ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คำขู่ของแบนชี

ชื่อตอน : คำขู่ของแบนชี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 533

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2563 06:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คำขู่ของแบนชี
แบบอักษร

 

 

 

ปีเตอร์ : คุณผู้โชมมมมมม!! เจ้าหนูฮาซุยพึ่งจะสร้างคอมมานด์บล็อคครับ!!?

 

ปีเตอร์พูดประกาศออกมาดังลั่นด้วยความตะลึงงันจนตาแทบจะถล่นออกมาจากเบ้า ผู้ชมหลายร้อยคนพากันนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วพากันงุนงงและตะลึงไปตามๆกันก่อนจะเกิดเสียงพูดคุยกันเสียงดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้งสนามนั้น

 

 

คิซูกิ : ทุกคนใจเย็นๆกันก่อน

 

โนเว็น : เย็นไว้ทุกๆคน ( เจ้าเด็กนั่นเป็นฮิตซูมาเกิดใหม่จริงๆด้วย! )

 

 

แบนชี : โกง!! เจ้าเด็กนั่นโกง!!

 

 

แต่ในตอนนั้นเองแบนชีก็ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมชี้นิ้วไปที่ตัวฮาซุยที่กำลังออกทีวีอยู่ขณะนี้

 

คิซูกิ : ใจเย็นก่อนท่านพี่แบนชี ืทำไมจู่ๆพี่ถึงหาว่าเขาโกงหละ ?

 

แบนชี : เพราะอะไรหนะเหรอ!? ก็เจ้าเด็กนั่นมันเอาคอมมานด์บล็อคเข้ามาในเกมไงเล่า! กติกาของเกมนี้มันก็บอกอยู่ว่าห้ามเอาคอมมานด์บล็อคเข้ามาในเกมนี้! มันโกงและผิดกติกาเห็นๆ!!

 

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้แบนชีเธอจะไม่ชอบขี้หน้าและเกลียดผมจนแทบอยากจะทำทุกวิถีทางที่จะเอาผมออกจากเกมการแข่งนี้

 

แต่มันก็คงไม่ได้เพราะว่า

 

โนเว็น : เขาไม่ได้เอาคอมมานด์บล็อคเข้ามาในเกมนี้ซักหน่อย เธอก็เห็นหนิว่าเขาเป็นคนสร้างคอมมานด์บล็อคขึ้นมาด้วยตัวเอง

 

 

แบนชี : แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงหละค่ะท่านโนเว็น!? มนุษย์ต่ำต้อยหนะไม่มีทางที่จะหาทางเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์ได้หรอก!

 

 

คิซูกิ : แต่เธอก็เห็นแล้วหนิว่าเขาเป็นคนทำมันขึ้นมาเอง กติกาเกมมันบอกว่าห้ามนำคอมมานด์บล็อคเข้ามา แต่กติกาไม่ได้บอกว่าห้ามสร้างคอมมานด์บล็อคในเกมการแข่งหนิ

 

 

แบนชี : คะ..คิซูกิ ?

 

 

คิซูกิ : อีกอย่าง..ถ้าหากชั้นได้สามีเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์มันก็คงดีไม่น้อยเลยเนาะว่าไหม ?

 

 

คำพูดของคิซูกิที่กล่าวออกมาพร้อมยกยิ้มสนใจมาที่ตัวผมที่อยู่ในหน้าจอฉายเกมการแข่งใันทำให้แบนชีนั้นทำหน้าไม่เข้าใจออกมา ก่อนที่เธอจะกำหมัดแน่นและจ้องเขม็งไปที่ตัวผม

 

แบนชี : คิซูกิ ถ้าเจ้าหนูนั่นรอดจากเกมการแข่งนั้นมาได้ ช่วยพาชั้นเข้าไปพบเจ้าหนูนั่นที

 

 

คิซูกิ : ท่านพี่จะทำอะไร ?

 

 

แบนชี : แค่พาชั้นเข้าไปในนั้นก็พอแล้วหละนะ

 

 

 

ทางฝั่งฮาซุย

 

เรบิโกะ : นายเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์งั้นเหรอเนี่ย!? ทำไมไม่เห็นบอกชั้นกันก่อนเลย!

 

ฮาซุย : คนเรามันก็ต้องมีการซ่อนลูกเล่นบ้างซิครับ เอาหละ! ผมจะไปหาหละนะ!

