ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกมที่ 12 เธอคือจอมมารที่แท้จริง

ชื่อตอน : เกมที่ 12 เธอคือจอมมารที่แท้จริง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 429

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2563 07:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกมที่ 12 เธอคือจอมมารที่แท้จริง
แบบอักษร

 

 

 

ฮาซุย : ลาก่อนไอ้เพื่อนยาก

 

ผมเอ่ยออกมา ตอนนี้เรแม็กเขาได้เดินออกมานอกประตูมิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเขาก็ได้ตรงไปที่บ้านของเมลฟาสแต่ก็ไม่เจอเมลฟาสผู้เป็นพี่สาวของตัวเองทำให้เขาโทรศัพท์ถามหาเมลฟาส

 

เมลฟาส : ฮัลโหล ?

 

เรแม็ก : เมลฟาส นี่ผมเองนะ

 

เมลฟาส : เรแม็ก!? นายโทรมาได้ไงหนะ!?

 

เรแม็ก : คือว่าผมออกจากการแข่งแล้วหนะ( เล่าเหตุผลที่ออกแบบเดียวกับที่บอกฮาซุย )

 

เมลฟาส : อื้ม ไม่เป็นไรหรอก ชั้นเชื่อว่าเจ้าเด็กนั่นจะต้องเป็นจอมมารได้แน่ และเขาจะต้องช่วยปัญหาเรื่องการเงินให้เราแน่นอน

 

เรแม็ก : ครับ ว่าแต่ตอนนี้พี่อยู่ไหนเนี่ย ? ^_^

 

 

เมลฟาส : พี่อยู่บ้านของครอบครัวฮาซุยหนะ นายเดินออกมาจากบ้านนะแล้วก็( บอกทางมาบ้านฮาซุย ) นายจะเจอกับบ้านหลังเก่าๆหลังนึง นั่นแหละเข้ามาได้เลย

 

 

เรแม็ก : โอเคครับพี่ ^_^

 

 

หลังจากนั้นทั้งสองพี่น้องก็วางหูไป เมลฟาสหลังจากที่วางหูเธอก็บอกกับสมาชิกในบ้านฮาซุย

 

เมลฟาส : น้องชายชั้นมาที่นี่หนะ ^_^

 

 

เกรด้า : ชื่อเรแม็กเหรอ ? คงเป็นเพื่อนกับฮาซุยอีกคนซินะ ^_^

 

 

เมลฟาส : ถ้าเขาใจดีกับฮาซุยได้ก็ต้องใจดีกับพวกเธอได้แน่

 

 

หลังจากนั้นทุกคนในบ้านก็ดูโทรทัศน์ต่อไปได้เดี๋ยวเดียว แล้วจู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

 

 

ก็อกๆๆ~

 

เมลฟาส : เรแม็กมาเร็วจังแฮะ

 

เมลฟาสกล่าวออกมาขณะเดินไปเปิดประตู

 

เมลฟาส : ไงเรแม็ก นี่นายนั่งรถอะไรมาเน..

 

 

ปุ้ง!!

 

เมลฟาส : อุ้ค!?

 

 

พูดไม่ทันจบเมลฟาสก็ถูกคนที่อยู่หน้าประตูซัดหมัดที่มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวสีขาวและแข็งมากราวกับเมลฟาสถูกเสาหินชกใส่ท้องอย่างแรงจนร่างเธอกระเด็นลอยไปด้านหลังตามแรงหมัดชนกับตู้วางของพังเสียหาย

 

โครมมมม!!

 

โชกุ : ว้าย!?

 

 

อลิซ : คุณเมลฟาส!?

 

แม้เมลฟาสจะไม่เห็นหน้าคนที่ต่อยเธอชัดๆแต่เธอรู้ได้ทันทีว่าคนๆนั้นไม่ใช่คนที่มาดีและไม่ได้เป็นน้องชายเธอด้วย

 

ซักพักนึงก็ปรากฏให้เห็นตัวขอวอสูรพันธ์นักฆ่ารับจ้างที่มีร่างกายเหมือนกับเสาหินสีขาว แขนและขาของมันมีรูปทรงเป็นทรงสี่เหลี่ยมเหมือนเสาหินอย่างที่บอกไป

 

มันก้มตัวลงแล้วเดินผ่านประตูเข้ามาในบ้านพร้อมหมัดที่กำแน่นพร้อมจะต่อยทุกสิ่งให้แหลกได้

 

จูเหวิ๋น : หนีไปเร็ว!!

