ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกมที่ 11 การเสียสละของเรแม็ก

ชื่อตอน : เกมที่ 11 การเสียสละของเรแม็ก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 404

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2563 06:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกมที่ 11 การเสียสละของเรแม็ก
แบบอักษร

 

 

 

คิซูกิได้ประจันหน้ากับนักฆ่ารับจ้างคนนั้น โดยเธอนั้นมีระดับพลังอสูรอยู่ที่ระดับมังกร lv.119 เธอจึงมั่นใจว่าจะเอาชนะนักฆ่าคนยี้ได้แน่ๆ

 

ฟุ้บๆๆๆๆ~!

 

นักฆ่าคนนั้นได้ขว้างมีดสั้นพุ่งตรงมาหาเธออย่าวรวดเร็ว มีดสองเล่มแรดคิซูกินั้นเอี้ยวหัวหลบส่วนเล่มที่เหลือเธอได้ง้างฝ่าเท้าเตะกวาดใส่พวกมัน

 

ตู้มมมมม!!

 

 

ทันทีที่เธอสะบัดเท้าเตะใส่ใบมีดพวกนั้นมันก็ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นเพราะพลังคอมมานด์ของเธอที่ใส่เข้าไปในฝ่าเท้าตอนเตะ ทำให้ใบมีดเล่มอื่นๆที่โดนเท้าเธอเตะใส่เข้าไปนั้นกระเด็นไปทางอื่นทั้งหมด

 

คิซูกิไม่รอช้าเมื่อทางสะดวกเธอก็พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วที่สูงมากจนราวกับว่าเพียงการกระพริบตาของนักฆ่ารับจ้างคนนั้นแค่ครั้งเดียวเธอก็มาโผล่ตรงหน้าเขาแล้ว

 

นักฆ่าคนนั้นตกใจมากแต่ก็ยังสามารถไสลด์ตัวเองหลบออกมาได้ก่อนที่

 

ตู้มมมมมม!!

 

คิซูกิจะพุ่งหมัดชกลงมาที่เขา ทันทีที่หมัดของเธอกระทบกับพท้นก็เกิดแรงระเบิดที่รุนแรงจนทำให้พื้นดินนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆไปในทันที

 

( ระเร็วโครต! นี่หรือพลังคอมมานด์ของท่านคิซูกิ! )

 

ตอนนี้เจ้านักฆ่ามันไม่มีความคิดที่จะสู้กับคิซูกิต่อแล้ว เพระะมันถูกว่าจ้างมาให้ฆ่าฮาซุยและมันก็ไม่อยากจะเสียเวลาทำให้มันหันหลังและวิ่งหนี

 

แน่นอนว่าจอมมารอย่างคิซูกิต้องไล่ตามเพราะในเมื่อตอนนี้เธอก็อยู่ตรงนั้นและเป็นคนที่จะสามารถจัดการเจ้านักฆ่าคนนี้ได้เร็วที่สุดแล้ว

 

คิซูกิ : อย่าหนีนะ!

 

 

แกร็กๆๆ~

 

ในระหว่างที่กำลังวิ่งหนีอยู่นั้น นักฆ่าคนนั้นก็ได้หันมามองด้านหลังและทำให้เขาได้เห็นบางสิ่งที่ค่อยๆผุดออกมาจากเส้นผมติดหนังศีรษะ

 

คิซูกิ : จัดการด้วยนะ! detonater!

 

 

สิ่งๆนั้นมีลักษณะเหมือนกับลูกระเบิดทรงกลมที่ค่อยๆผุดออกมาจากศีรษะของคิซูกิ ก่อนที่ลูกระเบิดก้อนก้มนั้นจะกางแขนกางขาออกมาพร้อมกับส่วนหัว มันเกาะอยู่ที่หัวของคิซูกิแบบนั้นครู่นึงขณะที่คิซูกิก็พยายามวิ่งไล่ตามมัน และเมื่อเข้าไปได้ระยะ

 

เจ้าลูกระเบิดนั้นก็กระโดดลงมาจากหัวของคิซูกิแล้วกลิ้งไปกับพื้นด้วยความเร็วสูงจนแซงหน้าคิซูกิไล่ตามหลังนักฆ่าคนนั้นอย่างรวดเร็ว

 

ระเบิดลูกพิเศษที่คิซูกิสร้างขึ้นนี้มีชื่อว่า detonater

 

 

 

detonater

 

 

ครุ้กๆๆๆๆๆๆๆๆ~!

 

ลูกระเบิดนั้นกลิ้งไล่หลังนักฆ่ารับจ้างคนนั้นอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนเป็นโชคดีของนักฆ่ารับจ้างคนนั้นเพราะทางข้างหน้ามันทางเลี้ยว

 

เขาวิ่งเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเร็วๆเพื่อให้ detonater สับสนก่อนที่เขาจะรีบเปลี่ยนทิศทางวิ่งเลี้ยวไปทางซ้ายแบบกะทันหันส่งผบทำให้ detonater ที่ไล่หลังมันมานั้นพุ่งไปชนกับกำแพงจนระเบิดเสียแทน

 

ตู้มมมมมมมม!!

 

 

ฝั่นควันพวยพุ่งออกมาแต่มันก็ไม่ใช่อุปสรรคืสำหรับจอมมารสาว เธอได้ทำการวิ่งฝ่ากลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจากกำแพงและไล่ตามตัวของนักฆ่าคนนั้นต่อไปอีก

 

จนกระทั่งเมื่อวิ่งมาเรื่อยๆโชคก็ไม่เข้าข้างนักฆ่าคนนั้นเป็นหนที่สองเพราะทางข้างหน้านั้นเป็นทางตันไปเรียบร้อยแล้ว

 

"โธ่เว้ย!"

 

 

คิซูกิ : พอแค่นี้แหละ!

 

คิซูกิได้มาดักทางหนีสุดท้ายของมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

คิซูกิ : ยอมแพ้ซะ แล้วบอกมาว่าใครเป็นคนจ้างนายมา แล้วนายจะได้รับโทษสถานเบา

 

"ฮึๆๆ ท่านคิซูกิ ผมหนะเป็นนักฆ่ามืออาชีพนะ ผมไม่กลัวตายหรอก ต่อให้ท่านจับผมไปสอบปากคำผมก็ไม่บอกหรอก"

 

 

คิซูกิ : ...ทำไมแกถึงยังอยากจะฆ่าเจ้าเด็กนั่นด้วย เธอมองไม่เห็นความดีและสิ่งที่เขาทำเลยเหรอ ?

 

 

"ฮึ ผมหนะฆ่าคนบริสุทธิ์มาตั้งเยอะ ผมทำไปก็เพื่อเงินล้วนๆ ผมไม่สนหน้าหรอกว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร"

 

นักฆ่าคนนั้นกล่าวออกมาจากใจจริงที่ไร้ซึ่งจิตสำนึกและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่มีต่อการฆ่าคนบริสุทธิ์ คำพูดของนักฆ่าคนนั้นทำให้คิซูกิที่ได้ยินหำหมัดแน่นและเกิดอาการสั่นสะท้านขึ้นมาทั้งตัว

 

คิซูกิ : แกบอกว่าแกสามารถฆ่าทุกคนเพื่อเงินโดยไม่สนว่าคนๆนั้นจะเป็นคนเปลี่ยนแปลงชะตาโลกได้อย่างงั้นเหรอ ?

 

 

"ท่านคิซูกิ ถ้านักฆ่าแบบเรามีความลังเลในการฆ่าคนเราจะมาเป็นนักฆ่าได้ไงเล่า!?"

 

ฟุ้บ~!

 

ทันใดนั้นเองนักฆ่าคนนั้นก็ได้พุ่งตัวเข้าหาคิซูกิด้วยความเร็วสูงพร้อมง้างมีดในมือ แต่คิซูกินั้นกลับยืนอยู่นิ่งๆแบบนั้น

 

"ขอโทษด้วยนะท่านคิซูกิ! ท่านไม่น่ามาขวางทางกระผมเลย!!"

 

 

ฟุ้บ~!

 

แต่เมื่อนักฆ่าคนนั้นพุ่งมีดเข้ามาจะแทงใส่คิซูกิ คิซูกิกลับเอนหลังหลบได้ทันก่อนที่เธอจะค่อยๆเอื้อมมือขึ้นมาแล้วประทับฝ่ามือลงไปที่ท้องของนักฆ่าคนนั้น

 

ตุ้บ~!

 

 

นักฆ่าคนนั้นกระโดดเลยตัวคิซูกิลงไปคุกเข่าอยู่ด้านหลังเธอ คิซูกิเธอยกลำตัวท่อนบนที่เธอเอนหลบบงไปตอนแรกกลับขึ้นมาก่อนที่จะหันมาหานักฆ่าคนนั้น

 

นักฆ่าคนนั้นเอามือลูบท้องของตัวเอง เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้นกับร่างของเขาตอนที่โดนสัมผัส

 

"ท่านทำอะไรของท่านกันเหรอท่านคิซูกิ!?"

 

 

อสูรพันธ์นักฆ่าตะโกนถามออกมาด้วยน้ำเสียงเชิงเยาะเย้ยมากกว่าหวาดกลัว โดยที่นักฆ่าคนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าในระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้นที่ท้องของมันได้ปรากฏสัญลักษณ์รูปเครื่องหมายห้ามเข้าหรือห้ามผ่านขึ้นมาตรงท้องจุดที่โดนคิซูกิสัมผัส คิซูกิไม่พูดอะไร เธอทำหน้าเรียบเฉยก่อนที่จู่ๆเธอจะยกมือขึ้นแล้วทำท่าจุดชนวน

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก jojo : diamond is unbreakable

 

กริ้ก~!

 

ทันทีที่กดชนวนเสร็จ ตรงจุดสัญลักษณ์ห้ามเข้าใกล้บนตัวของนักฆ่าคนนั้นก็ส่องแสงสีแดงสว่างออกมา ทันใดนั้นร่างกายของนักฆ่าคนนั้นก็บวมป่องขึ้นก่อนที่ร่างของเขาจะระเบิกเป็นเปลวไฟ

 

"ทะ..ท่านคิซูกิ!? ท่านทำอะไร.."

 

 

ตู้มมมมมมม!!

 

เปลวไฟนั้นกระจายตัวขึ้นมาอยู่ครู่นึงก่อนที่จะค่อยๆวอดลงอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่เหลือเศษซากใดๆทิ้งไว้เลย

 

 

นี่เองคือความน่ากลัวของพลังของคิซูกิ เธอสามารถเปลี่ยนสิ่งที่เธอเอามือไปสัมผัสให้กลายเป็นระเบิดได้ โดยเธอสามารถกำหนดความแรงของระเบิดในครั้งนั้นได้ว่าจะให้มันมากหรือน้อยแค่ไหน นอกจากนี้เธอยังสามารถที่จะสร้างลูกระเบิดชนิดติมตามที่มีชื่อว่า detonater ไล่ตามคู่ต่อสู้จากเส้นผมของตัวเองได้

 

มันจึงไม่แปลกเลยที่พลังคอมมานด์ของท่านคิซูกินั้นจะดูมีความเก่งกาจและความอันตรายปะปนกันไป

 

คิซูกิ : แกบังคับให้ชั้นทำแบบนี้เองนะ =_=

 

 

 

ทางฝั่งฮาซุย

 

ปีเตอร์ : เกมต่อไปเป็นเกมที่ 11 มีชื่อเกมว่ากุญแจมรณะ เหล่าผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องออกตามหากุญแจในสถานที่ที่เป็นตึกร้างเพื่อหาทางออกก่อนที่จะโดนผู้คุมเกมนี้สูบวิญญาณจนตาย

 

 

ปีเตอร์กล่าว เกมที่ 11 นี้เป็นเกมที่เล่นไม่ยาก แต่เป็นเกมที่ทำเอาผมลุ้นระทึกและเสียวได้ทุกวินาทีจริงๆ

 

เพราะในเกมนี้จะมีอสูรพันธ์ผู้คุมเกมที่มีลักษณะหน้าตาเป็นผู้หญิงสวมชุดกระโปรงสีขาว หน้าตาน่ากลัว ปากอ้ากว้างภายในปากกลวงโบ๋ไม่มีลิ้น ผมยาวสีดำเหมือนกับผีผู้หญิงในหนังสยองขวัญหลายๆเรื่อง

 

ซึ่งผู้คุมเกมคนนี้มีพลังคอมมานด์ในการสูบพลังชีวิตคนอื่น ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าคนที่โดนเธอสัมผัสตัวก็เตรียมตัวไปเฝ้ายมบาลได้เลย

 

ซึ่งตอนนี้ผมกับเรแม็กกำลังช่วยกันหากุญแจที่จะเอามาใช้ไขโซ่ที่มันพันรอบบานประตูผ่านเกมอีก

 

ผมได้เปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นน้ำหมึกเพื่อใช้ในการแปลงร่างเป็นสิ่งของและย่องไปแนบเนียน ส่วนเรแม็กเขาเก่งในเรื่องนี้อยู่แล้วเขาจึงสามารถหาจังหวะที่จะกลิ้งตัวหลบจากสายตาของผู้คุมเกมนี้ไปได้

 

 

น่าเสียดายที่ในเกมนี้ผมดันพลัดหลงกับเซฟิสและดิบราส

 

เบล : นายว่าสองคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง ? โดยเฉพราะดิบราสหนะ ตัวใหญ่แบบนั้นไม่น่าจะหาที่หลบได้ง่ายๆเลยนะนั่น

 

เบลที่เกาะไหล่ผมอยู่ได้เอ่ยขึ้นผมก็อดนึกเป็นห่วงสองคนนั้นไม่ได้เลยจริงๆ

 

ฮาซุย : นั่นซินะ ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง

 

 

ทางฝั่งเซฟิส

 

เซฟิส : งือ~ เจ้าหนูฮาซุย~ ไปไหนเนี่ย~ ToT

 

เซฟิสได้เดินประกบติดตัวของดิบราสเดินหลงมาตามทางตึกร้างพร้อมเริ่มมีน้ำตาไหลออกมาเพราะความกลัวที่พุ่งสูง

 

การที่ตัวเธอต้องเข้ามาอยู่ในเกมที่ 11 เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอไม่อยากมาลงแข่งในฐานะผู้ช่วยของฮาซุยในตอนแรกด้วยเพราะเธอมีนิสัยเป็นคนกลัวผี และยังเกลียดการจะเอ๋แบบสุดๆ

 

และในเกมนี้ด้วยบรรยากาศที่แสนวังเวงก็ทำให้ไม่สามารถเดาได้เลยว่าจะมีอะไรกระโดดมาดักหน้าใครรึเปล่า

 

เซฟิส : ฮือ~ ฮาซุย~ ไปไหนอะ~? อย่าบอกนะว่าหาทางออกเกมนี้ไปได้แล้วหนะ~? ToT

 

และในจังหวะนั้นเอง

 

แฮร่~!

 

ผู้คุมเกมที่ว่าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นดักหน้าดิบราสกับเซฟิส

 

เซฟิส : จ้ากกกกก!? ดิบราส!! ขอขี่หน่อย!!

 

เซฟิสรีบกระโดดขึ้นขี่หลังดิบราส ดิบราสที่ตกใจเหมือนกันก็หันหลังวิ่งหนีชนเสาหินชนทะลุกำแพงทะลุไปอย่างรวดเร็ว

 

ซึ่งในขณะเดียวกันที่ผมกับเรแม็กนั้นกำลังช่วยกันหากุญแจอยู่ ดิบราสก็วิ่งทะบุกำแพงมาพอดี ผมจึงเข้าไปเบรคมันเอาไว้ก่อน

 

ฮาซุย : โว้วๆๆ ชู่ว~ ใจเย็นดิบราส ไปเจออะไรมา ?

 

เซฟิส : ทูลหัว~! ToT

 

เซฟิสเมื่อเธอเจอผมก็กระโดดลงจากหลังดิบราสมากอดผมทันที แต่กอดได้เดี๋ยวเดียวผมก็ต้องดึงตัวเธอมาหลบ ส่วนดิบราสผมก็ให้มันหมอบลงให้ต่ำที่สุดแล้วผมก็เอาผ้ามาคลุมตัวมันเอาไว้เมื่อมองเผินๆก็จะเหมือนของที่ถูกวางทิ้งไว้แล้วมีผ้าคลุม

 

สาเหตุที่เราต้องรีบหลบนั้นเพราะผู้คุมเกมได้เดินตามหลังดิบราสกับเซฟิสมาอย่างช้าๆผ่านทางรอยแตกที่เป็นรูกำแพงที่ดิบราสพุ่งชน

 

ตอนนั้นก็มีผู้เล่นคนนึงที่โชคร้ายวิ่งมาเจอกับผู้คุมเกมพอดี พอเขาทำท่าจะวิ่งหนีก็หนีไม่รอดโดนผู้คุมเกมจับได้

 

"อ้ากกกกกกกก!! อะ..อ้อค~"

 

 

ผู้เล่นคนนั้นส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่ผิวหนังของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเทาดำและแห้งตอดกระดูกแล้วเสียงร้องของเขาก็ค่อยๆแหบพร้าเรื่อยๆจนเสียงเขาเงียบหายไป

 

เมื่อสูบพลังชีวิตจนหมดผู้คุมเกมก็ปล่อยร่างผู้เล่นคนนั้นทิ้ง แต่ในตอนนั้นเองพวกเราก็รู้เหตุผลที่ผู้เล่นคนนั้นวิ่งมาทางนี้เพราะในมือของเขาถือกุญแจดอกนึงเอาไว้อยู่

 

ชายคนนี้หากุญแจเจอแล้ว แต่เป็นโชคร้ายของเขาที่ดันไม่มีโอกาสจะได้ใช้มัน ตอนนี้ผู้คุมเกมยังไม่เห็นกุญแจนั้น แต่ผมก็เข้าไปเอสไม่ได้เพราะผู้คุมเกมยังคงเพ่นพ่านไปมาแถวๆนั้นและเธอยังคอยเดินเฝ้าบานประตูอีกด้วย

 

ฮาซุย : ชั้นจะพุ่งไปเอากุญแจนั้นมาก็ได้ แต่ไม่รับประกันนะว่าจะไม่โดนเจอตัว

 

 

เรแม็ก : ...ชั้นจะล่อมันเอง

 

ในตอนนั้นเองเรแม็กก็ได้เสนอความคิดเห็นมี่โครตบ้าบิ่นออกมาทำให้ผม เซฟิสและเบลหันควับไปหาเขา

 

ฮาซุย : นายจะบ้าเหรอ ?

 

เรแม็ก : ฉลาดหละซิไม่ว่า ชั้นจะวิ่งล่อมันออกห่างให้นายเอากุญแจและไขบานประตูแล้วเปิดอ้ารอชั้นกลับมาเอาไว้ ไม่ต้องห่วง ยัยนั่นจับชั้นไม่ได้หรอก ชั้นวิ่งเร็ว

 

 

เซฟิส/เบล : ...

 

 

ฮาซุย : ชั้นไม่ให้นายต้องมาเสี่ยงตายเพื่อชั้นหรอกน่า

 

 

เรแม็ก : ...ชั้นรู้...นายชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงแทนชั้นตลอด...เพราะงั้นชั้นถึงไม่คิดจะให้นายเลือกไง

 

 

ว่าแล้วเรแม็กก็รีบลุกขึ้นพร้อมกระทืบเท้าลงพื้นให้เกิดเสียงดังล่อความสนใจผู้คุมเกมให้หันมา ผมจะห้ามก็คงไม่ได้แล้วเพราะผู้คุมเกมได้หันมาเจอเรแม็กแล้ว แล้วเรแม็กก็ออกตัววิ่งล่อผู้คุมเกม ซึ่งเธอก็วิ่งไล่ตามเขาไปอย่างที่เรแม็กต้องการให้เป็น

 

ผมกับเบล เซฟิสและดิบราสจึงรีบออกตังไผเอากุญแจมาแล้วเราก็ลงมือไขกุญแจแกะโซ่ออกอย่างเร่งรีบ

 

ปีเตอร์ : ผู้เล่นเรแม็กทำหน้าที่วิ่งล่อผู้คุมเกมนี้ในขณะที่พวกฮาซุยรับหน้าที่ไขประตูเปิดออกให้ คุณผู้ชมครับตลอดชีวิตของผมผมไม่เคยเจอมิตรภาพอะไรที่งดงามเท่านี้มาก่อนเลยครับ!

 

ปีเตอร์กล่าวออกไมโครโฟน ซึ่งตอนนี้เกมการแข่งในวันนี้มันได้ดำเนินมาจนถึงช่วงบ่ายสามครึ่งแล้ว

 

ทำให้เรบิโกะชะโงกหน้าไปใกล้คิซูกิเพื่อกระซิบถาม

 

เรบิโกะ : ท่านค่ะ เหลือเกมการแข่งอีกกี่เกมค่ะ ?

 

คิซูกิ : ตอนนี้เกมนี้เป็นเกมที่ 11 เกมต่อไปก็เป็นเกมตัดสินแล้ว

 

 

เรบิโกะพยักหน้าเข้าใจ ซึ่งทุกคนก็ทำได้แต่รอลุ้นดูว่าใครจะได้เป็นจอมมาร

 

ทางด้านของผมหลังจากที่ผมไขประตูเปิดออกได้สำเร็จผมก็เปิดอ้าแล้วให้เบล เซฟิส และดิบราสเข้าไปในประตูนั้น ผมยังคงเปิดประตูอ้าเอาไว้ ผมไม่ได้เข้าไปตามทั้งสามคนแล้วหันหน้าไปมองทางที่เรแม็กวิ่งล่อผู้คุมเกมไป

 

เซฟิส : เข้ามาซิฮาซุย! ประตูเปิดแล้ว!

 

 

ฮาซุย : ...ผมทิ้งให้เขาตกอยู่มนอันตรายไม่ได้

 

ผมหันมากล่าวกับเซฟิสก่อนที่ผมจะหันหลังวิ่งตามเรแม็กไป

 

เบล : ฮาซุย!?

 

เซฟิส : ฮาซุย!?

 

ดิบราส : โฮ๊ก!? ( ฮาซุย!? )

 

 

ปีเตอร์ : ฮาซุยเลือกที่จะวิ่งตามไปช่วยเพื่อนรักของเขาแทนที่จะผ่านเข้าประตูไปครับ นี่ซิครับน้ำใจนักกีฬาที่แท้จริง!

 

 

ปีเตอร์พูดออกมาด้วยความภาคภูมิในผู้เล่นที่ทุกวันที่เขามาทำหน้าที่เป็นพิธีกรนี้เขามักจะคอยเชียร์บุคคลคนนี้ให้ขึ้นเป็นจอมมารให้ได้เอาไว้ในใจเสมอ

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกถ่ายทอดสดออกอากาศทางโทรทัศน์ไปยังบ้านเรือนของอสูรพันธ์หลายตน

 

และตอนนี้ตลอดเกมการแข่งที่ผ่านมา เหล่าอสูรพันธ์ทุกตนที่ได้ดูรายการนี้อยู่ที่บ้านพวกเขาก็เริ่มมีทัศนคติกับพวกมนุษย์ที่ต่างออกไป

 

อย่างเช่นอสูรพันธ์ตนนึงที่เมื่อเห็นผมวิ่งไปช่วยเรแม็กแทนที่จะผ่านประตูไป มันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เข้าใจถึงความจริงที่แสนล้ำค่า เขาได้หันหน้าไปมองทาสมนุษย์คนนึงที่กำลังทำความสะอาดตู้วางของอยู่ด้านหลังก่อนที่เขาจะเอ่ยปากเรียก

 

"เฮ้นายหนะ"

 

มนุษย์ทาส : ?

 

"มาดูเกมการแข่งนี้ด้วยกันซิ"

 

มนุษย์ทาสคนนั้นทำหน้าประหลาดใจออกมา ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองโดนอำเล่นหรืออาจฟังผิด

 

"อะไรนะครับท่าน ?"

 

"ชั้นชื่อเควิน และชั้นบอกให้นายมานั่งดูโทรทัศย์ด้วยกันซิ"

 

"แต่...ผมต้องทำความสะอาดตู้.."

 

 

"นายทำงานมามากแล้ววันนี้พักผ่อนบ้างก็ดี มาซิ มานั่งดูด้วยกัน"

 

ทาสมนุษย์คนนั้นมีท่าทีลังเลก่อนยอมวางไม้ปัดขนไก่ลงและค่อยๆเดินไปนั่งบนโซฟาข้างๆอสูรพันธ์ที่เป็นนายของเขาด้วยท่าทีเกร็งๆ

 

ไม่ใช่แค่นั้น เหล่าอสูรพันธ์หลายตนก็เริ่มเปลี่ยนการกระทำของตัวเองที่ทำต่อพวกมนุษย์ บางคนก็โยนเศษเงินให้พวกมนุษย์ขอทาน บางคนก็เพิ่มเวลาพักผ่อนให้พวกมนุษย์มากขึ้น บางคนถึงกับแกะโซ่ออกจากคอมนุษย์ให้เลย

 

 

"สู้เข้านะฮาซุย~! หาเพื่อนนายให้เจอ~!"

 

อสูรพันธ์ตนนึงที่นั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านได้ตะโกนเชียร์ออกมาด้วยความลุ้นให้ผมหาเรแม็กให้เจอ

 

 

 

และในท้ายที่สุดผมก็เจอเรแม็ก เขากำลังโดนผู้คุมเกมบีบคอและกำลังจะโดนสูบพลังชีวิต!?

 

ฮาซุย : เรแม็ก!? ย้าาาาาาาาาาา!!

 

 

ผมได้พุ่งตัวเองเป็นน้ำหมึกเข้าไปหาผู้คุมเกมคนนั้น ผู้คุมเกมคนนั้นหันมามองผมตามเสียงร้องคำรามของผม

 

พร้อมยื่นมือมาทางผมเพื่อที่จะจับตัวผมดูดพลังชีวิตด้วย แต่ตอนนี้ร่างกายของผมมัยมีสภาพเป็นน้ำหมึกเหลวทำให้ผมสามารถพาร่างกายตัวเองเลื้อยผ่านตัวผู้คุมคนนั้นไปได้แบบสบายๆ

 

พร้อมทั้งยังช่วยดึงตังเรแม็กออกมาจากเงื้อมมือมันด้วย

 

"เย้~~~!"

 

 

เหล่าผู้ดูเกมการแข่งส่งเสียงร้องเชียร์ออกมาดังสนั่นไปทั่วทั้งสนาม แบนชีมองดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันมาพูดกับคิซูกิ

 

แบนชี : ดูซิคิซูกิ เจ้าเด็กนั่นมีแต่คนรักแล้วนะ

 

 

คิซูกิ : ...ชั้นรู้อยู่แล้วพี่แบนชี...ชั้นรู้อยู่แล้ว ^_^

 

 

 

 

หลังจากนั้นเกมการแข่งที่ 11 ก็จบลง ตอนนี้เหลือผู้เล่นแค่ 6 คนเท่านั้น มีผมกับเรแม็ก และผู้เล่นอีก 4 คน

 

ฮาซุย : ฮู่ว~! เกือบไม่รอดไปแล้วแหนะ! ^_^

 

 

เรแม็ก : แฮ้กๆๆๆ~ ใช่ นานพูดถูก ความคิดที่ชั้นวิ่งล่อมันบ้ามากกว่าฉลาด~ 0_0;

 

เรแม็กยืนก้มตัวหายใจหอบด้วยสีหน้าที่ถอดสี ผมหัวเราะออกมาด้วยความดีใจที่อย่างน้อยเพื่อนผมคนนี้ก็ยังปลอดภัยดีอยู่

 

ฮาซุย : เอาน่าๆ อย่างน้อยนายก็รอดมาได้นะ ต่อไปก็เป็นเกมสุดท้ายแล้วนะ แค่นี้ก็ดีใจแล้ว ^_^

 

เรแม็ก : ...คือ...ฮาซุย...ชั้นจะออกจากเกมการแข่งนี้

 

 

คำพูดของเรแม็กทำให้พวกผมตกใจเป็นอย่างมาก

 

ฮาซุย : ทะทำไมหละ!? นายจะออกจากเกมทำไม!?

 

 

เรแม็ก : นายยังไม่รู้จริงๆเหรอ ?

 

 

ฮาซุย : ...

 

เรแม็ก : เกมนี้จะมีผู้ชนะแค่คนเดียว คนที่จะกลายเป็นจอมมารได้มีแค่คนเดียว ถึงเราจะเป็นเพื่อนรักกันแค่ไหนแต่เราก็จะสามารถผ่านเกมนี้ไปได้แค่คนเดียวเท่านั้น ชั้นไม่อยากเป็นก้างขวางคอนายจากการเป็นจอมมาร นี่ก็เพื่อตัวนายเองนะฮาซุย

 

ฮาซุย : แต่...

 

เรแม็ก : ชั้นคิดเรื่องนี้มาได้ซักพักนึงแล้วแหละ แต่เพราะตอนแรกชั้นแอบลังเลเพราะความต้องการในตัณหาที่จะได้เป็นจอมมาร

 

ฮาซุย : แต่ถ้านายมาออกเอาตอนนี้ ความพยายามทั้งหมดที่นายทำมาก็สูญเปล่าอะซิ!

 

เรแม็ก : ฮาซุย

 

ฮาซุย : ...

 

เรแม็ก : แม่ชั้นกำลังจะคลอดน้องให้เรา

 

ฮาซุย : ...อะไรนะ ?

 

ผมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเรื่องนี้มันมาเกี่ยวอะไรด้วย

 

เรแม็ก : ...ชั้นควรจะบอกนายตั้งนานแล้วแต่...สาเหตุที่ชั้นมาแข่งที่นี่เป็นเพราะว่าแม่ของเรากำลังท้องแก่ (กับสามีคนใหม่) น้องของชั้นกับพี่เมลฟาส แต่เรามีปัญหาเรื่องการเงินทำให้เราไม่แน่ใจว่าสถานะครอบครังเราตอนนี้จะดีมากพอต่อการเลี้ยงทารกดาร์คเอลฟ์อีกคนนึงไหม ? ...ชั้นมาลงแข่งเกมนี้เพราะชั้นร้อนเงินนั่นแหละ

 

 

ฮาซุย : ...

 

เรแม็ก : แต่นายต้องการใช้ตำแหน่งจอมมารมากกว่าชั้น ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เป็นอสูรพันธ์หางานง่ายจะตายไป เดี๋ยวชั้นไปทำงานหาเงินเองก็ได้ ^_^

 

ฮาซุย : ...ไม่รู้ซิเรแม็ก ชั้น...ชั้นไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้

 

เรแม็ก : ...นายฝืนชะตาไม่ได้หรอกเพื่อน...ชั้นคุยโทรศัพท์กับแม่มาแล้วแหละ ...เราตกลงกันว่าจะตั้งชื่อน้องชายเรา...ว่าฮาซุย

 

ฮาซุย : ...นายยังไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่าน้องนายจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นายก็จะเอาชื่อเด็กผู้ชายไปตั้งให้แล้วเหรอ ?

 

เรแม็ก : ผิดแล้ว...ชื่อฮาซุยมันเป็นชื่อของมนุษย์คนนึงที่ฝืนชะตาการเป็นทาสของตัวเอง เป็นชื่อของคนที่มีความตั้งใจและมีปณิธานสูง เป็นคนที่กลายเป็นเพื่อนรักของชั้นและเป็นคนที่คอยอยู่ช่วยชั้นให้รอดจากสถานการณ์ต่างๆมาหลายครั้ง เป็นชื่อของมนุษย์...ที่ทั้งโลกต้องจดจำ

 

 

ฮาซุย : ...

 

เรแม็ก : ชั้นจะไปรอนายอยู่ด้านนอกนะ

 

เรแม็กพูดพร้อมตบๆไหล่ผม ผมดึงเขามาสวมกอดอย่างแนบแน่นเขาก็กอดผมกลับ ก่อนที่เราทั้งสองคนจะผละออกจากกันแล้วเรแม็กก็ตะโกนออกมา

 

เรแม็ก : ชั้นขอออกจากการแข่ง!

 

ฟุ้บ~!

 

 

และแล้วเพื่อนร่วมคนสนิทของผมก็ได้ออกจากเกมนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยเพื่อเปิดทางรอผมสู่เส้นทางการเป็นจอมมารที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาโลกต่อไปข้างหน้า

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว