facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 ทวงคืนสามี !

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ทวงคืนสามี !

คำค้น : นางมาร ป่วนวัง องค์ชาย อ๋อง เทพธิดา เข้าหอกับข้าเถอะ เทพ นิยายจีนโบราณ โรมานซ์ หักหลัง แก้แค้น

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 501

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2563 22:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ทวงคืนสามี !
แบบอักษร

ดวงจันทร์ลอยเหนือนภานานแล้ว อ๋องเยี่ยเหลียงและเซี่ยะเหลียนจึงกลับถึงวังอ๋อง และเมื่อทั้งคู่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลางเรือนใหญ่ ก็พบกับครอบครัวของราชครูที่นั่งล้อมโต๊ะกินข้าว หากแต่กับข้าวบนโต๊ะยังไม่ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย 

 

“คาราวะท่านราชครู” 

อ๋องเยี่ยเหลียงประสานมือทำความเคารพ 

 

ปัง ! 

 

ราชครูตั้งใจวางตะเกียบลงโต๊ะแรง ๆ ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ !!! 

 

“เจ้าช่างเป็นอ๋องที่ควรแบบอย่างจริง ๆ พาหญิงรับใช้ชมวัง แล้วปล่อยให้พระชายาของตนเองเฝ้าเรือน และทิ้งให้พ่อตาแม่ยายนั่งรอทานข้าวเย็น ประเสริฐนัก ประเสริฐนัก !”  

ใบหน้าอวบอูมแดงก่ำของราชครูนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโกรธเกี้ยวสักแค่ไหน เดิมทีเขาคิดว่าอ๋องเยี่ยเหลียงก็เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่มีภรรยามากกว่าหนึ่งคนได้ แต่เมื่อเขาต้องมานั่งหิ้วท้องรอร่วมโต๊ะอาหารกับบุตรเขยนานถึงสามชั่วยามมันก็สุดจะทนจริง ๆ ซ้ำบุตรสาวของเขาต้องถูกสามีทิ้งให้อยู่เฝ้าเรือนอย่างไม่ไยดี ! 

 

“ข้าขออภัยท่านราชครูเป็นอย่างยิ่ง ข้าเพิ่งกลับจากงานน้ำชา ไม่ทราบจริง ๆ ว่าท่านจะมาเยือนจึงไม่ได้เตรียมต้อนรับ” 

อ๋องเยี่ยเหลียงก้าวขึ้นหน้าใช้ร่างสูงใหญ่บังเซี่ยะเหลียนเอาไว้  

 

“ฮึ !” 

ท่านราชครูสะบัดแขนเสื้อ อย่างไม่รับฟังคำแก้ตัวใด ๆ 

 

“เอาเถอะ ๆ ไหน ๆ ท่านอ๋องเยี่ยก็มาถึงแล้ว พวกเรามาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันดีกว่านะ” 

ฮูหยินของท่านราชครูพยายามไกล่เกลี่ย ยังไม่ได้คุยเรื่องสำคัญกันเลย ผู้เป็นสามีก็ทำท่าจะล่มเรือเสียแล้ว ในขณะที่ท่านหญิงชิงชิงจ้องเซี่ยะเหลียงที่หลบด้านหลังของอ๋องเยี่ยอย่างแค้นเคือง  

 

       อ๋องเหลียงส่งสัญญาณให้เว่ยกงกงพาเซี่ยะเหลียนออกไปข้างนอกก่อนที่ท่านหญิงชิงชิงจะหาเรื่องให้นางเดือดร้อน แล้วจึงนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ พระชายาของเขา ท่านราชครูจึงยอมหยิบตะเกียบขึ้นมานำทุกคนทานอาหาร 

 

       “ท่านอ๋อง เราก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วไยต้องเรียกท่านราชครู เรียกท่านพ่อ และเรียกข้าว่าท่านแม่ เหมือนกับชิงเอ๋อร์เรียกจะดูเหมาะกว่า” 

       หญิงสูงวัย หากแต่มีเค้าโครงความงามฉายอยู่ในหน้าเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าอารมณ์ทุกคนค่อย ๆ สงบลงแล้ว  นางต้องลดระยะห่างระอ๋องเยี่ยเหลียงกับครอบครัวของนาง เพื่อที่เขาจะได้ยอมรับในตัวบุตรสาวของนางง่ายขึ้น 

 

       “ท่านพ่อ ท่านแม่” 

       อ๋องเยี่ยเหลียงยอมแต่โดยดี เพื่อลดอารมณ์ขุ่นเคืองของราชครู เหตุที่เขาไม่ยอมเรียกอย่างชนิดชิดเชื้อตั้งแต่ต้นเพราะเขายังไม่ยอมรับท่านหญิงชิงชิงเป็นภรรยาอย่างแท้จริง 

 

“ดีมาก ต่อไปนี้ข้ากับท่านราชครูก็จะได้ตายตาหลับสักที ชิงเอ๋อร์ของเรามีคนดูแลแล้ว แม่ฝากน้องด้วยนะลูก” 

ฮูหยินยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง บุตรสาวลูบมือนางเบา ๆ พลางลอบยิ้มให้กันและ 

“อ่อ ยังมีอีกเรื่องที่แม่กังวลใจนัก ขอพูดกับเจ้าตรง ๆ สักหน่อยได้ไหม” 

 

       “ท่านแม่ไม่ต้องเกรงใจ โปรดเอ่ยมาเถิด” 

        

“ชิงเอ่อร์ของเราได้แต่งเข้าวังอ๋องถูกต้องตามประเพณีทุกอย่าง แต่เจ้ากลับให้นางพักที่เรือนรับรอง แม่เกรงว่าเจ้าจะตกเป็นที่ครหา และแม่กับท่านราชครูก็จะถูกดูหมิ่นได้” 

มารดาของท่านหญิงชิงชิงเป็นออกปากเอง ในขณะที่บุตรสาวหลุบตาลงต่ำ  

 

“เรื่องนี้ ก็ข้าคิดอยู่เช่นกัน เพียงแต่ว่าช่วงนี้ยุ่ง ๆ จึงไม่เวลาจัดการ จนต้องลำบากท่านทั้งสองมาถึงจวนอ๋อง” 

แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่ความนัยน์บ่งบอกว่าเขาเองก็รู้เช่นกันว่าท่านชิงชิงกลับไปฟ้องท่านราชครูเรื่องห้องหอ แต่มันเป็นเรื่องในจวนของเขาที่ต้องสะสางเองคนอื่นไม่ควรแหย่มือเข้ามาสอด  

 

“ลำบากที่ไหนกันหล่ะเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” 

ฮูหยินยิ้มเจื่อน ๆ ส่วนผู้เป็นสามีได้แต่คำรามฮึในคอ 

 “เจ้าก็ให้ชิงเอ่อร์พักที่เรือนหอไม่ดีกว่ารึ ไหน ๆ ก็ตบแต่งกันแล้ว” 

ฮูหยินราชครูค่อย ๆ ตะล่อมชี้นำให้อย่างไม่ยืดเยื้อ 

 

“เอ่อ คือ” 

อ๋องเยี่ยเหลียงมีสีหน้าลำบากใจ  พระชายาตวัดสายตามองดูสามีตน มีหรือนางจะไม่รู้เหตุใดเขาถึงไม่ยอมรับปากเลย  

 

“คงไม่ได้หรอกท่านแม่ เพราะห้องหอของท่านอ๋องบัดนี้ไม่ว่างสำหรับตำแหน่งพระชายาเสียแล้ว” 

ท่านหญิงชิงชิงอดประชดประชันไม่ได้ 

 

วาจาอ่อนหวานนั่นเหมือนจะรู้ใจท่านอ๋อง แต่กลับทิ่มแทงใจเขานัก ท่านราชครูถึงกับถลึงตาใส่อ๋องเยี่ยแล้วตวาดขึ้น 

“ถ้าห้องหออ๋องไม่ว่างสำหรับพระชายา แล้วจะว่างสำหรับผู้ใด ! ท่านกล้าขัดพระบรมราชโองการรึ !” 

 

อ๋องเยี่ยเหลียงมองราชครูไม่หลบสายตา เพราะเขาไม่กล้าขัดพระบัญชา เขาจึงต้องยอมอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้า คลายไม่ออกเช่นนี้ แต่เมื่อเหตุการณ์มันเลยเถิดถึงขั้นนี้เขาก็ต้องยอมจำนน  

“คืนนี้ ลูกจะสั่งคนให้ย้ายของน้องหญิงเข้ามาเรือนหอพ่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” 

 

“ฮึ !” 

ราชครูสะบัดตัวลุกขึ้น ไม่มีอารมณ์จะร่วมโต๊ะอาหารกับผู้ใดอีกแล้ว ฮูหยินจึงฝืนยิ้มขึ้นมาทีหนึ่ง แล้วกล่าวคำร่ำลาบุตรสาวและบุตรเขย ก่อนตามราชครูกลับจวน 

 

 

.................................................................................... 

 

“ท่านพี่.....” 

พระชายาผลักประตูห้องเข้ามาโดยไม่ต้องรอให้ผู้เป็นเจ้าของห้องอนุญาต เพราะอย่างไรเสียห้องนี้ก็เป็นห้องของนางแล้ว 

 

อ๋องเยี่ยเหลียงยังคงนั่งนิ่งที่โต๊ะมุมห้อง ดวงตาจับจ้องตำราในมือโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบรับนางแม้แต่น้อย ท่าทีของเขานั้นทำให้กำลังใจของพระชายาที่ต้องการเผด็จศึกสามีหายไปส่วนหนึ่ง แต่เมื่อคิดว่าคืนนี้นางต้องอยู่ในห้องหอกับท่านอ๋องทั้งคืน ดวงหน้าสวยก็ยิ้มพรายขึ้นเต็มหน้า 

 

“ดึกแล้วไยท่านพี่ยังตรากตรำอ่านตำราอยู่อีก ท่านพี่โปรดถนอมพลานามัยด้วย” 

ร่างอรชรในชุดรัดอก กระโปรงจีบรอบ ด้านบนคลุมไว้เพียงผ้าโปร่งเบาบาง เปิดเผยเนินเนื้ออกที่ล้นทะลักออกมาอย่างเห็นได้ชัด 

 

พระชายาขยับเข้าชิดวาดมือนุ่มแตะลงที่แขนผู้เป็นสามี ต่อให้เป็นยอดบุรุษที่ไหนก็ต้องละสายตาจากทุกสิ่งแล้วเหลียวมองสตรีข้างกาย แสงเทียนกลางห้องส่องแสงวับแวม ขับให้ผิวนวลภายใต้ผ้าโปร่งดูน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น 

 

“ท่านพี่ นี่ก็ดึกมากแล้ว ได้เวลาพักผ่อนแล้วเพคะ” 

พระชายานั่งลงข้างกาย แนบอกนุ่มเข้าหาต้นแขนแกร่ง ริมฝีปากแต้มสีแดงอ่อน ๆ ระเรื่อเผยอออกน้อย ๆ อย่างออดอ้อน 

 

“อะ เอ่อ น้องหญิง” 

อ๋องเยี่ยเหลียงขนลุกเกรียวขึ้นทั่วตัว สัญชาติญาณดิบในการชายมันถูกปลุกด้วยกลิ่นหอมละมุนของเนื้อสาว เขารีบวางหนังสือแล้วพยายามดันเรือนร่างนุ่มนิ่มที่เบียดแซะเขาออก ก่อนที่เขาจะห้ามตนเองไว้ไม่ไหว 

 

“เพคะท่านพี่” 

พระชายาช้อนตาหวานฉ่ำขึ้นมองราวกับสาวน้อยผู้ไร้เดียงสา แต่เมื่อเห็นผู้เป็นสามีคล้ายจะต้านทานการเย้ายวนของนางไม่ไหวแล้ว ร่างอรชรจะขยับชิดยิ่งขึ้นพร้อมกับโน้มคอบุรุษหนุ่มเข้าหา ริมฝีปากแดงระเรื่อสัมผัสกับริมฝีปากของอ๋องเยี่ยดังใจปรารถนา 

 

“อืม” 

 

 

 

 

ความคิดเห็น