ผมมองมันด้วยความงุนงงก่อนที่ผมจะพบว่าสิ่งๆนั้นมันคือหุ่นยนต์มังกรที่ทำขึ้นจากเศษเหล็กขนาดยักษ์นับร้อยๆชิ้นจนมีสภาพแบบนี้

 

ฮาซุย : อะไรกันเนี่ย !?

 

ผมงง ทุกคนที่ดูเหตุการณ์นั้นอยู่ก็งงเจ้ามังกรนั่นได้อ้าปากออกกว้างก่อนที่จะค่อยๆปรากฏของเหลวสีขาวที่โผล่ออกมาเป็นหัวคนที่รู้จัก

 

ซูมารุ : โย่~! ไอ้เพื่อนยาก~! ^_^

 

 

ซูมารุได้ปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นคนรวมร่างตัวเองเข้ากับหุ่นยนต์เศษเหล็กนี้ ผมตาเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นหน้าซูมารุ

 

ฮาซุย : ซูมารุ!? นายมาได้ไง!? ชั้นนึกว่านายอยู่โรงพยาบาล!

 

 

ซูมารุ : โรงพยาบาลเหรอ ? ...ชั้นก็หนีออกมาอะซิ ต้องขอบใจนายมากที่เอาพลังคอมมานด์บล็อคสีเขียวมาให้ ทำให้ชั้นมีความสามารถในการรวมร่างตัวเองกับของหลายชิ้นพร้อมกันจนทำให้ชั้นได้ร่างที่สุดยอดนี้~!

 

ซูมารุพูดพร้อมควบคุมร่างมังกรเหล็กของเขาให้เชิดแอนอกขึ้นอย่างเท่สง่า ทำเอาผมที่เห็นนั้นรู้สึกอลังการงานสร้างสุดๆ

 

 

 

 

แต่ในตอนนั้นเอง

 

เอเร็ค : เมื่อไหร่ไอ้พวกตัวน่ารำคาญจะหมดไปซักทีหวะ!!?

 

 

พู้มมมมมมมมมมมมม!!!

 

เอเร็คได้ส่งเสียงคำรามออกมาดังสนั่นก่อนที่มันจะระเบิดพลังออกมาทำให้พื้นหญ้า เศษซากสิ่งมีชีวิตที่ย่อยสลายอยู่ในดิน หรือแม้กระทั่งนกตัวเล็กๆในอากาศ ทุกสิ่งที่มีเซลล์สิ่งมีชีวิตรอบตัวเอเร็คถูกดึงเข้าไปรวมร่างกับเขาไม่เว้นแท้กระทั่งเชื้อรา

 

เซลล์นับล้านๆได้หลอมรวมกับร่างของเอเร็คจนทำให้ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้น จนในเวลาสั้นๆมันก็กลายเป็นอสูรพันธ์เชื้อรามีหัวเหมือนกะโหลกมนุษย์ มีเขาแพะบนหัว แขนของมันมีขนาดใหญ่โตและยาวจนถึงพื้น สูงหลายสิบเมตรซึ่งเมื่อมันยืนสองขาตัวมันจะสูงกว่าหุ่นเหล็กของซูมารุเสียอีก

 

ซูมารุ/ฮาซุย : แม่เจ้าโว้ย~~ 0_0

 

 

 

เอเร็ค/โนเว็นร่างเอาจริง

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว