ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 20 : ตามติดและติดตามทุกย่างก้าว

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 : ตามติดและติดตามทุกย่างก้าว

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 20,ตามติดและติดตามทุกย่างก้าว

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 : ตามติดและติดตามทุกย่างก้าว
แบบอักษร

ตอนที่ 20 : ตามติดและติดตามทุกย่างก้าว 

 

ตั้งแต่วันที่ได้ฟังเรื่องราวมากมายของเหม่ยเอ๋อร์ และร่วมทั้งเด็กทั้งห้าคนที่เหม่ยเอ๋อร์รับมาเลี้ยง เป็นเด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้งที่วัด และรับครอบครัวลูกชายแม่นมมาอยู่ด้วยจนกระทั้งเรื่องทุกคนในบ้านมิใช้บ่าวขายตัวเพราะเหม่ยเอ๋อร์คืนหนังสือขายตัวให้และเปลี่ยนเป็นหนังสือจ้างงานแทน ทุกเรื่องที่นางทำบ่งบอกว่านางมีจิตใจดี ช่วยเหลือผู้คนไม่เคยหวังผลหรือสิ่งตอบแทนอย่างแท้จริง แต่น่าสนใจและน่าแปลกใจอย่างยิ่งคือไต้ซือว่านซื่อถึงลงจากเขาเพื่อมารอพบเหม่ยเอ๋อร์! มีแต่ฮ้องเต้ที่ไปพบไต้ซือว่านซื่อได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว แต่ก็มิใช้จะได้พบทุกครั้ง สามัญชนคนทั่วไปยิ่งที่จะให้พบโดยง่าย เหม่ยเอ๋อร์สำคัญอย่างไรไต้ซือว่านซื่อถึงกับลงมารอพบ? คือสิ่งที่ท่นนอ๋องต้องหาคำตอบให้ได้ 

ทุกวันนี้ท่านอ๋องเกาเหว่ยมีงานประจำทำ! เริ่มตั้งแต่วันที่ได้ฟังเรื่องราวเหม่ยเอ๋อร์ที่ให้องครักษ์ไปสืบมา จากนั้นทุกเช้าชำระล้างร่างกายแต่งกายแล้วไปทำงาน! งานประจำของท่านอ๋องที่ต้องไปทุกวันก็คือ... 

ไปบ้านฟางเหม่ย! เอ๊ะ! 

ไปกินอาหารเช้า! เอ๊ะ! 

อยู่เป็นเพื่อนช่วยทำงาน เอ๊ะ! 

หน้าที่หลักของท่านอ๋องที่เรือนฟางเหม่ยคือ...กวนไหถั่วหมัก! ตามติดและติดตามเหม่ยเอ๋อร์ทุกย่างก้าวเลยว่าได้!นี่คืองานหลักที่สำคัญมาก นอกนั้นไม่สำคัญมากหรือก็สำคัญรองลงมาก็ว่าได้ 

ฉันคิดในใจว่าอีตาท่านอ๋องมาทำไมทุกวันแล้วที่มาดื่มกาแฟเอสเปรสโซ่ทุกเช้า บ่ายก็ของว่างกับโกโก้และน้ำชา วันหลายก่อนเอาเครื่องประดับเป็นชุดปิ่นปักผม กำไข้อมือ ต่างหูที่ทำจากหยกขาวเนื้อดีมาให้ข้าหนึ่งชุด เมื่อวานก็ซื้อข้าวสารมาให้หลายกระสอบและมากินอาหารเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็นที่บ้านฉันทุกวันและอยู่จนฉันเข้านอนจึงกลับเป็นเช่นนี้ทุกวัน 

"คารวะท่านอ๋อง มาบ้านข้าแต่เช้าทุกวันเลยนะเพคะ" พูดค่อนขอดนิดหน่อยและมองค้อนเล็กน้อยพองาม ท่านอ๋องเกาเหว่ยกลับยิ้มน้อยๆอย่างอารมณ์ดี ซึ่งเป็นร้อยยิ้มที่จะเห็นได้โดยง่ายไม่ เป็นยิ้มที่น่ามองยิ่งช่วนให้หลงไหล 

"เหม่ยเอ๋อร์ไม่ต้องมากพิธี ต่อไปเรียกข้าว่าท่านพี่เถอะ!" ทั้งบ่าวไพร่ในเรือนและยังองครักษ์ของเขาสั่งร้องพร้อมกันว่า 

"ท่านอ๋อง...!" 

ส่วนฉันก็ "เอ๊ะ!...จะดีหรือเพคะ! ข้ารู้สึกว่ามันแปลกๆนะ!..." พอฉันพูดจบท่านอ๋องลุกขึ้นเดินมาหาจับแขนฉันถามว่า 

"เจ้ารู้สึกอะไร...แปลกอะไรตรงไหนรึ?" แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม 

ฉันมองรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ขี้เล่นนั้นด้วยใจเต้นแรงด้วย แต่พูดกลบเกลื่อนท่านอ๋องออกไปว่า " ไม่ ไม่มีอะไรเพคะ" 

"ดี! เช่นนั้นเหม่ยเอ๋อร์! วันนี้ข้ามีผ้าเนื้อดีมาให้เจ้าสิบพับ ให้เจ้าลองดูชอบหรือไม่ และข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าด้วย" องครักษ์ก็ยกมาให้ 

ฉันมองผ้าสีขาวแล้วลองจับเนื้อผ้าดูรู้สึกนุ่มสบายมือมาก "ขอบพระทัยมากเพคะ หม่อมฉันชอบผ้านี้มากสัมผัสนุ่มนวลยิ่งนัก" 

ท่านอ๋องพูดว่า " เป็นผ้าเนื้อดีที่ข้าได้รับพระราชทานมา ข้าจึงให้แม่นมช่วยเลือกที่เหมาะกับเจ้าและบุตรในครรภ์ เพราะเจ้าท้องใหญ่มากและอีกสองเดือนกว่าๆก็จะคลอดแล้ว" 

ฉันยิ้มให้ตอบว่า "ขอบพระทัยท่านอ๋องที่พระองค์ทรงเป็นห่วงเป็นใยหม่อมฉันและลูกเพคะ..." 

"ท่านอ๋องมี..." ยังไม่ทันจะพูด ท่านอ๋องก็รีบพูดแซกขึ้นมา 

"ท่านพี่! ข้าอย่ากให้เจ้าเรียกข้าในบ้านไม่มีคนนอกหรือถ้าอยู่กันตามลำพังให้เรียกข้าว่า ท่านพี่! " ฉันรู้สึกแก้มร้อนแดงขึ้นมาพร้อมพูดอย่างอายๆว่า 

"ได้...ได้เพคะท่านพี่!" ท่านอ๋องเกาเหว่ยยิ้มแย้มแจ่มใส่ เดินเข้าใกล้จับที่มือฉันแล้วถามว่า 

"ว่าอย่างไรน้องหญิง! เมื่อครู่น้องหญิงมีอะไรจะพูดกับพี่หรือ!" 

น้องหญิงงั้นรึ! ฉันตกใจมากปนเขินอายและทุกคนพากันตกใจแต่ท่านอ๋องกลับทำเหมือนทุกคนเป็นอากาศธาตุ ไม่มีตัวตนอยู่แถวนี้ มีเพียงเหม่ยเอ๋อร์กับเขาเท่านัน 

พี่เหวินพี่ตงพี่หลงแม่นม ต่างพากันคิดว่าท่านอ๋องผู้นี้ชอบพอคุณหนูของตนจริงๆใช่หรือไม่? 

ฉันจึงพูดเขินๆตะกุตะกักนิดๆว่า"ข้า ข้ามี มีเรื่องไถ่ถามและขอคำปรึกษาเพ เพคะ"และไม่กล้าสบตา 

"ยินดียิ่งนัก ข้าเองก็มีเรื่องจะพูดกับเจ้าเช่นกัน เช่นนั้นเราไปนั่งที่ศาลาดีหรือไม่" ฉันพยักหน้า แล้วหันไปหาทุกคน 

"พี่ๆไปทำงานกันเถอะ แล้วพรุ่งนี้เป็นวันพุธแรกที่เป็นวันหยุด พวกพี่ๆและทุกคนสามารถไปไหนมาไหนกันได้ตามต้องการ และจะกินอะไรเป็นพิเศษก็สรุปกันให้พี่หลงมาบอกข้า หรือจะให้ข้าคิดให้ก็บอกข้าจะได้คิดทำอะไรแปลกใหม่ให้ทุกคนชิมกันอย่างไรก็สรุปวันนี้ และถ้าใครจะไปไหนก็บอกข้าวันนี้ด้วย เที่ยงนี้เปลี่ยนเป็นก๋วยเตี๋ยวบ้าง ข้าจะผัดซีอิ๊ว แล้วเย็นนี้เป็นปลาต้มส้ม ทอดมันปลา ผัดพริกไก่ และผัดถั่วลันเตาใส่ตับ " 

"ขอรับ/เจ้าค่ะ ขอรับ/เจ้าค่ะ" และหันไปหาแม่นมกับชิงเอ๋อร์ 

"แม่นมชิงเอ๋อร์พวกท่านช่วยยกกาแฟท่านอ๋อง ของข้าขอนมร้อนกับน้ำชาไปให้ข้าที่ศาลากลางสวน" แล้วหันไปถามท่านอ๋อง 

"ท่านออ!...ท่านพี่จะรับสำรับเช้าด้วยกับข้าเลยหรือไม่เพคะ" พยักหน้าและส่งเสียง 

"อืม!" 

"แม่นม ชิงเอ๋อร์ เตรียมอาหารเช้าให้ข้าแบบง่ายที ขอเป็นข้าวต้มกับผัดผักกวางตุ้ง ยําเกี้ยมไฉ่ไข่เค็ม กุนเชียงทอด หัวไชโป้ผัดไข่ อย่าลืมตักสำรับข้าวต้มให้ท่านปู่ด้วย อาหารเสร็จแล้วไปบอกข้าที่ศาลา" หันไปหาองครักษ์ท่านอ๋องทั้งสองคนแล้วถามว่า 

"พวกท่านก็รับกาแฟและสำรับเช้าที่นี้กับคนของข้าด้วยเลยละกัน" 

"ขอรับ/ขอรับ" 

"แม่นม ชิงเอ๋อร์ ซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ฝากดูแลพวกเขาด้วย" 

"เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ" 

เหม่ยเอ๋อร์จึงเดินไปศาลาโดยมีท่านอ๋องเดินมาหาจับจูงมือประคองพาเดินไปศาลา โดยมีสายตามบ่าวไพร่และองครักษ์ที่มองดูอยู่ด้านหลังอย่างต่างพากันฉงนสงสัย ในพฤติกรรมของท่านอ๋องซึ่งนับวันจะยิ่งแตกต่างจากเดิมมากขึ้น มากขึ้นทุกวัน 

เมื่อนั่งที่ศาลาแม่นมกับชิงเอ๋อร์ เอากาแฟกับนมและน้ำชามาให้เสร็จ ฉันจึงพูด 

"ที่ท่านออ!..ท่านพี่บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับข้า คือเรื่องอะไรหรือเพคะ" 

"เรื่องนั้น...เมื่อหลายวันก่อนทางวังหลวงให้คนส่งสารมาถึงข้า ฮ่องเต้และฮองเฮาต้องการสั่งซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวให้ส่งเข้าวังอย่างละสองร้อยขวดทุกเดือน ให้เจ้าบอกราคากับข้าได้เลยและถ้าติดปัญหาอะไรให้บอกข้า ข้าจะช่วยหาทางแก้ไขให้" 

"หม่อมฉันไม่มีปัญหาทางด้านสินค้า และจำนวนที่สั่งก็ไม่มากหม่อมฉันมีส่งเพคะ แต่ติดปัญหาที่...หม่อมฉันไม่มีรถและคนที่จะขับไปส่งให้ที่วังหลวงในเมืองหลวง หากหม่อมฉันจ้างวานสำนักคุ้มภัยเกรงว่าจะไม่คุ้มเพคะ" 

"ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เจ้าส่งให้ข้าที่จวนหรือนัดวันมารับของ ข้าให้คนของข้ามารับของที่นี่และส่งไปวังหลวง" 

"ขอบพระทัยท่านพี่เพคะ ถ้าเช่นนั้นข้าให้ราคาเท่ากับที่พ่อค้ามารับไปขายขวดละ40อีแปะ อย่างละสองร้อยขวดก็เท่ากับสี่ร้อยขวด เป็นเงินสิบหกตำลึงเพคะ" 

"เช่นนั้นให้เจ้าส่งข้าอย่างละสองร้อยห้าสิบขวด เท่ากับห้าร้อยขวดเป็นเงินยี่สิบตำลึงเอาตามนี้ ข้าอยากได้ผักกาดดอง10ชั่ง" 

"เพคะ ผักกาดดอง10ชั่ง สองร้อยอีแปะ ท่านพี่ต้องการสินค้าวันไหนเพคะ" 

"พรุ่งนี้เลยแล้วกัน พรุ่งนี้เช้าจะให้คนมากับข้ามารับของไปวังหลวงเลย วันนี้เจ้าจัดเตรียมให้เรียบร้อย" 

"ได้!ได้ตามนั้นเพคะ หม่อมฉันจะเตรียมให้ครบในวันนี้เลย" 

"แล้วที่เจ้าบอกว่ามีเรื่องจะถามและปรึกษาข้าด้วยเรื่องอันใดหรือ" 

"คือท่านอ๋อ! ท่านพี่เพคะ หม่อมฉันอยากรู้ว่าท่านพี่พอจะรู้หรือไม่ว่า ที่ดินติดหลังบ้านของหม่อมฉันเป็นของผู้ใด" 

ท่านอ๋องขมวดคิ้วสงสัย"เจ้าถามทำไม่รึ?" 

"หม่อมฉันอยากจะขยายพื้นที่สำหรับการทำโรงหมักซีอิ๊วและเต้าเจี้ยว ตอนนี้พื้นโดยรอบที่ในบริเวนบ้านหม่อมฉันหนาแน่นเกินไปแล้ว จะหาที่จะวางไหหมักไม่มี หม่อมฉันไม่สามารถหมักเพิ่มได้ ถ้าหม่อมฉันไม่ขยับขยายในอนาคตอันใกล้ บ่าวไพร่หรืออาจเป็นหม่อมฉันที่ต้องนอนกันบนไหหมัก ท่านพี่ท่านลองคิดดูภาพของหญิงท้องแก่ใกล้คลอดนอนบนไห มันคงไม่งาม หม่อมฉันจึงอยากจะหาที่ดินใกล้ๆและเห็นที่ดินหลังบ้านเหมาะสมจึงติดต่อขอซื้อหรือเช่าเจ้าของที่ดินผืนนี้เพคะ เพราะที่ดินติดบ้านหม่อมฉันจะสะดวกกับหม่อมฉันเพคะ" 

"อืม! จริงของเจ้า! เพราะอีกสองเดือนกว่าเจ้าก็คลอดแล้ว อีกทั้งหลังคลอดก็ต้องดูแลบุตร คงเดินเหินไปข้างนอกไม่ได้ ถ้าเป็นที่ดินติดกับบ้านจะสะดวกกว่า ข้าเห็นด้วยกับความคิดเจ้า ส่วนเรื่องที่ดินไม่เป็นปัญหา!ที่ดินมีเนื้อที่สิบสองลี้ข้ามเนินป่าไปก็เป็นจวนของข้า เจ้าอยากจะสร้างอะไร แบบไหนให้ร่างแบบมาเดี๋ยวข้าหาคนมาช่วยก่อสร้างให้" 

ฉันคิดว่าท่านอ๋องเกาเหว่ยนี่ท่านคิดแทนฉันและคิดมากมายกว่าตัวฉันอีกนะคะ ก็ดีนะจะไม่ต้องหาเอง 

"ท่านอ๋องรู้จักกับเจ้าของที่ดินหรือเพคะ แล้วใครเป็นเจ้าของเพคะ? แล้วเขาจะยอมขายให้หรือให้หม่อมฉันเช่าหรือเพคะ" 

"เป็นที่ดินของข้าเองมิได้ใช้ทำอะไร ถ้าเจ้าอยากจะเอาไปใช้อะไรก็ใช้ไป ไม่ต้องซื้อไม่ต้องเช่าเพราะข้าคิดว่าเป็นประโยชน์กับเจ้าดีกว่าปล่อยรกร้างว่างเปล่าเช่นนี้ แต่ข้ามีเงื่อนไขที่จะให้ที่ดินพื่นนี้ไปใช้ ข้าอยากได้!..." หยุดคิดแล้วพูดว่า "ข้าอยากให้เจ้ายอม!..." 

ฉันร้อนใจจึงถาม"ท่านพี่อยากได้อะไร ? และอยาก...อยากให้ข้ายอมอะไรเพคะ?" 

"ข้าอยากได้...เจ้า!!!..." ท่านอ๋องหยุดแล้วเอามือมาดึงมือของข้าไปเกาะกุมไว้ 

แม่นมที่เดินมาเพื่อจะบอกว่าอาหารเช้าเสร็จแล้วถึงกับหยุดชะงักไม่กล้าก้าวขาไปต่อ รีบดึงชิงเอ๋อร์ที่เดินมาด้วยหยุดมองหน้ากันสองคนแทบจะไม่กล้าหายใจแรง หันไปทางซ้ายก็เห็นองครักษ์ท่านอ๋องหยุดอยู่ใกล้กันเช่นกัน ทุกคนรอฟังว่าท่านจะพูดอะไรต่อและรอดูเหตุการของเจ้านายต่อไป 

"ห๊ะ! ท่าน ท่าน ??? คิดจะ จะ อยากได้อะไร อะไรเพคะ" 

ฉันตกใจแก้มและใบหน้าเห่อร้อนแดงทันทีด้วยความเขินอาย เป็นผู้ชายคนแรกที่เกาะกุมมือเราแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แอบเผลอคิดไปว่าเขาผู้นี้อาจเป็นผู้ที่ช่วยเป็นหลักพักพิงปกป้องคุ้มครองดูแลเรากับลูกได้ พอคิดไปถึงตรงนั้นในใจจึงต่อว่าอีตาท่านอ๋องบ้านี่พูดอะไรออกมาเนี่ย เขินนะเฟ้ย ^_^ คนท้องก็มีหัวใจนะอย่ามาพูดให้คิดสิ ชาติที่แล้วฉันโสดนะเฮ้ย!ท่านอ๋อง อย่ามาทำเป็นเล่นนะค่ะ เพราะเดี๋ยวอิฉันเอาจริงขึ้นแล้วจะถอนตัวไม่ได้นะเฟ้ย ฮาฮาฮา 

  

แต่อีกใจโต้แย้งว่า เป็นไปไม่ได้หรอกท่านอ๋องเป็นเชื้อพระวงศ์มีชาติตระกูลสูงศักดิ์ ชาติภพนี่เราเป็นเพียงหญิงหม้ายหย่าร้างแถมมีลูกติดท้องถึงสองคนและใกล้จะคลอดแล้วด้วย แน่นอนว่ามีสาวๆโสดๆสวยๆมากมายรายล้อมเขาและอยากจะเข้ามาเป็นพระชายาอ๋องมากมาย กับเราหน้าตาก็แสนจะธรรมดายิ่งเรื่องของใจไม่ต้องคิดเลย เราเพิ่งจะรู้จักกันเพียงช่วงเวลาสั้นๆไฉนเลยท่านอ๋องจะชอบฉันและสนใจฉันจริงๆ คงเห็นเป็นเพียงของแปลกหรือสงสารเห็นใจเสียมากกว่า 

ท่านอ๋องเกาเหว่ยสูงเกินกว่าเราสามแม่ลูกจะอาจเอื้อมมือถึง เงยหน้ามองท่านอ๋องอย่างเศร้าใจแล้วถอนหายใจในใจ เฮ้อ! 

  

.......................................................................... 

 

ขอให้ทุกท่านดูแลรักษาเนื้อรักษาตัวกันด้วยนะค่ะ 

ขอบคุณทุกกำลังใจขอบคุณติดตามอ่านเจ้าค่ะ 

  

  

  

  

ความคิดเห็น