ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จัดกับเมดวิคตอเรีย nc ( นิดๆ )

ชื่อตอน : จัดกับเมดวิคตอเรีย nc ( นิดๆ )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 804

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2563 06:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จัดกับเมดวิคตอเรีย nc ( นิดๆ )
แบบอักษร

 

 

 

"โธ่เว้ย! ยิงพลาดซะได้!"

 

อสูรพันธ์นักฆ่ารับจ้างที่เป็นคนยิงซูมารุโวยออกมา ผมได้วางร่างของซูมารุลงกับพื้นทะเลพร้อมเอามือลูบหัวเขา

 

แม้ในวันแรกที่เราเจอกันเขาจะเป็นคนที่ลงมือฆ่าอสูรพันธ์เป็นผักปลา แต่อสูรพันธ์โรคจิตคนนี้ก็เป็นเพื่อนผมแล้ว และผมก็ปล่อยให้เขาตายโดยไม่อาจปกป้องหรือช่วยอะไรเขาได้

 

ฮาซุย : ไปสู่สุขคติเพื่อนยาก

 

ผมได้ค่อยๆหันไปหาเจ้าอสูรพันธ์ตนนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่แววตาของผมนั้นเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารทมิฬรุนแรงออกมา

 

เจ้าอสูรพันธ์ตนนั้นมีสภาพร่างกายที่สะบักสะบอมและแขนขาดไปข้างนึงจากการเจอกับเทวทูติใต้สมุทธมา แต่มันก็ยังไม่วายที่จะมาฆ่าผม มันได้เล็งคมดาบมาหาผมด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

"ครั้งนี้แหละไม่พลาดแน่"

 

ฮาซุย : ...

 

ผมตั้งท่าให้พร้อมหลังจากนั้น

 

พู้มมมมม!! ซ่า~~~~!

 

 

ผมได้พุ่งร่างกายของผมที่เป็นน้ำหมึกเข้าไปชนกับร่างของมันอย่างรุนแรงจนทำให้ร่างกายทุกส่วนของนักฆ่าคนนั้นแตกกระจายเป็นกองเลือดอยู่ในทะเลนั้น สีแดงค่อยๆขยายตัวไปตามน้ำทะเลนั้น

 

ผมมายืนอยู่ด้านหลังของตัวเองในสภาพที่ทั้งตัวนั้นอาบไปด้วยเลือดของมัน ผมไม่รู้สึกขยะแขยงเลือดที่เลอะตัวผมเลยซักนิด ผมรู้สึกว่าตัวเองได้ส่งคนเลวนั่นไปสู่ที่ที่เหมาะสมแล้ว

 

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนที่เห็นผ่านรายการทีวีพากันนั่งอ้าปากค้างและพูดไม่ออกเพราะมันเป็นภาพที่ทั้งน่าสยดสยองและน่าตกใจในเวลาเดียวกัน

 

 

ผมได้ว่ายลงไปหาซูมารุก่อนจะอุ้มร่างเขาขึ้นมา ผมเปลี่ยนร่างตัวเองกลับเป็นร่างมนุษย์ก่อนที่ผมจะทิ้งน้ำหนักลงไปที่ขาก้าวเดินไปหาประตูห้องพักที่อยู่ห่างออกไปประมาณกิโลนึง

 

การแข่งครั้งนี้ไม่มีผู้ชมคนไหนเฮร้องด้วยความสุขใจเลยซักคนเดียว เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความเศร้าและความหม่นหมอง ตลอดการแข่งเวลาที่คนดูเห็นอสูรพันธ์ตายพวกเขาจะไม่มีท่าทีแสดงความอาลัยกับคนพวกนั้นเลย

 

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันกลับสร้างคงามอาลัยให้ทุกคน ซากูมะที่ดูรายการนี้อยู่ที่บ้านก็ถึงกับหางคื้วและถอนหายใจออกมาด้วยความอาลัยซูมารุ

 

ซึ่งในระหว่างที่ผมกำลังเดินไปที่ประตูอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงของบางสิ่งแหวกว่ายมาหาผมทางด้านหลัง

 

เทวทูติใต้สมุทธได้ปรากฏตัวขึ้นและมันกำลังว่ายมาหาผมทางด้านหลัง แต่คราวนี้ผมไม่กลัวมันและก้าวขาเดินอย่างช้าๆเหมือนเดิม มันว่ายเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

 

ฮาซุย : อย่าเข้ามา

 

 

ผมเอ่ยเสียงเรียบทำให้มันชะงักครู่นึง ก่อนที่มันจะยังว่ายมาหาผมอีก

 

ฮาซุย : บอกว่าอย่าเข้ามา!!!!

 

 

พู้มมมมม!!

 

ผมได้หันควับไปหามันพร้อมกระทืบเท้าลงพื้นทะเลอย่างแรงจนพื้นทรายใต้ผืนสมุทธแตกกระจายและเกิดแรงกระแทกใต้น้ำเป็นวงกว้าง

 

เสียงของผมที่ดังก้องใต้น้ำทำให้เทวทูติใต้สมุทธสะดุ้งกลัวผมและมันก็ไม่กล้าเข้าใกล้ผมมากกว่านี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคนที่ดูอยู่เป็นอย่างมาก

 

โนเว็น : เด็กนั่นพูดกับเทวทูติใต้สมุทธได้ 0_0

 

 

 

...เจ้าพูดกับข้าได้ ?

 

ทันใดนั้นเองเทวทูตสมุทธก็ได้เอ่ยปากพูดกับสิ่งมีชีวิจมายพันธ์อื่นครั้งแรกในรอบหลายพันปี คำพูดของมันทำให้ผมชะงักไปก่อนที่ผมจะหันไปหามันโดยที่ยังคงอุ้มร่างของซูมารุเอาไว้อยู่

 

ฮาซุย : คุณเป็นคนเอ่ยปากพูดกับผมเองไม่ใช่รึไง ?

 

เทวทูติใต้สมุทธ : คนๆเดียวที่เคยทำให้พวกแบบเรายอมเปิดปากพูดด้วยมีเพียงแค่ฮิตซูเท่านั้น...เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อย เจ้าช่างดูเหมือนเขานัก...ข้าขอทราบชื่อเจ้าได้ไหม ?

 

ฮาซุย : ผมมีชื่อว่าฮาซุย...เป็นแค่ทาสชั้นต่ำที่ดันไปครอบครังพลังที่ไม่คู่ควร...และตอนนี้...พวกคนที่ฆ่าฮิตซูกำลังจะมาจัดการกับผม

 

เทวทูติใต้สมุทธ : พวกคนเหรอ ? เจ้าหมายความว่ายังไง ? คนที่อยู่เบื้องหลังการตายของฮิตซูมีแค่คนเดียวเท่านั้น

 

คำพูดของเทวทูติใต้สมุทธทำให้ผมที่ได้ยินหยุดยืนฟังมันต่อไป เพราะไม่ว่าผมจะรีบไปหรือไม่ผมก็ไม่สามารถช่วยซูมารุได้ทันแล้ว

 

ฮาซุย : คุณหมายความว่าไง ?

 

เทวทูติใต้สมุทธ : โอ้ นี่เจ้ายังไม่รู้อีกเหรอ ?

 

ฮาซุย : ...

 

เทวทูติใต้สมุทธ : คนที่ลงมือฆ่าฮิตซูเขามีอายุมาพันปีแล้ว...และเขาก็ฆ่าไม่ตายด้วย

 

 

ผมที่ได้ยินแบบนั้นก็ตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที ไม่เว้นแม้แต่โนเว็นที่เอ่ยปากพูดออกมาด้วย

 

โนเว็น : ผู้ใช้น้ำอมฤทธิ์ ?

 

 

แบนชี : อะไรนะค่ะท่านโนเว็น ?

 

โนเว็น : คิซูกิ ช่วยพาชั้นไปพบกับฮาซุยที ชั้นจะได้ลงไปเป่าประกาศความจริงในเกมนั้นให้ทั้งโลกเห็นเลย

 

โนเว็นกล่าวออกมา คิซูกิแม้จะยังไม่เข้าใจเหตุผลที่แน่ชัดแต่เธอก็ยอมที่จะทำตามแบบนั้น

 

ฮาซุย : มันจะเป็นไปได้ยังไง ? ใครเป็นคนฆ่า!?

 

 

เทวทูติใต้สมุทธ : ...เอเร็ค...เจ้าคนทรยศ ความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับอสูรพันธ์ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าแล้วเจ้าหนู

 

 

เทวทูติใต้สมุทธพูดจบก็ได้หันหลังแล้วว่ายน้ำจากไป ทิ้งไว้เพียงปริศนาที่อยู่ในหัวผม

 

 

 

แอ๊ด~

 

ประตูห้องพักชั่วคราวถูกเปิดเข้ามา เรแม็กที่รออยู่ด้านในรีบเข้ามาดูทันที

 

เรแม็ก : ฮาซุย! นายยังปลอดภัยใช่ไหม..

 

แต่เมื่อเรแม็กเห็นตัวผมในสภาพที่ร่างกายโชกไปด้วยเลือด เขาก็เงียบชะงักไป และยังร่างของซูมารุที่หมดลมหายใจอ้อมกอดผมอีก

 

เมื่อผมเกินผ่านประตูมา ตัวผมที่ควรจะเปียกน้ำก็แห้งสนิทและภายในห้องพักนั้นน้ำทะเลจากด้านนอกก็เข้ามาไม่ได้ด้วย

 

ภายในห้องนั้นผมเจอพวกทาสที่ไม่ใช่ผู้เล่น เซฟิส เบล และดิบราสมาอยู่ในห้องแล้ว ซึ่งพอทุกคนเห็นร่างของซูมารุก็พากันทำหน้าเศร้าและอาลัยกับตัวเขาออกมา

 

ผมเอาร่างของซูมารุวางไปบนโซฟาโดยที่ผมนั้นนั่งลงข้างๆตัวเขา ผมนั่งก้มหน้าซึมไม่พูดอะไรกับใครเลยซักคำ ไม่แม้แต่จะรู้สึกดีใจที่ผ่านเกมที่ 9 มาได้

 

เรแม็ก : มันเกิดอะไรขึ้น ?

 

 

ฮาซุย : ...พวกนักฆ่าเงินรางวัล..พวกมันฆ่าเขา

 

 

เบลที่มีทักษะของนักฆ่าเมื่อเธอได้ยินแบบนั้นเธอก็เลยเข้าไปเอามือจับคอของซูมารุตรวจหาชีพจร และเมื่อเธอจับเสร็จก็ต้องทำหน้าเศร้าออกมา

 

เบล : ชีพจรเขาไม่เต้นแล้วจริงๆ

 

เซฟิส : โธ่~

 

 

ในระหว่างนั้นเอง โนเว็นก็ได้วาร์ปเข้ามาในห้องพัก พร้อมทั้งเขายังเอากล้องถ่ายทอดสดไปวางไว้ที่โต๊ะด้วย

ก่อนที่เขาจะเดินมานั่งข้างผมแล้วพูดกับผม

 

โนเว็น : เสียใจเรื่องเพื่อนนายด้วยนะเจ้าหนู

 

ฮาซุย : ...คุณได้ยินที่เทวทูติใต้สมุทธพูดกับผมไหม ?

 

 

โนเว็น : ชั้นได้ยิน ทุกคนได้ยินหมดแล้ว และต้องขอบคุณนายนะที่ทำให้ชั้นแน่ใจแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือเอเร็ค เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานกันในการสร้างน้ำอมฤทธิ์

 

โนเว็นเขาได้เล่าทฤษฎีและความเป็นจริงที่อาจเป็นไปได้มากที่สุดโดยเขาได้พูดมันผ่านกล้องที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

 

โนเว็น : เมื่อประมาณพันปีก่อน ชั้นกับฮิตซูเราได้ร่วมมิอกันที่จะสร้างสุดยอดโพชั่นที่เป็นพลังที่ไม่มีใครเอื้อมถึง นั่นคือน้ำอมฤทธิ์ โพชั่นที่ทำให้ผู้ดื่มเป็นอมตะและไม่มีวันตาย ในตอนนั้นชั้นอาสาเป็นผู้ดื่มโพชั่นและเป็นหนูทดลองประกอบกับพัฒนาโพชั่นนั้น แต่แค่ชั้นกับฮิตซูไม่สามารถสร้างโพชั่นนั้นได้สำเร็จ

 

เราจึงเชิญอสูรพันธ์คนนึงมาร่วมทำงานด้วย คนๆนั้นก็คืออสูรพันธ์นามว่าเอเร็ค เขาเป็นอสูรพันธ์ที่มีความชาญฉลาดและแข็งแกร่งไม่แพ้เราสองคน แต่เขากลับเป็นคนเจ้าเล่ห์และมีความตลกร้ายสูง

 

เราไม่อยากให้เขามาร่วมงานแต่สุดท้ายเราก็เอาเขาเข้า และด้วยพลังปัญญาของเราสามคน เราก็สร้างโพชั่นนั้นขึ้นมาได้ขวดนึง เมื่อได้โพชั่นเอเร็คมันก็หักหลังเรา เขาต้องการโพชั่นนั้นไปแค่สำหรับเขาคนเดียว

 

ชั้นแย่งโพชั่นมาดื่มได้ขวดนึงขณะที่เราสู้กัน อีกครึ่งเอเร็คแย่งไปดื่มได้ทำให้เราสองคนนั้นมีชีวิตเป็นอมตะ ในเวลาต่อมาไม่นานฮิตซูก็ถูกฆ่าตอนนั้นเราคิดแล้วว่าคนที่ทำเรื่องนี้ต้องเป็นเอเร็คแน่ แต่เราไม่มีหลักฐานหรือร่องรอยเบาะแสที่จะสาวไปเจอตัวมัน

 

เรแม็ก : แล้วทำไมเอเร็คมันถึงต้องการตัวฮาซุยด้วย ?

 

 

โนเว็น : เพราะฮาซุยเป็นผู้ที่ได้รับพลังสืบทอดจากฮิตซู พลังคอมมานด์ของเขาคือพลังที่ฮิตซูส่งต่อให้

 

 

โนเว็นได้เอ่ยปากพูดความจริงออกมาเกี่ยวกับตัวผม โดยผมก็ไม่ได้สนใจอะไรที่เขาจะเปิดเผยความจริงเพราะในหัวของผมในตอนนี้กำลังประมวลภาพในหัว

 

ผมกำลังพยายามเค้นเอาความทรงจำในอดีตของผมเพื่อทำให้ภาพเฟรมความทรงจำตอนที่คุณฮิตซูถูกฆ่ากลับมาให้ได้

 

ผมท่องในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านึกให้ออกๆๆๆ จนกระทั่งในท้ายที่สุดภาพเฟรมความทรงจำตอนที่คุณฮิตซูถูกฆ่าก็ชัดเจนขึ้นจนทำให้ผมเห็นหน้าคนที่ฆ่าฮิตซูแบบชัดเจนและทำให้ผมเห็นว่าอสูรพันธ์ที่ฆ่าเขานั้นมีลักษณะร่างกายสีเขียวเหมือนเชื้อรา มีเขายาวที่แตกแขนงออก ร่างกายใหญ่โต และตาสีแดงผมไม่รอช้าทำการสร้างภาพเฟรมนั้นขึ้นมาในมทอด้วยน้ำฟมึกของผมเป็นภาพจริงขึ้นมาส่งให้โนเว็น

 

ฮาซุย : ใช่คนนี้รึเปล่าครับ!?

 

โนเว็น : ใช่แล้ว นั่นแหละคือเอเร็ค เขามีพลังคอมมานด์เป็นเชื้อรา เขาสามารถปล่อยเชื้อราทำลายสิ่งต่างๆและย่อยสลายมัน เป็นพลังคอมมานด์ที่อันตรายมากเลยทีเดียว

 

โนเว็นพูดพร้อมรับรูปภาพนั้นไป ในตอนนั้นเองความโกรธของผมทำให้ผมชี้นิ้วไปที่กล้องถ่ายทอดสดแล้วตะโกนออกมา

 

ฮาซุย : นายดูอยู่รึเปล่าเอเร็ค!!? ชั้นรู้ว่านายดูชั้นอยู่!!! และถ้านายดูอยู่ชั้นก็ขอบอกให้นายรู้ไว้ก่อนเลยว่าชั้นไม่กลัวแกหรอก!! ชั้นจะต้องจัดการกับแก!! แทนที่จะส่งนักฆ่ารับจ้างฝีมือห่วยแตกมาเก็บชั้นทำไมแกไม่มาเจอกับชั้นในนี้ด้วยตัวเองเลยหละ!!? ชั้นขอท้าแกไอ้อสูรพันธ์สารเลว!!

 

 

คำพูดของผมได้ทำให้ทุกคนที่ได้ยินพากันตกตะลึงเพราะผมได้เอ่ยปากพูดท้าทายไปถึงเอเร็ค ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวนั้นกำลังดูโทรทัศน์อยู่และกำลังถูกผมชี้หน้าด่าอยู่ มันก็ทำให้เขาหลี่ตามองมาที่ผมเหมือนแอบรับคำท้าอยู่ในใจ

 

 

หลังจากนั้นผมก็ได้ปลีกตัวไปพักในห้องพักแยกข้างๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครแสดงความคิดเห็นอะไรแต่ในใจทุกคนนั้นพากันมองว่าเด็กชายที่ชื่อฮาซุยนั้นช่างกล้าหาญที่กล้าท้าทายอสูรพันธ์ที่ฆ่าฮิตซูและยังด่ามันแบบไม่ไว้หน้า และไม่มีใครมองว่าเขาอวดดีเพราะตอนนี้ทุกคนก็รู้สึกอยากจะสาปแช่งคนที่ฆ่าฮิตซูเหมือนกันหมดทุกคน

 

 

ซึ่งในระหว่างที่ผมกำลังพักอยู่ในห้องพักแยกนั้น

 

วิคตอเรีย : ชั้นว่าคุณหนะกำลังหาที่ตายเปล่าๆนะ ฮิตซูคงต้องผิดหวังในตัวคุณมากแน่ๆ

 

เมดวิคตอเรียเธอก็ได้มาโผล่ในห้องของผม ผมไม่รู้ว่าเธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไงแต่ผมเดาได้ว่าคงเป็นเพราะพลังคอมมานด์ของเธอที่พาเธอเข้ามา

 

แต่ที่แน่ๆคือคำพูดของวิคตอเรียได้สร้างน้ำโหให้ผมเป็นอย่างมาก

 

ฮาซุย : หมายความว่าไงวิคตอเรีย ?

 

 

วิคตอเรีย : รู้ชื่อชั้นด้วยเหรอค่ะ ?

 

ฮาซุย : ..เธอเป็นเมดคนสนิทของท่านคิซูกิ ชั้นเคยได้ยินเรื่องของเธอมาอยู่

 

วิคตอเรีย : ที่ชั้นพูดหมายถึง การที่นายไปท้าเอเร็คแบบนั้นหนะมันเป็นความคอดที่โง่มาก ตัวเองเป็นแค่มนุษย์แต่กลับทำเป็นหาญกล้าเหมือนมังกร จะท้าทายอำนาจมืดของอสูรพันธ์แบบนั้น

 

ฮาซุย : ...ถ้าชั้นตายและถูกมันเอาพลังคอมมานด์ไป เธอก็ไม่รอดเหมือนกันนั่นแหละ

 

ผมพูดตอกหน้าเธอกลับไป วิคตอเรียเธอเป็นพวกเหยียดมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด ผมควรจะคุยดีๆกับเธอแต่เพราะตอนนี้ผมกำลังอารมย์เสียอยู่จึงไม่อยากพูดดีด้วย

 

ฮาซุย : อย่ามายุ่งกับผมหนะ

 

วิคตอเรีย : นายไม่คิดบ้างเหรอว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ซูมารุตาย

 

ฮาซุย : คุณจะยั่วโมโหผมรึไง ?

 

วิคตอเรีย : ชั้นแค่พูดตามความจริงเท่านั้นเอง นายหนะนอกจากจะเป็นมนุษย์ที่ต่ำต้อยแล้วยังเป็นตัวปัญหาอีกเนอะ ?

 

หมับ!

 

ในตอนนั้นเองที่อารมย์ของผมใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มที ผมพุ่งเข้าไปเอามือจับข้อมือเธอและออกแรงบีบแน่น

 

ฮาซุย : หยุดพูดเดี๋ยวนี้

 

วิคตอเรีย : ไม่งั้นจะทำไม ? นายจะทำอะไรชั้น ?

 

ฮาซุย : ผมจะทำให้คุณรู้ว่าไม่ควรมาเล่นกับผม

 

ผมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนต้องการจะพูดข่ม แต่เธอก็ไม่กลัวและยังพูดท้าทายผมเรื่อยๆ

 

วิคตอเรีย : งั้นนายก็ทำเลยซิ~! อย่าเอาแต่พูดข่ม! อุ้บ!?

 

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ผมก็ไม่คิดจะเก่งแต่ปากแล้ว ผมได้พุ่งริมฝีปากเข้าไปประกบปากจูบกับเธอทันที

 

ผมได้สอดลิ้นเข้าไปในปากของเธออย่างดูดดื่ม ทำให้คำพูดด่าทอของเธอในตอนแรกดังอู้อี้อยู่ในลำคอเป็นเสียงครางซะแทน

 

วิคตอเรีย : อื้ม~! อื้ม~!

 

วิคตอเรียส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ผมไม่สนเสียงครางของเธอแล้วจูบเธอต่อไปเรื่อยๆ ผมต้องการจะให้เธอรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกว่าการโดนย่ำยีขณะที่ใจกำลังสลายมันเป็นยังไง

 

จนเมื่อเวลาผ่านไปผมก็ถอนจูบจากปากเธอ ผมได้ลองตรวจสถานะเธอดูทำให้ผมรู้ว่าเธอมีระดับพลังอสูรอยู่แค่ เท่านั้น และพลังคอมมานด์ของเธอคือวาร์ป ทำให้เธอสามารถวาร์ปไปไหนก็ได้อย่างที่ใจต้องการ แต่ถ้าหากร่างของเธอถูกพันธนาการเอาไว้จะไม่สามารถวาร์ปไปไหนได้ เป็นพลังคอมมานด์ที่อ่อนแออะไรเช่นนี้

 

วิคตอเรีย : ฮ้าห์~! เจ้าบ้า! แกมันสารเลว! กล้าดียังไงถึงทำกับชั้นแบบนี่!?

 

ฮาซุย : อ๋อเหรอ!? ชั้นเตือนเธอแล้วว่าอย่าทำแบบนี้! แต่เธอก็พูดไม่หยุดปาก! ชั้นจะทำให้เธอไม่กล้าปากดีอีก!

 

ผมพูดก่อนที่จะจับเธอมาจูบปากต่อแต่คราวนี้ผมได้ใช้ระยาวน้ำหมึกของผมถอดเสื้อผ้าเธอออกทีละชิ้นด้วย เสื้อผ้าของเธอบางชิ้นถูกผมฉีกขนขาดเลยด้วยซ้ำ ผมได้พุ่งระยางเส้นนึงไปล็อคประตูห้องพักแยกของผม

 

และเมื่อผมถอดเสื้อผ้าเธอออกจนเกือบหมดแล้วผทก็จับเธอกดลงกับโซฟาแล้วเอาหน้าไปไซร้คอเธอทันที

 

วิคตอเรีย : ยะ..อย่านะ! อ๊าห์~!

 

 

วิคตอเรียส่งเสียงครางออกมาขณะที่โดนไซร้คออยู่แบบนั้น

 

ฮาซุย : เอ๋~? ครางน่ารักดีหนิ ให้ชั้นได้ยินอีกซิ

 

งั้บ~!

 

วิคตอเรีย : โอ้ย!?

 

ผมได้ลงมือฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอของเธอจนเกิดเป็นรอยจ้ำแดงขึ้นที่ซอกคอของเธอ

 

วิคตอเรีย : โอ้ย!? ชั้นเจ็บนะ!

 

ฮาซุย : เจ็บเหรอ!? ที่นี้มาทำเป็นร้อง! คุณรู้บ้างไหมว่าผมเจ็บยิ่งกว่าคุณอีก!

 

ผมคำรามใส่หน้าเธอด้วยใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา จากนั้นผมก็กดจูบเข้าไปหาเธออีกครั้ง

 

วิคตอเรียเธอขัดขืนแบบสุดฤทธิ์ ผมมองเห็นหยดน้ำตาที่คลออยู่ที่เบ้าตาเธอแต่ผมก็ไม่สนใจและจูบเธอต่อไปอีก น้ำลายของเราสองคนได้ไหลออกมานอกปากของวิคตอเรียคงเพราะว่าผมจูบเธอหนักมากไปหน่อย

 

มือของผมได้เลื้อยไปบีบก้อนหน้าอกของเธอที่มีขนาดพอดีมือของผม ผมบีบนวดมันไปจูบกับเธอไป

 

วิคตอเรีย : อ๊าห์~ ขอร้อง~ หยุดเถอะ~

 

 

วิคตอเรียเธอเริ่มที่จะร้องไห้ออกมา เธอคงรู้สึกเจ็บน่าดูซิท่าที่โดนมนุษย์มาทำแบบนี้กับเรือนร่างเธอ แต่ผมก็ยังเล่นกับร่างของเธอต่อไปเรื่อยๆอีก

 

เสียงครางของเธอทำให้แก่นกายของผมมันเริ่มแข็งมากแล้ว ผมจึงทำการถอดกางเกงตัวเองลงแล้วจากนั้นผมก็ได้ดึงเอาท่อนเอ็นอันใหญ่ยาวของผมออกมาให้เธอดูต่างหน้า

 

ทำให้วิคตอเรียเมื่อเธอเห็นขนาดของผมเธอก็ตาเบิกกว้างและทำหน้าถอดสีออกมาทันที

 

 

ฮาซุย : เอาหละ~ ชั้นเคยใช้วิธีนี้ลงโทษเด็กดื้อแบบโชกุมาแล้ว ตอนนี้ก็ตาเธอแล้วนะ

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว