ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Beloved ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 16:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Beloved ตอนที่ 2
แบบอักษร

 

Beloved  ตอนที่ 2 

Author : 여 님 (ยอนิม)

หลังจากวันที่หญิงสาวนัดกับกลุ่มของบอมไปทานอาหารญี่ปุ่นด้วยกันก็ผ่านมาร่วม 1 อาทิตย์แล้ว กลุ่มของหญิงสาวมักจะมาชวนไปนั่นไปนี่หลังเลิกเรียนอยู่บ่อยๆ ทำให้บางครั้งบอมก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะเพื่อนของเขาต่างก็รบเร้า เนื่องจากเต็มจีบน้ำอยู่ เขาจึงจำต้องช่วยเพื่อน แต่ด้วยความที่เขาไม่ชอบอะไรที่มาวุ่นวายจุกจิกมากเกินไป จึงคิดอยากจะหาทางเลี่ยง ทำให้บอมนึกถึงเรื่องที่แม่ของเขาเคยถาม ตอนที่เจอกับเพื่อนสนิทในห้าง บอมคิดว่าการไปสอนพิเศษเด็กมอปลายคนเดียว น่าจะดูวุ่นวายน้อยกว่าการไปเที่ยวเล่นกับกลุ่มของหญิงสาว และเขาจะได้มีข้ออ้างกับเพื่อนด้วย บอมจึงตั้งใจว่าวันนี้จะกลับไปหาแม่ของตนเอง เพื่อคุยเรื่องนี้

“สวัสดีครับแม่” บอมยกมือไหว้แม่ตนเอง เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน ช่วงนี้แม่ของเขาไม่ต้องเดินทางตามพ่อไปทำงานสักระยะ เพราะพ่อของเขามีประชุมที่บริษัทแทบทุกวัน

 

“อ่าว อาทิตย์นี้กลับบ้านอีกแล้วเหรอ” แม่ของบอมทักขึ้น บอมยิ้มนิดๆ

 

“แม่พูดเหมือนไม่อยากให้ผมกลับ” บอมตอบกลับไป

 

“ไม่ใช่แบบนั้น ก็แค่แปลกใจที่เรากลับบ้านสองอาทิตย์ติดแบบนี้” แม่ของเขาพูดออกมายิ้มๆ

 

“พอดีผมมีเรื่องจะถามแม่หน่อยน่ะครับ เรื่องที่น้าบัวอยากหาคนไปสอนพิเศษให้ลูกชายเค้าน่ะครับ” บอมถามขึ้นทันที เพื่อไม่ให้เสียเวลา

 

“บอมจะไปสอนน้องเหรอ” แม่ของชายหนุ่มถามทันทีด้วยความดีใจ เพราะเมื่อวานเกศโทรคุยกับบัว บัวก็ยังบ่นเรื่องที่หาคนมาสอนพิเศษบุ้งไม่ได้

 

“ผมก็สนใจอยู่นะครับ เลยอยากคุยรายละเอียดกับน้าบัวก่อน” บอมตอบกลับไป แม่ของเขายิ้มกว้างทันที

 

“ได้สิ เดี๋ยวแม่โทรหาน้าบัวให้นะ เราก็ลองคุยกับน้าเค้าดู ถ้าเป็นไปได้ ไม่ต้องไปเรียกร้องค่าสอนพิเศษน้องหรอกนะบอม ถือว่าช่วยๆกัน” แม่ของชายหนุ่มรีบบอกออกมา ก่อนจะหยิบมือถือโทรหาเพื่อนสนิทของตนเองทันที เพื่อให้ทั้งสองคนคุยรายละเอียดกันเอง

..

..

“สวัสดีครับแม่ สวัสดีครับป้าสาย” บุ้งเดินเข้ามาในร้านขายดอกไม้ของแม่ตนเองหลังเลิกเรียน ก่อนจะยกมือไหว้แม่และพนักงานเก่าแก่ของที่ร้าน

 

“สวัสดีค่ะหนูบุ้ง” ป้าสายทักกลับมาอย่างใจดี บุ้งเอากระเป๋านักเรียนไปวางไว้บนโต๊ะ วันนี้แม่ของเขาโทรให้เข้ามาที่ร้านแล้วค่อยกลับบ้านพร้อมกัน บุ้งเลยนั่งรถมาลงที่ร้านแม่ตนเอง

 

“เดี๋ยวพี่สายจัดออเดอร์ตามนี้หน่อยละกันนะคะ พรุ่งนี้เช้าลูกค้าจะมาเอา” แม่ของบุ้งพูดขึ้นก่อนจะส่งรายการให้กับป้าสายไป ป้าสายรับมาก่อนจะเดินแยกไปหารายการตามออเดอร์ทันที

 

“แม่ บุ้งหิว อยากกินสุกี้ แต่อยากให้แม่ทำ ไม่อยากไปกินที่ร้าน” บุ้งรีบอ้อนแม่ตนเองทันที

 

“ได้สิ ของสดที่บ้านยังมีอยู่ วันนี้พ่อเราไม่ต้องเข้าเวรด้วย จะได้กินพร้อมกันเลย” บัวตอบลูกชายตัวเองกลับไป ทำให้บุ้งยิ้มออกมาอย่างดีใจ

“จริงสิบุ้ง แม่หาคนมาสอนพิเศษให้เราได้แล้วนะ เรียนที่บ้าน ไม่ต้องไปเรียนที่สถาบันกวดวิชา” บัวพูดขึ้นเมื่อนึกได้ ทำให้บุ้งที่ยิ้มกว้างเมื่อกี้ ค่อยๆหุบยิ้มทันที

 

“แม่อ่ะ เอาจริงเหรอครับ บุ้งนึกว่าแม่เลิกคิดไปแล้วนะ” บุ้งโอดครวญออกมา

 

“เลิกคิดได้ไงล่ะ เรียนแค่วิชาเดียวเอง แม่ไม่ได้จะอัดให้เราเยอะแยะเสียเมื่อไร อีกอย่างเรียนกับคนกันเอง ไม่ต้องไปเครียดอะไรมากอยู่แล้ว” บัวบอกลูกชายตัวเองเสียงจริงจัง

 

“แม่ให้ใครมาสอนบุ้งอ่ะครับ” บุ้งถามแม่กลับไป

 

“ลูกชายน้าเกศไง ที่แม่บอกว่าพี่เค้าเรียนมหาลัยแล้วน่ะ เราเองก็เคยเจอกับพี่เค้า สมัยตอนที่แม่เคยพาไปเที่ยวบ้านน้าเกศ จำได้มั้ย” บัวเกริ่นขึ้น

 

“แม่ตอนนั้นบุ้งแค่ 7 – 8 ขวบเองมั้งครับ หน้าพี่เค้าเป็นแบบไหนบุ้งยังนึกไม่ออกเลย” บุ้งตอบกลับ เพราะผ่านมาร่วม 10 ปีแล้วถึงเขาจะเคยเจอน้าเกศบ้างเป็นระยะ แต่จำหน้าลูกชายน้าเกศไม่ได้สักเท่าไร มันเหมือนเป็นความทรงจำที่เลือนราง

 

“นั่นแหละ พี่เค้าจะมาสอนให้ตอนเย็นวันพุธ กับ ศุกร์ ส่วนเสาร์ก็จะมาสอนให้เต็มวัน ยกเว้นถ้าช่วงไหนพี่เค้ามีงานต้องทำส่งอาจารย์เค้าจะบอกล่วงหน้า”บัวบอกลูกชายกลับไป

 

“แม่ครับ แม่ไม่เปลี่ยนใจจริงเหรอ บุ้งติวกับเพื่อนก็ได้ แค่นี้เอง” บุ้งพยายามโน้มน้าวแม่ตัวเองอีกครั้ง

 

“ระหว่างไปเรียนรวมกับคนอื่นที่สถาบันกับเรียนที่บ้านสบายๆ จะเลือกแบบไหน” บัวถามลูกชายกลับไป บุ้งทำปากยื่นใส่แม่ตัวเองอย่างเว้าวอน

 

“ลองเรียนกับพี่เค้าก่อนนะบุ้ง ถ้าไม่โอเคจริงๆ จะไม่เรียนก็ได้ แม่ไม่ได้อยากจะบังคับเรา แต่ห่วงเราเรื่องนี้จริงๆ ที่ผ่านมาแม่เคยบังคับบุ้งเหรอ หืม” บัวพูดกับลูกชายด้วยเหตุผล บุ้งเงียบไปนิด เพราะคิดตามที่แม่พูด ทั้งๆที่พ่อของเขารับราชการ แต่พ่อแม่ของเด็กหนุ่มก็ไม่เคยบังคับให้บุ้งต้องมาเป็นข้าราชการตามเลย แถมยังให้อิสระในการเรียน บุ้งแทบไม่เคยไปเรียนพิเศษที่ไหน ขอแค่ให้ตั้งใจเรียนไม่เกเรก็พอ บุ้งเองก็มีความฝันอยากเรียนสถาปัตย์ฯ แม่ของเขาเลยอยากช่วยสนับสนุน ถึงได้เป็นห่วงในเรื่องเรียนเรื่องสอบในช่วงนี้

 

“ก็ได้ครับแม่ บุ้งเรียนก็ได้ แล้วพี่เค้าจะมาวันไหน” บุ้งตอบรับแล้วถามกลับไป

 

“พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่เค้ามาที่บ้านเรา เราก็ตื่นให้มันเช้าหน่อยก็แล้วกัน จัดห้องให้มันเรียบร้อย เพราะให้เรียนบนห้องเราน่าจะเงียบกว่าข้างล่างอ่ะนะ” บัวบอกออกมายิ้มๆ ที่ลูกชายยอมเรียนพิเศษแต่โดยดี

 

“ครับ แล้วนี่แม่จะกลับเลยมั้ย” เด็กหนุ่มถามต่อ บัวพยักหน้ารับ

 

“แม่ขอเก็บของแป๊บหนึ่งนะ” บัวพูดขึ้นก่อนจะหยิบของส่วนตัวของตนเองแล้วพาลูกชายกลับบ้านด้วยกัน

..

..

“เหนื่อยจัง” บุ้งบ่นเล็กน้อย หลังจากที่ทานสุกี้กับครอบครัวเสร็จ เด็กหนุ่มก็ขึ้นมาเก็บห้องที่รกของตนเอง

“มันก็ไม่ได้รกขนาดนั้น ทำไมเก็บไม่เสร็จสักทีนะ” บุ้งบ่นตัวเอง เมื่อนั่งลงพักที่พื้นข้างเตียง พร้อมกับมองกองหนังสือที่วางอยู่ใกล้ๆ

“ยังไม่ได้เปิดเล่มนี้อ่านเลยนี่หว่า ซื้อมาทำไมก็ไม่รู้” บุ้งบ่นตัวเอง เขามักจะเป็นแบบนี้ประจำ บางทีก็ซื้ออะไรมาโดยไม่คิด พอซื้อมาแล้วก็มานั่งคิดทีหลังว่าซื้อมาทำไม บุ้งหยิบหนังสือทำนายนิสัยตามกรุ๊ปเลือดมาเปิดอ่านเล่น

“อื้อหื้อ เปิดมาก็ตรงเลย คึคึ” บุ้งพูดคนเดียวพร้อมกับหัวเราะขำ เมื่อเขาเจอประโยคที่บอกว่ามักจะใช้เงินโดยไม่คิด แล้วเขาก็นั่งอ่านต่อไปเรื่อย จนเพื่อนของเขาโทรเข้ามา บุ้งจึงหยิบมือถือมากดรับสาย

 

(“มึง เล่นเกมกัน”) เสียงของจักรดังขึ้นมา

 

“เอาดิ..เอ๊ย ไม่ได้ว่ะ กูเก็บห้องยังไม่เสร็จเลย” บุ้งที่เผลอตอบรับไปตอนแรก รีบปฏิเสธเพื่อนทันที

 

(“เก็บห้องทำไมวะ นึกคึกอะไรมาเก็บเอาตอนนี้”) จักรถามกลับมา

 

“ก็พรุ่งนี้ครูสอนพิเศษกูจะมาน่ะสิ แม่กูหามาให้ได้แล้ว” บุ้งตอบกลับไปอย่างเซ็งๆ

 

(“อ่าว จริงดิ งั้นนัดพรุ่งนี้ของพวกเราล่ะวะ”) จักรถามกลับมา ทำให้บุ้งนึกขึ้นได้ ว่าเขากับเพื่อนว่าจะชวนกันไปเดินเที่ยวห้างฯ

 

“คงต้องงดว่ะมึง ไปไม่ได้จริงๆ” บุ้งบอกไปเสียงอ่อยๆ

 

(“เออๆ ไม่เป็นไร แต่มึงเรียนพิเศษก็ดีนะ เผื่อมาสอนพวกกูบ้าง”) จักรบอกออกมาอย่างขำๆ

 

“ห่า ให้กูเอาตัวเองให้รอดก่อนละกัน ขี้เกียจคุยกับมึงละ จัดห้องต่อดีกว่า ไว้ค่อยคุยกัน” บุ้งพูดกับเพื่อนเสร็จก็วางสายไป ก่อนที่เขาจะกลับมาตั้งใจเก็บห้องต่อ หลังจากที่เสียเวลาไปกับการอ่านหนังสือทำนายกรุ๊ปเลือด และคุยกับเพื่อน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“แม่ พี่เค้าจะมาตอนไหน” บุ้งถามแม่ตนเองในช่วงเช้าของวันเสาร์ หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จ วันนี้เขาควรจะนอนตื่นสาย แต่แม่ของเขามาปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อเตรียมตัวรอรับครูสอนพิเศษชั่วคราว

 

“อีกสักพักก็คงถึงแล้วล่ะ เมื่อกี้เค้าโทรมาบอกแล้ว” แม่ของเด็กหนุ่มตอบกลับมา บุ้งพยักหน้ารับอย่างเซ็งๆ พลางวาดภาพคนที่จะมานอนตัวเองไปด้วย ว่าอีกฝ่ายต้องดูเนิร์ดๆ ใส่แว่น แน่ๆ ถึงรับสอนพิเศษให้กับเขาแบบนี้ บุ้งนั่งคิดไปเรื่อย จนรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ

 

“แม่บุ้งไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เด็กหนุ่มพูดขึ้น ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเองเพื่อเข้าห้องน้ำ และคล้อยหลังบุ้งไปแป๊บเดียวเท่านั้น รถยนต์คันหนึ่งก็มาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้าน แม่ของบุ้งเห็นแล้วจึงรีบไปเปิดประตูให้อีกฝ่ายขับรถเข้ามาจอดในบริเวณบ้านทันที

 

“สวัสดีครับน้าบัว” ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดลำลองสบายๆลงจากรถพร้อมกับยกมือไหว้เพื่อนของแม่ตัวเอง

 

“สวัสดีจ้ะบอม ทานข้าวเข้ามารึยัง” บัวถามขึ้น

 

“เรียบร้อยแล้วครับ” บอมตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทำให้บัวรู้สึกเอ็นดูลูกชายเพื่อนตัวเองไม่น้อย

 

“งั้นเข้าบ้านก่อนจ้ะ เจ้าบุ้งลูกชายน้าไปเข้าห้องน้ำบนห้อง เดี๋ยวคงลงมา” บัวพูดพร้อมกับเชื้อเชิญให้บอมเข้าไปนั่งรอในบ้าน

 

“แล้ว น้าชาติไม่อยู่เหรอครับ” บอมถามหาสามีของบัว ที่รับราชการตำรวจ

 

“โน่น ทางสำนักงานเรียกตัวไปประชุมด่วน ออกไปตั้งแต่เช้าละ” บัวตอบกลับยิ้มๆ

 

“เดี๋ยวน้าไปเอาน้ำมาให้นะ” บัวพูดขึ้นก่อนจะไปรินน้ำมาให้บอมที่นั่งรออยู่ที่โซฟา

 

“น้าไม่ได้รบกวนเวลาส่วนตัวบอมใช่มั้ย แถมเรายังไม่ยอมคิดค่าสอนน้องอีก น้าเกรงใจ” บัวพูดออกมาจากความรู้สึกจริงๆ เพราะบอมยืนยันว่าจะไม่รับเงินค่าสอน เขาช่วยเพราะอยากช่วยจริงๆ ถึงแม้ว่าจะมีนัยยะแอบแฝงคือการเอาไปเป็นข้ออ้างเวลาเลี่ยงที่จะไม่ไปเที่ยวกับกลุ่มของหญิงสาวก็ตาม

 

“ไม่ได้รบกวนเลยครับ เหมือนผมเองก็ได้ทบทวนตัวเองไปด้วยเหมือนกัน” บอมตอบกลับ ทำให้บัวยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะได้ยินเสียงตึงตังจากชั้นบน บัวกลอกตาเล็กน้อย

 

“บุ้งเนี่ยบอกไม่จำเลย เวลาลงบันไดให้เดินลงดีๆ” บัวบ่นออกมาเล็กน้อย แล้วหันไปมองที่บันไดทางลง บอมเองก็หันไปมองด้วยเช่นเดียวกัน

 

“แม่ พี่เค้ามารึ..ยัง” บุ้งที่วิ่งลงบันไดมา กำลังจะถามแม่ตนเองถึงรุ่นพี่ที่จะมาสอน แล้วบุ้งก็ต้องนิ่งค้าง เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาภายในบ้านของเขา บุ้งเดาถูกอยู่เรื่องหนึ่งคือคนที่จะมาสอนเขาต้องใส่แว่นแน่ๆ แต่มันเกินไปจากที่คิดมากเพราะคนคนนี้ คือคนที่บุ้งพยายามตามหาข้อมูลว่าเป็นใคร หลังจากที่เจอในร้านหนังสือบนห้าง บุ้งก็ลองไปเซิร์ทหาตามเพจหนุ่มหล่อของมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมไปถึงเพจคิ้วต์บอยด้วย แต่เขาก็ไม่เจออะไรเลย แล้ววันนี้คนๆนั้นก็มานั่งอยู่ในบ้านเขาซะงั้น

 

“นิ่งอะไรล่ะบุ้ง ไหว้พี่บอมเค้ารึยัง” บัวพุดขึ้น ทำให้บุ้งรู้สึกตัว ก่อนจะรีบยกมือไหว้บอมทันที

 

“สวัสดีครับ” บุ้งทักขึ้น บอมพยักหน้ารับเล็กน้อย

 

“สวัสดีครับ” บอมทักกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ชายหนุ่มเองก็กำลังประเมินบุ้งอยู่เหมือนกัน ว่าจะเป็นเด็กยังไง และบอมก็ได้คำตอบว่าบุ้งต้องเป็นเด็กแสบคนหนึ่งแน่ๆ ดูจากสายตาซนๆจมูกรั้นๆ นั่นก็พอจะเดาได้ในระดับหนึ่ง

 

“บอมนี่ลูกน้าชื่อบุ้งนะ บุ้งนี่พี่บอม ลูกชายน้าเกศ พี่เค้าจะมาสอนคณิตเรา พี่เค้ามาช่วยสอนให้ฟรีนะ เพราะฉะนั้นตั้งใจเรียน อย่าทำให้พี่เค้าลำบากใจรู้มั้ย” บัวกำชับลูกชายตัวเอง

 

“ครับ” บุ้งตอบรับ เขารู้สึกเคอะเขินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หัวใจเต้นแรง แต่ก็เก็บอาการไว้ก่อน ทั้งๆที่ใจจริงอยากจะกรี๊ดดังๆเสียด้วยซ้ำ ที่ครูสอนพิเศษของเขาเป็นหนุ่มหล่อที่เขากำลังให้ความสนใจอยู่

 

“เดี๋ยวไปเรียนกันบนห้องของบุ้งละกันนะบอม บุ้งพาพี่เค้าขึ้นไปบนห้องก่อนไป เดี๋ยวแม่เอาน้ำกับขนมไปให้” แม่ของเด็กหนุ่มบอกออกมา

 

“แล้วแม่จะไปร้านตอนไหน” บุ้งถามแม่ตนเองกลับไปบ้าง เพราะวันนี้ที่ร้านมีออเดอร์ทำช่อดอกไม้เพื่อจัดส่งอยู่หลายออเดอร์ แต่แม่ของบุ้งอยู่รอบอมมาก่อน

 

“เดี๋ยวเอาน้ำกับขนมให้เราเสร็จก็ไปแล้วล่ะ อ่อ บอม น้าฝากน้องด้วยนะ น้าต้องเข้าร้านไปจัดดอกไม้ให้ลูกค้าก่อน อาหารกลางวันน้าทำไว้แล้ว เดี๋ยวให้น้องอุ่นแล้วทานด้วยกันกับน้องเลยนะ” บัวพูดออกมา

 

“ครับ” บอมตอบรับสั้นๆ เพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้ว

 

“เอ่อ ขึ้น..ห้องเลยมั้ยครับ” บุ้งพูดเสียงอึกอักเล็กน้อย เพราะเขากำลังเก็บอาการ ส่วนแม่ของบุ้งก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมเครื่องดื่มและขนม

 

“นำไปสิ” บอมตอบออกมา บุ้งเลยรีบเดินนำขึ้นไปบนห้องของตัวเอง โดยมีบอมเดินตามหลังขึ้นมา บุ้งรู้สึกใจเต้นระรัว เมื่อเจอบอมในระยะประชิดแบบนี้ บุ้งเปิดประตูห้องนอนเข้าไป พลางนึกดีใจที่เขายอมเก็บห้องตามที่แม่บอก กลางห้องนอนมีโต๊ะญี่ปุ่นกับเบาะรองนั่งวางอยู่ บอมมองไปรอบๆก่อนจะวางกระเป๋าลงตรงข้างเบาะนั่ง แล้วเขาก็นั่งลง บุ้งเลยต้องรีบนั่งตาม

 

“พี่บอมเรียนอยู่มหาลัยไหนเหรอครับ” บุ้งลองถามขึ้น

 

“มหาลัย BB” บอมตอบกลับเสียงเรียบนิ่ง บุ้งเม้มปากนิดๆพลางคิดในใจ ว่าเขาลืมมหาวิทยาลัยนี้ไปได้ยังไง เขายังไม่ได้ลองเข้าไปดูเพจของมหาวิทยาลัยนี้เลย บุ้งคิดว่าคืนนี้จะลองเข้าไปส่องหารูปของบอมดู

 

“ตอนนี้คณิตเรียนเรื่องอะไรอยู่” บอมถามขึ้น ทำให้บุ้งสะดุ้งเล็กน้อย แล้วรีบเปิดกระเป๋าตัวเองเพื่อดูว่าเรียนอะไร บอมเลิกคิ้วนิดๆ

 

“ไม่รู้เหรอว่าตัวเองเรียนอะไร” บอมถามออกมา ทำให้บุ้งชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มแห้งๆ

 

“เอ่อ...น่าจะ..” บุ้งหยิบหนังสือออกมา ด้วยความที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียนวิชานี้ เลยลืมไปว่าเรียนเรื่องอะไรอยู่ บุ้งเปิดหนังสือไปยังหน้าที่เขาคั่นไว้ตอนเรียน

“อ่อ เรียนเรื่องอนุกรมครับ” บุ้งตอบกลับไป บอมถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาพอจะเดาได้ว่าการสอนครั้งนี้ต้องเหนื่อยหน่อยแน่ๆ

 

“พี่ขอดูหนังสือหน่อย” บอมบอกออกมา บุ้งก็ส่งหนังสือให้ทันที บอมรับมาเปิดดูคร่าวๆให้รู้ว่าบทเรียนเหมือนกับตอนที่เขาเรียนหรือไม่ บุ้งแอบลอบมองใบหน้าของบอมอย่างสำรวจ ถึงแม้ว่าบอมจะใส่แว่น แต่มันไม่ได้บดบังความหล่อใสของอีกฝ่ายได้เลย

 

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนที่แม่ของบุ้งจะถือเครื่องดื่มกับขนมเข้ามาให้

“ตามสบายนะบอม จะเอาอะไรก็บอกบุ้งได้เลย หรือถ้าบุ้งไม่ตั้งใจเรียนก็ตีได้เลยนะ น้าอนุญาต” บัวพูดออกมายิ้มๆ บอมก็ยิ้มรับเล็กน้อย

 

“แม่อ่ะ บุ้งตั้งใจเรียนอยู่แล้ว” บุ้งบอกแม่ตนเองกลับไป บัวหัวเราะเล็กน้อย

 

“งั้นเดี๋ยวแม่ไปร้านก่อนนะ มีอะไรก็โทรไปล่ะ น้าฝากน้องด้วยนะบอม” บัวบอกส่งท้ายอีกครั้ง บอมรับคำ ก่อนที่บัวจะเดินออกไปจากห้องของลูกชาย เหลือเพียงบอมกับบุ้งสองคนเท่านั้น

 

“อนุกรมของเลขคณิตคืออะไร” บอมถามขึ้น บุ้งทำหน้าเหรอหราเล็กน้อย

 

“เริ่มเรียนเลยเหรอครับ” บุ้งถามออกมาทันที

 

“ยังไม่พร้อมเรียนงั้นเหรอ” บอมถามกลับไป

 

“ก็ไม่เชิงครับ คือ เราไม่ต้องทำความรู้จักกันก่อนเหรอครับ” บุ้งถามออกไป เพราะเขาอยากจะรู้จักบอมให้มากกว่านี้

 

“ก็รู้จักกันแล้วไง พี่ชื่อบอมเราชื่อบุ้ง” บอมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงปกติ

 

“ไม่ใช่แค่ชื่อสิ” บุ้งพูดพร้อมกับทำหน้ายุ่งเล็กน้อย

 

“ไม่เรียนรึไง” บอมถามกลับ ดูท่าว่าเด็กนักเรียนของเขา จะไม่ใช่เด็กที่ตั้งใจเรียนสักเท่าไร

 

“เรียนครับ แต่ขอคุยก่อนไม่ได้เหรอ” บุ้งถามเสียงติดอ้อนนิดๆ เพราะมักจะใช้กับพ่อแม่ตัวเองบ่อยๆ บอมถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็พยักหน้ารับ

 

“ว่ามา อยากรู้อะไร” บอมพูดขึ้น บุ้งยิ้มกว้างทันที ที่บอมให้โอกาสเขาทำความรู้จักมากกว่านี้

 

“พี่บอมเรียนคณะอะไรครับ” บุ้งถามขึ้น

 

“สถาปัตย์ ปี 2” บอมตอบด้วยน้ำเสียงปกติ บุ้งตาโตเมื่อได้ยิน

 

“จริงเหรอ บุ้งอยากเรียนสถาปัตย์มากเลย เรียนยากมั้ยครับ” บุ้งถามด้วยความอยากรู้

 

“ก็อยู่ที่เรานั่นแหละ ว่าจะตั้งใจเรียนรึเปล่า” บอมบอกออกมาทำให้บุ้งทำแก้มพองลมเล็กน้อย

 

“บุ้งเรียนอยู่ มอ.6 โรงเรียน TT ครับ” บุ้งพูดขึ้น ทำให้บอมเลิกคิ้วนิดๆที่เด็กหนุ่มก็เปลี่ยนเรื่องพูดซะงั้น ตอนแรกก็ถามเรื่องเรียนของเขา แล้วก็เปลี่ยนมาแนะนำตัวเองเฉยเลย

 

“อืม ทำความรู้จักกันแล้ว ถ้าอย่างนั้น..” บอมกำลังจะบอกให้เริ่มเรียน

 

“พี่บอมมีเพื่อนเยอะมั้ยครับ” บุ้งไม่รอให้บอมพูดจบ เขารีบถามออกมาต่อทันที

 

“พอมี” บอมตอบกลับ

 

“บุ้งก็มีที่สนิทๆกันอยู่ แค่ 2 คน ชื่อจักรกับมะยม กับคนอื่นๆก็คุยได้นะครับ แต่สนิทกับสองคนนี้ที่สุด” บุ้งพูดขึ้น บอมได้แต่เลิกคิ้วและคิดในใจว่าใครถาม

 

“บุ้ง พี่ว่าเรามาคุยเรื่องตารางเรียนกันหน่อยนะ” บอมไม่เปิดโอกาสให้บุ้งได้พูดต่อ เขาก็รีบพูดขัดขึ้นมาบ้าง

 

“ก็ได้ครับ” บุ้งบอกออกมาอย่างจำยอม

 

“แม่เราบอกแล้วใช่มั้ย ว่าพี่จะมาสอนแค่ 3 วัน คือ เย็นวันพุธ ศุกร์ ส่วนวันเสาร์มาเต็มวัน” บอมถามเด็กหนุ่ม

 

“บอกแล้วครับ พี่บอมว่างแค่ 3 วันนี้เหรอครับ” บุ้งถามด้วยความสงสัย

 

“แล้วเราอยากเรียนทุกวันรึไง” บอมถามกลับไป บุ้งยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้ารับทันที

 

“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเรียนกับพี่บอมทุกวันเลยครับ” เด็กหนุ่มพูดเสียงใส ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เขาไม่อยากจะเรียนเลยด้วยซ้ำ แต่พอเห็นหน้าครูสอนพิเศษ บุ้งอยากจะเรียนทุกวันถ้าเป็นไปได้

 

“โทษที พี่ว่างแค่ 3 วันนี้เท่านั้น” บอมดับความหวังของบุ้งทันที เด็กหนุ่มทำปากยื่นเล็กน้อย

“เดี๋ยววันนี้พี่จะทบทวนพื้นฐานอนุกรมให้ใหม่ก่อนละกัน” บอมพูดขึ้น เพราะดูเหมือนว่าลูกศิษย์ของเขาคนนี้จะอ่อนคณิตศาสตร์มากจริงๆ

 

“ครับ” บุ้งตอบรับ ก่อนที่บอมจะเอาสมุดออกมา เขาใช้หนังสือของบุ้งเป็นการเริ่มต้นการสอนก่อน เพราะวันนี้เขาต้องการมาดูด้วยว่าบุ้งเรียนอะไรถึงไหน แล้วเขาจะไปหาหนังสือและทำสรุปง่ายๆมาสอนบุ้งอีกที

 

“บุ้ง..บุ้ง” บอมเรียกบุ้งที่ดูเหมือนเหม่อ หลังจากที่เขาสอนไปได้สักพัก

 

“ครับ” บุ้งที่ได้สติก็ขานรับพร้อมกับมองบอมอย่างงงๆ

 

“เหม่ออะไร ได้ยินที่ถามเมื่อกี้รึเปล่า” บอมถามขึ้น บุ้งทำหน้างงเล็กน้อย เพราะที่เขาเหม่อ ก็เพราะกำลังคิดเรื่องของบอมอยู่ ว่าเขาจะเนียนถามบอมยังไงดี ว่าบอมมีแฟนรึยัง

 

“ถามอะไรเหรอครับ” บุ้งถามกลับไป บอมมองหน้าบุ้งนิดๆ

 

“ไม่ได้ตั้งใจฟังเลยเหรอ” บอมถามด้วยน้ำเสียงปกติ

 

“แหะแหะ พอดีบุ้งเผลอคิดเรื่องอื่นนิดเดียวเอง” บุ้งบอกออกมาพร้อมกับหัวเราะนิดๆ

 

“พี่ถามว่า อธิบายคำว่าลู่เข้า ลู่ออกได้มั้ย” บอมถามออกมาอีกครั้ง บุ้งเอามือเกาหัวเล็กน้อย แล้วรีบเปิดหนังสือหาคำตอบ แต่โดนบอมเอามือตะครุบหนังสือไว้ แล้วปิดไม่ให้บุ้งเปิด

“ให้ลองอธิบายโดยไม่ต้องเปิดหนังสือ” บอมพูดขึ้น

 

“ไม่รู้ครับ” บุ้งตอบเสียงอ่อยๆ อ้อนๆ

 

“สงสัยต้องเริ่มจากพื้นฐานทั้งหมดจริงๆ” บอมบอกออกมา เพราะเขาอยากทดสอบบุ้งก่อน ว่าพอจะมีพื้นฐานมากน้อยแค่ไหน แต่ดูแล้วเด็กหนุ่มแทบไม่มีพื้นฐานของวิชาคณิตศาสตร์เลยสักนิด

 

“บุ้งขอพัก 10 นาทีได้มั้ยครับ” เด็กหนุ่มรู้สึกเบื่อๆเลยขอพัก เขาอยากจะคุยกับบอมเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องเรียน

 

“เราเพิ่งเริ่มไป 10 นาที เองนะ” บอมบอกออกมา ก่อนจะมองนาฬิกาข้างผนังห้อง

 

“เรียนสัก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยพักสักรอบก็แล้วกัน พี่จะอธิบายพื้นฐานใหม่ให้ฟังทั้งหมด” บอมบอกเสียงจริงจัง บุ้งยิ้มแหยนิดๆ แต่สุดท้ายก็จำต้องนั่งเรียนต่อโดยไม่ได้พัก

..

..

“โอเค พี่ให้พัก 10 นาที” บอมพูดออกมา หลังจากอธิบายพื้นฐานให้บุ้งไป 1 ชั่วโมงเต็ม บุ้งถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อยจะล้มตัวลงนอนแผ่บนพื้น โดยมีบอมมองมาอย่างอ่อนใจ ดูท่าการสอนพิเศษ น่าจะเหนื่อยกว่าที่คิดไว้

 

“พี่บอม พี่เป็นเดือนมหาลัยหรือเดือนคณะรึเปล่าครับ” บุ้งชวนคุยด้วยความอยากรู้

 

“ไม่ได้เป็นอะไรเลย” บอมตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ พร้อมกับนั่งจดรายการว่าเขาจะสอนอะไรบุ้งบ้างไปพลางๆ

 

“จริงเหรอครับ บุ้งว่าอย่างพี่บอมต้องได้เป็นเดือนมหาลัยแน่ๆ ทำไมไม่ได้เป็นนะ” บุ้งพึมพำคนเดียวในช่วงท้าย แต่บอมก็ไม่ได้ไขข้อข้องใจให้บุ้งรู้ ว่าที่เขาไม่ได้เป็น เพราะเขาไม่ยอมประกวด

 

“แต่บุ้งว่าพี่บอมต้องฮอตมากในมหาลัยแน่ๆ” บุ้งพูดออกมาอีกเรื่อยๆ บอมก็ไม่ได้ตอบอะไร บุ้งนอนมองหน้าบอมไปเรื่อยๆ อย่างใช้ความคิดว่าเขาจะเนียนถามเรื่องส่วนตัวของบอมยังไงดี บอมเองก็รู้ว่าบุ้งจ้องมองตนเองอยู่ แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

ตื้ดๆ

เสียงข้อความไลน์ในมือถือของบุ้งดังขึ้น เด็กหนุ่มจึงรีบลุกมากดอ่านดู ก็เห็นว่าเป็นเพื่อนตัวเองส่งข้อความมาถามว่าจะเปลี่ยนใจไปเดินเที่ยวห้างด้วยกันหรือไม่

ไม่ไป << B_Boong 

Jak >> แหม เด็กตั้งใจเรียนพิเศษ จะตั้งใจได้สักเท่าไรกันวะ

ครั้งนี้กูตั้งใจเต็มที่ << B_Boong 

Jak >> กูไม่เชื่อ

บุ้งเม้มปากนิดๆ เมื่อเห็นข้อความของเพื่อน ก่อนจะเหล่มองบอม แล้วแอบเอามือถือถ่ายรูปบอมที่กำลังนั่งลิสการสอนให้บุ้ง พร้อมกับกดส่งไปให้เพื่อนตัวเองดู

ส่งรูปภาพ << B_Boong 

กูตั้งใจเพราะมีครูดีเว้ย << B_Boong 

Jak >> เชรดดด นั่นคนที่กูชี้ให้มึงดูที่ร้านบิงซูใช่ไหมวะ

จักรถามกลับมา เพราะพอจะจำได้

เออดิ เค้าเป็นลูกชายเพื่อนแม่กู มึงงงง กูใจเต้นแรงมากเลย << B_Boong 

บุ้งเม้มปากกลั้นยิ้มขณะที่ตอบเพื่อนกลับไป

Jak >> ไอ้บุ้ง มึงอย่าไปปล้ำพี่เค้านะเว้ย

จักรแกล้งแซวกลับมา บุ้งก็หัวเราะขำ จนบอมเหลือบมองเล็กน้อย

ถ้าพี่เค้าสมยอมล่ะ << B_Boong  

บุ้งถามกลับไปอย่างขำๆ

“เรียนต่อครับ หมดเวลาพักแล้ว” เสียงของบอมดังขึ้น บุ้งเลยรีบบอกเพื่อนว่าจะเรียนต่อแล้ว และวางมือถือไว้บนโต๊ะ แต่บังเอิญว่าเพื่อนของเขาส่งข้อความกลับมา แล้วมันก็เด้งขึ้นหน้าจอมือถือ ให้ทั้งบอมและบุ้งเห็น

Jak >> ถ้าครูสอนพิเศษของมึง สมยอมให้มึงปล้ำ มึงก็ลุยเลยเพื่อน ฮ่าๆๆ

บุ้งตัวแข็งไปนิด เมื่อเห็นว่าบอมมองหน้าจอมือถือเขาพอดี บอมเองอ่านข้อความครบทุกตัวอักษร แล้วเงยหน้ามามองบุ้งที่ตอนนี้ยิ้มแห้งๆ พร้อมกับรีบเก็บมือถือมาวางไว้ข้างตัว พลางกร่นด่าเพื่อนตัวเองในใจ ที่ดันส่งข้อความกลับมา

“เรามาเริ่มเรียนกันต่อเลยละกัน” บอมไม่ถามถึงข้อความที่เห็น เขาเลือกที่จะมองผ่าน จริงๆบอมก็แอบคิดอยู่เหมือนกัน ว่าอย่างบุ้ง ไม่น่าจะชอบผู้หญิง เพราะดูจากรูปร่างท่าทางแล้ว แต่บอมก็ไม่ได้นึกรังเกียจอะไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และบอมไม่ได้อยากจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของใครด้วย

“บุ้งเป็นเกย์” บุ้งพูดออกมาตรงๆ ทำให้บอมเงยหน้ามามอง

“แล้ว?” บอมถามกลับไปสั้นๆ บุ้งทำหน้างงเล็กน้อย ที่บอมไม่มีรีแอคอะไรกลับมา

“พี่ไม่รู้สึกอะไรเหรอครับ ที่ต้องมาสอนเด็กที่เป็นเกย์อย่างบุ้ง” บุ้งใช้โอกาสนี้หลอกถามความคิดเรื่องเพศของบอมกลับไป

 

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความคิดเห็น