ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : โจรกลับใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 530

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 06:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โจรกลับใจ
แบบอักษร

 

 

 

บรรยากาศถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดดันลงจนน่าขนหัวลุก

 

การะ : กะ..แกพูดว่าไงนะ ?

 

การะกล่าวเสียงสั่นออกมาด้วยความงุนงงปนโมโหนิดๆ

 

ฮาซุย : ชั้นบอกให้เธอเอาของชั้นคืนมาซะ...ยัยศพสกปรก

 

 

ผมกล่าวคำที่เหมือนเป็นการดูถูกคนครั้งแรกในชีวิตผมเพราะตอนนี้ผมกำลังฟิวขาดสุดๆ การะการะแม้เธอจะถูกกดดันและถูกจับได้แล้วแต่เธอกลับยังคงไม่ยอมเลิก

 

การะการะ : เข้าใจแล้ว...อยากได้ของคืนใช่มะ ? คงยากหน่อยนะ ชั้นได้คุยกับท่านแบนชีไว้ว่าการคืนของให้นายมันคงไม่ได้เป็นแบบง่ายๆอะซิ

 

การะการะเธอพูดพร้อมหยิบหน้ากากผมโชว์ขึ้นมาให้ผมดูแล้วทันใดนั้นเอง

 

ฟู้ม~!!

 

การะ : !?

 

 

ตู้มมมมมมมมมมม!!

 

ระยางน้ำหมึกสีดำขนาดใหญ่ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะถล่มเรือได้ทั้งลำได้พุ่งไปหาการะการะอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็สามารถวิ่งหลบมาได้แตาถึงอย่างงั้นเธอก็เกือบจะหัวใจวายเพราะมันมีพลังโจมตีที่รุนแรงพอจพทำให้เธอปางตายได้เลย!

 

การะ : ทะ..ทำอะไรของแกหนะ!?

 

 

ฮาซุย : เอาของชั้นคืนมาเดี๋ยวนี้!

 

ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับที่ร่างกายของผมได้ปรากฏแผ่นผ้าที่เกิดจากน้ำหมึกหลากสีขึ้นที่ด้านหลัง นิ้วมือทั้งห้าของผมเปลี้ยนเป็นน้ำหมึกและกลายสภาพเป็นกรงเล็บแหลมที่มีสีฉูดฉาดหลายสี

 

ฮาซุย : จะเอามาให้ชั้นดีๆหรือชั้นจะต้องฉีกมือเธอเพื่อแย่งมันมา ?

 

การะ : ชั้นเลือกให้นายมาเล่นไล่จับกับชั้นเพื่อเอาของคืน! บาย~! ^0^

 

 

การะการะพูดจบเธอก็พุ่งตัววิ่งหนีผมด้วยความเร็ว

 

การะ : ( ฮึ นายไม่มีทางตามชั้นทันหรอก! )

 

 

การะเธอคิดแบบนั้นพรางนึกย้อนไปถึงอดีตของเธอ

 

ซึ่งในอดีตนั้นการะเธอไม่ได้เป็นคนที่มีนิสัยขี้โขมยแบบนี้ ในตอนที่เธอยังเป็นผีดิบเด็ก( แม้การะการะจะเป็นผีดิบ แต่เธอก็เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทอสูรพันธ์ เธอเลยยังต้องกินอาหารและอาศัยปัจจัยใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม )เธอเป็นคนที่รู้จักเก็บออม ทำงานทำการเพื่อให้ได้เงินมาตั้งแต่เด็กด้วยอาชีพเสริมที่เธอชอบและสามารถทำได้ตอนนั้น

 

เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเธอซึ่งพ่อแม่ของเธอก็มักจะสนับสนุนเธอให้ทำงานอยู่เสมอ

 

ทำให้ชีวิตของการะการะตอนนั้นดูเหมือนจะดี...แต่

 

 

แอ๊ด~!

 

"พ่อครับ! แม่ครับ! ผมกลับมาแล้ว!"

 

ชีวิตของการะการะก็มักจะมีอยู่ช่วงเวลานึงที่เธอนั้นเกลียดนั่นคือการที่พี่ชายของเธอที่ไปเรียนอยู่เมืองนอกและมักจะกลับบ้านมาหาพ่อ แม่ และน้องสาวเขา

 

"อ้าว~! ลูกแม่~! จะกลับมาทำไมไม่บอกกันก่อน~!"

 

พี่ชายการะ : ก็ผมอยากจะเซอไพรส์พ่อกับแม่หนิครับ~! ว่าไงการะการะ~ คิดถึงพี่ไหม ? ^_^

 

 

การะ : ...ค่ะ

 

 

การะการะขานรับสั้นๆด้วยใบหน้าที่ไม่ได้เปื้อนรอยยิ้มเหมือนพ่อกับแม่ อันที่จริงมันเป็นใบหน้าบึ้งตึงด้วยซ้ำ

 

"โธ่อย่าทำหน้าแบบนั้นซิลูก พี่ชายกลับมาทั้งที"

 

พี่ชายการะ : ว่าแต่พอมีอาหารอะไรให้ผมบ้างรึเปล่าครับ ? ^_^

 

"อ๋อ มีๆ การะ ลูกไปซื้อไก่ทอดมาใช่ไหม ? เอามาแบ่งให้พี่กินหน่อยซิ"

 

การะ : แต่ไก่นั่นใช้เงินหนูซื้อนะ แถมมันยังอยู่ในช่วงลดราคาด้วย

 

"โธ่ไม่เอาน่า จะหวงของไปทำไม เอามาเถอะน่า"

 

 

การะการะจำใจต้องเอาของที่เธอใช้เงินที่ตัวเองซื้อมาเอามามห้พี่ชายของเธอ โดยที่ทุกคนนั้นพากันมองข้ามเธอ ในสายตาของคนหลายๆคนมันก็ดูเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนควรจะต้อนรับสมาชิกในบ้านเพียงแค่การะการะหวงของของตัวเองเฉยๆ

 

แต่มันไม่ใช่แค่นั้นหนะซิ

 

 

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งเดียวที่พี่ชายเธอมาที่บ้าน หนำซ้ำในตอนหลังพี่ชายเธอก็ย้ายมาทำงานอยู่ที่อาณาจักรนี้อีกจึงทำให้ต้องกลับมาที่บ้านบ่อยขึ้นเป็นเท่าตัวและเขาก็มาที่บ้านบ่อยเสียจนเงินในกระปุกและข้าวของต่างๆที่การะการะลงทุนเสียแรงและหยาดเหงื่อเพื่อมันต้องค่อยๆลดลง

 

จนกระทั่งมีอยู่วันนึง ที่การะการำเธอได้ลองแต่งนิยายและเนื้อเรื่องของมันดีมากเสียจนเธอถูกซื้อตัวไปโดยสำนักพิมพ์ ผลงานการเขียนของเธอนั้นดีและโด่งดังมากจนทำให้เธอนั้นได้รับรางวับเป็นถ้วยรางวัลทองคำที่แสนล้ำค่า

 

เธอได้รับรางวัลที่แสนภาคภูมิหลังจากที่เสียเวลาในการแต่งนิยายเรื่องนั้นเป็นปี

 

.

 

.

 

.

 

.

 

แต่แล้ววันนึงเมื่อการะการะตื่นเช้าขึ้น

 

การะ : แม่!!

 

การะการะได้วิ่งลงบันไดมาหาพ่อแม่ของเธอที่อยู่ด้านล่าง

 

การะ : ถ้วยรางวัลทองคำของหนูมันไปอยู่ไหนหละค่ะ!!?

 

การะการะถามเพราะเมื่อเธอตื่นเข้ามา สิ่งที่เธอเจอมันมีเพียงฐานวางรองถ้วยแต่ส่วนที่เป็นตัวถ้วยทองคำนั้นถูกถอดหายไป

 

 

แม่การะ : ...อ๋อ~ เจ้าถ้วยทองคำรูปหนังสือนั่นหนะเหรอ ? แม่เอามันไปขายแล้วแหละ

 

คำพูดของแม่เธอเปรียบเสมือนศรที่พุ่งปักอกของการะการะ

 

พ่อของการะ : เราเห็นว่าราคามันน่าจะดีก็เลยเอามันไปขาย เพื่อเป็นเงินทุนส่งพี่ขายลูกเรียนเข้ามหาลัยไง ^_^

 

 

การะ : ...แต่...นั่นมันถ้วยรางวัลหนูนะ.. 0_0

 

การะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจ็บใจสุดๆ

 

แม่ของการะ : แค่ถ้วยรางวัลแค่นั้นหนะ ไว้ลูกแต่งนิยายแล้วเอาไปยื่นให้สำนักพิมพ์ใหม่เดี๋ยวก็ได้มาแหละนะ ช่วยๆพี่ชายลูกหน่อยจะเป็นอะไรไป ? ตลอดเวลาที่ผ่านมาลูกก็หาเงินมาได้ตลอดหนิ หาใหม่คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ ? ^_^

 

 

เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ตัวเองมือของการะการะที่กำฐานรองถ้วยรางวัลก็สั่นสะท้านทันที พร้อมกับที่น้ำตาของเธอไหลพรากออกมาเป็นทางยาว

 

การะ : แล้วพ่อแม่เคยคิดถึงหนูบ้างไหม!!?

 

พ่อแม่ของการะ : !?

 

การะ : หนูทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้เงินมา! เพื่อที่จะมีเงินเก็บออม! แต่พอหนูออมไปได้เรื่อยๆพ่อแม่ก็เอาไปให้พี่หมด! พ่อแม่เคยคิดถึงหยาดเหงื่อที่หนูเสียไปบ้างไหม!!? คิดว่ากูไม่เคยเหนื่อยให้พวกเมิงเลยใช่ไหม!!!? 💢

 

 

การะการะได้ระบายอารมย์ออกมาอย่างเกรี้ยวกราดและในตอนนั้นเองก็เป็นจังหวะกับที่พี่ชายของเธอเปิดประตูเข้ามาในบ้าน

 

"พ่อครับ~ แม่ครับ~ ผมกลับมาแล้.."

 

 

การะ : ไอ้พี่ชั่ว!!!

 

 

ฟุ้บ~!

 

ไม่ว่าปล่าวการะการะได้ขว้างฐานวางถ้วยรางวัลของเธอใส่หัวของพี่เธอ ฐานทรงสี่เหลี่ยมบางได้พุ่งไปราวกับดาวกระจายและมันก็ได้พุ่งไปยังกลางหน้าผากของพี่ชายเธอด้วย

 

ฉึก!!

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

หลังจากนั้นการะการะก็อาสาเอาตัวเองมาเป็นทรัพย์สินให้กับปราสาทของคิซูกิ โดยเธอยินดีที่จะเป็นทุกอย่างให้คิซูกิ ขอแค่คิซูกิออกคำสั่งสั่งการเท่านั้น

 

ส่วนพี่ชายของเธอนั้นเธอได้ข่าวแบบเนืองๆว่าพี่เธอเข้าโรงพยาบาลนอนอาการโคม่าเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ไม่ฟื้นเพราะฐานลองถ้วยรางวัลของเธอผักโดนส่วนหน้าของสมองเขา หนำซ้ำพ่อแม่ของการะก็ต้องเสียหยาดเหงื่อเพื่อที่จะหาเงินมาใช้รักษาพี่เธอด้วย เพราะการะการะเก็บข้าวของและสมบัติที่เป็นของตัวเองหนีมากับเธอด้วย

 

การะ : ( ตอนนี้ชั้นได้บทเรียนแล้ว...เมื่อชั้นได้ของที่เสียแรงได้มา ชั้นจะไม่เอามันให้ใครแบบง่ายๆอีก )

 

การะการะเธอติดนิสัยขี้โขมยบ่อยครั้งที่เธอจะโขมยของพวกทหารในปราสาท โดยเศษเงินเล็กๆน้อยๆที่จะทำให้เธอไม่โดนโทษหนักแต่เมื่อโขมยมาบ่อยๆเข้าก็จะทำให้เธอได้เงินที่โขมยมาออมในกระปุกแยกกับกระปุกเงินเดือนเธอ จนทำให้ทุกคนในปราสาทนั้นรู้นิสัยเธอหมดแล้ว

 

ซึ่งก่อนที่เธอจะเข้ามาในเกมนี้นั้นเธอก็ได้โขมยเศษเหรียญเงินของเรบิโกะมาด้วย

 

 

ตัดภาพกลับมาตอนปัจจุบัน

 

การะ : ฮ่าๆๆ! เอาหละเจ้าหนู! มาดูซิว่านายจะตามชั้นเจอได้ไง!!?

 

การะตะโกนท้าทายออกมาขณะที่เธอวิ่งไม่หยุดเท้าแต่ขณะที่เธอกำลังวิ่งซิกแซกเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามเขาวงกตนั้นหูเธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

 

โครม! โครม!

 

 

การะ : ?

 

ฮาซุย : เอากล้องของชั้นคืนมาาาาาาาาา!!!

 

 

เมื่อเธอหันมาก็ต้องหน้าซีดเผือกทันทีเพราะภาพที่ปรากฏขึ้นคือตัวผมในสภาพที่ฟิวขาดเต็มทีได้ทำการไล่ตามเธอโดยอาศัยระยางน้ำหมึกของผมเหยียบบนขอบกำแพงเขาวงกตและไล่ตามเธอทำให้ตัวผมลอยอยู่เหนือทางเขาวงกต

 

ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปวิ่งมาให้ยุ่งยาก แต่มันไม่ใช่แค่นั้น

 

 

โครมมมมมมม!!

 

 

เพราะตลอดทางที่ผมไล่ตามเธอผมจะใช้พละกำลังของผม และระยางน้ำหมึกไล่ฟาดหรือผลักใส่กำแพงเขาวงกตเพื่อทำลายกำแพงน่ารำคาญพวกนี้ทิ้งไปด้วย!

 

ปีเตอร์ : คุณผู้ชมครับ! ขณะนี้ดูเหมือนว่าฮาซุยจะฟิวขาดแล้วนะครับ! เขากำลังไล่ตามการะการะพร้อมใช้พลังทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า! เขากำลังทำลายเขาวงกตทิ้งครับ!

 

 

คิซูกิ : เอาจริงดิ ?

 

คิซูกิถึงกับเลิกคิ้วเอ่ยอุปทานออกมา ทุกคนที่ได้ยินเสียงพูดของปีเตอร์ก็พากันตกใจขนาดแบนชีที่ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ยังทำหน้าตกใจออกมาเลย

 

ปีเตอร์ : ฮาซุยเริ่มไล่หลังการะการะได้มากขึ้นเรื่อยๆ! ตอนนี้พื้นที่เขาวงกตกว่า 60% ถูกทำลายทิ้งไปแล้วครับ!

 

 

การะ : ว่าไงนะ!? เหวอ!?

 

การะการะที่วิ่งมาเรื่อยๆเธอก็เริ่มเจอกับอุปสรรคเพราะทางข้างหน้าเธิตอนนี้มันมีเศษซากกำแพงเขาวงกตที่ถูกผมถล่มไปแล้ว เธอจึงต้องเลี้ยวไปทางอื่น

 

 

โครมมมมมม!!

 

การะ : ว้าย!?

 

การะการะเธอเริ่มจะถูกต้อน ทุกเส้นทางของเธอที่คาดเอาไว้ถูกทำลายทิ้งเกือบหมดแล้ว จนกระทั่งเธอวิ่งมาหยุดอยู่ที่กลางทางจุดนึงเพราะตอนนี้เธอไม่มีทางให้วิ่งต่อแล้ว ทางข้างหน้าก็เป็นทางตันเขาวงกต อีกทางก็โดนหินถล่มไปเรียบร้อยแล้ว

 

การะ : มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย!?

 

 

โครมมมมม!!

 

การะ : อ้าย!?

 

ทันใดนั้นเองกำแพงที่อยู่ด้านหลังการะการะก็ถูกระยางผมฟาดใส่จนกำแพงพังทลายเศษซากกระเด็นกระดอนราวกับโดนระเบิดใส่ พร้อมร่างของการะการะที่กระเด็นลอยไปตกอยู่ที่เศษกองหินจากกำแพงเขาวงกตที่โดนทำลาย

 

การะ : โอย~

 

เท่านี้การะการะเธอก็สิ้นฤทธิ์แล้ว ระหว่างที่นอนอยู่เธอก็ทำท่าจะลุกขึ้นแต่เธอก็โดนผมเข้ามาแล้วใช้ระยางเส้นนึงที่มีอุ้งมือสีดำอยู่ที่ปลายระยางกดร่างเธอเอาไว้

 

การะการะทำหน้าไม่พอใจออกมาแต่เธอก็อ่อนแรงมากแล้วด้วย ทำให้เธอต้องจำใจยอมแพ้แต่โดยดี

 

การะ : ก็ได้! เอากล้องนายคืนไปเลย!

 

 

การะโยนกล้องอสูรของผมคืนมา ผมค่อยๆใจเย็นลงก่อนสวมมันเข้ากับใบหน้าดังเดิม พร้อมค่อยไปปล่อยตัวเธอแล้วเก็บระยางและส่วนเกินต่างๆในร่างกลัคืนร่างมนุษย์ดังเดิม

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีคนดูคนไหนพากันชื่นชมผม เพราะในเกมนี้ผมได้ปลดปล่อยด้านมืดในตัวและสร้างความน่ากลัวเอาไว้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเขาวงกตนี้อย่างชัดเจน

 

แต่ในระหว่างที่ผมกำลังจะเดินจากไปอยู่นั้นเอง

 

วู้ม~~

 

จู่ๆตรงตาเลนส์กล้องของเจ้ากล้องอสูรของผมมันก็ได้ขยับและเหมือนมันกำลังส่งภาพบางอย่างมาให้ผมผ่านการมองเห็นของกล้องถ่ายรูปในรูปแบบการอัดวีดีโอ ดูเหมือนว่าตอนที่การะเธอจับหน้ากากนี้ กล้องอสูรคงถ่ายเอาความทรงจำเก็บเป็นเมมมอรี่เอาไว้ด้วย เพื่อเอามาให้ผมดูต่อ

 

และทำให้ผมมองเห็นภาพในอดีตของเธอที่เกิดขึ้น ผมได้สติและหันกลับไปมองการะการะ เธอยังคงนอนอยู่ที่พื้น นอนสะอึกสะอื้นและมีน้ำตาไหลออกมา

 

การะ : นายเข้าใจความรู้สึก...ของการที่โดนแย่งสิ่งที่นายให้ความสำคัญ...และพยายามหนักเพื่อให้ได้มันมาไหม ?

 

ฮาซุย : ...คุณทำเพื่อประชดพ่อแม่เหรอ ?

 

การะ : ฮึ คิดว่าชั้นจะทำไปทำไมหละ ? อันที่จริงชั้นก็อยากจะไปโขมยและแย่งของสำคัญจากพ่อแม่ชั้นให้หมดบ้านไปเลยเนอะ ? ...แต่ชั้นตอนนี้เป็นคนของปราสาทท่านคิซูกิไปแล้ว จะไปโขมยของชาวบ้านตามใจชอบก็คงไม่ได้

 

ฮาซุย : ...คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้หนิ

 

การะ : นายก็พูดง่ายซิ! นายไม่ได้เป็นเหมือนชั้นหนิ!!

 

 

การะการะโวยวายออกมาพร้อมสะบัดแขนทั้งสองข้างทุบลงพื้นเหมือนเด็กที่โมโหและเก็บกดมานานและกำลังปล่อยความรู้สึกนั้นออกมาอยู่

 

บทสนทนาของเราที่คุยกันทำให้ทุกคนที่ดูรายการนี้อยู่เห็นและได้ยินกันหมด ซึ่งทุกคนก็พากันนั่งจับตาดูกันหมด

 

ฮาซุย : ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง...หน้ากากนี่เป็นของแม่ผม ท่านทิ้งเอาไว้ให้ผมก่อนที่ท่านจะถูกขายไปที่อื่น เธอคิดว่าที่ชั้นฟิวขาดแบบนี้มันเป็นเพราะอะไรหละ ?

 

การะ : ( นี่ชั้นกำลังโดนทาสสั่งสอนงั้นเหรอเนี่ย )

 

ฮาซุย : แต่ที่สำคัญจริงๆหนะ คือเธอก็ไม่ควรไปเอาของสำคัญของคนอื่นมาด้วยเหมือนกัน การที่เธอโดนโขมยสิ่งสำคัญไปมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างว่าเธอจะเอามาใช้โขมยของใครก็ได้ =_=

 

การะ : ...อะไรทำให้นายคิดว่าชั้นจะทำตามที่นายบอก ?

 

ฮาซุย : ก็เพราะว่าผมจะบอกคุณว่าคุณควรเป็นคนในแบบที่คุณเคยเป็น ในอดีตคุณก็เคยเป็นคนที่สามารถแบ่งของให้คนอื่นได้หนิ ผมอยากให้คุณกลับไปเป็นแบบนั้น

 

การะ : แล้วแบบนั้นมันดีกว่าแบบนี้ตรงไหนหละ ?

 

ฮาซุย : อันที่จริงไม่ว่าจะแบบไหนมันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไปนั่นแหละ แต่เอาเถอะเพราะยังไงทาสแบบผมก็คงจะสั่งให้คุณทำตามที่ผมพูดไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมอยากให้คุณเลือดเอาเองว่าจะเอายังไง ฟังสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้นะแล้วเอาไปคิดตาม

 

การะ : ...

 

 

ฮาซุย : "ในบางครั้งการแบ่งปันของให้คนอื่นหนะมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้แย่หรอก แต่ในนิสัยของคนมันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะดีเสมอไป ในสังคมที่มันน่ารังเกียจคุณจะทำเป็นใจดีแบ่งของให้ทุกคนเสมอไปไม่ได้หรอก คุณก็ต้องมองดูด้วยว่าคนไหนที่คุณควรแบ่งของให้และคนไหนที่คุณควรจะไม่ให้ของกับเขา"

 

คุณเอาคำพูดนี้ไปคิดได้เลยนะ แล้วเลือกเอาว่าจะทำตามที่ผมแนะนำหรือจะคงนิสัยขี้โขมยนี้ต่อไป แต่ถ้าหากคุณเลือกที่จะเป็นหัวโขมยต่อไปผมก็ขอพูดเลยนะ...ว่าคุณหนะจะไม่ต่างอะไรกับพ่อแม่คุณที่โขมยของรักของคุณเลย...ซักนิดเดียว =_=

 

 

ผมพูดพร้อมทำหน้าจริงจังเหมือนผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก ซึ่งพอการะเธอได้ยินคำพูดของผมที่กล่าวออกมานั้นเธอก็เงียบไปและแววตาเธอก็เป็นประกายออกมาร่วกับได้เข้าใจกับสิ่งที่ผมพูด

 

ฮาซุย : ผมขอตัวก่อนนะ

 

 

ผมพูดจบผมก็เดินจากไป บรรยากาศจากผู้รับชมในตอนแรกยังคงเงียบเชียบ เหล่าคนดูพากันตกตะลึงและพากันคิดตามกับคำพูดที่ให้ข้อคิดของผมได้เป็นอย่างดีก่อนที่จู่ๆจะมีเสียงนึงดังขึ้น

 

แปะ แปะ แปะ แปะ

 

เสียงปรบมือของใครบางคนดังขึ้นทำให้ทุกคนพากันมองไปตามเสียงนั้น และทำให้ทุกคนได้รู้ว่าต้นเสียงนั้นมาจากฝ่ามือของคิซูกิที่ปรบมือเพื่อเป็นการแสดงความนับถือในคำพูดของ

 

เสียงปรบมือของคิซูกิเพียงคนเดียวดังในสนามนั้นไปเรื่อยๆซักพักนึงก่อนที่โนเว็นจะปรบมือตาม ตามด้วยเรบิโกะ แล้วจากนั้นเหล่าผู้ชมก็พากันปรบมือเสียงดังระนาว ทั้งจากทางบ้านและในสนาม

 

จิมมี่ เกรด้า อลิซ โชกุ จูเหวิ๋น และคุณนายราเม็นก็พากันปรบมือชื่นชม เมลฟาสที่ดูทีวีอยู่ที่บ้านก็ด้วย

 

เบล : พูดได้ดีมากเจ้าหนู ^_^

 

เบลในร่างตุ๊กตาได้โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกล่าวชมผมด้วย

 

ฮาซุย : แค่พูดตามความจริงหนะครับ ^_^

 

ผมกล่าวแบบเกรงใจ ซึ่งในระหว่างที่ผมกำลังเดินออกมานั้น

 

แบนชี : ( ไม่! ไม่! มันเป็นไปได้ยังไง!? )

 

แบนชีนั้นเธอดูไม่สบอารมย์อย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าผมผ่านด่านมาได้ ตอนนี้กล้องกำลังถ่ายภาพมาที่หน้าทางเข้าวิหารที่หลายคนพากันยืนรอผมอยู่ และในภาพนั้นคิซูกิและหลายๆคนที่ดูอยู่ก็สังเกตุเห็นบางอย่าง

 

จิมมี่ : ยัยผิวซีดนั่นกำลังอะไรหนะ!?

 

 

ภาพที่ปรากฏนั้นคือแบนชีเธอกำลังใช้มือตบด้านบนของนาฬิกาอยู่หลายๆครั้งเพื่อทำให้นาฬิกามันปล่อยืรายออกมาเร็วมากขึ้นและเยอะมากขึ้นเพื่อล้นระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผม

 

คิซูกิ : ( นั่นพี่จะทำอะไรหนะ!? )

 

 

แบนชีเธอไม่สนใจแล้วว่าสิ่งที่เธอทำจะถูกคนมองและจะโดนรับโทษอะไรบ้าง เธอต้องการแค่ให้ปราสาทและตำแหน่งบนบรรลังค์จอมมารตกไปอยู่ในมือคนที่คู่ควร เมลฟาสที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็กำหมัดแน่นก่อนจะทุบที่วางแขนของเก้าอี้จนหักทันที

 

เมลฟาส : ยัยบ้า!! เธอโกง!!

 

 

และเมื่อผมเดินออกมาจากวิหารได้สำเร็จ

 

แบนชี : เสียใจด้วยนะ แต่นายมาช้าไปนะเจ้าหนู

 

 

คำพูดของแบนชีทำให้ผมหันไปมองเธอ

 

ฮาซุย : อะไรนะครับ ?

 

แบนชี : ชั้นบอกว่าเวลาการแข่งมันหมดไปแล้ว นายแพ้แล้ว

 

 

แบนชีกล่างพร้อมยกนาฬิกาทรายที่ทรายไหลลงมาหมดแล้วขึ้นมา ในตอนนั้นผมตาเบิกกว้างออกมาทันทีที่เห็นดังนั้น

 

แบนชี : ผู้เล่นฮาซุย นายเป็นผู้เล่นที่แพ้ในเกมด่านนี้ และนายถูกตัดสิทธิออกจากการเล่นเกม kill them up ฆ่าแม่งเลย ณ บัดนี้

 

 

คิซูกิ/โนเว็น/เรบิโกะ/ปีเตอร์ : !?

 

เรแม็ก/ซากูมะ/ซูมารุ/เซฟิส/ดิบราส : !?

 

ฮาซุย : 0_0;

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว