โซตะ นัตสึเมะ นายสถานีรถไฟหนุ่มของเราจะช่วยไขปริศนาของบรรดาผู้โดยสารได้ด้วยวิธีไหน มาลุ้นกัน! <อัพวันละตอน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-9 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-9 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 232

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2563 09:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-9 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม
แบบอักษร

เมื่อมองตรงไปยังสวนกว้างจะเห็นทางรถไฟยกระดับอยู่ไกลๆ ต่อเนื่องไปกับหลังคาที่เรียงราย

ขบวนรถไฟสีเงินที่ฉาบด้วยแสงอาทิตย์ส่องประกายระยิบระยับกำลังเคลื่อนผ่าน ได้ยินเสียงเสียดสีระหว่างล้อรถกับรางแว่วมาไกลๆ

“ปู่ชอบรถไฟของญี่ปุ่นและก็ชอบเวลาเป็นผู้โดยสารด้วย ดูเหมือนว่าจะชอบมาตั้งแต่ทำงานที่บริษัทการทางรถไฟแล้วละ ยิ่งตอนเดินทางไปทำงานที่ฝรั่งเศสก็ยิ่งชอบมากขึ้น ยิ่งเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมันมากขึ้น...รถไฟของญี่ปุ่นมันช่างสมกับเป็นความเป็นญี่ปุ่นดีจัง”

โคลเอ้ถามขึ้น

“ดีกว่าของฝรั่งเศสอีกเหรอคะ?”

“ปู่ชอบรถไฟฝรั่งเศสและก็ชอบรถไฟญี่ปุ่นด้วย หลานต้องลองนั่งดูซักที ไม่ใช่ชินกังเซ็นนะ แต่เป็นรถไฟธรรมดาๆ ของญี่ปุ่น ลองนั่งในฐานะผู้โดยสารธรรมดา...ลองสัมผัสถึงสิ่งที่บรรพบุรุษของปู่รวมพลังกันสร้างขึ้นมา”

“ค่ะ สักวันหนูจะลองค่ะ”

โคลเอ้รู้สึกเหมือนกับว่าถูกญี่ปุ่นแย่งคุณปู่ไปอย่างไรไม่รู้

เด็กน้อยถ่ายทอดความรู้สึกเจ็บปวดออกมาโดยไม่ปิดบัง แต่นั่นก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่จะทำให้คุณปู่วิตก

“ปู่อยากตายที่ญี่ปุ่น พร้อมๆ กับการมองรถไฟญี่ปุ่น”

“ปู่ไม่ตายหรอก...อย่าพูดเรื่องอย่างนั้นสิคะ!”

พอเห็นโคลเอ้ขบกรามแน่น คุณปู่ก็ยักคิ้วข้างหนึ่ง

“ปู่ไม่ตายง่ายๆ แน่นอน ใช่แล้วละ ปู่จะอยู่อย่างแข็งแรงไปจนกว่าหลานจะค้นพบวิธีเป็นนักวิโอล่าอันดับหนึ่งของโลก”

โคลเอ้พยักหน้าให้กับถ้อยคำแปลกๆ นั้น

“’ค้นพบ?”

คุณปู่ยิ้มกริ่ม

“วิโอล่าของหลานเป็นอันดับหนึ่งของโลก เรื่องนี้น่ะปู่รู้มานานแล้ว แต่มันมีเหตุผลบางอย่างที่โลกยังต้องค้นพบหลาน มันก็ช่วยไม่ได้นะ ไม่ว่าของที่ค้นหาจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา”

“คุณปู่...”

คุณปู่กวักมือเรียกโคลเอ้ที่น้ำตาริน โคลเอ้ซุกแก้มไปบนแผ่นอกที่มีซี่โครงปูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

“ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ปู่จะมอบช่อดอกไม้ให้นะ โคลเอ้ที่น่ารักของปู่”

โคลเอ้น้ำตาไหลอาบแก้มภายในอ้อมกอดของคุณปู่

คุณปู่ลูบหัวเธออย่างทะนุถนอมเหมือนตอนที่สัมผัสวิโอล่าครั้งแรก

ขณะที่เท้าแตะสนามบินนานาชาติปารีสชาร์ลเดอโกล เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

โคลเอ้ที่ได้ยินข่าวการเสียชีวิตของคุณปู่ยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วทรุดลงกับพื้นทันที

 

 

ขบวนรถไฟขาล่องว่างตามที่โซตะคาดการณ์ไว้

ประตูรถไฟที่เพิ่งมาถึงเปิดออก ทั้งสองจึงขึ้นรถไฟไปอย่างเงียบงัน

ผู้โดยสารในขบวนมีเพียงไม่กี่คนจึงมองเห็นที่นั่งว่างเปล่ามากมายราวกับเรื่องโกหก

โคลเอ้เดินจ้ำเข้าไปนั่งลงตรงกลาง ส่วนโซตะที่นั่งลงข้างๆ กันนั้นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

วันนี้อากาศดีทีเดียว

หญิงวัยกลางคนถือฟุโรชิกิ*ห่อใหญ่ตามเข้ามา หลังจากวางสัมภาระบนชั้นวางแล้วก็นั่งลงตรงริมหน้าต่าง ในไม่ช้าเธอก็หลับใหล โคลเอ้จ้องมองบุคคลผู้นั้นอย่างงุนงง

แม้จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ช่วงเวลาอันเงียบงันก็กำลังจะผ่านไป

แต่เมื่อเดินทางมาถึงช่องตรวจตั๋วของสถานีฟูจิโนะซาว่ากลับเกิดปัญหาขึ้นจนได้

ชั่วโมงเร่งด่วนสิ้นสุดลงแล้ว จำนวนคนสัญจรไปมาตรงที่ตรวจตั๋วเริ่มสงบ ตรงจุดขายตั๋วหัวหน้านายสถานีนานะมางาริที่มีลักษณะเหมือนทหารประจำการก็ดูมีท่าทีนุ่มนวลลงด้วยเช่นกัน

เพื่อรายงานเรื่องการนำทางให้โคลเอ้ที่สิ้นสุดลงก่อนเวลาแก่ผู้ช่วยโออิคาว่า โซตะเข้าไปยังห้องขายตั๋วแล้วส่งเสียงเรียก

เพียงชั่ววินาทีเดียวที่เขาละสายตาจากโคลเอ้

“โอ้ โซตะ เร็วมากเลยนะเนี่ย”

“ขอโทษครับ น่าเสียดาย คุณโคลเอ้ไม่ค่อยสนุกแล้วครับเลยแจ้งว่าขอพอแค่นี้ เธอจะกลับแล้วครับ”

สีหน้าของผู้ช่วยโออิคาว่าหมองลงชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ตามมา

“ก็สังหรณ์ใจไม่ดีนิดๆ ตั้งแต่ตอนที่บอกว่าจะขึ้นรถไฟช่วงเร่งด่วนแล้วละ โซตะ ไม่ใช่เพราะนายหรอกนะ เป็นใครถ้าเจอแบบนี้เป็นครั้งแรกก็คงไม่ไหวทั้งนั้น”

“ขอโทษนะครับ จะพาคุณโคลเอ้มา...”

แต่ขณะที่หันหลังกลับไป กลับเกิดเรื่องขึ้นจนได้

เขามองเห็นโคลเอ้ที่ดูสับสน เธอมองมือตัวเองสลับกับผู้คนที่สัญจรไปมา จากนั้นก็หันมามองโซตะด้วยสีหน้าราวกับว่ากำลังเดือดร้อน

ท่าทางของเธอดูกระวนกระวาย

“เกิดอะไรขึ้นครับ?”

เขาวิ่งทะยานไปหาแล้วถามโคลเอ้ที่หน้านิ่วคิ้วขมวด

“เอ่อ...เมื่อกี้ มีนายสถานีเอาตั๋วของฉันไป”

“นายสถานีเอาตั๋วไปเหรอครับ?”

“ค่ะ เพราะเขาขอดูตั๋ว ฉันก็เลยส่งให้...”

“ตรวจตั๋วอย่างนั้นเหรอ?”

ไม่ใช่แน่นอน การที่นายสถานีมาตรวจตั๋วบริเวณสถานีอย่างกะทันหันมันไม่ใช่เรื่องปกติ

“เอ่อ...ตั๋วของฉัน...”

ยิ่งเห็นท่าทีที่โซตะแสดงออกมา โคลเอ้ก็เอียงคอด้วยความวิตกกังวล

“คุณโคลเอ้ครับ ขอตรวจสอบให้แน่ใจหน่อยนะครับ มีคนมาขอตรวจตั๋วแล้วเอาตั๋วไปเมื่อสักครู่นี้เหรอครับ? ไม่ใช่ตรวจตั๋วในขบวนรถ...ไม่ใช่ภายในรถไฟใช่ไหมครับ?”

“ค่ะ เมื่อกี้นี้ เป็นผู้ชาย เขาเดินไปทางนั้น...แล้วก็หายไปในฝูงชนค่ะ”

โคลเอ้ชี้ไปที่ทางเดินซึ่งด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ ส่วนทางฝั่งขวาเป็นลิฟต์ ตรงมุมเชื่อมกับบันไดสำหรับลงไปชานชาลา

โซตะเสียวสันหลังวาบ

ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปได้เพียงอย่างเดียว

นายสถานีตัวปลอม!

“ปลอมเป็นนายสถานีแล้วมาเอาตั๋วไป...ไม่อยากจะเชื่อเลย เลวที่สุด ประเทศแบบนี้ จะไม่มาอีกแล้ว!”

ภายในสำนักงาน โคลเอ้ยังคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

ไม่น่าแปลกใจนักหรอก เพราะแม้จะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่สำหรับเธอแล้วต้องเรียกว่าเกิดเรื่องราวไม่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เธอได้แต่พูดว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลย” ซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา

“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง กรุณารอที่นี่สักครู่ ตอนนี้พวกเรากำลังค้นหา...”

หัวหน้านานะมางาริที่ดูน่าเกรงขามมาช่วยเสิร์ฟชาปลอบใจในขณะที่โซตะกับผู้ช่วยโออิคาว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

“ถ้าไม่ได้อยู่ในบริเวณสถานี ผมคิดว่าเขาน่าจะหนีขึ้นรถไฟไปแล้วละครับ”

“ก็เป็นไปได้นะ แต่ว่า...”       

 

 

 

*ฟุโรชิกิ คือศิลปะการห่อผ้าแบบญี่ปุ่น

ความคิดเห็น