โซตะ นัตสึเมะ นายสถานีรถไฟหนุ่มของเราจะช่วยไขปริศนาของบรรดาผู้โดยสารได้ด้วยวิธีไหน มาลุ้นกัน! <อัพวันละตอน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ตอนที่ 1-6 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-6 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 285

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2563 16:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-6 โคลเอ้กับนายสถานีตัวปลอม
แบบอักษร

“ใช่ค่ะ ถ้าเป็นครัวซองต์ละก็ครึ่งชิ้นก็พอแล้ว อ่า คุณโซตะ ได้โปรดนำทางฉันต่อด้วยนะคะ”

“เอ๊ะ...จะขึ้นรถไฟช่วงเร่งด่วนอีกเหรอครับ?”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกของโซตะ เธอก็ส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมกับตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบา

“อันนั้นน่ะพอแล้วละค่ะ”

“ถ้าไม่ขึ้นแล้วคุณจะไปชินจูกุยังไงล่ะครับ?”

“สถานีชินจุกุแออัดมากไหมคะ?”

จะตอบอย่างไรดี โซตะนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง

ถึงจะโกหกไปมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เขาจึงตัดสินใจตอบออกไปตามตรง

“ชินจูกุเป็นสถานีที่มีค่าเฉลี่ยผู้โดยสารมากที่สุดในโลกครับ”

เธอแสดงท่าทีเบื่อหน่ายออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“มีคนขึ้นลงประมาณเท่าไหร่เหรอคะ?”

“ประมาณสามล้านห้าแสนคนต่อวันครับ”

“...เอ่อ อย่างที่พูดไปก่อนหน้านี้ ประชากรของปารีสมีน้อยกว่าสองล้านคนอีก...”

“ถ้างั้นก็เทียบได้กับการที่ประชากรทั้งหมดของปารีสมุ่งหน้าไปที่สถานีเดียวกันทุกวัน ไม่ใช่สิ ห้าเท่าของประชากรปารีสเลยละครับ”

ดูเหมือนจะเป็นการพูดคุยที่วกไปเหมือนเรื่องก่อนหน้า

โคลเอ้กำหมัดสองข้างพลางส่งเสียงเศร้าสร้อย

“ทำไมล่ะ ทำไม ทำไมต้องไปรวมตัวที่สถานีเดียวกันด้วยล่ะ? ไม่เห็นต้องดำเนินชีวิตแบบสุดโต่งขนาดนั้นก็ได้นี่ คนญี่ปุ่นควรตื่นได้แล้วนะ!”

“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ว่า...”

โซตะเกาหัว ส่วนโคลเอ้ถอนหายใจ

“อันที่จริงก็ตั้งใจจะขอบคุณอยู่หรอกตอนที่อุตส่าห์ค้นพบเรื่องยอดเยี่ยมของรถไฟญี่ปุ่น...”

พูดจบโคลเอ้ก็วางกระเป๋าหนังใบยาวลงบนเข่าแล้วไขกุญแจที่ล็อกไว้สองชั้น

“ใส่อะไรไว้เหรอครับ?”

กระเป๋าถูกเปิดออกเบื้องหน้าของโซตะที่กำลังมองมา กลิ่นหอมของไม้พวยพุ่งออกมา สิ่งที่อยู่ในนั้นคือเครื่องดนตรีที่มีรูปทรงงดงาม

“วิโอล่า”

โคลเอ้หันไปมองโซตะแล้วยิ้มมุมปาก

“คุณโคลเอ้เล่นวิโอล่าด้วยเหรอครับ?”

“ใช่ค่ะ สนใจมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ”

โซตะถามไปโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย เพราะก็เป็นไปอย่างที่คิดคือคุณโคลเอ้น่าจะเป็นคนมีฐานะ

“เพราะอย่างนั้นถึงได้ไปที่โรงเรียนสอนดนตรีสินะครับ”

“ใช่ค่ะ กองแซร์วาตัวร์เดอปารีส* ค่ะ”

อย่างนั้นเหรอ?

โซตะพยักหน้ารับ แต่สีหน้าของโคลเอ้เปลี่ยนไปเป็นรู้สึกผิดหวัง

ที่นั่นคงเป็นโรงเรียนที่น่ากลัวละมั้ง โซตะรีบเบี่ยงประเด็นทันที

“เอ่อ คุณคงเล่นวิโอล่าเก่งสินะครับ ผมเล่นดนตรีไม่เป็นเลยไม่ค่อยเข้าใจ”

คราวนี้สีหน้าของโคลเอ้เปลี่ยนจากผิดหวังมาเป็นสับสนและจบลงที่ไม่พอใจ

“ช่างเถอะค่ะ!”

โคลเอ้พูดอย่างทะนงตนแล้วหยิบวิโอล่าออกมาด้วยท่าทางคุ้นเคย เธอถือตัวเครื่องดนตรีด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายถือคันชัก ยืดตัวตรง พาดเครื่องดนตรีแนบไปที่คอเรียวบางเงียบๆ

เดิมทีท่าทางของเธอก็ดูสง่างามอยู่แล้ว ยิ่งถือเครื่องดนตรีแบบนี้จึงยิ่งดูน่าทึ่ง

โคลเอ้พูดกับโซตะด้วยแววตาจริงจัง

“คนญี่ปุ่นทุกคนต้องนึกถึงความเป็นมนุษย์และการใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมไปด้วยความสุข สิ่งนั้นก็คือศิลปะ ดนตรี ฉันจะนำเสนอดนตรีของจริงให้ฟัง ฉะนั้นกรุณานำทางฉันด้วยนะคะ”

“เอ๊ะ?” โซตะยืนตัวแข็งไปทันที

“เร็วๆ สิ ได้โปรดละ”

ทั้งผู้โดยสารที่รอเปลี่ยนขบวนและพนักงานทำความสะอาดต่างพากันจ้องมองโคลเอ้ที่ดูผิดที่ผิดทางด้วยความสงสัย

“เอ่อ คุณโคลเอ้ครับ จะให้นำทางไปที่ไหนล่ะครับ...”

“คุณนี่เป็นคนเข้าใจอะไรยากจัง ก็ที่แสดงดนตรีไงล่ะ สถานีใหญ่โตขนาดนี้คงจะมีใช่ไหมล่ะ?”

โคลเอ้เอียงคอด้วยความประหลาดใจ

จะไปมีได้อย่างไรกันล่ะ

   

“คุณปู่! คุณปู่!”

เรืื่องนี้เกิดเมื่อไหร่กันนะ โคลเอ้น่าจะอายุประมาณสามขวบหรือสี่ขวบ

เธอวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายในสภาพน้ำตานองหน้า เล่นเอาคุณปู่ที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นอยู่เบิกตากว้าง

“เกิดอะไรขึ้น?”

คุณปู่เขวี้ยงหนังสือพิมพ์ออกไปแล้วอ้าแขนรับโคลเอ้

“โคลเอ้ที่น่ารักของปู่ อย่าร้องไห้เลยนะ”

โคลเอ้ที่ถูกกอดด้วยอ้อมอกอุ่นๆ นั้นกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น

“เอ็มม่า พูดจาใจร้าย บอกว่า หนูโง่ เล่นอะไรก็ไม่ได้ เลยไม่ให้จับเปียโน”

“เด็กข้างบ้านน่ะ? ปกติก็สนิทกันดีไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ ไหนบอกปู่ซิ”

คุณปู่ลูบศีรษะโคลเอ้อย่างแผ่วเบาด้วยฝ่ามือใหญ่ๆ

เด็กน้อยค่อยๆ พูดออกมาทีละนิดพร้อมกับใช้ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวเช็ดน้ำตาป้อยๆ

“เพราะเธอเล่นเปียโนค่ะ หนูบอกว่าอยากเล่นด้วย ตอนแรกเธอก็ให้หนูเล่น สนุกมากเลย แต่ว่าจู่ๆ เอ็มม่าก็โกรธ”

“ทำไมล่ะ?”

“เพราะหนูไม่ได้เล่นเพลงตามโน้ตค่ะ มันแย่มากเลย”

โคลเอ้เงยหน้ามองคุณปู่ที่บิดเบี้ยวผ่านม่านน้ำตา

“การเล่นดนตรีตามใจชอบก็แค่น่ารำคาญเท่านั้นเอง แต่ในเมื่อหนูไม่รู้จักโน้ตเพลง...จะเล่นเปียโนได้ยังไง?”

คุณปู่ยิ้มและมองมาด้วยสายตาที่อ่อนโยน

“โคลเอ้ไม่ได้โง่หรอกนะ”

“เหรอคะ ถ้างั้นเอ็มม่าก็ผิดน่ะสิ”

“ไม่หรอก เธอเองก็ไม่ผิด”

คุณปู่ลุกขึ้นไปหยิบกล่องสีเงินจากมุมห้องทำงานส่วนตัว

“เล่นเปียตามโน้ตเพลงน่ะเป็นเรื่องยากมาก เอ็มม่าจังคงกำลังพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน ดังนั้นจึงไม่ยอมรับการเล่นตามใจชอบไงล่ะ”

โคลเอ้ทำปากยื่น หน้ามุ่ย ไม่พอใจที่คุณปู่ไม่ยอมเข้าข้าง

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ เอ็มม่าน่ะ...”

“แต่ว่าปู่ชอบวิธีเล่นดนตรีอย่างอิสระแบบนั้นของโคลเอ้มากๆ เลยนะ”

คุณปู่หยิบสิ่งของที่ทำจากไม้รูปทรงคอดกิ่วออกมาจากกล่องเหมือนหีบสมบัติที่ล็อกไว้หลายชั้น

มันคืออะไรไม่เคยเห็นมาก่อน ทรวดทรงโค้งเว้าอย่างกับมีชีวิต ถูกขัดเงามาเป็นอย่างดี

เด็กน้อยรู้สึกตะลึงราวกับกำลังดูมายากล

“นี่คือเครื่องดนตรีที่เรียกว่าวิโอล่า เป็นของที่คุณย่าเล่นเมื่อก่อนนี้ คุณย่าเล่นเก่งมากๆ เลยนะ”

คุณปู่ยื่นวิโอล่าที่มีความยาวประมาณสี่สิบเซนติเมตรให้โคลเอ้ ซึ่งแน่นอนว่าขนาดของมันใหญ่กว่าขนาดมือของเด็กน้อยไปมากทีเดียว

 

 

*กองแซร์วาตัวร์เดอปารีส (Conservatoire de Paris) คือสถาบันดนตรีนานาชาติของฝรั่งเศส

ความคิดเห็น