 

 

ผมพูดพร้อมพุ่งร่างกายที่เป็นน้ำหมึกเข้าไปหาเรบิโกะทันที เมื่อผมพุ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าเรบิโกะได้จังหวะพอดีผมก็คืนร่างเป็นกายหยาบในท่าง้างหมัดบล็อคเหล็กสีดำของผม ก่อนที่จะซัดหมัดชกใส่เรบิโกะ

 

ฟุบ~!

 

เรบิโกะเอี้ยวหัวหลบหมัดผมได้ แต่ผมก็ซัดไปอีกหมัดนึง คราวนี้เรบิโกะใช้มือของเธอขึ้นมารับหมัดผมเอาไว้ก่อนที่จะเข่ากระแทกใส่เข้าที่ท้องของผม

 

พัก!!

 

ผมกลั้นเสียงกะอักเอาไว้แม้จะเจ็บจนผมรู้ได้เลยว่ามันต้องมีรอยช้ำที่ท้องแน่ ก่อนที่ผมจะหมุนแขนน้ำหมึกของตัวเองแล้วกลายเป็นท่าที่ผมอยู่ในลักษณะกลับหัวลงพื้นโดยมือของผมข้างนึงยังคงถูกเรบิโกะจับเอาไว้อยู่

แล้วผมก็สะบัดเท้าที่เปลี่ยนเป็นลูกตุ้มเหล็กมีหนามแหลมเตะใส่หัวของเรบิโกะอย่างรวดเร็วทันที

 

 

พู้มม!!

 

เรบิโกะ : อึ้ก!?

 

เรบิโกะถูกผมโจมตีใส่เป็นครั้งที่สองแล้ว เธอปล่อยมือออกจากหมัดของผมก่อนที่จะซัดหมัดสองหมัดใส่ร่างของผมพร้อมกัน

 

ผมจึงดึงแขนทั้งสองข้างของตัวเองกลับมาแล้วประสานมันเข้าด้วยกันเปลี่ยนเป็นแผ่นโล่ห์เหล็กหนาใหญ่ป้องกันหมัดเรบิโกะเอาไว้

 

 

โป๊ง!!! พู้ม~~!

 

แม้ร่างกายของผมจะถูกเรบิโกะต่อยจนปลิวแต่เพราะมีโล่ห์เหล็กหนาที่มีประสิทธิภาพมากกว่าตอนแรกเพราะสกิลเสมือนจริงมันทำให้โล่ห์เหล็กของผมมีความเป็นโล่ห์ไทเท็นเนียมจริงๆมากขึ้น

 

ซึ่งพอเรบิโกะต่อยผมกระเด็นมาผมก็สามารถพลิกตัวกลับมาอยู่ลักษณะเดิมก่อนวางเท้าเหยรยบลงกับพื้นพยายามเบรคตัวเอง

 

โครม!

 

แต่ผมก็เบรคช้าไปนิดนึงทำให้ร่างของผมมันไปกระแทกกับกำแพงสนามต่อสู้จนมันแตกเสียหาย หมัดทั้งสองหมัดของเรบิโกะมีรอยจ้ำแดงขึ้นเพราะเธอชกหมัดมาโดนโล่ห์ผมเต็มๆทำให้เธอนั้นได้รับบาดเจ็บไปด้วยแต่มันก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น

 

( เรบิโกะ พลังชีวิต -2 )

 

เรบิโกะ : ย้าาาาา!! ทักษะมวยจันทรา! หมัดปืนกลมหากาฬ!

 

 

พู้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

 

เรบิโกะได้พุ่งมาหาผม แล้วเธอก็ได้รัวหมัดชกใส่ผมอย่างรุนแรงด้วยท่าหมัดปืนกลที่ทั้งเร็วและรุนแรง กำแพงสนามตรงจุดนั้นโดนเธอต่อยจนเป็นรูและได้รับความเสียหายอย่างหนัก

 

ผมได้ใช้แขนโล่ห์ของผมป้องกันหมัดเอาไว้เรื่อยๆแต่มันก็คงป้องกันได้ไม่นานเพราะตอนนี้โล่ห์ของผมมันก็กำลังบิดเบี้ยวหนำซ้ำหมัดบางหมัดของคุณเรบิโกะก็ทะลุโล่ห์ของผมมาแล้ว

 

ผมจึงค่อยๆดึงมือตัวเองอ กมาจากโล่ห์นั่น รอจังหวะที่โล่ห์มันป้องกันไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

ฮาซุย : ย้ะ!!

 

 

ฟู้ม~!

 

ผมได้ยืดแขนน้ำหมึกของผมดันโล่ห์เหล็กนั้นกระแทกใส่เรบิโกะ

 

ผมยืดแขนออกไปยาวมากจนทำให้เรบิโกะที่ถูกโล่ห์ผมกระแทกอัดหน้าถูกโล่ห์ผมดันไปชนกระแทกอัดก็อปปี้กับอีกฟากของกำแพงสนามต่อสู้เลย

 

 

โครมมมมมมม!!

 

 

ผมหดแขนกลับมาพร้อมใช้รองเท้าจักรวิปลาสวิ่งไสลด์ไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว เพราะผมรู้ว่าอีกฟากนึงของกำแพงเหล็กนั้นเรบิโกะยังไม่สิ้นฤทธิ์

 

และก็เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆ

 

ปึ้ง!! เรบิโกะ : สุดยอดมากเจ้าหนู! นายนี่เป็นยอดนักสู้จริงๆ!!

 

 

เรบิโกะได้ใข้กำแพงชกทะลุกำแพงเหล็กออกมา ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างแหวกกำแพงเหล็กออกจากกันแยกออกเป็นสองส่วนโผล่หน้าออกมาหาผมในสภาพที่หัวของเธอนั้นแตกและมีเลือดสีแดงไหลย้อยออกมาจากหัว แต่รอยยิ้มของเธอก็ยังคงฉีกกว้างด้วยความครื้นเครงและเมามันส์ในการต่อสู้นี้

 

ผมวิ่งไสลด์ไปด้วยจักรวิปลาสออกมา เรบิโกะก็วิ่งไล่ตาผมก่อนที่เธอจะกระโดดซัดหมัดลงมาหาผม

 

แต่ผมวิ่งเลี้ยวหลบได้ทันทำให้หมัดของชกโดนไปที่พื้นเสียหาย ผมได้วิ่งวกกลับไปหาเธิอย่างรวดเร็ว แต่ในจังหวะที่เรบิโกะรอให้ผมเข้าไปใกล้แล้วเธอจะต่อยผมก็ได้ใช้กล้องถ่ายรูปของกดชัตเตอร์พาตัวเองวาร์ปพุ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าเธอแบบกะทันหันจนทำให้เรบิโกะตั้งตัวไม่ทัน เธอทำหน้าตกใจออกมาพร้อมซัดหมัดมาแบบไม่ค่อยมีสติมากนัก

 

ฮาซุย : นี่แน่ะ!

 

พัวะ!!

 

ผมจึงได้ใช้ประโยชน์จากจุดนี้เหวี่ยงหมัดเหล็กชกเข้าที่แขนของเธอที่พุ่งหมัดมาก่อนทำให้หมัดของเธอซัดไปทางอื่นแทนที่จะเป็นผม ส่วนผมก็ได้ง้างหมัดอีกข้างที่ตอนนี้ได้มีลักษณะเป็นเปลวไฟที่มีความร้อนเหมือนไฟจริงๆ

 

 

แปะภาพประกอบ

 

ตู้มมมมมม!!

 

 

ผมได้ซัดหมัดอัพเปอร์คัทใส่เรบิโกะด้วยหมัดนี้ ส่งผลทำให้เกิดระเบิดอัดเข้าที่คางของเรบิโกะจนร่างเธอลอยขึ้นกลางอากาศสูง เรบิโกะสะบัดหน้าไล่ความมึนก่อนที่เธอจะกลับมาฉีกยิ้มอีกครั้งโดยที่คางของเธอนั้นมีรอยไหม้สีดำปรากฏอยู่ด้วย

 

เพราะหมัดเปลวไฟของผมที่สร้างขึ้นจากน้ำหมึกตอนนี้มันได้กลายเป็นหมัดเปลวไฟจริงๆไปแล้วด้วยพลังใหม่ที่ได้มาจากคอมมานด์สีเขียว ผมรู้สึกเหมือนมีพลังงานจำนวนมากวิ่งพล่านไปทั่วร่างไม่หยุดหย่อน

 

เรบิโกะ : ( นี่เราไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ!? )

 

เรบิโกะคิดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและมันส์สะใจก่อนที่เธอจะพลิกตัวกลับลงมามองที่ผมขณะที่ตัวเธอลอยอยู่กลางอากาศ แล้วเธอก็ได้รัวหมัดปืนกลชกลงมาหาผมอีกครั้ง

 

ผมวิ่งซิกแซกไปมาด้วยรอยเท้าจักรวิปลาสหลบหมัดเธอก่อนที่เรบิโกะเธอจะร่วงลงมายังที่พื้นแล้วจากนั้ยเราสองคนก็สู้กันอย่างดุดเดือดและความมันส์ในการต่อสู้นั้นก็ทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว

 

พัวะๆๆๆๆ!! พัก!! พู้มม!!

 

 

เราทำการซัดหมัดกันอย่างดุเดือด หมัดของผมเป็นเหล็กที่ลุกเป็นไฟ ส่วยเรบิโกะมีทักษะการต่อสู้และพลังหมัดที่โครตรุนแรง

ทำให้การปะทะกันของเราสองคนสร้างความเสียหายกับสิ่งที่อยู่โดยรอบเป็นอย่างมาก พท้นดินที่เราสองคนยืนอยู่นั้นได้ยุบแตก ก้อนหินขนาดใหญ่ได้ลอยขึ้นมาจากพื้นเพราะรอยแตกที่กว้างบวกกับแรงลมที่กระจายตัวออกซ้ำๆจนมันเหมือนกับว่าเราสองคนนั้นสู้กันในพายุ!

 

 

 

 

ฮาซุย/เรบิโกะ : ย้าาาาาาาาาาา!! x 2

 

ปีเตอร์ : คุณผู้ชมครับ! ผมสามารถพูดได้แบบเต็มปากเลยว่าตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเจอใครที่สามารถสู้ได้ดุเดือดขนาดนี้มาก่อนเลย!

 

 

เมลฟาส : สู้เค้าฮาซุย~! >0<

 

จิมมี่ : สู้ๆนะไอ้เพื่อนยาก! >0<

 

ราเม็น : สู้เขาเลยเจ้าหนู ^_^

 

เกรด้า/อลิซ : คุณฮาซุย~! x 2

 

โชกุ/จูเหวิ๋น : สู้ต่อไปอย่าหยุดนะค่ะ! >0<

 

 

เสียงเชียร์จากคนในบ้านมันราวกับถูกส่งเข้ามาในใจผม ผมรู้สึกได้เลยว่าพวกเขากำลังส่งกำลังใจมาให้ผม แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้น

 

"สู้เข้าเจ้าหนูฮาซุย!"

 

 

เสียงของอสูรพันธ์ตนนึงก็ได้เอ่ยปากตะโกนเชียร์มาให้ผมอย่างดุเดือด ก่อนที่เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็ได้เกิดขึ้นเพราะจู่ๆเหล่าอสูรพันธ์ทั้งหลายทั้งที่ดูอยู่ที่สนามแข่งและที่ดูรายการนี้จากที่บ้านก็พากันส่งเสียงเชียร์มาให้ผม

 

แบนชี : ( ทำไม ? ทำไมพวกนายถึงต้องเชียร์เจ้าสิ่งมีชีวิตตนนี้ด้วย!? )

 

แบนชีไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น อสูรพันธ์ควรจะเป็นนายมนุษย์และมนุษย์เป็นเพียงของเล่น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ พวกอสูรพันธ์กำลังเชียร์มาที่ผม

 

ฮาซุย : ย้าาาาา!!

 

ตู้มมมมมมมม!!

 

ในตอนนั้นผมได้ขยายขนาดหมัดขวาของผมที่เป็นกำปั้นโลหะติดไฟชกใส่เรบิโกะ พลังหมัดของผมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนทำให้ตอนนี้พลังชีวิตของเรบิโกะเริ่มลดลงเรื่อยๆ

 

( เรบิโกะ พลังชีวิต -900 )

 

เรบิโกะ : ( เจ็บเป็นบ้า นี่แหละความรู้สึกที่ชั้นเฝ้ารอมานาน! ชั้นได้สัมผัสกับการต่อสู้ที่แท้จริงแล้ว! )

 

 

เรบิโกะคิดไปก็ฉีกยิ้มไป เธอรู้สึกมีความสุขมากๆ และในระหว่างที่ร่างเธอกำลังกระเด็นนั้นเธอก็ยังคงสู้ต่อไปแบบไม่สิ้นฤทธิ์ซักที

 

ฟุ้บ~!

 

เธอเอามือดันพื้นพาตัวเองตีลังกากลับมาตั้งท่าพร้อมสู้อีกครั้ง แต่ในตอนนั้นผมก็ได้ง้างหมัดเตรียมที่จะต่อยใส่เรบิโกะเป็นหมัดสุดท้ายแล้ว

 

ฮาซุย : จินตนาการไร้ขีดจำกัด! เสียงเพลงสีรุ้ง!

 

 

หมัดของผมได้ปรากฏเป็นเฉดสีสีรุ้งขึ้นมา ก่อนที่ผมจะทำการพุ่งหมัดชกใส่เรบิโกะทันที

 

เรบิโกะได้พุ่งหมัดชกใส่ฮาซุยด้วยเหมือนกัน ทำให้หมัดของทั้งสองคนปะทะกัน

 

ปั้ง!!!

 

 

เกิดแสงสว่างวาปออกมา ทันใดนั้นพื่นสนามทั้งสนามก็แตกกระจายออกไม่มีจุดไหนบนพื้นสนามเรียบเลยซักจุด

 

เซฟิสถึงกับสะดุดล้มและเซถลา ยังดีที่ได้ที่ยึดเกาะเป็นตัวของดิบราส

 

 

และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั่นก็คือ

 

พู้มมมมมมมมมม!!!

 

 

มือของเรบิโกะข้างที่เธอใช้ต่อยเข้ามาปะทะกับหมัดของฮาซุยนั้นมันได้ทำให้มือของเธอหักก่อนที่ตัวเธอจะถูกแรงหมัดของฮาซุยส่งร่างกระเด็นไปชนกับกำแพงอีกฟากนึงของสนามต่อสู้จนร่างเธอจมฝังเข้าไปผนังที่แตกร้าวนั้นทันที

 

 

โครมมมมมม!!

 

 

ผมได้ยืนหอบพักหายใจอยู่ตรงนั้นซักพักนึงก่อนที่ผมจะค่อยๆเปลี่ยนร่างกายทุกส่วนของผมให้กลับมาเป็นปกติ

 

และก็ได้ปรากฏร่างของเรบิโกะที่ถูกอัดติดกำแพงอยู่ ร่างของเธอะบักสะบอมและมีเลือดไหลออกมาท่วมร่างกาย หมัดขวาของเรบิโกะหัก และเธอก็สลบอยู่ แต่ถึงอย่างงั้นเธอกลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า

 

คิซูกิ โนเว็น วิคตอเรียและเบนชีทำหน้าเป็นห่วงเรบิโกะออกมาเป็นอย่างมาก

 

ปีเตอร์ : ทุกท่านครับ! ฮาซุยเอาชนะเรบิโกะได้ครับ!

 

"เฮ~~~!"

 

เสียงเฮจากผู้ชมอสูรพันธ์ดังสนั่นไปทั่ว ในขณะที่ตอนนั้นแบนชีทำได้แต่หัวเสียจนเอามือจิกผมตัวเองและเอากำปั้นทุบตักตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความไม่สบอารมย์อย่างยิ่ง

 

ส่วนตัวผมในตอนแรกก็ทำท่าจะเดินจากไปจากสนามโดยไม่สนใจเรบิโกะเลยก็ได้ แต่...

 

ฮาซุย : ...

 

ผมได้หันกลับไปมองเรบิโกะ พลังชีวิตของเธอเหลืออยู่แค่ 19 เท่านั้น ถ้าผมปล่อยเธอเอาไว้แบบนั้นเธอได้ตายแน่ๆ

 

เซฟิส : ฮาซุย ?

 

ผมได้เดินกลับไปหาเรบิโกะพร้อมกับที่ในมือซ้ายของผมสร้างบางสิ่งบางอย่างออกมาจากน้ำหมึกของผม

 

ผมเดินไปดึงตัวเรบิโกะที่ฝังอยู่ที่กำแพงออกมาเอาตัวเธอนอนลงกับพื้น สิ่งที่ผมสร้างออกมานั้นเป็นเฝือกไว้ใส่เข้าที่แขนขวาและมือขวาของเธอ ก่อนที่ผมจะหยิบโพชั่นขึ้นมา ด้วยอาการของเธอที่หนักแบบนี้ผมจึงจำเป็นต้องใช้โพชั่นสองขวด

 

ผมกรอกน้ำยาโพชั่นทั้งสองขวดเข้าไปในปากของเธอ บาดแผลบนร่างเธอก็หายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงเหลือแผลถลอกและรอยจ้ำแดงนิดหน่อย แต่ที่แน่ๆคือกระดูกมือของเธอตอนนี้ได้รับการซ่อมแซมจนกลับมามีสภาพดีแล้ว แต่ก็ควรให้ใส่เฝือกเอาไว้ก่อน

 

ผมใช้พลังสร้างหมอนขึ้นมาแล้วเอาไปหนุนหัวเธอและปล่อยให้เธอนอนพักอยู่ตรงนั้นแบบปลอดภัย

 

ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เหล่าอสูรพันธ์และมนุษย์ทาสหลายคนที่ดูอยู่พากันมองมันแบบตาไม่กระพริบ เพราะมันเป็นภาพของน้ำใจนักกีฬาระหว่างมนุษย์กับอสูรพันธ์

 

คิซูกิที่เห็นแบบนั้นเธอก็ยกยิ้มอ่อนโยนขึ้นมา วิคตอเรียเธอไม่มีอะไรจะพูด ส่วนแบนชีที่เห็นนั้นเธอก็ได้แต่เลิกคิ้วสงสัยปนประหลาดใจในการกระทำของฮาซุย ปีเตอร์ถึงกับถอดหมวกและมองดูภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม

 

ทุกคนในบ้านผมที่ดูอยู่รวมถึงคุณเมลฟาสก็พากันมองดูภาพที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่ผมช่วยคุณเรบิโกะเสร็จผมก็ได้เดินจูงมือคุณเซฟิสและพาดิบราสเดินไปยังประตูที่ปรากฏขึ้นที่กำแพงสนามแข่ง ซึ่งพอเปิดเข้าไปก็เป็นอย่างที่คาดพวกเราถูกพามายังห้องพัก

 

ภายในนั้นมีอสูรพันธ์ที่มาถึงห้องพักก่อนหน้าผมแล้ว ผมสามารถนับได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าภายในห้องนั้นเหลืออสูรพันธ์ที่เป็นผู้ลงแข่งไม่เกิน 20 คน

 

แต่เมื่อผมหันไปเห็นเรแม็ก

 

ฮาซุย : เรแม็ก!?

 

ผมเข้าไปดูเรแม็กที่นอนหมดสภาพอยู่บนโซฟา โดยมีซูมารุที่หัวแตกนิดหน่อยกำลังช่วยดูอาการเขาอยู่

 

ซูมารุ : โพชั่นสมานแผลชั้นหมดแล้ว

 

ซูมารุกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มของเขาก็ดูเจือนๆเพราะเจ็บแผลที่หัวที่แตกอยู่

 

ผมกำลังจะหยิบยาสมานแผลขึ้นมาแต่ก็ต้องชะงักไปเพราะว่าเซฟิสเข้ามาแล้วเอายาโพชั่นที่เธอพกมาหยดใส่ปากเรแม็กไปเพียงหยดเดียว แผลทั้งหมดบนร่างเขาก็หายดีเป็นปลิดทิ้ง ทำให้ผมตาเบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตะลึงในยาของคนในปราสาทคิซูกิที่มีประสิทธิภาพสูงขนาดนี้!

 

ฮาซุย : ขอบคุณครับ

 

เซฟิส : ชั้นยินดีช่วย

 

เรแม็ก : หืม~? ฮาซุย ? นายผ่านเกมมาได้แล้ว ^_^

 

ฮาซุย : แน่นอน ชั้นไม่เคยเอาจริงกับการต่อสู้ขนาดนี้มาก่อนเลย ^_^

 

เรแม็ก : ชั้นเหมือนกัน..รู้ไหม...ชั้นได้สู้กับอดีตพ่อเลี้ยงตัวเองด้วย

 

ฮาซุย : จริงดิ ? ^_^

 

หลังจากนั้นผมก็นั่งลงและคุยกับเรแม็กและซูมารุไปด้วย ก่อนที่ซากูมะจะเข้ามาร่วมวงการสนทนาโดยเขาได้เล่าเรื่องที่เขาต้องเจอกับแมลงสาบกางปีกบิน

 

โดยเขาเอาชนะมันโดยการเอาขวดโหลที่พกมาครอบมันและจับมันเอาไว้ ซึ่งตอนนี้เขาก็ถือขวดโหลที่ใส่แมลงสาบเอาไว้ด้วย

 

ซึ่งพอผมกับเรแม็กและซูมารุเห็นเราก็หน้าซีดเผือกไปตามๆกัน

 

ซากูมะ : ฮ่าๆๆๆ เก่งมาจากไหน...ก็แพ้แมลงสาบบิน ^_^

 

 

แต่ในระหว่างที่เรากำลังพักกันอยู่นั้นเอง

 

ปึ้ง!

 

แบนชี : เจ้ามนุษย์!!

 

 

ทันใดนั้นเองแบนชีก็ได้ผลักประตูห้องพักเข้ามา อสูรพันธ์ทุกตนพากันคุกเข่าคารวะ มีเพียงแค่ผมกับซูมารุ

 

สาเหตุที่คราวนี้ผมไม่คุกเข่าให้แบนชีเหมือนที่ทำกับท่านโนเว็นและท่านคิซูกินั่นก็เพราะว่าผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอที่ไม่ชอบมาพากลจากหญิงคนนี้

 

ฮาซุย : ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรเหรอครับ ?

 

แบนชี : ...ชั้นมานี่เพราะต้องการคุยกับนายแบบตรงๆและไม่มีอ้อมค้อม ชั้นต้องการให้นายออกจากการแข่งนี้ซะ

 

ฮาซุย : ( ..กะไว้แล้วเชียว ) คงไม่ได้ ผมมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับแล้วตอนนี้

 

แบนชี : คิดว่าชั้นมานี่เพื่อขอร้องเธออย่างงั้นเหรอ !? ชั้นมาที่นี่เพื่อเอ่ยมัน...เป็นประโยคคำสั่ง!!

 

แบนชีออกคำสั่งเด็ดขาใส่ผม แต่ผมก็กระตุกยิ้มใส่เธอ

 

ฮาซุย : คุณเอาอำนาจมาใช้แบบนี้มันผิดนะ

 

แบนชี : แล้วมันผิดมากกว่าที่นายทำร้ายคนในปราสาทเรา( เรบิโกะ )เหรอ ?

 

ฮาซุย : เธอต้องการแบบนั้นเองครับท่านแบนชี และผมก็ช่วยเธอแล้วด้วย

 

แบนชี : ...แกคิดว่าแกจะรอดจากเกมนี้ไปได้ซักกี่เกม ? สุดท้ายนายก็ต้องนอนตายเป็นผักในเกมซักเกมนึงนั่นแหละ

 

ฮาซุย : ...งั้นผมก็ยินดีที่จะทำให้ท่านพลาดหวัง

 

ผมพูดตอกหน้ากลับไปหาแบนชีโดยไม่เกรงกลัว ทั้งๆที่แม้แต่เซฟิสยังยอมคุกเข่าให้ ทำให้ทุกคนในห้องพากันมองมาที่ผม

 

และดูเหมือนว่าคำพูดของผมจะทำให้แบนชีไม่สบอารมย์แบบสุดๆเธอจึงได้ออกคำสั่งผม

 

แบนชี : ...คุกเข่า

 

ฮาซุย : ...

 

แบนชี : คุกเข่า!!!!!

 

 

พอแบนชีเห็นว่าผมไม่ยอมคุกเข่าเธอก็แหกปากออกมาดังลั่นจนผมค่อยๆยอมคุกเข่าลง เสียงตะโกนของเธอเมื่อกี้รุนแรงมากจนผมหูอื้อไปข้างนึงและยังทำให้แก้วน้ำแตกอีกต่างหาก

 

และเมื่อผมคุกเข่าลงให้เธอเสร็จ ก็ดูเหมือนว่าแบนชีจะยังไม่พอด้วย

 

เพียะ!!

 

เธอได้สะบัดมือตบหน้าผมทีนึง

 

แบนชี : ชั้นไม่สนหรอกว่าแกจะมีลูกไม้อะไรบ้าง ชั้นไม่สนหรอกว่าแกจะเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์ด้วยหรือไม่ แต่ชั้นจะไม่ยอมให้นายกลายเป็นผู้ชนะและเป็นจอมมารแน่

 

 

พูดจบเธอก็หันหลังและเดินกลับออกไปด้วยความไม่สบอารมย์ หน้าของผมชาไปครึ่งซีกและก่อนที่แบนชีเธอจะเดินออกไปผมก็ลองตรวจสถานะเธอดูทันที

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว