email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : INTRO 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 20 เม.ย. 2564 14:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
INTRO 100%
แบบอักษร

 

เรื่องราวระหว่างคนไข้กับคุณหมอ....มันยากที่จะเป็นไปได้สินะ...

"คุณคะ เข้าไม่ได้นะคะ คุณหมอเล็นนิกซ์มีแขกค่ะ"

ปึง!

มีแขกแล้วไงใครแคร์ 'แพรวา' จะเข้าไปซะอย่าง! ฉันหมุนลูกบิดประตูห้องทำงานอย่างถือวิสาสะ ห้องทำงานของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ และยังเป็นคุณหมอเจ้าของไข้ที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้จากความตาย

แต่ทว่า

ภาพที่ปรากฎตรงหน้าทำให้ฉันชะงัก พยาบาลที่นั่งคร่อมตักว่าที่สามีของฉันคือใคร "ว้าย!" ผู้หญิงผมน้ำตาลคนนั้นอุทานด้วยความตกใจที่เห็นฉันเปิดประตูเข้ามา รีบจัดเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน เดี๋ยวนะ เขามาให้ความหวังฉันด้วยการจูบแล้วขึ้นมาคั่วกับพยาบาลตัวเอง?

"Seriously!?" ฉันพูดก่อนเดินเข้าไปหาว่าที่สามี แล้วดึงผู้หญิงคนนั้น "ออกไป!" ยืดกอดอกมองพยาบาลคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า

"สวยก็ไม่สวย ยังจะมาทำตัวต่ำ ๆ แบบนี้ในโรงพยาบาลอีก น่าไม่อาย จะทำอะไรก็เกรงใจชุดที่ตัวเองใส่หน่อยนะคะ คุณพยาบาล"

"กรี๊ด นังบ้า!!" ไม่รู้ว่าพูดออกไปด้วยน้ำเสียงยังไงแต่คงเป็นน้ำเสียงที่ร้ายพอตัวร่างสูงที่นั่งกุมขมับอยู่เมื่อกี้ถึงตวาดใส่ฉัน

"แพรวา!!" มือหนาจับข้อมือฉันไว้ แถมยังออกแรงบีบ แต่เขาคงจะลืมไปสินะ ว่าข้อมือที่เขาจับ มันคือมือข้างเดียวกับที่ฉันเพิ่งจะถอดสายน้ำเกลือออกมาเมื่อกี้...เจ็บแต่ฉันกัดฟันฝืนเอาไว้ อย่างที่บอกว่าเจ็บกายยังไม่เท่าเจ็บใจ

"จูบเมื่อคืนไม่มีความหมายสำหรับคุณหมอเลยใช่มั้ยคะ" เขาชะงักไปหลังจากที่ได้ยินฉันพูด ส่วนเลขาฯ หน้าห้องพาพยาบาลคนนั้นออกไปแล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่ฉันกับเขา

เขาที่ยังมีเสื้อกาวน์สีขาวสวมทับอยู่ ส่วนฉันยังอยู่ในชุดคนไข้ หลังมือยังมีร่อยรอยของการเจาะเลือดไว้ใส่สายน้ำเกลือ

แต่สุดท้ายคำถามฉันก็ไม่มีคำตอบ นัยน์ตาคมมองต่ำมาที่ข้อมือแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่าวเหนื่อยหน่าย ฉันจึงรีบซ่อนเอาไว้ด้านหลัง

"ทำไมทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้ กลับไปที่ห้องพักได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเป็นห่วงกันหมด"

นั่นสินะ..เอาแต่ใจตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ มันคือนิสัยแย่ ๆ ของฉันที่ไม่มีใครชอบ นิสัยของนางร้ายในละคร แต่ใครจะรู้ว่าทุกอย่างที่ฉันทำมีเหตุผล

"ขอโทษค่ะที่มารบกวนเวลาของคุณหมอ" ฉันหมุนตัวเดินออกมาจากห้องทันทีที่พูดจบ ประโยคของผู้จัดการส่วนลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง

'ความรักระหว่างคนไข้กับหมอ มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะแพรวา พี่ว่าพอเถอะ เราพยายามมาเยอะแล้ว'

พูดให้เข้าใจง่ายคือเลิกหวังลม ๆ แล้ง แล้วกลับใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่ควรมาทำตัวไร้ค่าเพื่อตามตื้อผู้ชายในโรงพยาบาลแบบนี้

ทุกคนคงจะสงสัยว่าทำไมฉันถึงชอบเขามากมายขนาดนั้นสินะ แต่มั่นใจว่าความรู้สึกตอนนี้คงเรียกได้ว่า 'รัก' ฉันที่หลงรักเขาตั้งแต่แรกพบ แต่เขาไม่เคยสนใจใยดี

'นายแพทย์อลัน เล็นนิกซ์' ผู้ชายในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเล เจ้าของน้ำเสียงอ่อนโยน และเป็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเจ้าจงใจสร้างเขามาโดยเฉพาะ จมูกโด่งเป็นสันรับกับคิ้วเค้ม สันกรามที่เข้ากับรูปหน้า ที่ขาดไม่ได้เลยคือริมฝีปากอวบอิ่มที่แสนเซ็กซี่ มันคือเหตุผลที่ฉันอยากจะจูบเขาทุกครั้งที่เจอหน้า เฮ้อ และที่สำคัญ...เขาเป็นเจ้าของหัวใจ

ความรักของฉัน มันเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีที่เขายื่นมาเพื่อช่วยฉันออกไปจากรถคันนั้น

 

ย้อนกลับไปสองเดือนก่อน

ณ ลอนดอน, สหราชอาณาจักร

เวลาแปดโมงเช้า

"เราจำเป็นต้องออกมาเช้าขนาดนี้เหรอคะพี่พราว แพรว่ามันเช้าไปมั้ย ออกมาสายกว่านี้ก็น่าจะทันนี่น่า" ฉันถามพี่พราวที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ พี่พราวคือผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นเหมือนแม่ พี่ และเพื่อน ที่สำคัญเป็นคนในครอบครัวคนเดียวของฉันที่เหลืออยู่ ชีวิตมันน่าเศร้าใช่มั้ย จากคุณหนูที่มีพ่อแม่เป็นนักธุรกิจ แต่สุดท้ายครอบครัวก็ล้มละลาย และคุณพ่อคุณแม่ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายทิ้งให้ลูกสาวเพียงคนเดียวต้องใช้ชีวิตตามลำพัง และต้องเป็นคนจัดการหนี้สิ้นที่เหลืออยู่ของครอบครัว

พี่พราวเป็นคนดึงฉันออกมาจากชีวิตที่น่าอัปยศนั้น พาฉันเข้าสู่วงการนักแสดง ปั้นจนคุณหนูตกอับที่ชื่อแพรวากลายเป็นนักแสดงดาวรุ่งแถวหน้าของเมืองไทย เดือนนี้เป็นเดือนที่ฉันไม่รับงานทั้งหมดเพราะต้องการจะพักและไปเที่ยวกับพี่พราว และพี่อีกคนคือ พี่เดียร์ช่างแต่งหน้าทำผมประจำตัว เราสามคนไปไหนไปด้วยกันตลอด การมาเที่ยวต่างประเทศในครั้งนี้ ฉันจึงชวนพี่ทั้งสองคนมาด้วยและเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ก็รวยนี่น่า มีเงินก็ต้องใช้เงิน ถูกมั้ย?

"เดี๋ยวคนจะเยอะนะ นิทรรศกาลเขาเปิดเก้าโมง วันนี้วันธรรมดาอีก รถติดแน่นอน ถึงจะไม่ใช่บ้านเราแต่การไปไหนมาไหนก็ต้องเผื่อเวลาอยู่ดี เข้าใจรึเปล่า" พี่พราวเทศนายาวจนฉันต้องอ้าปากหาวหวอด ๆ แทนแล้ว

"เราไม่ใช่เหรอที่เป็นคนอยากไป" พี่เดียร์ถาม

"เปล่า แพรไม่ได้อยากไป แพรแค่อยากซื้อบัตรชิงตัดหน้ายัยลูกเกดต่างหาก" ถ้าฉันอยากไป ฉันคงไม่มานั่งหาวอยู่บนรถทำหน้าเบื่อโลกเต็มทนแบบนี้ เฮ้อ แต่ถ้าคิดบวกขึ้นมาหน่อย การที่ฉันอัพรูปลงอินสตาแกรมแล้วเช็กอินในนิทรรศกาลแฟชั่นของ BALENCIAGA พร้อมกับดีไซเนอร์ชื่อดังที่นางชอบ คงจะสะใจน่าดู เอาล่ะ มีสติหน่อยแพรวา! ภารกิจวันนี้คือทำให้ยัยลูกเกดอกแตกตาย

หึ ส่วนเหตุผลที่ฉันทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหาแบบนี้ เพราะยัยลูกเกดเคยเอาเรื่องพ่อแม่ที่ฆ่าตัวตายทิ้งหนี้ให้ลูกสาวกลับมาล้อฉันยังไงล่ะ ความจริงฉันอยากจะทำมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ แต่เพราะบทเรียนที่ฉันเตรียมให้ยัยลูกเกดยังมีอีกเยอะ นางควรรู้ตัวเองว่าไม่ควรเอาเรื่องครอบครัวชาวบ้านมาพูดสนุกปาก!

"เฮ้อ พี่ล่ะเหนื่อยกับเราจริง ๆ" พี่พราวถอนหายใจ ฉันจึงยื่นหน้าไปช่องตรงกลางระหว่างคนขับกับคนนั่งข้าง

"ขอบคุณนะที่เข้าใจแพร รักพี่พราวที่สุด จุ๊บ" ฉันพูดยิ้ม ๆ หอมแก้มพี่พราวไปหนึ่งฟอด ก่อนจะหันมาหาพี่เดียร์

"หยุดเลยแพร พี่รู้ว่าเราจะทำอะไร" พี่เดียร์ยกมือขึ้นมาห้ามก่อนจะถอยหลังจนชิดประตู พี่เดียร์ผู้ซึ่งไม่ชินกับการถึงเนื้อถึงตัวของแพรวาสักกกกที ฮ่า ๆ

"โธ่ พี่เดียร์อ่ะ แพรแค่ขอหอมแก้มเอง" ระหว่างที่เราสามคนกำลังมีความสุขกับบทสนทนาเล่น ๆ และมุกตลกแต่ทว่า ทันใดนั้นเองความสุขที่ทำให้ฉันยิ้มได้กลับหายไปเพียงแค่เสี้ยววินาที

"แพร!!!" เสียงตกใจของพี่เดียร์คือเสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนที่...

ปึง!!

โครม!!!!

รถที่แท็กซี่ที่เราสามคนนั่งอยู่นั่นถูกรถคันนึงที่คนขับน่าจะผ่าไฟแดงมาหรือก็เมา พุ่งชนด้วยความเร็ว และแรงพอที่คันที่สามจะขับมาชนคันแรกเพราะเบรกไม่ทัน กลายเป็นรถชนกันสามคันรวด ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องของพี่พราวและพี่เดียร์ รวมถึงเสียงร้องตกใจของพี่คนขับ เหมือนทุกอย่างเป็นภาพสโลวโมชั่น...

ตำแหน่งที่โดนชน คือตำแหน่งที่ฉันนั่ง ฟ้ากำลังกลั่นแกล้งฉันอีกใช่รึเปล่า นอกจากจะเสียบิดามารดาไปเพราะเหตุฆ่าตัวตาย ฉันก็กำลังจะตายเพราะอุบัติเหตุรถชนอีก หึ เป็นชีวิตที่น่าขำและน่าสมเพชสินดีแพรวา

แต่การตายของฉัน คงจะสร้างรอยยิ้มให้กับใครหลายคนเลยสินะ ไม่สิ หากฟ้าจะเล่นตลกกับชีวิตฉัน ก็ไม่ควรดึงชีวิตพี่พราวกับพี่เดียร์และลุงคนขับแท็กซี่มาเกี่ยวด้วย

"อึก พี่พราว" ฉันเปล่งเสียงเรียกด้วยความยากลำบาก หลังจากที่รู้สึกว่าทุกอย่างในร่างกายกำลังจะแตกสลาย พยายามฝืนยกศรีษะขึ้นมาจากเบาะหน้า แต่เพราะแรงชนทำให้ศรีษะฉันกระแทกกับเบา หยดเลือดสีแดงไหลเปรอะเปื้อนไปทั่ว และสติก็เลือนรางลงทุกที เรี่ยวแรงก็พลันหายไปหมดจนทำให้การยกศรีษะอันหนักอึ้งกลายเป็นเรื่องยาก

"แพร พี่ไม่เป็นอะไร" ได้ยินเสียงพี่พราวตอบกลับก็สบายใจขึ้นมาหน่อย ก่อนฝืนใช้เรี่ยวแรงอีกครั้งนึงเพื่อเรียกพี่เดียร์ และเหมือนพี่เขาจะรู้ว่าฉันกำลังจะถามถึง เขาจึงชิงตอบตัดหน้าเสียก่อน

"พี่โอเคแพร แพรโดนหนักกว่าทุกคนพี่ เป็นยังไงบ้าง

"แพร ขอโทษ...อึก" พยายามจะเรียบเรียงคำพูดเพื่อขอโทษพวกพี่เขา แต่ฉันไม่สามารถพูดมันได้ทั้งประโยค ความเจ็บปวดทวีคูณเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่ขยับร่างกาย

"ชู่ว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว" รู้สึกได้ถึงสัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือเรียวแตะตรงที่แขน มือของพี่เดียร์ใช่ไหมนะ

"แพร คราวหลังพี่จะเป็นคนเลือกประเทศมาเที่ยวเองนะ" คำพูดของพี่พราวทำให้ทุกคนพอจะยิ้มได้ ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของพี่ทั้งสองคน และฉันก็อยากตอบพี่พราว แต่ฉันทำไม่ได้....

'แพรจะให้พี่ทั้งสองคนเป็นคนเลือก และแพรจะพาพี่ไปทุกที่ที่พี่อยากจะไป'

"แพร เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเงียบไป อึก พี่จะไปหาเรา"

หยดน้ำสีใสเอ่อคลอรอบดวงตาหลังจากที่ได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของพี่พราว ภาพความทรงจำในวันวานลอยย้อนกลับเข้ามาในหัว ฉันจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดประโยคนึงออกไป

"แพรรักพี่ทั้งสองคนนะ" เสียงมันเบาจนฉันกลัวว่าพี่ทั้งสองจะไม่ได้ยิน แพรฝืนไม่ไหวอีกแล้ว แพรกำลังจะตามคุณพ่อกับคุณแม่ไป...ในวินาที่เปลือกตาอันหนักอึ้งของฉันกำลังจะปิดลง ลมหายใจรวยรินลงทุกที แต่หัวใจที่ใกล้จะหยุดเต้นของฉันกำลังหวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วย ขอให้ช่วยพี่พราว พี่เดียร์ และคนขับรถออกไป

ปึง!

แต่ทว่า...ทันใดนั้นเองประตูฝั่งพี่พราวก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฎตัวของใครคนนึงที่ฉันไม่เห็นหน้า

"คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ" ประโยคคำถามเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ฉันรู้ว่าเขาเป็นผู้ชาย ที่มีน้ำเสียงอ่อนโยน เขาคือคนที่จะมาช่วยคนที่ฉันรักออกไปใช่ไหม

คำขอก่อนตายของฉันเป็นจริงแล้วสินะ งั้นฉังคงจะตายตาหลับ

"พีไม่เป็นอะไร ไปดูน้องสาวพี่ด้านหลังหน่อย เดียร์ แพรวา มีคนมาช่วยแล้วนะ ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด" ฉันได้ยินเสียงพี่พราวบอกผู้ชายคนนั้น ก่อนที่ประตูฝั่งพี่เดียร์จะเปิดออกพร้อมกับการปรากฎตัวของ...

"คุณลุงไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะให้คนพาคุณลุงออกไปนะ"

"ช่วยน้องผู้หญิงอีกคนด้วยนะหนุ่ม"

"คุณเดียร์รึเปล่าครับ"

"ค่ะ ช่วยน้องสาวพวกเราด้วยนะคะ" บทสนทนาของคุณลุงคนขับ พี่เดียร์ และผู้ชายคนนั้น ฉันได้ยินเสียงพี่เดียร์ตอบ ตามด้วยเสียงของผู้ชายคนนั้นที่คงจะบอกคนด้านนอกให้มาช่วยพี่เดียร์กับคนอื่น ๆ ออกไป แสดงว่าไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหมนะ"

พรึ่บ!

"คุณแพรใช่ไหมครับ ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมมาช่วยคุณแล้ว" คือเสียงของ 'เทพบุตร' ใจดีที่มาช่วยฉันเอาไว้ รู้สึกว่าเขากำลังมานั่งข้าง ๆ แต่ฉันไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะขยับร่างกายเลย

"เดี๋ยวผมจะขยับคุณ ช้า ๆ นะครับ" น้ำเสียงอ่อนโยนใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่มือของเขาจะพยุงฉันให้พิงกับที่นั่งอย่าง ช้า ๆ และนุ่มนวล จึงเป็นเวลาเดียวกับที่ฉันได้เห็นหน้าเขา

เทพบุตร...

สายตาพร่ามัวของฉันกำลังเห็นคนตรงหน้าเป็นเทพบุตร หัวใจของคนใกล้ตายกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งเพียงเพราะน้ำเสียงและสายตาอ่อนโยนของผู้ชายตรงหน้า

ตึกตัก

ตึกตัก

"คุณแพร คุณแพรได้ยินผมรึเปล่า!" น้ำเสียงของเขาดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดของตัวเองที่ลอยคะคุ้งไปทั่ว

"....."

"อย่าพึ่งหลับนะครับ ฟังเสียงผมไว้" แพรกำลังจะหลับ และแพรเห็นคุณเทพบุตรเป็นคนสุดท้าย ขอโทษด้วยนะคะที่แพรฝืนตัวเองเอาไว้ไม่ไหวอีกแล้ว ความเจ็บปวดในตอนนี้มันหนักเกินที่ร่างกายของแพรจะรับไหว

ขอโทษจริง ๆ

 

ALAN PART :

 

"เออ กูกำลังไปเนี่ย ออกจากโรงพยาบาลมาสักพักละ"

[ถนนมึงยาวขนาดนั้นเลยรึไง กูรอจนจะแต่งงานมีลูกละสัด]

"กู เกลียด มึง!" พูดจบผมก็กดตัดสายไอเจย์เดนทันที เหตุผลที่มันโทรตามจิกทุกนาทีแบบนี้ เพราะวันนี้มันชวนผมออกไปนอกเมือง ไปตามหาความจริงอะไรก็ไม่รู้ของมัน ผมรีบมาหามันทันทีที่ผ่าตัดเคสด่วนเสร็จ แต่มาตายตรงรถติดนี่แหละครับ ปรกติไม่เคยติดอะไรขนาดนี้นิวะ ผมสังเกตออกไปนอกรถ มีหลายคันที่เริ่มเปิดประตูมาดูว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นข้างหน้ากันแน่

"ขอโทษนะครับ ข้างหน้ามีอะไรกันเหรอครับ" ผมลดกระจกแล้วถามผู้ชายรถคันข้าง ๆ ที่ลงมายืนดูเหตุการณ์

"รู้สึกว่ารถจะชนกันนะครับ สามคันรวดเลย แต่เหมือนคันอื่น ๆ จะเบรกไม่ทันเลยชนต่อกันเป็นโดมิโน รถพยาบาลก็ยังมาไม่ถึงเลยครับเพราะรถติดยาวเลย"

"อะไรนะครับ!" ทันทีที่ได้ยินว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้า สัญชาติของหมอทำให้ผมรีบลงจากรถแล้ววิ่งไปยังที่เกิดเหตุทันที

ตึก ตึก

ผมวิ่งผ่านรถไปหลายสิบคันก่อนจะมาถึงที่เกิดเหตุ รถต้นตอชนกันสามคนรวด แต่มีรถที่เบรกไม่ทันชนต่อรถเกิดเหตุเป็นโดมิโนตรงตามที่ผู้ชายคนนั้นเล่า ควันพวยพุ่งออกมาจากรถทั้งสามคัน มีหลายคนพยายามเข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ในรถ ผมเข้าไปเช็กดูคนที่ติดในรถทีละคันเพื่อดูว่าแต่ละคนมีอาการอย่างไรบ้าง

"คุณเป็นหมอใช่ไหมครับ" ผู้ชายวัยกลางคนคนนึงที่เดาว่าน่าจะถึงที่เกิดเหตุก่อนผม จากบุคลิกผมว่าเขาน่าจะเป็นหมอเช่นเดียวกัน

"ครับ" ผมพยักหน้ารับ

"ผมเป็นหมอเหมือนกัน คุณช่วยไปดูแท็กซี่คันนู้นหน่อย น่าจะหนักสุด ผมยังไม่มีเวลาไปดู" ผู้ชายคนนั้นบอกผมสีหน้าเคร่งเครียด "ได้ครับ" พยักหน้ารับแล้วรีบไปที่รถแท็กซี่คันนั้นทันที

ปึง!

ผมดึงประตูรถฝั่งข้างคนขับออก โชคดีที่ประตูน่าจะปลดล็อกตอนที่เกิดเหตุ

"คุณเป็นอะไรเปล่าครับ" ถามผู้หญิงที่นั่งข้างคนขับอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ มีแผลที่ศรีษะเพราะได้รับแรงกระแทก ก่อนจะไล่สายตาตรวจดูจุดอื่น ๆ ของร่างกาย พร้อมกับใช้นิ้วตรวจจับชีพจร

"พีไม่เป็นอะไร ไปดูน้องสาวพี่ด้านหลังหน่อย เดียร์ แพรวา มีคนมาช่วยแล้วนะ ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด" ผมพยักหน้ารับฟังจากน้ำเสียงและชีพจรถือว่ายังไม่เป็นอันตรายมาก ก่อนจะไล่สายตาดูทุกคนในรถ คุณลุงคนขับพยักหน้าบอกเชิงว่าไม่เป็นอะไร รวมถึงผู้หญิงอีกคนที่นั่งด้านหลัง แต่เธอชี้นิ้วมายังผู้หญิงอีกคนที่ใบหน้าฟุบกับเบาะที่นั่งด้านหน้า คนนี้น่าจะอาการหนักสุด แต่เพราะรถอีกคันชนตรงตำแหน่งที่เธอนั่งพอดี ทำให้ผมไปช่วยเธอจากฝั่งนั้นไม่ได้ ผมจึงอ้อมไปอีกฝั่งแทน

ปึง

"คุณลุงไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะให้คนพาออกไปนะ" ผมบอกคุณลุงคนขับแท็กซี่ ก่อนจะเรียกกู้ภัยที่พึ่งมาถึงให้มาช่วยทุกคนออกไป ยกเว้นผู้หญิงที่นั่งด้านในสุด

พรึ่บ

ผมขยับตัวเข้าไปนั่งด้านในรถแล้วถามผู้หญิงที่ฟุบหน้าอยู่กับเบาะหน้าที่นั่ง ศรีษะเธอโดนกระแทกด้วยความแรง และอาจจะได้รับการกระทบกระเทือน

"คุณแพรใช่ไหมครับ ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมมาช่วยคุณแล้ว" เธอไม่ได้ตอบคำถามของผม ได้ยินแต่เสียงหอบหายใจ กับเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมา เธอกำลังกลัว แต่เพราะท่าที่เธอนั่งทำให้ผมสังเกตอาการได้ไม่ชัด ผมจึงต้องขยับตัวเธอ

"เดี๋ยวผมจะขยับคุณช้า ๆ นะครับ" ผมบอก ก่อนจะค่อย ๆ พยุงร่างบางช้า ๆ และนุ่มนวลมากที่สุด จนแผ่นหลังบางพิงกับเบาะที่นั่ง และเป็นเวลาเกียวกับที่ผมได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ครั้งแรก

สวย

ต่อให้เนื้อตัวจะมอมแมม หรือมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนไปตามตัว เธอก็คือคนสวย แต่มึงจะมาหลงผู้หญิงสวยตอนนี้ไม่ได้โว้ย สติอลันสติ! ผมเรียกสติตัวเองกลับมาแล้วตรวจเช็กตามร่างกาย รวมถึงตรวจจับชีพจรบริเวณข้อมือ

เชี่ย!!!

ถ้าผมไม่พาเธอไปโรงพยาบาลตอนนี้เธอไม่รอดแน่ ๆ แถมยังมีเศษกระจกชิ้นไม่ใหญ่มากปักอยู่ตรงหน้าท้อง เป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดไหลไม่หยุด ไหนจะที่ศรีษะอีก ผมมองใบหน้าสวยที่ซีดเผือก ลมหายใจรวยริน และเปลือกตาบางที่กำลังจะปิด

"คุณแพร คุณแพรได้ยินผมรึเปล่า!"

"....."

"อย่าพึ่งหลับนะครับ ฟังเสียงผมไว้" ประโยคนี้คือประโยคสุดท้ายที่เธอคงจะได้ยิน เพราะเธอสลบไปต่อหน้าต่อต่อตา ผมจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้เสียชีวิตในมือผมเด็ดขาด!

 

@Lennigz Hospital ,Emergency room

 

"คุณหมอเล็นนิกซ์คะ V-fib ค่ะ!!"

ตื๊ด ๆ ๆ

"Damn it!" ผมสบถ มองหน้าจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และไม่เป็นจังหวะ (V-fib : Ventricular Fibrillation)

ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่ฟังคำพูดเลยนะ เธอจะรีบตายไปไหนวะ!

"ชารต์ที่ 200!" ผมบอกพยาบาลก่อนจะรับเครื่องตุกหัวใจเพื่อช่วยชีวิตเธอขึ้นมาอีกครั้ง

"1 2 3 เคลียร์!"

ติ๊ด....

เธอจะตายในมือผมไม่ได้

"ชาร์ตที่ 300!!"

"1 2 3 เคลียร์!"

ติ๊ดดดดด......

"คุณจะตายในมือผมไม่ได้นะแพรวา!!" คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนเป็นเส้นตรง Asystol หรือหัวใจหยุดเต้น ทำให้ผมต้องเปลี่ยนมาทำ CPR แทน

คุณต้องฟื้น...

ผมกำลังขอให้ผู้หญิงคนนี้มีชีวิต...

หัวใจของผมเต้นรัวด้วยความกลัว เธอเป็นคนไข้คนแรกที่ทำให้ผมกลัวได้มากขนาดนี้ ทุกคนในรถคันนั้นที่ผมช่วยออกมาเป็นห่วงผู้หญิงคนนี้มาก

ติ๊ดด ติ๊ดด

"เธอกลับมาแล้วค่ะ!" และคำขอของผมก็เป็นจริง

"พาเธอเข้าห้องผ่าตัดด่วน!" ผมรีบบอกพยาบาล ผมพึ่งออกจากห้องผ่าตัดมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ผมต้องกลับเข้าไปอีกแล้ว ชีวิตผมก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ บ้านหลังที่สองคือโรงพยาบาล

"โทรบอกบอกเจย์เดนให้ผมด้วยว่าผมไปไม่ได้แล้ว" บอกพยาบาลที่ติดตามผม ไอเจย์เดนคงจะตามมาระเบิดโรงพยาบาลแน่ ๆ ที่จู่ ๆ ผมก็หายไปแนบนี้

 

ภายในห้องผ่าตัดที่ผมคุ้นเคยเต็มไปด้วยพยาบาลรวมถึงแพทย์ ทุกคนกำลังทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ มันคืองานที่พวกเรารัก และทำด้วยความเต็มใจ

"อย่าให้เธอตายนะเว้ย" ผมบอก 'บรู๊ค' หรือ 'บรู๊คลิน แชพเพิร์ด' แพทย์ประจำแผนกศัลย์กรรมประสาท ผมกับมันเป็นแพทย์รุ่นเดียวกัน ที่เรียนมาด้วยกัน และเป็นคนชวนมันให้มาทำงานด้วยกันที่นี่ เราสองคนจึงสนิทกันพอสมควร แต่ก็ยังสนิทน้อยกว่าเพื่อนอีกหกคนของผมล่ะนะ

"คนไข้สวย ๆ แบบนี้ไม่ปล่อยให้ตายแน่นอน" มันบอกน้ำเสียงเชิงหยอกล้อ เราสองคนต้องผ่าตัดพร้อมกันทั้งสองที่ คือศรีษะที่ได้รับการกระแทรก และแผลบริเวณหน้าท้องที่มีเศษกระจกปักเข้าไป มันลึกกว่าที่คิด และอาจจะโดนอวัยวะสำคัญ

"คุณหมอคะ มีเลือดออกที่ไอวีค่ะ"

"Damn it!" ให้ตายเถอะวะ ผมช่วยเธอกลับมาแล้ว แต่เธอก็จะตายอยู่ได้ ทำไมถึงเป็นผู้หญิงที่ดื้อแบบนี้นะ เลือดออกในสายน้ำเกลือ (IV) คืออาการที่บอกว่ามีภาวะลิ่มเลือดกระจายไปทั่วในหลอดเลือด เพราะนอกจากแผลที่โดนเศษกระจกแล้ว เธออาจจะได้รับบาดเจ็บในช่องท้องเพราะแรงกระแทก ผมต้องผ่าเปิดเพื่อหาว่าเลือดออกจากตรงไหน

"ให้พลาสม่าแช่แข็ง เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด" บอกพยาบาลก่อนจะทำการดึงผ่าเปิดหน้าท้องเพื่อหาต้นตอ

"รับทราบค่ะ"

ผมจะไม่ยอมให้เธอตายไปต่อหน้าต่อตาผมอีกต่อไปแล้ว!!

 

และนั่น...คือเรื่องราวที่ผมได้ช่วยชีวิตผู้หญิงคนนึงเอาไว้ แต่ใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าเธอจะกลายเป็นบ่วงที่รัดผมกับเธอเอาไว้ด้วยกัน แถมยังเป็นบ่วงที่รัดแน่นขึ้นทุกครั้งที่เราสองคนต้องเจอกันในโรงพยาบาล...

"คุณหมอเล็นนิกซ์คะ คนไข้ห้อง A016 ที่คุณหมอรับเข้ามาฟื้นแล้วค่ะ"

"ขอบคุณมาก" ผมพนักหน้ารับก่อนหยิบสเต็ปฯ และรับชาร์ทคนไข้มาจากพยาบาลเพื่อเตรียมตัวไปหาเธอ

"เอ่อ..คือ"

"มีอะไรรึเปล่า" แต่ท่าทีอึกอักของพยาบาลทำให้ผมต้องถามกลับไป

"คนไข้ร้องไห้ไม่หยุดเลยค่ะคุณหมอ ดิฉันสงสารเธอมาก ๆ เห็นเขาพูดกันว่าเธอเป็นนักแสดงด้วย" ผมไม่แปลกใจกับคำตอบเท่าไหร่ ให้เดาว่าเธอคงเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการ

"คุณสงสารเขามากขนาดนั้นเลยหรือไง" ผมแปลกใจที่พยาบาลคนนี้ถึงได้อินมากขนาดนั้น

"คุณหมอต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองค่ะว่าเธอน่าสงสารขนาดไหน" มันจะขนาดนั้นเลยรึไงวะ จะแปลกอะไรแค่คนไข้ร้องไห้ ซึ่งผมเองก็เจอแบบนี้มานับไม่ถ้วน

แต่...นั่นคือความคิดก่อนที่ผมจะได้เจออีกครั้ง เพราะหลังจากที่ผมได้เห็นน้ำตาของเธอ หัวใจของผมก็เจ็บปวดโดยหาสาเหตุไม่ได้...

แพรวา คุณทำอะไรกับผม!!

 

 

....................................

ดราม่าตั้งแต่บทนำกันเลยทีเดียว 55555 แต่บทแรกไรท์จะเริ่มเล่าตั้งแต่นางเอกฟื้นเลยนะ เราจะได้รู้ว่าน้องแพรของเราขยัยอ่อยคุณหมอเทพบุตรขนาดไหน อิอิ

 

 

 

 

ความคิดเห็น