ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 การลาจากที่แสนทรมาน

ชื่อตอน : บทที่ 1 การลาจากที่แสนทรมาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 การลาจากที่แสนทรมาน
แบบอักษร

ความรักมันมาพร้อมกับความเจ็บปวด แต่ก็แปลกที่เขายังโหยหามันอยู่เสมอ ทว่าในตอนนี้หัวใจคล้ายจะปิดกั้นทุกๆทางด้วยว่าคนที่หัวใจจับจ้องกลายมาเป็นพี่สะใภ้อย่างถาวร 

 

ในวันที่คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งราวกับพายุที่เตรียมตัวจะโหมกระหน่ำ หัวใจที่เคยเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้ใครบางคน ในตอนนี้มันปวดร้าวไปถึงขั้วหัวใจ การยืนมองพี่ชายตัวเองกับคนที่เคยชอบสวีตหวานกันในฐานะสามีภรรยามันเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกยิงเสียอีก วราธรกลายเป็นน้องสามีของผู้หญิงที่เขารัก หลังจากที่เขานั้นกลับมาจากการดูงานที่ต่างประเทศ เรียกได้ว่าในตอนนั้นเขาเสียศูนย์ไปเลยทีเดียว 

“มันสุดทางแล้วจริงๆสินะ”ทอดมองชายหญิงคู่หนึ่งด้วยสายตาอาวรณ์ เขาทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากการยืนมองอยู่ไกลๆในฐานะน้องชายและน้องสามี

นั้นคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน เขาคิดว่ายิ่งนานเท่าไหร่ความรู้สึกของเขาก็อาจจะเปลี่ยนไป แต่หัวใจเจ้ากรรมก็ยังคิดไม่ซื่ออยู่ดี

 

“คุณภาเดี๋ยวช่วยเลื่อนประชุมที่ผมนัดไว้วันนี้ออกไปก่อนนะพอดีผมมีธุระด่วนน่ะ”เอ่ยบอกเลขาส่วนตัวก่อนจะหยิบกุญแจรถและสัมภาระเดินออกไป ด้วยว่าเพิ่งจะได้รับข้อความแปลกๆจากเพื่อนที่อยู่ไกลถึงต่างจังหวัด

แต่ต่อให้ไกลเพียงใดเขาก็ต้องไป รู้สึกหน่วงใจพิกลกับประโยคสุดท้ายในข้อความที่ส่งมา ก่อนที่สัญญาณจะขาดหายติดต่อกันไม่ได้อีก

“อ้าว ไปไหนเจ้าธร”เสียงพี่ชายดังขึ้นหลังจากเดินผ่านห้องทำงานของเขา หันมองท่านประธานใหญ่ก่อนจะเบี่ยงสายตามองคนข้างกายเวหา

“ไปทำธุระน่ะครับ คงจะไม่ได้กลับมา ขอลางานล่วงหน้าเลยแล้วกันนะครับ”สายตาหม่นลงเมื่อทอดมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

“ดูท่าทางพี่ธรจะรีบๆนะคะ”ฑิฆัมพรหันไปเอ่ยบอกสามี เขานั้นก็คิดเช่นกันกับเธอ

“นั้นสิ แต่ช่างเถอะ คงไม่มีอะไรหรอก เราไปรับลูกกันดีกว่าป่านนี้สกายรอนานแล้ว”กอบกุมมือบางเอาไว้แล้วก้าวเดินไปพร้อมๆกัน จุดหมายปลายทางคือการไปรับบุตรชายที่ฝากผู้เป็นยายและย่าเลี้ยงมาเกือบทั้งวัน

 

ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า แสงสีส้มอ่อนท่อประกายให้ได้เห็นในเวลาสิบแปดนาฬิกา เสียงปีกนกบินพรึบพรับๆเพื่อตรงกลับรัง มันต่อแถวกันเป็นระเบียบราวกับรถไฟกำลังออกขบวน เท้าแกร่งก้าวเหยียบผืนแผ่นดินของจังหวัดลำปางสถานที่ที่เป็นบ้านเกิดของเมฆาเพื่อนสนิทที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก

สายตาคมกวาดมองรอบๆบ้านที่ปิดไฟมืด ไร้ซึ่งวี่แววของคนที่อาศัยอยู่ ด้วยว่าบ้านหลังนี้มีเพียงชายวัยเกือบสามสิบอยู่เพียงลำพังส่วนบุพการีก็ได้ลาลับจากโลกไปนานแล้วทำให้เขาไม่เหลือใครอีกเลยนอกจากวราธร

“เมฆ มึงอยู่รึเปล่า เมฆ เม...”กำลังจะเอ่ยเรียกอีกครั้งแต่ก็ต้องชะงักเมื่อกลอนประตูไม่ได้ล็อค มือหนายื่นไปกดเปิดสวิตซ์ไฟ หันมองด้านล่างของบ้านเพื่อหาร่างที่คุ้นเคยทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า

“เมฆ เมฆ มึงตอบกูหน่อย มึงอยู่รึเปล่า”เท้าแกร่งค่อยๆก้าวเหยียบขั้นบันไดทีละขั้นๆ หัวใจเต้นระรัวทอดมองประตูห้องที่เปิดเอาไว้ก่อนที่วราธรจะรีบพุ่งตัวเข้าไปในห้องนั้นอย่างรวดเร็วเมื่อสายตาสบเข้ากับหยดน้ำสีแดงสดบนพื้นบ้าน

“ไอ้เมฆ มึงทำแบบนี้ทำไม”มองด้ามปืนในมือของเมฆาพร้อมๆกับช้อนร่างเพื่อนมาไว้ในวงแขนก่อนจะสั่นเทาไปทั้งตัว เริ่มทำอะไรไม่ถูก

“มึงมาแล้วหรอ”เสียงแหบพร่าดังแว่วมาเบาๆ ดวงตาที่หลับอยู่เมื่อครู่ค่อยๆหรี่มองหน้าเพื่อนรัก รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าเปื้อนเลือด “เขาทิ้งกูไปแล้ว กูจน เขาเลยทิ้งกูไป”

“ใคร ใครทิ้งมึง”คิ้วหนาขมวดมุ่นไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนเอ่ยพูด

“ผู้หญิงที่กูรัก เขาทิ้งกูไปแล้ว กูมันจน กูมันกระจอก เขาเลยหมดรักกู”

“ผู้หญิงทิ้งก็ช่างมันปะไร ตอนนี้มึงไปโรงพยาบาลกับกูก่อน”วราธรเตรียมจะพยุงร่างใหญ่ให้ลุกขึ้นทว่า...

“ไม่ๆ กูไม่ไหวแล้ว ขอบคุณนะเว้ยที่มึงมา ขอบคุณจริงๆ”มือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดจับมือวราธรไว้แน่นอย่างขอบคุณด้วยหัวใจ “กูรักเขามากนะเว้ย แต่เขาก็ทิ้งกู...ฮึก”

เสียงสำลักดังขึ้นก่อนที่ก้อนเลือดสดๆจะไหลกระหน่ำออกมาจากปากของเมฆา

“มึงทำแบบนี้ทำไมวะ ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว”โทนเสียงที่ใช้ขึ้นลงตามอารมณ์ที่ตีวนในหัวใจ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันเหตุไฉนจึงมีอิทธิพลกับเมฆาได้มากขนาดนี้ แล้วเธอจะรู้ไหมว่าสิ่งที่เธอทำมันกำลังพรากชีวิตคนๆหนึ่งไปจากโลกใบนี้

“กูรักเขา รักมาก รักยิ่งกว่าชีวิต”ความรักมันสามารถทำให้คนเป็นได้ขนาดนี้เลยหรือ เขายังไม่เห็นจะเป็นถึงขนาดนี้เลย “มึงคือเพื่อนที่กูรักมากที่สุดเลยนะเว้ยไอ้ธร แต่ตอนนี้กูขอตัวไปอยู่กับพ่อแม่ก่อนนะ กูไปแล้วนะเว้ยเพื่อน”

คำว่า ‘ไปแล้วนะ’ มันไม่เหมือนกับครั้งไหนๆที่เอ่ยบอกกันเพราะอย่างน้อยก็ได้มาพบกันอีกครั้งไม่ว่าช้าหรือเร็ว แต่ครั้งนี้คำๆนั้นคือการที่จะไม่ได้พบกันอีกเลยตลอดกาล

“ไอ้เมฆ ไอ้เมฆ ไอ้บ้าเอ้ย มึงทำแบบนี้ทำไม”สบถออกมาก่อนจะกอดร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณของเพื่อนรัก เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่สายตาจะหันไปปะทะกับแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งในมือของเพื่อน พอคลี่ออกจึงพบว่ามันเป็นรูปของผู้หญิงคนหนึ่ง

“นี่น่ะหรอผู้หญิงคนนั้น กูจะไม่ยอมให้มึงเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียวหรอกไอ้เมฆ กูจะทำให้เธอต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้”แววตาที่เคยมีแต่ความอบอุ่นและความเมตตาต่อใครหลายๆคนในครานี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงกองใหญ่ที่กำลังลุกโชนจนไม่อาจจะเข้าไปดับได้ในเวลานี้ หากย่างกายเข้าไปเฉียดแม้แต่ก้าวเดียวมีหวังคงจะถูกเผาไหม้จนเหลือเพียงเศษเถ้าถ่าน

สายตา น้ำเสียง หยดน้ำตาของเพื่อนมันยังตราตรึงใจของเขาไม่เลื่อนหาย แม้ในตอนนี้ร่างของเมฆาจะถูกเคลื่อนย้ายขึ้นรถกู้ภัยไปแล้วก็ตาม

ชายหนุ่มยังคงนั่งนิ่งอยู่ดังเดิมในมือนั้นกำรูปเอาไว้แน่น เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างแยกย้ายกันจัดการสถานที่โดยที่ยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้วราธรเลยสักคนด้วยว่ารู้สึกหวาดกลัวต่อสายตาคู่นั้นเหลือเกินเพราะมันเอาแต่จ้องมองพื้นที่นองไปด้วยเลือด

“เพื่อนฉันเจ็บแค่ไหน เธอก็ต้องเจ็บกว่าร้อยเท่า”น้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นที่เผาไหม้ไปทั้งหัวใจของเขา การตายของเมฆาเปรียบเสมือนการสูญเสียบุคคลในครอบครัวไปหนึ่งคน ความรู้สึกนั้นจึงยิ่งตอกย้ำความแค้นในใจให้ทวีคูณหนักกว่าเดิม

ความคิดเห็น