 

จูเหวิ๋นกล่าวออกมาก่อนที่เธอจะหยิบอาวุธคอมมานด์เป็นหอกไฟลุกฟาดใส่อสูรพันธ์ตนนั้น แต่อสูรพันธ์ตนนั้นก็ยกแขนขึ้นป้อวกันได้อย่างไม่ยากเย็น เปลวไฟของเธอไม่สามารถทำอะไรร่างมันได้เลยราวกับร่างกายของมันเป็นเสาหินที่ทำจากซีเมนต์

 

และเจ้าอสูรพันธ์ตนนั้นมันก็ง้างหมัดกำลังจะต่อยใส่จูเหวิ๋น

 

จิมมี่ : หยุดน้าาาาาา!!

 

ในตอนนั้นจิมมี่ที่เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้านจึงโชว์ความแมนกระโดดเหยียบเก้าอี้เป็นฐานเพื่อส่งร่างตัวเองกระโดดลอยไปหาอสูรพันธ์ตนนั้นแล้วหมุนตัวใช้ทักษะใช้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างอย่างชำนาญการแล้วเตะใส่หัวของอสูรพันธ์คนนั้น

 

ปัก!!!

 

 

หลังจากที่ฝ่าเท้าของจิมมี่กระแทกหน้ามันเสร็จ หน้ามันก็หันไปตามแรงเตะส่วนจิมมี่ได้ลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น จิมมี่นิ่งไปซักพักนึงก่อนที่จะ

 

จิมมี่ : โอ้ย~~!! เจ็บโว้ยยยย! >0<

 

เขาก็ได้กลิ้งตัวไปกับพื้นและส่งเสียงร้องโอดครวญออกมา

 

จูเหวิ๋น : ช่วยอะไรได้บ้างไหมเนี่ย ? =_=

 

จูเหวิ๋นหันมาพูดแขวะใส่จิมมี่ แต่นั่นมันก็เป็นการที่เธอเผลอเปิดช่องโหว่จนทำให้อสูรพันธ์นนักฆ่าคนนั้นหันมาใช้หมัดที่มันง้างไว้ตอนแรกซัดหมัดอัพเปอร์คัทต่อยใส่ท้องของจูเหวิ๋นและแรงหมัดอันมหาศาลของมันก็ได้ส่งร่างของจูเหวิ๋นจนลอยทะลุขึ้นไปนอนอยู่บนหลังคาบ้านของฮาซุยและกะอักเลือดคำโตออกมาเลยทันที

 

เมลฟาส : เปล่าประโยชน์น่า เจ้าหมอนี่มันมีร่างกายเป็นคอนกรีต คงเป็นพลังคอมมานด์สีแดงของมันนั่นแหละ

 

 

เมลฟาสพูดออกมาขณะที่เธอค่อยๆลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ตอนนี้โชกุกับเกรด้านั้นได้วิ่งไปอยู่หลังบ้านแล้ว โดยเกรด้านั้นก็ไม่ลืมที่จะพยุงร่างของคุณนายราเม็นมาด้วย

 

เกรด้า : มาเร็วค่ะคุณราเม็น ทำดีแล้ว

 

เกรด้าพยายามคุณนายมชราเม็นมาเรื่อยๆแต่แล้วราเม็นก็ได้หยุดชะงักเท้าตัวเองและยื้อแรงพยุงตัวของเกรด้าเอาไว้

 

เกรด้า : คุณนาย!? ฝืนแรงไว้ทำไมหละค่ะ!?

 

ราเม็น : ..โชกุ ช่วยหยิบของที่อยู่ใต้พรมบ้านให้หน่อย

 

โชกุแม้จะยังสงสัยแต่เธอก็ไปเปิดพรมปูพื้นขึ้นมาและสิ่งที่เธอเจอก็คือปืนลูกซองสีดำใหญ่ยาวที่ซ่อนอยู่ใค้พรมนั้น โชกุหยิบมันขึ้นมาพร้อมทำหน้าตกใจออกมา

 

โชกุ : นี่มันปืนหนิค่ะ!?

 

 

ราเม็น : เกรด้า ปล่อยชั้นไว้ตรงนี้แหละ

 

 

เกรด้า : คุณนายไม่หนีเหรอค่ะ!?

 

 

ราเม็น : หนีไปเหรอ ? ฮ่าๆๆๆๆ สภาพของชั้นก็เก่าแก่ขนาดนี้แล้ว ถึงหนีรอดไปชีวิตชั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันเชียว พวกเธอไปเถอะชั้นจะไปช่วยสามคนนั้น

 

เกรด้า : แต่คุณนาย

 

ราเม็น : ไปเถอะ

 

คุณนายราเม็นกล่าวก่อนที่เธอจะเดินหันหลังกลับไปเพื่อช่วยสู้ ทำให้โชกุและเกรด้าไม่ยอมไปเธอยืนอออยู่ที่หน้าประตูทางออกหลังบ้านนั้นและมองดูคุณนายราเม็น

 

ราเม็นเธอได้เล็งปืนลูกซองไปหาอสูรพันธ์ตนนั้น ซึ่งเมื่อเล็งเสร็จเธอก็ไม่รอช้าที่จะลั่นไกปืนลูกซองใส่

 

ปั้ง!! เพล้ง!

 

 

ได้ผล! ความแรงของปืนลูกซองทำให้แขนของอสูรพันธ์ตนนั้นที่มีลักษณะเป็นเสาหินเกิดรอยแตกเป็นวงขนาดเท่าฝ่ามือขึ้น อสูรพันธ์ตนนั้นสะดุ้งนิดหน่อย คุณนายราเม็นเธอไม่กลัวตายอีกแล้วเพราะอายุของเธอที่ปามาปูนนี้ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องตายอยู่ดีในภายหน้า

 

ราเม็น : เข้ามาเลย! ชั้นไม่กลัวแกหรอก! จิมมี่! หนีไป!

 

ราเม็นบอก จิมมี่แม้เขาจะอยากช่วยแค่ไหนเขาก็คงช่วยทำอะไรไม่ได้จึงต้องจำใจยอมเดินกะเผกหนีออกมาอยู่กับพวกเกรด้า

 

กร็อบ~

 

เมลฟาส : โอ้ย!?

 

 

เมลฟาสรู้สึกได้เลยว่ากระดูกซี่โครงของเธอหักทำให้การลุกขึ้นของเธอนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งกว่าเธอจะลุกขึ้นมันก็ช้าเกินไปแล้วเพราะว่าเจ้าอสูรพันธ์นักฆ่าตนนั้นได้เดินปรี่เข้าไปหาคุณนายราเม็นพร้อมง้างหมัด

 

ขณะที่คุณนายเขาเอาแต่บรรจุกระสุนใหม่อยู่!

 

เกรด้า : ระวังค่ะ!!!

 

ราเม็น : 0_0!!?

 

 

โครมมมมม!!

 

 

ไม่มีทางหลบได้ทัน คุณนายราเม็นถูกอสูรพันธ์ตนนั้นซัดหมัดเสาหินชกใส่ร่างของเธอจนไปอัดก็อปปี้เข้ากับผนังบ้านจนผนังบ้านยุบแตก

 

ร่างของคุณนายราเม็นฝังเข้าไปในกำแพงนั้น พร้อมกระดูกในร่างเกือบทุกส่วนที่หักจนยากเกินกว่าจะรอด

 

เกรด้า : ไม่น้าาาาา!! ToT

 

 

จิมมี่ : เกรด้า! อย่า! เราช่วยเธอไม่ได้แล้ว!

 

เกรด้าร้องไห้ออกมาเป็นสายทันทีเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น จิมมี่ต้องเข้าไปบังตัวเกรด้าเอาไว้ไม่ให้วิ่งไปหาร่างของคุณนายราเม็นเพราะอสูรพันธ์ตนนั้นยังคงยืนอยู่ตรงนั้น โชกุเอามือปิดปากและร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้าโศกปนกลัว จูเหวิ๋นตาเบิกกว้างและรู้สึกอาลัยอาวอนทันทีเช่นเดียวกับเมลฟาสและอลิซ

 

เมลฟาส : ไอ้สารเลวววววววว!!

 

 

กึ้ก!

 

เมลฟาสได้กระโดดเกาะด้านหลังอสูรพันธ์ตนนั้นพร้อมใช้ดาบล็อคคอมัน เกิดการต่อสู้กันขึ้นระหว่างเมลฟาสกับอสูรนักฆ่า จูเหวิ๋นก็เข้าช่วยโดยการไสลด์ไปกับพื้นแล้วสะบัดหอกฟันเข้าที่ข้อเท้าของอสูรพันธ์ตนนั้นจนมันทรุดลงกับพื้น

 

แม้พลังไฟเธอจะทำร้ายมันไม่ได้ แต่เธอก็สามารถใช้มันเพิ่มความเร็วให้ตัวเองโดยมีหอกเป็นอาวุธที่พอสร้างรอยขีดข่วนบนร่างของมันได้

 

เมลฟาส : ไป!! หนีไป!! เดี๋ยวพวกเราต้านมันไว้เอง!!

 

 

เกรด้า อลิซ จิมมี่ และโชกุจำต้องวิ่งหนีออกมาจากบ้านผ่านทางหลังบ้านโดยให้สองคนนั้นพยายามถ่วงเวลาเอาไว้ แต่สุดท้ายเจ้าอสูรนักฆ่าก็ใช้มือจับตัวเมลฟาสขว้างออกไผนอกหน้าต่างหลังบ้าน

 

พร้อมกับจับตัวของจูเหวิ๋นโยนทะลุประตูหลังบ้านตามพวกเกรด้าออกมาด้วย

 

เพล้ง! ( เสียงร่างเมลฟาสชนหน้าต่าง )

 

โครม! ( เสียงร่างจูเหวิ๋นชนประตู )

 

เกรด้า : กรี๊ด!?

 

จิมมี่ : ทั้งสองคน!?

 

 

"หมดทางหนีแล้ว"

 

อสูรพันธ์นักฆ่าตนนั้นกล่าวออกมาพร้อมเดินออกมาทางหลังบ้าน

 

เกรด้า : นายต้องการอะไร!?

 

เกรด้าตะโกนถามด้วบใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา อสูรพันธ์นักฆ่าตัวนั้นก็ยกยิ้มอย่างไร้เยื่อใยพร้อมง้างหมัดเตรียมชกใส่พวกเกรด้า

 

"ก็เพราะว่าพวกแกเป็นครอบครังที่แสนอบอุ่นของเจ้าเด็กพลังน้ำหมึกนั่นหนะซิ ชั้นถึงถูกจ้างมาเพื่อเอาพวกแกซักคนสองคนเป็นตัวประกัน ถ้าจะโทษก็ไปโทษเจ้าเด็กนั่นเอาเองแล้วกัน!"

 

 

จิมมี่ : ฮาซุยเหรอ!? 0_0

 

จิมมี่รู้ได้ทันทีว่านักฆ่าคนนี้ถูกจ้างมาจากคนเดียวกับที่พยายามเล่นงานฮาซุยแน่ๆเพราะเหตุผลที่มันว่ามา แต่ก่อนที่ทุกคนจะโดนต่อยโชกุก็เหลือบไปเห็นว่าที่หลังบ้านนี้มันมีต้นไม้ปลูกอยู่

 

ซึ่งมันก็เป็นต้นข้าวโพดกับฟักทอง โชกุเหลือบตามองอลิซที่มองมาที่เธอเช่นกัน เหมือนทั้งคู่จะวางแผนไว้ในใจแล้วและในตอนนั้นเอง

 

โชกุ : ย้าาาาาาาาา!! >-<

 

 

แซกๆๆๆๆๆๆๆ~

 

โชกุได้สะบัดมือไปข้างหน้าแล้วทำการควบคุมให้ต้นข้าวโพดนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเลื้อยลำต้นที่เป็นเถาวัลย์ยาวสีเขียวเช้าไปพันร่างของอสูรพันธ์ตนนั้นพันธนาการร่างมันเอาไว้ไม่ให้ขยับ ก่อนที่โชกุจะควบคุมฟักทองให้มันเอาลูกฟักทองที่โตเต็มที่พอดีไปฟาดใสาหน้าของอสูรพันธ์ตนนั้นจนฟักทองแตกเลอะทั่วหน้าปิดทัศนวิสัยของอสูรพันธ์ตนนั้นจนมองไม่เห็นและขยับไม่ได้

 

"โอ้ย!? ตาชั้น!?"

 

โชกุ : อลิซ!!

 

อลิซ : ลาก่อนนะไอ้สารเลว!!

 

 

อลิซพูดออกมาขณะที่มือทั้งสองข้างของเธอที่ชาร์จพลังลำแสงเลเซอร์สีขาวสว่างเอาไว้จนมันมีอนุภาพมากพอเธอก็ยิงมันออกมาเป็นลำแแสงเส้นตรงใส่ที่อกอสูรพันธ์ตนนั้น

 

 

ตู้มมมมม!!

 

 

ลำแสงเลเซอร์เจาะทะลุอกอสูรพันธ์ตนนั้นเป็นรูโบ๋ และแสงเลเซอร์นั้นยังทะลุบ้านของพวกเขาไปยันหน้าบ้านและลำแสงเลเซอร์นั้นก็เผาทำลายพื้นถนนที่อยู่หน้าบ้านจนไหม้หายไปเป็นแถบเพราะความแรงของเลเซอร์ที่มหาศาลมากเป็นพิเศษ

 

ร่างของอสูรนักฆ่าล้มตึงและสิ้นใจตาย เมื่อจัดการศัตรูได้สำเร็จ เกรด้าก็รีบวิ่งไปดูอาการคุณนายราเม็นเพราะหวังว่สเธอจะยังมีชีวิตอยู่

 

แต่มันก็คงเป็นไปได้ยากที่คุณนายราเม็นจะมีโอกาสรอด

 

 

เกรด้า : ฮึก ฮึกๆ ฮือ~~ T-T

 

จิมมี่เดินเข้ามาปลอบเกรด้า เมลฟาสกับจูเหวิ๋นที่ถูกโยนออกมาก็ได้รู้สึกตัวตื่นขึ้น

 

เมลฟาส : มันตายแล้วเหรอ!?

 

อลิซ : ใช่ มันตายแล้ว...คุณนายราเม็นก็..

 

เมลฟาส/จูเหวิ๋น : ...

 

 

แต่ในระหว่างนั้นเอง

 

เอเร็ค : ไอ้ไร้ประโยชน์

 

เสียงที่แหบพร้าและทุ้มต่ำของอสูรพันธ์ตนนึงที่มานั่งยองอยู่บนหลังคาหลังบ้านได้กล่างขึ้นขณะมองดูร่างไร้วิญญาณของนักฆ่ารับจ้างที่มันส่งมาตายเปล่า

 

เอเร็คปรากฏตัวขึ้นและทำให้ทุกคนที่อยู่หลังบ้านพากันหันไปมองมัน( ยกเว้นจิมมี่กับเกรด้า )

 

โชกุ : แล้วนี่แกเป็นใครเนี่ย!?

 

จูเหวิ๋น : แกใช่ไหม!? ที่ส่งนักฆ่าคนนี้มาหนะ!?

 

เอเร็ค : สุดท้ายชั้นก็ต้องมาทำมันเอง น่ารำคาญเสียจริง

 

เมลฟาส : ไอ้อสูรเลว!! อย่าอยู่เลย!!

 

 

เมลฟาสในตอนนี้เธอได้โมโหมากแล้วกระโจนเข้าไปง้างดายจะฟันใส่เอเร็ค แต่เมื่อเธอสะบัดดาบฟันใส่เขา

 

หมับ!

 

เอเร็คกลับสามารถใช้มือเปล่าจับดาบของเมลฟาสเอาไว้ได้ และทันใดที่เอเร็คเอามือจับดาบของเมลฟาสนั้นเอง

 

แกร็กๆๆๆๆๆๆๆ~

 

 

ดาบของเมลฟาสก็ได้ค่อยๆปรากฏเส้นใยสีเขียวที่เจริญเติบโตเป็นกลุ้มก้อนสิ่งสกปรกสีเขียวแก่ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยจำนวนของมันก็เพิ่มอย่างรวดเร็วทำให้ดาบของเมลฟาสเริ่มเปราะ

 

เมลฟาส : ( อะไรกัน!? พลังคอมมานด์นี่! ...เชื้อราเหรอ!? )

 

เมลฟาสคิดพร้อมพยายามออกแรงดันดาบใส่เรื่อยๆแต่สุดท้ายแล้ว

 

เพล้ง!

 

ดาบของเธอที่เปราะเต็มทีก็ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆคามือของเอเร็ค และไม่ทันที่เธอจะได้อุทานอะไรออกมา

 

พัวะ!!

 

เมลฟาส : อั้ค!?

 

เธอก็ถูกเอเร็คซัดหมัดใส่จนกระเด็นตกหลังคาบ้านมา

 

อลิซ : คุณเมลฟาส!? อะ! จะทำอะไรหนะ!?

 

อลิซโวยวายออกมาเมื่อเอเร็คได้ยื่นแขนที่มีลักษณะเป็นเหมือนเถาวลัย์สีเขียว ซึ่งมันก็คือเชื้อราที่จับกลุ่มเป็นก้อน เอเร็คได้ใช้แขนเชื้อราของเขาจับตัว จูเหวิ๋น อลิซและโชกุขึ้นมา

 

โชกุ : ปล่อยน้าาาาาา!! >0<

 

จูเหวิ๋น : โธ่เว้ย~

 

เอเร็ค : เอาไปแค่พวกเธอสามคนก็พอแล้ว

 

เอเร็คกล่างก่อนที่มันจะออกตัวกระโดดข้ามหลังคาบ้านต่อๆกันไปจนกระทั่งลับตาจิมมี่และเกรด้าที่โชคดีหลบอยู่ในบ้านทำให้ไม่โดนจับไปด้วย

 

เกรด้า : ไม่นะ! 0_0

 

 

จิมมี่ : ชั้นว่าเราต้องไปบอกฮาซุยแล้วแหละ! เขาต้องช่วยเราได้แน่!

 

หลังจากนั้นจิมมี่ เกรด้า กับเมลฟาสก็พากันไปหาโทรศัพท์เพื่อที่จะโทรหาฮาซุยกัน

 

 

 

ทางด้านฮาซุย สู่เกมที่ 12

 

เกมนี้เป็นเกมสุดท้ายที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้เป็นจอมมาร

 

โดยในเกมนี้จะมีอสูรพันธ์ตนนึงถูกเชิญมาเป็นผู้เล่นเกมนี้ อสูรพันธ์นั้นมีชื่อว่ามาออส

 

โดยที่มาออสนั้นเป็นอสูรพันธ์นักการเมืองที่ยึดมั่นในหลักความยุติธรรมและระเบียบวินัย และสาเหตุที่เขาถูกเชิญมาก็เพราะว่าเกมนี้ มาออสจะเอ่ยปากถามคำถามเหล่าผู้เล่นและให้ผู้เล่นตอบ จากนั้นเขาจะพิจารณาคำตอบของผู้เล่นว่าเขาคนนั้นเหมาะที่จะเป็นจอมมารไหม

 

โดยมาออสนั้นมีลักษณะเป็นอสูรพันธ์เพศชายครึ่งคนครึ่งนก แต่เป็นนกโครงกระดูก มีหางยาวที่ไร้เนื้อหนัง มีแผงบนศีรษะเหมือนไดโนเสาร์ หุ่นบางผอมและมีลักษณะท่าทางการยืนที่ดูสง่า

 

 

มาออส

 

มาออส : คุณผู้เล่น ถ้าหากว่าคุณมีผู้ช่วยคนนึงที่อยู่กัยคุณมาหลายปี เขามีความชาญฉลาดแต่กลับมีปมด้อยเรื่องร่างกายที่อาจไม่สมประกอบ...คุณจะทำยังไงกับเขา ?

 

 

มาออสเอ่ยถามผู้เล่นที่เดินมาอยู่ตรงหน้าเขา อสูรพันธ์ผู้เล่นคนนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจทันที

 

"ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหมอนั่นจะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำประโยชน์ได้ไม่มากชั้นก็แค่ส่งเขาไปซื้อแขนขาเทียมแล้วหาผู้ช่วยใหม่"

 

มาออส : ...คุณไม่ผ่าน

 

 

พูดจบมาออสก็สะบัดหางของเขาวาดลงบนพื้นเป็นวงกลมล้อมรอบตัวอสูรพันธ์ผู้เล่นคนนั้น

 

ก่อนที่ลอยวาดบนพื้นจะเกิดเป็นประตูมิติทรงกลมและทำให้ร่างของอสูรพันธ์คนนั้นร่วงทะลุผ่านประตูมิติไปทันที

 

"จ้ากกกกกก!!"

 

 

ร่างของอสูรพันธ์คนนั้นร่วงผ่านประตูมิติแล้วมาโผล่ที่หน้าประตูทางเข้ามิติ deathworld

 

ทำให้ผมเดาได้ว่าความสามารถคอมมานด์ของมาออสนั้นน่าจะเป็นการเปิดประตูมิติอะไรศักอย่างนี่แหละ

 

ตอนนี้เหลือผู้เล่นแค่สามคนรวมผมด้วยแล้ว โดยผู้เล่นสามคนได้มายืนต่อแถวกันเพื่อทำการรอรับฟังคำถามของมาออสทีละคน

 

เซฟิส เบล และดิบราสยืนรอลุ้นอยู่นอกแถว

 

ตอนนี้สถานที่ที่เราอยู่เป็นสถานที่ที่เหมือนเป็นมิติลึกลับที่รอบตัวถูกปกคลุมด้วยเมฆสีฟ้า มีพื้นที่เป็นพื้นสนามสีแดงเข้มเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 กิโลเมตรลอยอยู่เป็นพื้นที่ให้พวกเรายืนเหยียบบนมัน

 

และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือด้านหลังของมาออสมันมีมงกุฎจอมมารสีทองสง่าวางไว้บนหมอนรองอยู่บนฐานวางมงกุฏล่อตาล่อใจพวกผู้เล่นที่ฝ่าฝันอะไรหลายๆอย่างมามากกว่าจะถึงจุดนี้

 

มาออส : ถ้าท่านสามารถมีภรรยาหลายคน ท่านจะรักใครมากที่สุด ?

 

มาออสดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่มองนิสัยคนเก่งมาก อย่างเช่นคนนี้มาออสก็ดูออกว่าเป็นพวกบ้าผู้หญิงเขาจึงถามไปแบบนั้น และคำตอบที่ได้มาคือ

 

"ใครสวยเด็ดสุดชั้นก็รักคนนั้นมากที่สุดแหละ~! *w*"

 

มาออส : ไม่ผ่าน!

 

ฟุบ~! ( มาออสเปิดเปิดประตูมิติ )

 

"อะไรว้าาาาาา!?"

 

 

สุดท้ายคิวก็มาถึงตาผมที่เป็นคนสุดท้าย มาออสมองดูพิจารณาตัวผมอยู่ครู่นึง ก่อนที่เขาจะเอ่ยถาม

 

มาออส : เจ้าหนู...ถ้าหากว่าเธอได้เป็นจอมมาร...เธอจะคิดยังไงกับพวกเรา ?

 

 

มาออสเอ่ยถามซึ่งมันก็ทำให้ผมเกิดชะงักไปครู่ใหญ่ คิซูกิรู้ได้ทันทีว่าทำไม

 

คิซูกิ : นั่นซินะ

 

 

เรบิโกะ/แบนชี/วิคตอเรีย : ...

 

 

คิซูกิ : บางทีเจ้าหนูนั่น ถ้าหากเขาได้เป็นจอมมารหละก็...เขาอาจจะไม่สนใจพวกเราอีก มนุษย์จะกลับมายิ่งใหญ่ส่วนปีศาจจะถูกกวาดล้าง สิ่งที่เราทำกับพวกมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัย....ฮาซุยหนะ เขามานี่เพื่อเพื่อนพ้องมนุษยชาติของเขา หลังจากที่เขาได้เป็นจอมมารแล้วอาจจะไม่สนใจพวกเราอีกต่อไป

 

เรบิโกะ/แบนชี/วิคตอเรีย : ...

 

 

 

มาออส : ..ถ้าเธอเป็นจอมมารแล้ว...เธอจะคิดยังไงกับเรา ?

 

มาออสทวนคำถาม ผมยังคงเงียบต่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่ผมจะเงยหน้าขึ้นแล้วตอบไปตามตรง

 

ฮาซุย : ผมจะคิดแบบที่ผมเคยคิดกับพวกเขามาตลอด

 

 

คิซูกิ/เรบิโกะ/แบนชี/วิคตอเรีย : ...

 

 

เซฟิส/ดิบราส/เบล/ปีเตอร์ : ...

 

 

ฮาซุย : ...พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมโลกกับเรา ผมรู้ว่าพวกเขาเคยเจอเรื่องเลวร้ายมามากก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้ พวกเขาแค่ทำไปเพื่อพาเผ่าพันธ์ตัวเองขึ้นที่ที่สูงกว่าเดิมเท่านั้น มันไม่ใช่ความผิดของพวกเขาที่ผมจะต้องไปโกรธแค้น...เราสามารถพาตัวเองก้าวหน้าได้ ...แต่อย่าได้ทิ้งใครไว้ด้านหลัง

 

 

ผมตอบก่อนจะทิ้งท้ายไว้ด้วยคำพูดประจำตัวของท่านฮิตซู ซึ่งคำตอบของผมก็ได้ทำให้เหล่าอสูรพันธ์ตาเป็นประกาย บางคนก็ตื้นตันใจจนร้องให้ออกมาเลย

 

มาออส : ให้ตายซิ 0_0

 

มาออสกล่าวออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆโน้มตัวลงแล้วกลายเป็นท่าคุกเข่าคารวะให้ผม

 

มาออส : ...เธอคือจอมมารที่แท้จริง

 

 

มาออสกล่าวออกมาด้วยความนับถือที่แท้จริงที่มีต่อตัวผม ก่อนที่เหล่าอสูรพันธ์และทุกคนที่ดูรายการนี้อยู่พากันคุกเข่าคารวะผมกันหมด

 

ผมยิ้มออกมาเมื่อพบว่าตัวเองสามารถทำให้อสูรพันธ์ยอมรับในตัวผมได้แล้ว ผมทำตามเจตนารมณ์ของคุณฮิตซูสำเร็จ!

 

 

แต่ในขณะที่เวลาที่แสนดีกำลังดำเนินไปอยู่นั้น

 

 

เอเร็ค : เจ้าหนูฮาซุย!!!

 

 

จู่ๆภายในมิติ deathworld ก็ได้ปรากฏภาพโฮโลแกรมของอสูรพันธ์ชั่วที่มันฆ่าฮิตซู เอเร็คได้ติดต่อมาหาผมการติดต่อมาของมันทำให้ทุกคนที่ดูเกมการแข่งอยู่พากันตกตะลึง

 

ฮาซุย : แก!?

 

ผมหันไปหามันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นพร้อมกำหมัดแน่นทันที

 

เอเร็ค : ไงเจ้าหนูฮาซุย คำพูดนายเมื่อกี้นี้ดูท่าจะได้ใจเหล่าอสูรพันธ์ทุกตนไปเลยนะ รู้สึกยังไงบ้างหละที่ได้รับเสียงชื่นชม มีความสุข ? ยิ่งใหญ่ ? หึกเหิม ?

 

ฮาซุย : รู้สึกอยากจะรับผิดชอบหน้าที่นี้ให้ดี โดยการจับนายมาลงโทษให้สาสมกับสิ่งที่คุณทำกับฮิตซู

 

 

ผมพูดพร้อมบินขึ้นไปหาหน้าจอแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

เอเร็ค : โอ้ ใจกล้าดีหนิ งั้นชั้นจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้ชั้นจับเพื่อนนายสามคนเป็นตัวประกันเอาไว้แล้ว ดูซะ

 

 

ว่าแล้วเอเร็คก็จับกล้องหันไปทางนึงทำให้ผมมองเห็นตัวของโชกุ จูเหวิ๋น และอลิซที่ถูกจับมัดอยู่ที่เสาไฟต้นนึงเอาไว้ด้วยเชือกที่ทำจากเชื้อราสีเขียว

 

ฮาซุย : โชกุ!? จูเหวิ๋น!? อลิซ!? 0_0

 

 

โชกุ : ช่วยด้วย~! ToT

 

จูเหวิ๋น : ปล่อยเรานะ!

 

อลิซ : ฮาซุย! ช่วยเราด้วย!

 

 

เอเร็ค : ชั้นต้องการพลังคอมมานด์ของนาย และอยากให้นายสละสิทธิการเป็นจอมมารซะ! ชั้นให้เวลานาย 1 ชั่วโมง มาหาชั้นที่ที่ฮิตซูอยากมาที่สุด! อย่าให้ชั้นรอเกินกว่านี้แม้แต่วิเดียว

 

 

พูดจบเอเร็คก็ตัดการสื่อสารหายไป ผมกำหมัดแน่นทันทีความโกรธเข้าครอบงำผมและผมก็ไม่รอช้ารีบไปหามาออสทันที

 

ฮาซุย : มาออส! พาผมออกนอกเกมการแข่งที!

 

มาออส : ตะแต่! เธอกำลังจะได้เป็นจอมมาร..

 

ฮาซุย : แล้วให้ผมปล่อยให้เพื่อนผมตายงั้นเหรอ!? ไม่มีทางซะหรอก! ส่งผมไปข้างนอกเดี๋ยวนี้!

 

มาออส : ...ก็ได้

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว