โซตะ นัตสึเมะ นายสถานีรถไฟหนุ่มของเราจะช่วยไขปริศนาของบรรดาผู้โดยสารได้ด้วยวิธีไหน มาลุ้นกัน! <อัพวันละตอน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-7 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 247

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2563 09:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม
แบบอักษร

“เครื่องดนตรีนี้ ต้องเล่นยังไงถึงจะมีเสียงออกมา ปู่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน อ่า โคลเอ้ที่น่ารักของปู่สอนหน่อยได้ไหมว่าเล่นยังไง?”

คุณปู่ยิ้มซุกซน ขณะที่โคลเอ้รับเครื่องดนตรีที่เปล่งประกายหรูหรามาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ชั่ววินาทีที่เด็กน้อยได้สัมผัสเครื่องดนตรีชิ้นนั้นรู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าอะไร มันเบากว่าที่คิด เธอบรรจงจับมันอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังสัมผัสสัตว์ตัวเล็กๆ

“นี่...คือ?”

โคลเอ้ลองใช้ฝ่ามือตีไปที่ช่วงท้องของวิโอล่า เกิดเสียงพั่บขึ้นเบาๆ

คุณปู่หลับตาฟังเสียงนั้นอย่างมีความสุข

“อ่า เสียงเพราะจัง”

“ทำอย่างนี้เหรอคะ?”

เธอลองใช้ปลายนิ้วถูไปบนสายที่ขึงเอาไว้ เกิดเป็นเสียงดังเอียดอาด

“เป็นเสียงที่น่าสนใจดีนะ เยี่ยมเลยโคลเอ้ หนูมีพรสวรรค์เรื่องดนตรีนะเนี่ย”

น้ำตาของโคลเอ้แห้งเหือดไปแล้ว เด็กน้อยที่มีความสุขมากขึ้นลองเล่นวิโอล่าหลากหลายวิธี ทั้งเคาะที่ด้านหลัง ทั้งสอดมือไปตรงรูที่เปิดแล้วเขย่าจนเกิดเสียง

“โอ้”

คุณปู่ชำเลืองเข้าไปในกล่องด้วยท่าทางราวกับว่าเพิ่งสังเกตเห็น

“มีของอย่างนี้อยู่ด้วย นั่นอะไรน่ะ อาจจะเป็นของที่ใช้ด้วยกันละมั้ง แต่ว่า...อ่า นี่มันใช้ยังไงนะ รู้ไหม?”

โคลเอ้ถือคันชักที่คุณปู่ยื่นมาให้ด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม

ทันใดนั้นสิ่งที่ผุดขึ้นในหัวก็คือการเล่นวิโอล่าด้วยเจ้าสิ่งนี้

แต่เดี๋ยวก่อน ตีด้วยไม้จะไม่ดีกว่าเหรอ?

เจ้าสิ่งนี้มันลื่นอย่างกับไหม ขนบางๆ ทำให้นึกถึงสัตว์ป่าแข็งแกร่งที่ถูกขึงไว้อย่างแน่นหนา...

“แต่ปู่คิดว่าใช้เกาหลังน่าจะดีกว่านะ”

เสียงของคุณปู่ไม่ได้เข้าหูเธอเลย

เขย่าเหรอ?

ดีดเหรอ?

เอาไว้ใช้ด้วยกัน...

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงคิดอย่างนั้น มารู้ตัวอีกทีร่างกายก็เคลื่อนไหวไปแล้ว โคลเอ้กระชับวิโอล่าแน่นด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างถือคันชัก และเริ่มสี

แม้จะไม่รู้ว่าถูกต้องหรือเปล่า แต่ก็เกิดเสียงที่นุ่มนวลซ้อนทับกันหลายชั้นดังออกมา

เป็นเสียงที่กลมกล่อมเหมือนกับครัวซองต์แสนอร่อย...

“ยอดเยี่ยม เป็นเสียงที่วิเศษมาก”

คุณปู่ปรบมือ

ไม่ต้องรอให้คุณปู่ชม โคลเอ้เองก็คิดว่าเป็นเสียงที่ไพเราะเช่นกัน

พอลองเล่นอีกครั้ง คราวนี้เกิดเสียงที่แตกต่างออกไป

เมื่อเล่นครั้งต่อๆ ไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดเสียงที่แตกต่างออกไปอีก

แม้การเล่นจะเหมือนเดิม แต่วิธีการถือวิโอล่าที่ต่างกันทำให้เสียงที่ได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“วิโอล่าเป็นเครื่องสาย บันไดเสียงก็เลยไม่เหมือนกับเปียโน”

คุณปู่พูดด้วยความรู้สึกอ่อนโยนพร้อมกับดูโคลเอ้เล่นวิโอล่าด้วยความหลงใหล

“บันไดเสียงของเปียโนจะมีแค่ตามจำนวนแป้นคีย์บอร์ด ถ้าคีย์บอร์ดมีแค่สามปุ่มคือโดเรมี ก็จะมีแค่เสียงโดเรมีสามเสียงเท่านั้น แตกต่างกับเครื่องสายที่สามารถออกเสียงระหว่างโดกับเรได้ เสียงจะออกมาอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการสีซึ่งสามารถไต่ไปยังโน้ตตัวสูงๆ ได้อย่างไหลลื่น หรือทำให้ต่ำลงได้ทันที เสียงของวิโอล่ามีไม่จำกัด แม้จะเป็นโน้ตเดียวกับเปียโน แต่กลับแผ่ขยายออกได้เหมือนจักรวาล...”

โคลเอ้หันไปมองคุณปู่

“เครื่องดนตรีชนิดไหนก็ยอดเยี่ยมทั้งนั้น ที่เอ็มม่าจังพูดก็ถูก เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่วิเศษ แต่ปู่คิดว่าวิโอล่ามีรูปทรงไม่ธรรมดา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปู่ชอบมากๆ เลย”

เช่นเดียวกับใบหน้าของชาวญี่ปุ่นที่แตกต่างกับชาวฝรั่งเศสอย่างสิ้นเชิง

ดวงตาเล็ก จมูกแบน ปากเหยียด ตัวเตี้ย ผิวเหลือง...แต่นั่นแหละคือคุณปู่ผู้อ่อนโยน

“เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่มีลักษณะเหมือนกับโคลเอ้ที่น่ารักของปู่”

โคลเอ้ไม่เคยลืมคำพูดนั้นเลย

ตั้งแต่เริ่มเรียนวิโอล่าอย่างจริงจังก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากมากขึ้น

แม้จะฝึกซ้อมหนักแค่ไหน แต่กลับไม่รู้สึกว่าพัฒนาขึ้นเลย โดยเฉพาะความล้มเหลวในการแสดงโชว์

เส้นทางของการเข้าเรียนที่กองแซร์วาตัวร์เดอปารีส โรงเรียนดนตรีที่ดีที่สุดในฝรั่งเศสนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องต่อสู้กับคู่แข่งที่มีอยู่มากมาย แถมยังมีการอิจฉาริษยา ต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเองที่ผิดหวังหลายต่อหลายครั้ง ถูกดุด่าอย่างเข้มงวดรุนแรงต่อเนื่องไปอย่างไม่รู้จบ

เพียงเพื่อจะมีวิโอล่าอยู่ในมือย่อมต้องแลกกับการสูญเสียบางสิ่ง

ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่เธอได้ยินได้ฟังมาจากคุณปู่

ได้ฟังเรื่องการแสดงดนตรีที่ดีที่สุดจากคุณปู่ที่รักโคลเอ้...หลายต่อหลายครั้ง

“เป็นเสียงที่ไพเราะมากๆ”

และการกินครัวซองต์ด้วยกันกับคุณปู่

                     

“ไม่มีพื้นที่สำหรับการแสดงเลยเหรอ ทั้งที่เป็นสถานที่ที่มีคนมารวมกันมากมายขนาดนี้เนี่ยนะ?”

โคลเอ้ลดคันชักลงแล้วพูดอย่างเหลือเชื่อ

“คุณโซตะคะ ฉันแค่อยากจะขอแสดงดนตรีเท่านั้นเอง”

โซตะก้มศีรษะ

“ขออภัยด้วยครับ กิจกรรมดังกล่าวนั้นไม่ได้รับการขออนุญาตไว้ล่วงหน้า คงเป็นไปได้ยาก เพราะเป็นการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นน่ะครับ”

ความหวังของโคลเอ้ล่มสลายภายในชั่วพริบตา ท่าทางเธอเหมือนกำลังจะร้องไห้ แต่แล้วเธอรีบเช็ดที่หัวตาทันที คราวนี้กลับกลายเป็นโกรธ

“รบกวนผู้โดยสารคนอื่นอย่างนั้นเหรอ? ทั้งที่ดนตรีจะช่วยเติมเต็มหัวใจ แต่ทำไมถึงพูดว่าเป็นการรบกวนล่ะ?”

“มันเป็นกฎน่ะครับ เราจำเป็นต้องปกป้องผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วย ในกรณีที่ไม่ได้รับอนุญาตจะถูกปรับครับ”

โคลเอ้หมุนคันชักไปรอบๆ

“กฎ กฎ กฎ! ตารางเวลาก็ตึงเป๊ะ ในรถไฟก็แน่นเอี้ยด พอจะแสดงดนตรีก็เข้มงวด ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศที่เขี้ยวที่สุดเลย!”

“จะว่าไปแล้วเคยได้ยินว่าตามสถานีรถไฟของฝรั่งเศสมักจะมีการแสดงดนตรีอย่างเล่นหีบเพลง ไวโอลิน หรือร้องเพลงสินะครับ”

“เคยขึ้นรถไฟของฝรั่งเศสด้วยเหรอ?”

“แค่ครั้งเดียวตอนไปเที่ยวน่ะครับ เวลาว่างแม้แต่ภายในขบวนรถไฟก็ยังแสดงดนตรีกัน ประหลาดใจสุดๆ เลยละครับ”

โคลเอ้เบือนหน้าหนีทันที

“ไม่เห็นจะน่าประหลาดใจเลยค่ะ ระหว่างโดยสารรถไฟไม่ใช่แค่การรอเวลาอันยาวนานผ่านไปเปล่าๆ แต่เวลานั้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ ภายในเสี้ยวเวลานั้นน่ะบางคนก็ฟังเพลง บางคนก็ทำความรู้จักกับคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก รถไฟมันควรจะเป็นสถานที่อย่างนั้นต่างหากละคะ"

ความคิดเห็น