โซตะ นัตสึเมะ นายสถานีรถไฟหนุ่มของเราจะช่วยไขปริศนาของบรรดาผู้โดยสารได้ด้วยวิธีไหน มาลุ้นกัน! <อัพวันละตอน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-8 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 230

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2563 09:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม
แบบอักษร

“ลองมาคิดๆ ดูแล้ว รถไฟของญี่ปุ่นกับฝรั่งเศสนี่แตกต่างกันมากเลยนะครับ”

ทั้งวัฒนธรรม ทั้งจำนวนผู้โดยสารก็แตกต่างกัน โซตะคิดเช่นนั้นพลางมองโคลเอ้ที่ใบหน้าแดงก่ำ

เธอเป็นคนใจแคบอย่างนั้นหรือ คงไม่ใช่กระมัง เพียงแต่ความรู้สึกของเราห่างไกลกันเกินไปเพราะวัฒนธรรมที่สวนทาง

“ขบวนรถไฟโดยสารช่วงเร่งด่วนของญี่ปุ่นจะทำให้เรามองไม่เห็นคนรอบข้างเลย มันเป็นการทำลายจิตสำนึก ไม่มีที่ว่างในการใช้ชีวิตของมนุษย์ซึ่งทุกคนเลือกที่จะละทิ้งไปตั้งแต่แรก เสียเวลากันไปเท่าไหร่ล่ะ กี่ชั่วโมงกี่นาทีต่อวันที่เดินทางไปทำงาน นั่นถือว่าเป็นการละทิ้งชีวิตในช่วงนาทีนั้นไปแล้ว”

แม้มันจะเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย แต่โซตะก็เลือกที่จะตอบ

“ในกรณีพนักงานบริษัทของญี่ปุ่น ค่าเฉลี่ยในการเดินทางไปทำงานคือหนึ่งชั่วโมงครับ”

"เฮ้อ"

ได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้น

“...ไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่คิดว่านี่จะเป็นพฤติกรรมของคนที่เรียกว่ามนุษย์เหมือนกันนะเนี่ย”

โคลเอ้ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ นิ่งไปสักพักหนึ่ง น่าจะห้านาทีได้ละมั้ง โคลเอ้ก็เก็บเครื่องดนตรีใส่กระเป๋าหนังและล็อกกุญแจด้วยความเศร้าสร้อย

“เข้าใจแล้วค่ะคุณโซตะ”

โคลเอ้พูดด้วยน้ำเสียงจ๋อยๆ ก่อนจะหันกลับมา

“ฉันผิดเองที่หลงเชื่อคำพูดของคุณปู่ พอแล้วละ ถ้างั้นก็กลับกันเถอะค่ะ”

“เอ่อ...”

ตั้งแต่เจอกันเวลายังผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงเลย

“กรุณาพาฉันกลับไปที่สถานีฟูจิโนะซาว่าด้วยนะคะ คนขับรถจะมารับฉันที่นั่นค่ะ ถึงจะต้องขึ้นขบวนรถไฟช่วงเร่งด่วนกลับก็เถอะ แต่ก็เป็นระยะทางแค่นิดเดียว ฉันทนได้ค่ะ”

“ขอโทษนะครับ คุณโคลเอ้ ที่ทำให้ผิดหวัง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ทางฉันเองก็ต้องขอโทษด้วย เพราะมาด้วยความคาดหวังแปลกๆ ทั้งๆ ที่คุณอุตส่าห์ใจดีช่วยนำทางให้ ขอโทษด้วยนะคะ”

โคลเอ้ถือกระเป๋าแล้วลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง ก่อนจะก้มหัวเป็นการขอโทษ

ความโกรธขึ้งจนถึงก่อนหน้านี้ของเธอได้เลือนหายไปแล้ว เธอคงจะท้อแท้และหมดกำลังใจจึงไม่ร่าเริงราวกับเป็นคนละคน

น่าอึดอัดชะมัด

โซตะรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ในลำคอจนพูดอะไรไม่ออก แถมตอนนี้ยังคิดหาวิธีที่จะทำให้เธอกลับมาเป็นคนเดิมไม่ออกเช่นกัน

“...ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปที่ชานชาลากันเถอะครับ เพราะเป็นรถไฟขาล่องผมก็เลยคิดว่าน่าจะว่างกว่าเมื่อกี้ครับ”

โคลเอ้พยักหน้าอย่างอ่อนแรง

                          

มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้

โคลเอ้ร้องเพลงและเล่นวิโอล่าอยู่ในห้องของคุณปู่ น้ำชาในถ้วยที่แม่บ้านวางไว้สั่นกระเพื่อม

เมื่อเล่นจบเพลงเธอก็ปล่อยคันชักจากสาย

คุณปู่พูดขึ้นว่า

“ดูเหมือนจะเก่งขึ้นไปอีกนะเนี่ย ยอดเยี่ยมมาก”

คุณปู่จะแสดงความปลาบปลื้มเสมอ แต่จิตใจของโคลเอ้กลับไม่เบิกบานเลย

เธอลดคันชักลงอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วถอนหายใจ

เหตุผลที่ทำให้รู้สึกเศร้ามีสองเรื่อง เรื่องแรกคือการแสดงยังไม่เรียกว่าเป็นที่น่าพอใจ

การจะขึ้นไปเป็นนักดนตรีระดับแนวหน้าได้นั้นมันเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เพราะคู่แข่งเองก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน แม้จะมุ่งมั่นตั้งใจเรียนที่กองแซร์วาตัวร์เดอปารีสมากแค่ไหน แต่มันก็ยังร้อนใจอยู่ดี

และอีกเหตุผลหนึ่ง...

“เสียดายจังที่จิบผ่านลำคอไม่ได้ ได้แค่ดมกลิ่นหอมๆ เท่านั้น แต่ก็ขอบใจนะที่อุตส่าห์เอามาให้กิน”

พูดเช่นนั้นแล้วนิ้วของคุณปู่ก็ชี้ไปที่ครัวซองต์ชิ้นบางๆ ดำเกรียม ที่แขนคุณปู่มีสายน้ำเกลือห้อยอยู่

รูปร่างที่เคยท้วมของคุณปู่นั้นตอนนี้เหลือเพียงแค่หนังกับกระดูก ลูกกระเดือกแหลมๆ ที่ยื่นออกมานั้นช่างดูน่าสงสาร

“คุณปู่ ไปโรงพยาบาลเถอะนะคะ”

โคลเอ้พูดขณะที่ยังเก็บวิโอล่าไม่เรียบร้อยดี

“การแพทย์ของญี่ปุ่นน่ะยอดเยี่ยมมากใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้น...”

คุณปู่หลบสายตา

“ช่วยอะไรไม่ได้หรอก จะถูกไล่ออกจากโรงพยาบาลซะมากกว่า การใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านสบายๆ แบบนี้เป็นสิ่งที่ปู่ชอบ แถมบางทีก็มีหลานน่ารักๆ มาเล่นดนตรีชั้นเยี่ยมให้ฟังด้วย”

โคลเอ้กัดริมฝีปากเมื่อได้ยินเสียงอันแผ่วเบานั้น

“...ถ้าอย่างนั้นคุณปู่ก็มาอยู่ที่ฝรั่งเศสสิคะ มาอยู่ด้วยกันนะคะ แล้วหนูจะเล่นดนตรีให้คุณปู่ฟังทุกวันเลย ไม่ว่าเพลงอะไรหนูก็จะเล่นค่ะ!”

คุณปู่ยิ้มอย่างลำบากใจขณะที่โคลเอ้กลั้นน้ำตาที่เริ่มเอ่อ

“ทำไมต้องอยู่ญี่ปุ่นด้วยล่ะคะ คุณแม่ คุณพ่อ หนู...อยากใช้ชีวิตอยู่กับคุณปู่นะคะ จะได้เจอกันแค่ช่วงหยุดเป็นบางครั้งบางคราวแบบนี้ หนู...”

“ปู่เบื่อหน่ายกับการขึ้นเครื่องบินแล้วละ”

คุณปู่ยักไหล่เหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ถึงกระนั้นก็จ้องมองมาที่โคลเอ้อย่างขมขื่น และค่อยๆ พูดว่า

“ปู่เจอกับย่าของหลานที่สถานีรถไฟใต้ดินปารีส”

ท่านประสานมือที่เต็มไปด้วยรอยย่นแล้วเหม่อมองออกไปแสนไกล

“ปู่ไม่รู้วิธีซื้อตั๋ว ระหว่างที่กำลังทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้นก็มีสุภาพสตรีที่สวยมากๆ คนนึงมาช่วยแนะนำให้ เธอบอกว่า 'ค่าโดยสารรถไฟใต้ดินทุกสายเท่ากันหมด ดังนั้นกดปุ่มได้เลยค่ะ' แต่ว่าตอนนั้นปู่ไม่รู้ภาษาฝรั่งเศสเลย”

“เอ๊ะ ไม่รู้เลยเหรอคะ?"

“อืม คุณย่าของหลานเป็นผู้หญิงที่มีเสียงไพเราะมากเลยนะ จังหวะเสียงสูงต่ำเหมือนร้องเพลง ได้ยินเสียงคุณย่า ปู่ก็เลยร้องเพลงญี่ปุ่นออกมาเฉย คราวนี้เลยเป็นฝ่ายคุณย่าที่งง เธอทำหน้าตาแปลกไปเลย”

ใช่ นั่นแหละคุณปู่ที่อารมณ์ดีคนเดิม

โคลเอ้หัวเราะ

“คุณย่าถือกล่องวิโอล่าเหมือนหลานตอนนี้แหละ พอได้เจอกันอีกครั้งเธอก็เล่นให้ปู่ดู ปู่ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง ทั้งเสียงของเธอ บรรยากาศ รถไฟใต้ดินของปารีส ครัวซองต์ของแอร์เม่* แล้วก็ประเทศฝรั่งเศส”

คุณปู่ที่นอนติดเตียงเงยหน้ามองเพดาน

“แต่ว่าปู่เป็นคนญี่ปุ่น”

“แล้วคุณปู่ชอบฝรั่งเศสรึเปล่าคะ?”

“ชอบมากเลยละ ทั้งฝรั่งเศสทั้งญี่ปุ่นต่างก็มีความยอดเยี่ยม เหมือนกับเครื่องดนตรีที่ยอดเยี่ยมทุกชิ้นนั่นแหละ ไม่เชื่อลองมองออกไปนอกหน้าต่างสิ”

 

 

*แอร์เม่ (Herme) คือแบรนด์ขนมหวานชื่อดังของฝรั่งเศส มาจากชื่อของเชฟปิแอร์ แอร์เม่ (Pierre Herme)

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว