facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 หวั่น....แต่ไม่ไหว 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 หวั่น....แต่ไม่ไหว 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 03:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 หวั่น....แต่ไม่ไหว 50%
แบบอักษร

5

หวั่น....แต่ไม่ไหว

 

คุณกรณ์ตอบรับคำเชิญของมาม่าทันทีโดยไม่ถามสักคำ แม้เธอจะเพียงแค่เกริ่นว่าช่วงนี้เดอะคลับเงียบเหงามาก เพราะลูกค้าประจำรายใหญ่หดหาย อย่างคุณภูผาก็ไม่ค่อยมีเวลาแวะมา เด็กๆ ที่นี่ก็เลย.... เพิ่งจะพูดได้เท่านี้ยังไม่ทันอธิบายรายละเอียด คุณกรณ์ก็นัดแนะเวลากับเธอเสร็จสรรพแล้ว ไม่ต้องพูดถึงค่าใช้จ่ายที่ชายหนุ่มยอมทุ่มให้โฮสเบอร์หนึ่งของเธอเลย

ต้นน้ำทราบข่าวก็แต่งตัวมาเดอะคลับโดยไม่รีบร้อน คุณกรณ์แจ้งเวลาไว้ตอนสามทุ่ม ตลอดระยะทางบนท้องถนนก็คิดถึงผู้คนที่ต้องสู้รบตบมือในวันนี้ เพียงแค่คิดก็ทอดถอนใจด้วยความเบื่อหน่ายแล้ว

ทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาในเดอะคลับบรรดาโฮสต่างเข้ามาถามไถ่ ใบหน้าสวมด้วยหน้ากากความห่วงใยทั้งนั้น ทั้งที่แท้จริงแล้วเพียงแค่อยากรู้ ในเมื่อต้นน้ำเล่นหายหน้าหายตาไปทั้งสัปดาห์ แถมกลับมาโดยไร้เงาคุณภูผาเสียด้วย ต้นน้ำเพียงปั้นรอยยิ้มตอบให้เหตุผลว่าไม่ค่อยสบาย รู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้อยากรู้เรื่องสุขภาพของเขาจริงๆ

เพราะหากต้นน้ำมีปัญหา แน่นอนว่าเก้าอี้ตำแหน่งเบอร์หนึ่งย่อมสั่นคลอน ใครๆ ต่างก็อยากแย่งพื้นที่ตรงนี้ของเขาทั้งนั้น คนรอซ้ำยิ่งเยอะกว่า

แต่ขอโทษนะ.... ต้นน้ำกลับมาแล้ว

ใครก็อย่าหวังมาแทนที่เขาได้เลย

"คืนถิ่นแล้วหรือไง" เสียงร้องทักจากรุ่นน้องคนสนิททำให้รอยยิ้มจริงใจแรกของวันนี้ปรากฏ ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"อืม อันดับฉันตกหรือยัง"

"ก็น่าจะใกล้ๆ แล้วแหละ" ก้านธูปตอบกลับมาด้วยใบหน้าทะเล้น "ผมส่งข้อความหาพี่ตั้งหลายครั้งแต่พี่ไม่ยอมตอบ เป็นอะไรหรือเปล่า"

มือเรียวเล็กขยับโช้คเกอร์บนลำคอให้เข้าที่ ก่อนจะปิดประตูล็อกเกอร์ลง หันกลับมาเผชิญหน้ากับรุ่นน้องคนสนิทเพียงแค่หนึ่งเดียว เจ้าตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

"มีปัญหานิดหน่อย เลยหลบไปเลียแผลใจ" คำตอบทีเล่นทีจริงของต้นน้ำทำให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วด้วยความคาดไม่ถึง แม้จะได้ยินจากคนอื่นมาบ้างแล้วแต่เขาไม่เชื่อ

"คนเขาพูดกันว่าพี่ทะเลาะกับคุณภูผา วันนี้ถึงต้องรับงานคุณกรณ์ จริงๆ พวกนั้นไม่ได้ใช้คำว่าทะเลาะหรอก แต่ผมพูดให้ซอฟท์ลง"

คนฟังถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทีหนึ่ง เด็กนี่มักมีคำพูดที่ทำให้คิดว่าสถานการณ์ไม่ได้แย่เท่าที่มันควรจะเป็น ไม่แปลกใจสักนิดที่ข่าวลือแพร่สะพัดไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง และมีไม่กี่คนหรอกที่เป็นคนจุดเพลิง

"หึ จมูกดีกันจริงๆ "

"ผมควรเป็นห่วงพี่ไหม"

"ป๋าแค่ไปทำงานที่ไต้หวันสองเดือน เขาห่วงว่าฉันจะขาดรายได้ก็เลยให้รับงานคนอื่นบ้าง" พูดเองเจ็บเองนักเลงพอ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นพื้นฐานปกติของอาชีพโฮสอย่างพวกเขาอยู่แล้ว หากอยากรวยอยากไต่เต้าได้เร็วก็ไม่ควรมีลูกค้าประจำแค่คนสองคน ยิ่งมีเยอะจริงดี

ถึงจะคิดได้แบบนั้นแต่ก็ห้ามความวูบโหวงในอกไม่ได้

ในเมื่อต้นน้ำไม่ได้อยากรวย ไม่ได้อยากไต่เต้า ต้นน้ำต้องการแค่ป๋า

"อ้อ" ก้านธูปรับคำพลางพยักหน้าเข้าใจ ไม่ถามซักไซ้อะไรอีก จนกระทั่งเสียงเรียกของพีอาร์ในร้านดังขึ้น

"ต้นน้ำ คุณกรณ์มาถึงแล้ว" เจ้าของชื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยอีกครั้ง บอกลารุ่นน้องและเดินตามหลังเธอออกไป

ก้าวได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นมาม่านั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่โต๊ะกับคุณกรณ์ก่อนแล้ว บทสนทนาท่าทางออกรสออกชาติเป็นที่สุด ต้นน้ำทำได้เพียงยิ้มอ่อนอกอ่อนใจ นี่คือโฉมหน้าของคนที่ลังเลนักหนาว่าจะโทรหาคุณกรณ์ดีหรือไม่โทร ถึงกับออกหน้ามารับด้วยตัวเองขนาดนี้แล้ว

แต่เมื่อหันมาเห็นต้นน้ำก็ราวกับรอยยิ้มกว้างหุบลงไปครึ่งหนึ่ง พยายามซ่อนความกระตือรือร้นที่ถูกเขาจับได้

"ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ"

ต้นน้ำหรี่ตามองหญิงสาว แอบยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบให้ได้ยินแค่สองคนยามเดินสวนกัน

"นึกว่าจะเข็ด นี่เห็นกระดี๊กระด๊าอยู่เลย"

"ก็ฉันรักเขา! "

เฮ้อออออ ก็สมกับเป็นมาม่าแหละนะ

ก่อนคนตัวเล็กจะหันไปยกมือกระพุ่มไหว้ทักทายลูกค้าของเขาวันนี้

"สวัสดีครับคุณกรณ์"

"นึกว่าจะไม่ได้เจอต้นน้ำแล้วเสียอีก" ถ้อยคำทีเล่นทีจริงของคุณกรณ์ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจังเช่นเคย พลางตบเบาะโซฟาให้ต้นน้ำกระเถิบเข้าไปนั่งด้านข้าง ร่างบางยอมทำตามแต่โดยดี

"ผมบอกแล้วไงครับว่าถ้าไม่ติดลูกค้า ผมไม่ปฏิเสธคุณกรณ์อยู่แล้ว" ต้นน้ำไม่ได้โกหกนะ ครั้งที่แล้วเขามีคุณป๋า ส่วนครั้งอื่นๆ เขาก็แค่ไม่ได้มาที่เดอะคลับเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้มละมุน คุณกรณ์สั่งเครื่องดื่มพอเป็นพิธีเท่านั้น แต่ซื้อเวลาต้นน้ำไว้ตลอดทั้งคืนทั้งที่ไม่จำเป็นเลย เอาเข้าจริงๆ ก็คงนั่งไม่เกินสามชั่วโมงแท้ๆ แต่ต้นน้ำไม่ขัดอยู่แล้วหากจะทำให้เขามียอดเงินสะสมซื้อที่ดินเพิ่มมากขึ้น มันเป็นหน้าที่ เป็นอาชีพของเขา

"ต้นน้ำอยากดื่มอะไรไหม สั่งได้เลยนะ พอดีวันนี้ผมไม่ค่อยอยากดื่มเท่าไหร่"

"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ชอบดื่มเหมือนกัน" แม้จะออกตัวว่าไม่ชอบดื่ม แต่ทำอาชีพนี้ย่อมผ่านการเทรนด์มาแล้วทุกคน เพื่อไม่ให้ถูกลูกค้ามอมและเอารัดเอาเปรียบ

"งั้นวันนี้เราทำอะไรกันดี"

เป็นคำถามปลายเปิดแบบที่นักเที่ยวบางคนชอบใช้หวังแทะโลม แต่เมื่อหลุดออกมาจากปากคุณกรณ์กลับกลายเป็นคำถามสุภาพอ่อนโยนขึ้นมาเสียอย่างนั้น

"ผมนั่งคุยเป็นเพื่อนคุณกรณ์แล้วกันครับ"

"ดีเลย"

คุยที่ว่าก็คือคุยจริงๆ คุณกรณ์สรรหาเรื่องสัพเพเหระมาชวนต้นน้ำคุยได้อีกเช่นเคย เรื่องเดิมที่ไม่ตกคือสกินชิพเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่น่าอึดอัด และต้นน้ำก็ไม่ได้ว่าอะไร ราวกับสลับสับเปลี่ยนหน้าที่ หากคนที่อยู่ตรงนี้คือภูผา คนที่เจื้อยแจ้วเจรจาจะกลายเป็นต้นน้ำเสียเอง วันนี้จึงไม่รู้แล้วว่าใครคุยเป็นเพื่อนใครกันแน่

จนกระทั่งเสียงพูดจากโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลดังมากระทบหู

"นั่นต้นน้ำไม่ใช่หรือ ทำไมถึงนั่งกับคนอื่นที่ไม่ใช่ภูผาได้ล่ะ"

เดาว่าคงเป็นเสียงของแขกสักคนที่คิดว่าต้นน้ำไม่ได้ยิน กรณ์เองก็หยุดเล่าเรื่องที่เขาเจอไก่พันธุ์ประหลาดที่มีขนฟูฟ่องเหมือนลูกหมาตอนเขาไปเที่ยวต่างประเทศลง ตาสีน้ำตาลสังเกตคนที่แสร้งทำเหมือนไม่ได้ยิน

"คงน่ารักดีนะครับ แต่ถ้าเอามาเลี้ยงที่ไทยมันจะร้อนตายก่อนไหม อากาศบ้านเราแบบนี้"

"ผมเคยเห็นว่ามีฟาร์มเปิดที่ไทยด้วยนะ เดี๋ยวหารูปให้ดู" ในเมื่อเจ้าตัวเขาแสร้งทำเป็นเหมือนไม่รู้สึกอะไรได้ จะให้กรณ์แสดงความเป็นห่วงมากจนเกินไปก็คงใช่ที่

กรณ์จึงค้นหารูปไก่พันธุ์ซิลค์กี้ให้ต้นน้ำดู แต่ยังไม่วายมีคำพูดไม่น่าฟังแว่วมาให้ได้ยิน

"ก็คงถูกเขี่ยทิ้งแล้วละมั้งครับ" มือที่กำลังยื่นโทรศัพท์ให้ต้นน้ำชะงักลงกลางทาง อดเหล่ตามองไปทางต้นเสียงด้วยความไม่พอใจไม่ได้ คุณกรณ์อาจไม่รู้ว่าคนที่สนทนาอยู่กับลูกค้ารายนั้นเป็นใคร

แต่ต้นน้ำจำเสียงตอบคำได้ดี ....เดียร์

ดูท่าจะรอโอกาสนี้มานานแล้วสิ วันนี้ถึงได้กระทบกระเทียบให้เขาได้ยิน

มือเล็กแตะแขนกรณ์เบาๆ ดึงความสนใจเขากลับมา บนใบหน้ายังคงประดับไว้รอยยิ้ม

"ช่างเถอะครับ อย่าสนใจเลย"

"แต่เขาจงใจพูดให้เราได้ยิน"

"แบบนั้นเรายิ่งไม่ควรให้สิ่งที่คนพวกนั้นต้องการ ใช่ไหมครับ"

คำถามรั้งท้ายทำให้กรณ์ชะงักไปกับประโยคบอกเล่าธรรมดาของต้นน้ำ คนใจร้อนพลันสงบเยือกเย็นลง ประกายทอดอ่อนปรากฏในดวงตาสีน้ำตาลแทนที่ความขุ่นเคือง

"ต้นน้ำเข้มแข็ง"

คนได้รับคำชมทำเพียงยิ้มรับ ทั้งที่มือทั้งสองข้างใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่น ใช่ว่าเพียงคนอื่นที่มีหน้ากาก ต้นน้ำเองก็มีเช่นกัน แต่ใครจะรู้ว่าหน้ากากที่ต้นน้ำเพียรหยิบยกขึ้นมาใส่นั้นจะถูกคุณกรณ์ดึงรั้งออกไปได้อย่างง่ายดาย

"แต่อยู่กับผมไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเอง อย่ายิ้มทั้งที่ใจไม่อยากยิ้มเลยครับ"

เสียงนุ่มทุ้มของคุณกรณ์อบอุ่น เต็มไปด้วยความเข้าใจ ยามเมื่อตาหงส์เลื่อนมาสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นี้ ก็พลันสั่นคลอนกำแพงหนาที่ต้นน้ำสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเอง

ปลายจมูกโด่งรั้นร้อนวูบ ก่อนที่เจ้าของจะรีบสูดลมหายใจเข้าลึก กระแอมไอเพียงสองสามครั้งทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติตามเดิม

"ไหนครับ เมื่อกี้จะเอาอะไรให้ผมดู" ต้นน้ำเลือกเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเมื่อคิดเปรียบเทียบกับความเย็นชาของใครอีกคน

ในเมื่อเห็นคนตัวเล็กพยายามขนาดนั้นแล้วกรณ์จึงเก็บความเป็นห่วงไว้ในใจ เลื่อนโทรศัพท์รูปไก่ขนฟูฟ่องให้ต้นน้ำดู

"น่ารักมากเลยครับ" เป็นคำชมที่มีรอยยิ้มบางประดับใบหน้า แต่ครั้งนี้เป็นรอยยิ้มที่เกิดจากใจจริง

คนมองถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะเลยทีเดียว ยิ่งรอยยิ้มนั้นกว้างขึ้นเมื่อเห็นนัยน์ตาเลื่อนลอยของเขา

"ขอบคุณนะครับคุณกรณ์"

ดาเมทนี้ร้ายแรงต่อหัวใจคุณกรณ์ยิ่งนัก

.....

 

ประเทศไต้หวัน

ร่างสูงในชุดคลุมอาบน้ำแสดงใบหน้าเคร่งเครียดขณะกำลังเลื่อนดูภาพบางอย่างในโทรศัพท์มือถือ วิวเมืองยามค่ำคืนด้านนอกกระจกวิบวัวด้วยแสงไฟแต่ไม่สามารถดึงดูดใจผู้พักอาศัยได้เลย

ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนเส้นผมด้วยยังไม่ทันเช็ดให้แห้ง กระนั้นร่างกายกลับสะบัดร้อนสะบัดหนาวอย่างไรชอบกล อาจเพราะรอยยิ้มของคนในโทรศัพท์

ยิ้มแบบนี้ที่เคยมีให้เพียงเขา เวลานี้กลับมีคนอื่นกำลังจะได้มันไป

ยิ่งคิดยิ่งร้อนรุ่มพานหงุดหงิดไปหมด มือโยนเครื่องมือสื่อสารออกไปให้พ้นสายตา กระทั่งลูกน้องที่เพิ่งเดินเข้ามาก็โดนหางเลขไปด้วย

"มีอะไร" ถ้อยคำกระแทกเสียงทำเอาครรชิตถึงกับชะงักฝีเท้าลงด้วยความตกอกตกใจ หมู่นี้คุณภูผาหงุดหงิดง่ายเสียจนลูกน้องคนไหนก็เข้าหน้าไม่ติดแล้ว แม้กระทั่งคนสนิทอย่างเขา

"เอ่อ....นายเรียกให้ผมมาพบครับ"

คนสติหลุดเพราะภาพถ่ายไม่กี่ภาพสูดลมหายใจเข้าลึกดึงสติตัวเองกลับมา เขาเป็นคนสั่งให้ครรชิตมาหาหลังจากอาบน้ำเสร็จจริงๆ

"ตารางฉันจะว่างวันไหน"

ครรชิตเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แต่มือก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่เขาลงบันทึกนัดหมายของเจ้านายทั้งหมดเอาไว้ขึ้นมาดู

"มีวันว่างเสาร์หน้าครับ"

วันเสาร์?

อีกตั้งเกือบอาทิตย์!

"นายมีนัดด่วนอะไรอยากแทรกหรือเปล่าครับ" เพราะบริษัทที่นี่เพิ่งเริ่มต้น แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ภูผาก็ยังต้องเดินสายพบปะกับคู่ค้ารายอื่นๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย และขยายเครือข่ายธุรกิจ อยากจะปลีกตัว

คนหงุดหงิดปัดมือทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์

"ช่างเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว"

ครรชิตโค้งคำนับให้นายแม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่ภูผาในอารมณ์แบบนี้ใครจะกล้าถามต่ออีกเล่า

หลังลูกน้องออกจากห้องไป ตาคมปิดลงแน่น มือกดนวดคลึงระหว่างคิ้วคลายความตึงเครียด

เขากังวลมากไป และกำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของเขาแน่หากยังเป็นอยู่อย่างนี้

เขาต้องใจเย็นลง

ภูผาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะลุกขึ้นตรงกลับเข้าห้องนอน

....

 

ต้นน้ำกลับถึงห้องในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ เพิ่งได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กก็ตอนอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว มือคว้าเจ้าความรักเข้ามาในอ้อมกอดตามความเคยชินขณะนั่งพิงหัวเตียง กดปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

มีสายไม่ได้รับจากแม่ทิพย์ทั้งสิ้นสามสาย ตั้งแต่เวลาสามทุ่ม สามทุ่มครึ่ง สี่ทุ่ม ตามลำดับ ใจที่สงบลงพลันตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง จะให้โทรกลับไปตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ แม่ทิพย์คงหลับไปแล้ว จึงรีบกดเข้าแอปพลิเคชันสีเขียวเพื่อเช็กข้อความแทน

แล้วก็เจอเข้าจริงๆ

'พวกเขาไม่แบ่งขาย ยื่นคำขาดมาว่าถ้าอยากได้ก็ต้องซื้อทั้งหมด'

ราคาที่ดินที่แม่ทิพย์แจ้งมาทำเอามือไม้อ่อน แทบถือโทรศัพท์เอาไว้ไม่อยู่ ตาหงส์เพ่งมองอ่านจำนวนตัวเลขนั้นซ้ำๆ เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป

'สิบห้าล้าน'

สิบห้าล้าน!!!

ท่อนแขนอ่อนแรงทิ้งลงข้างลำตัว ส่งผลให้เจ้าความรักกลิ้งกะเทเล่ลงจากตัก แต่เจ้าของไม่ทันสนใจ

ต้นน้ำมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งก็จริง เป็นเงินที่ได้มาจากภูผาทั้งนั้น เงินร่วมห้าล้านที่คิดว่าเพียงพอกลับยังไม่ถึงครึ่ง!

....ทำอย่างไรดี

ทำอย่างไรจะช่วยบ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้ได้

 

 

 

 

 

50%

>>>>

เชื่อว่าเรือผีกำลังแล่นฉิวๆ แน่ๆ

ไหนทีมป๋าคะ ย้ายทีมกันหมดรึยังงงง

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า

มีความสุขที่ได้อ่านความคิดเห็นของทุกคนมากๆ นะคะ

คือกำลังใจ คือแรงผลักดันชั้นยอดเลย

รัก.

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว