ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฮาซุยปะทะเรบิโกะ ศึกนักสู้เดือด!

ชื่อตอน : ฮาซุยปะทะเรบิโกะ ศึกนักสู้เดือด!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 515

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2563 06:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฮาซุยปะทะเรบิโกะ ศึกนักสู้เดือด!
แบบอักษร

 

 

 

ผมเอามือเช็ดคราบเลือดที่ไหลซิบออกมาจากปากของผมขณะที่ลุกขึ้นยืนโดยมีดิบราสและเซฟิสช่วยประคอง

 

ผมรู้จักตัวของเรบิโกะดีเพราะเธอคือนักสู้ที่เก่งที่สุดในอาณาจักรนี้และเธอยังเป็นเพื่อนสนิทกับท่านคิซูกิด้วยเมื่อตอนที่ผมเคยอ่านหนังสือพิมพ์แล้วเจอข่าวเรื่องของเธอ

 

ฮาซุย : เป็นเกียรติที่ได้เจอคุณเช่นกันครับคุณเรบิโกะ

 

 

เรบิโกะ : อ้า~! รู้จักชื่อชั้นด้วยเหรอ!? แปลว่าต้องรู้ว่าชั้นทำอะไรได้บ้างและชั้นแข็งแกร่งแค่ไหน!?

 

 

เรบิโกะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและรอยยิ้มที่มีความมุ่งมั่นเช่นเดียวแววตาของเธอที่มองมาที่ผม เธอดูตื่นเต้นมากราวกับกระต่ายที่จะพุ่งกระโจนเข้ามาในสวนแครอทได้ทุกเมื่อเพราะผมสังเกตุได้จากการที่เธอตั้งการ์ดอยู่ตลอดเวลา หนำซ้ำยังกระโดดไปมาเหมือนพวกนักมวยแบบไม่รู้จักเหนื่อยอีก

 

ฮาซุย : แน่นอน ในข่าวบอกว่าคุณเคยท้าให้ทหาร 40 นายรุมสู้กับคุณ แต่คุณก็ดันสามารถเอาชนะทหารพวกนั้นได้ คุณมีพลังอสูรเท่ากับมังกรระดับปัจฉิมทำให้คุณเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรนี้และไม่มีใครสามารถสนองความต้องการในการต่อสู้ที่ให้อารมย์การต่อสู้ที่แท้จริงได้ คุณเบื่อกับการที่ศัตรูถูกล้มเป็นผักอย่างง่ายดาย คุณเบื่อกับการต่อสู้ที่ตัวเองดูยังไงก็รู้ผลว่าต้องชนะ คุณเลยรู้สึกตื่นเต้นน่าดูเลยที่รู้ถึงเรื่องตัวผม

 

 

ผมกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเหมือนไม่ถือสาที่เธอเตะผมจนกระเด็นมาขนาดนี้ เพราะยังไงซะกติกาการแข่งผมก็ต้องสู้กับเธออยู่แล้ว ทำความรู้จักกันก่อนสู้ซักหน่อยจะเป็นอะไรไป

 

เรบิโกะ : แล้วเรื่องที่นายเอาชนะเดียบรอสได้หนะจริงเหรอ ? โอ๊ะ ไม่ต้องตอบแล้วหละ หลักฐานก็ยืนอยู่ข้างนายหนิ

 

เรบิโกะพูดพร้อมมองมาดิบราสที่ยืนอยู่ข้างผม ซึ่งอันที่จริงในตอนต่อสู้ผมก็ไม่เชิงว่าเป็นคนชนะมันด้วยตัวเองซะทีเดียวหรอก เธอคงคิดว่ามันจงรักภักดีกับผมเพราะผมเอาชนะมันได้

 

ฮาซุย : ถ้าหากคุณต้องการที่จะสู้กับผมจริงๆหละก็ ผมก็จะไม่ให้คนอื่นเข้ามาก้าวก่าย เซฟิส ดิบราส ช่วยถอยออกไปด้วยนะครับ

 

เซฟิส : เอ๋!? นายจะบ้าเหรอ!? ยัยนั่นคือเรบิโกะเชียวนะ!

 

ฮาซุย : ใช่ และผมก็คือฮาซุยไง

 

 

ผมหันไปพูดกับเซฟิสด้วยรอยยิ้มที่ไม่เกรงกลัว มันจึงทำให้เรบิโกะที่ได้ยินแบบนั้นยกยิ้มขึ้นมาด้วยความสนใจในความกล้าของฮาซุย

 

แต่สำหรับแบนชีนั้นเธอก็แค่คิดว่าเขาพูดโม้ว่าตัวเองเก่งเท่านั้น

 

และตัวผมก็ได้เดินไปประจันหน้ากับเรบิโกะแค่สองคนเท่านั้น ผมได้หยิบกล้องถ่ายรูปของผมมา และผมก็ได้ตรวจสถานะของเรบิโกะดู

 

[ ชื่อ : เรบิโกะ

 

นามสกุล : คาคาเระ

 

ฐานะ : ยอดนักสู้แห่งปราสาทคิซูกิ

 

ระดับพลังอสูร : มังกร lv.91

 

พลังชีวิต : 1800/1800

 

ความแข็งแกร่ง : 1,600

 

ความเร็ว : 1,200

 

พลังคอมมานด์(สีแดง) : กำลังปืนกล ]

 

( เป็นความสามารถที่ทำให้เรบิโกะสามารถเพิ่มกำลังร่างกายและความเร็วของตัวเองได้เป็นเท่าตัว ทั้งความเร็วและพละกำลังของผู้ครอบครองสามารถที่มีนั้นสูงมากพอจะใช้หมัดเปล่าต่อยกระสุนปืนกลนับร้อยที่พุ่งเข้ามา )

 

 

ฮาซุย : ( ให้ตายซิ พลังคอมมานด์ของเธอจะโหดไปไหนเนี่ย ? )

 

ผมแอบคิดเพราะถึงแม้ระดับพลังอสูรของเธอจะน้อยกว่าผม แต่พลังคอมมานด์ของเธอนั้นดูทรงพลังมาก ถ้าเกิดหลบไม่ดีอาจมีบอบช้ำข้ามวันแน่ๆ

 

เรบิโกะ : เข้ามาก่อนเลย

 

 

เรบิโกะพูดพร้อมกวักมือเรียกผม ผมเปลี่ยนร่างเป็นน้ำหมึกและพุ่งตรงไปข้างหน้าเข้าไปหาเรบิโกะตามการเรียกของเธอพร้อมเอ่ยชื่อท่าที่ผมคิดขึ้นสดๆ

 

ฮาซุย : จินตนาการไร้ขีดจำกัด! สาดน้ำหมึก!

 

 

แต่สิ่งที่ผมไม่ทันได้คาดคิดก็คือเรบิโกะจะจับความเร็วของผมทันและเธอก็ฉีกยิ้มออกมาขณะง้างหมัดก่อนพุ่งหมัดชกเข้ามา

 

เรบิโกะ : ทักษะปืนกล! หมัดกระสุน!

 

 

 

พัวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

 

 

ฮาซุย : อั้ก!?

 

 

ผมถูกคุณเรบิโดะรัวหมัดชกใส่ร่างของผมอย่างรุนแรงจนทั่วทั้งร่างกายบริเวณใบหน้าและด้านหน้าของตัวนั้นมีแต่รอยจ้ำของหมัดที่ชกใส่ แม้ผมจะเปลี่ยนร่างกายของตัวเองให้กลายเป็นหมึกแล้วก็ตามแต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนักเลย เพระะร่างที่หมึกนี้ถูกหมัดของคุณเรบิโกะรัวต่อยใส่จนตัวผมมีรูโบ๋เต็มไปหมด ก่อนที่เรบิโกะจะซัดหมัดสุดท้ายมส่หน้าผม

 

เรบิโกะ : ย้ะ!!

 

พู้ม!!

 

ร่างของผมกระเด็นไปตามแรงหมัดนั้นและร่างกายของผมก็กระเด็นไปเลย แต่ผมยังสามารถวางเท้าลงกับพื้นและเบรคตัวเองไว้ทัน ผมถึงกับต้องยกกำปั้นขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่ไหลซิบออกมาจากปากเลยทีเดียว

 

เรบิโกะ : โอ้โห~! ไม่เลวเลย! เป็นคนอื่นโดนชั้นต่อยไปไม่กี่หมัดก็ลงไปนอนกองเป็นผักแล้ว แต่นี่โดนชั้นรัวหมัดใส่ขนาดนี้ยังไม่ล้ม! ดีหละ! งั้นชั้นไม่ออมแรงเอาไว้แล้วนะ!

 

 

ผมที่ได้ยินคำพูดของเรบิโกะผมก็ตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที อย่าบอกนะว่าพลังหมัดเมื่อกี้นี้เธอยังออมแรงเอาไว้อยู่!?

 

 

ฟุ้บ~!

 

เซฟิส : ฮาซุยระวัง!

 

เรบิโกะเธอได้หายวับไปจากจุดที่เธอยืนอยู่ ผมยังพอตามความเร็วเธอได้ทันในระดับนึงทำให้ผมใช้กล้องถ่ายรูปของผมถ่ายไปที่จุดอื่นเพื่อพาตัวเิงวาร์ปหลบออกมาจากจุดที่ยืนอยู่

 

ตู้มมมมมม!!!

 

 

และเป็นอย่างที่คาดเรบิโกะเธอพุ่งมาซัดหมัดชกใส่จุดที่ผมยืนอยู่ หมัดของเธอจมลงไปใต้ดิน เกิดเสียงราวกับระเบิดดังขึ้นพร้อมกับพื้นสนามที่แตกออกเป็นวงกว้างและฝุ่นที่พุ่งขึ้นมาราวกับมีคนมาวางระเบิดเอาไว้ แต่แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงพลังหมัดของเรบิโกะเท่านั้น

 

 

ฟู้บ~!

 

เรบิโกะเธอพุ่งออกมาจากฝุ่นควันที่ตลบอบอวนพุ่งมาหาผมแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมพร้อมกับที่เธอง้างหมัดจะต่อยผม ผมใช้เสี้ยววินาทีที่น้อยนิดกดถ่ายชัตเตอร์พาตัวเองวาร์ปไปด้านหลังของเรบิโกะได้ทัน ก่อนที่เธอจะเหวี่ยงหมัดเกือบโดนตัวผมที่ยืนอยู่ตอนแรกแบบฉิวเฉียด

 

ผมเปลี่ยนแขนทั้งสองข้างและขาทั้งสองข้างของผมเป็นน้ำหมึกและเปลี่ยนรูปร่างมันให้มีลักษณะเป็นบล็อคสีดำทรงสี่เหลี่ยมยาวที่มีความแข็งแรงทนทานคล้ายกับเหล็กไทเท็นเนียมอีดบล็อคมาอย่างดี

 

 

แปะภาพประกอบ

 

 

พู้มมมม!!

 

ผมซัดหมัดใส่เรบิโกะแต่เรบิโกะนั้นกลับสามารถที่จะหันหน้ามาแล้วแยกแขนข้างนึงขึ้นกันหมัดผมเอาไว้ทันเกิดเป็นแรงกระแทกออกมาจนเซฟิสเธอแทบกระเด็น ดิบราสถึงกับต้องล่าถอยออกมาก่อนพร้อมใช้ปีกของมันป้องตัวของเซฟอสจากแรงลมอันรุนแรงนี้เอาไว้

 

ดิบราส : 0_0;

 

เซฟิส : ให้ตายซิพลังมันจะรุนแรงเกินไปแล้ว!! >0<

 

 

 

พู้มๆๆๆๆๆๆ!!

 

ผมกับเรบิโกะได้ซัดหมัดปะทะกันอย่างดุเดือด ผมทั้งต่อยทั้งเตะหรือหมุนตัวเตะใส่เธอแต่เธอก็ยกแขนบล็อคเอาไว้ได้ทันเสมอ

 

และพอจังหวะไหนที่เธอรัวหมัดต่อยส่วนกลับมาหาผม ผมก็ทำได้แต่ยกแขนขึ้นผ้องกันเหมือนกัน

 

พัก!!

 

ฮาซุย : โอ้ย!?

 

 

อลิซ : ฮาซุย!?

 

 

ภาพที่ถ่ายทอดสดออกมาทำให้ทุกคนมองเห็นว่าผมโดนเรบิโกะซัดหมัดต่อยเข้าที่เอวของผมอย่างแรงจนตัวผมเบี้ยวไปข้างนึง

 

และในตอนนั้นความเจ็บปวดที่พุ่งเข้ามาก็ได้ทำให้ผมเผลอปล่อนแขนทั้งสองข้างที่ยกขึ้นบล็อคป้องไว้อยู่เกิดหลุดออกจากกันเปิดช่องว่างให้โดนเรบิโกะพุ่งหมัดมาชกผม

 

 

พัวะ!!!

 

ฮาซุย : โอ้ย!?

 

 

คิซูกิที่ดูเหตุการณ์นั้นอยู่เธอก็มีท่าทีนั่งไม่ติดเก้าอี้และเริ่มไม่ค่อยจะสุนทลีกับการแข่งครั้งนี้แล้ว โนเว็นก็เช่นกัน

 

โนเว็น : ( ไอ้หนู อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะเฮ้ย! )

 

 

ปีเตอร์ : คุณผู้ชมครับ! ตอนนี้ฮาซุยกำลังโดนซัดแบบรัวๆจนไม่มีจังหวะจะสวนกลับเลยครับ!

 

 

การต่อสู้ที่ฮาซุยอยู่ตอนนี้เรียกได้ส่าดุเดือดจนทำเอาปีเตอร์แทบกลายเป็นพิธีกรพากย์มวยไปเลย เขาใส่อารมย์ไปในน้ำเสียงและคำพูดเยอะมากราวกับตัวเองกำลังอินและมันส์ไปกับการต่อสู้นี้มาก

 

แบนชี : ( ฮ่าๆๆ! ดูท่าชื่อเสียงและความโด่งดังของนายในรายการนี้คงจะจบแค่นี้แล้วแหละ )

 

 

ฮาซุย : อั้ค!

 

 

พัวะ!! พัวะ!! พัก!! พัวะๆๆๆ!! พู้ม!!

 

 

ผมในตอนนี้กำลังโดนเรบิโกะซัดหมัดใส่แบบไม่ยั้งทั้งหมัดฮุค อัพเปอร์คัท หรือหมัดตรง ทุกการโจมตีของเรบิโกะทำให้ร่างของผมกระเด็งไปกระดอนมาตามแรงหมัดของเรบิโกะ

 

ผมไม่จังหวะที่จะเปลี่ยร่างตัวเองเป็นน้ำหมึกเลยเพราะกำลังโดนซัดหมัดใส่ไม่ยั้งและในตอนนั้นเอง

 

เรบิโกะ : กระบวนท่ามวยกระต่ายจันทรา..

 

 

ฮาซุย : ...

 

เรบิโกะ : ลูกเตะดวงจันทร์!

 

 

พัวะ!!

 

ฮาซุย : โอ้ย!?

 

 

จิมมี่/ราเม็น/เกรด้า/โชกุ/อลิซ/จูเหวิ๋น : ฮาซุย!!? x 6

 

ผมถูกเรบิโกะเตะจนร่างลอยขึ้นกลางอากาศก่อนที่เรบิโกะจะกระโดดจขึ้นมากลางอากาศตามผมมาแล้วจากนั้นก็หมุนตัวเตะใส่ร่างของผม

 

เรบิโกะ : ย้าาาาาาา!!

 

แต่ในเสี้ยววินาทีที่ผมกำลังจะโดนเธอเตะลงมาหาผมนั้น

 

ซวบ~~!

 

ผมได้ตั้งสติแล้วเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นน้ำหมึกได้ทัน ผมพุ่งเข้าไปจับตัวเรบิโกะก่อนทุ่มเธอลงกับพื้นอย่างแรงจนพื้นยุบแตก เรบิโกะเธอดูแทบไม่สะทกสะท้านอะไร ผมจึงพุ่งลงไปและใช้หมัดน้ำหมึกทรงสี่เหลี่ยมแข็งของผมชกใส่เธอ

 

ฮาซุย : ย้าาาาาาาา!! ศิลปะไร้ขีดจำกีด! หมัดไร้พ่าย!

 

เรบิโกะยกแขนขึ้นมาป้องเอาไว้เช่นเคย และหมัดของผมก็ชกลงไปที่ร่างของเธอที่นอนอยู่ที่พื้น

 

 

ตู้มมมมมมมมมมม!!!

 

ฝุ่นควันพวยพุ่งขึ้นมาบดบังร่สงเราสองคน พื้นดินยุบแตกลงไปมากกว่าเดิม แรงลมที่ระเบิดออกมาทำเอาตัวของดริบราสยังเซ และกล้องถ่ายภาพก็เกิดอาการหน้าจอสะดุดชั่วครู่ก่อนกลับมาถ่ายใหม่

 

ภาพที่ค่อยๆปรากฏหลังจากที่ฝุ่นควันจากลงคือร่างของเรบิโกะที่ตแนนี้ได้ลุกขึ้นมาจากพื้นแล้วและกำลังตามหาตัวของผมอยู่ แจ่ด้วยฝุ่นควันที่หนาทำให้เธอยังหาผมไม่เจอ

 

เรบิโกะ : ทำได้ดีหนิเจ้าหนู! ชั้นชักเริ่มชอบนายแล้วซิ! แล้วตอนนี้ไปอยู่ไหนซะหละ!?

 

เรบิโกะตะโกนถามถามหาตัวผม ตอนนี้ที่แขนของเธอปรากฏรอยจ้ำสีแดงทรงสี่เหลี่ยมที่ประทับอยู่ที่แขนทั้งสองข้างเพราะเธอได้รับหมัดของผมไปแบบรุนแรง

 

อันที่จริงเธอดูท่าจะเจ็บแขนตัวเองมากพอควร ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ปีเตอร์นั้นต้องซูมภาพเข้าไปที่แขนเธอเพื่อให้ทุกคนเห็นรอยจ้ำแดงที่แขนเธอชัดๆ

 

ปีเตอร์ : ไม่อยากจะเชื่อเลยครับคุณผู้ชม! ดูที่แขนของท่านเรบิโกะซิ! หมัดของเจ้าหนูนั้นต้องมีพลังทำลายล้างขนาดไหนถึงสร้างแผลแบบนี้บนร่างกายของท่านเรบิโกะได้!

 

 

คำพูกของปีเตอร์ทำให้เหล่าคนดูที่เป็นอสูรพันธ์พากันตาเบิกกว้างและตกตะลึงเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมๆๆม่เคยมีใครที่สามารถโจมตีเรบิโกะได้เลย

 

( เรบิโกะ พลังชีวิต -350 )

 

ฮาซุย : แฮ่กๆๆๆ~ ( โจมตีโดนซักที )

 

ผมในตอนนี้กำลังหอบพักหลบอยู่ตรงจุดนึงที่มีฝุ่นควันฟุ้งอยู่ไม่จางหาย ผมกำลังใช้หัวคิดแผนอยู่ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะสามารถสู้กับเรบิโกะได้แบบสูสี

 

ฮาซุย : ( ถึงเราจะสามารถเปลี่ยนร่างกายตัวเองให้เป็นเหล็ก แต่เหล็กที่ว่ามันก็ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำหมึกอยู่ดี สุดท้ายแล้วเราก็ยังคงเสียเปรียบอยู่ เรายังมีจินตนาการไม่สูงพอที่จะเปลี่ยนมันให้เป็นจริง )

 

 

นี่คือจุดอ่อนอย่างนึงที่ผมคิดได้ เพราะทุกครั้งที่ผมแปลงร่างเป็นอะไรมันจะเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ไม่อาจสามารถลอกเลียนแบบความสามารถของสิ่งๆนั้นได้

 

และถ้าในกรณีที่แปลงร่างลอกเลียนแบบคนอื่น การที่จะใช้พลังของคนๆนั้นได้คือผมต้องถูกซัดการโจมตีด้วยพลังนั้นๆก่อนถึงจะทำได้ ผมไม่สามารถเปลี่ยนน้ำหมึกให้เป็นน้ำหรือเหล็กจริงๆได้ซักหน่อย..........เดี๋ยวนะ

 

 

ฮาซุย : ( เปลี่ยนน้ำหมึกเป็นเหล็กจริงๆไม่ได้...ฮ่าๆๆๆๆ! ใช่แล้ว! ทำไมเราไม่นึกถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ! )

 

 

ว่าแล้วผมก็รีบใช้วงแหวนที่ผมใส่เปิดดูของ

 

โป๊ะเชะ! ของที่ท่านคิซูกิเคยให้มากับผมในคืนนั้นยังคงมีเหลือเฟือเลย ขาดแค่ส่วนผสมเดียว

 

ฟุบ~!

 

 

เซฟิส : ?

 

 

ในระหว่างที่เซฟิสยืนรอดูผลพร้อมพยายามมองหาตัวผมในกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายไปด้วยนั้น เธอก็สังเกตุเห็นว่ามีกระดาษอยู่แผ่นนึงลอยออกมาและตรงมาทางเธอ

 

เมื่อเธอหยิบกระดาษนั้นมาและดูก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้ว่า

 

[ นี่ผมเองฮาซุย คุณพอจะมีเกล็ดมังกรให้ผมบ้างไหม ? ถ้ามีก็ช่วยโยนมาให้ผมที ]

 

เซฟิส : ( เกล็ดมังกรเหรอ ? )

 

แม้เซฟิสจะไม่เข้าใจแต่เธอก็ยินดีทำให้ แต่ตอนนี้ตัวเธอไม่มีเกล็ดมังกรจะมีก็แค่ดิบราสที่ยืนอยู่ข้างเธอเท่านั้น

 

 

กรึ้บ!

 

ดิบราส : โฮ๊ก!?

 

เซฟิสไม่ถือวิสาสะดึงเกล็ดดิบราสออกจากใต้รักแร้ที่ปีกมันที่ใช้ป้องกันร่างเธออยู่ออกทันทีก่อนที่เธอจะวางมันลงกับพื้นแล้วไสลด์มันหายเข้าไปในหมอก

 

ในตอนนั้นเองที่ฝุ่นควันเริ่มจางลงและทำให้เรบิโกะที่มองหาผมอยู่นานหันมาเจอผมซะที

 

เรบิโกะ : อยู่นั่นเอง! แล้วนั่นทำอะไรอยู่หนะ!?

 

เรบิโกะตะโกนถามด้วยรอยยิ้มเหมือนตื่นเต้นและอยากจะสู้กับผมต่อ

และสาเหตุที่เธอถามแบบนั้นเพราะเธอเห็นว่าผมตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่ที่พื้นพร้อมของบางอย่างที่วางลงบนพื้น ซึ่งผมกำลังค่อยๆใช้น้ำหมึกวงพวกมันแต่ละอย่างเข้าด้วยกันพร้อมเอ่ยชื่อส่วนผสมแต่ละอย่างอย่างช้าๆทีละอัน

ขณะที่ผมใช้น้ำหมึกวงล้อมพื้นที่พวกมันวางอยู่จนเสร็จแล้วจากนั้นก็เกิดเป็นลูกแก้วส่องแสงสว่างสีเขียวปนดำออกมาห้าก้อนก่อนที่พวกมันจะค่อยๆถูกดึงรวมกัน

 

ฮาซุย : เหล็กไหลระดับสูงหนัก 1 กิโล..

 

 

คนในบ้านฮาซุย : ?

 

 

ฮาซุย : เอ็นหัวใจมังกร...

 

 

โนเว็น : เดี๋ยวนะ =_0

 

 

ฮาซุย : รากไม้ฝอยของต้นคูมาลัส...

 

 

คิซูกิ : สูตรพวกนี้มัน

 

 

ฮาซุย : น้ำกรดอะมิโน และส่วนผสมสุดท้าย เกล็ดมังกรระดับพลังอสูรมิโนทอร์ขึ้นไป ก็จะทำให้เราได้...

 

 

 

พู้มมมมมมมมมม!!

 

ทันใดนั้นก็เกิดกลุ่มพลังงานระเบิดออกมาเป็นแรงลมกระจายตัวออกเป็นวงกว้างจนทำเอาเรบิโกะ ดิบราสและเซฟิสที่อยู่ในสนามยังต้องยกแขนขึ้นป้อง

 

 

และเมื่อแรงลมสงบลงผมก็ได้ลุกขึ้นพร้อมกับวัตถุทรงสี่เหลี่ยมที่มีลักษณะเป็นสีเขียวแก่ทั้งกล่อง และมีลวดลายสีเขียวสดที่เป็นสีส่องสว่างออกมาได้ที่อยู่ในมือผมแล้วตอนนี้

 

ฮาซุย : คอมมานด์บล็อคสีเขียว เท่านี้ก็สามารถสร้างพลังธาตุต่างๆจากจินตนาการได้แล้ว

 

 

เรบิโกะ : !?

 

ไม่รอช้าผมนั่งสมาธิลงกับพื้นจากนั้นก็ลงมือทำการวางคอมมานด์บล็อคนี้ลงกับตักจากนั้นก็ซึมซับมันเข้ามาในร่าง คอมมานด์บล็อคสีเขียวแตกออกเป็นแสงสีเขียวเป็นฝอยๆลักษณะคล้ายเส้นด้ายนับร้อยได้วิ่งเข้ามาในร่างของผมอย่างรวดเร็ว

 

[ ท่านได้ซึมซึบพลังคอมมานด์บล็อคสีเขียวเข้ามาแล้ว

 

ชื่อ : ฮาซุย

 

นามสกุล : ( ไม่มี )

 

ฐานะ : ผู้ลงแข่งเกม kill them up

 

ระดับพลังอสูร : มังกร lv.96

 

พลังชีวิต : 2100/2100

 

ความแข็งแกร่ง : 1,700

 

ความเร็ว : 1,200

 

พลังคอมมานด์( เอเมอรอล + สีแดง + สีเขียว : ศิลปะ (ปลดล็อคสกิลเสมือนจริง) )

 

( สกิลเสมือนจริง เป็นสกิลที่ทำให้ท่านสามารถลอดเลียนแบบความสามารถและประสิทธิภาพของสิ่งที่ตัวเองแปลร่างลอกเลียนแบบนั้นๆ แปลงเป็นไฟร่างท่านจะร้อน แปลงเป็นน้ำร่างท่านจะเย็น แปลงเป็นเหล็กท่านจะแข็งแกร่ง แปลงเป็นลมท่านจะเจ้าเวหา )

 

 

ฮาซุย : ....มาต่อกันเลยไหมครับคุณเรบิโกะ

 

ผมเอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมนัยตาขวาของผมที่ส่องแสงสีรุ้งออกมาเป็นออร่าพลังเป็นทางยาว

 

 

 

แปะภาพประกอบ(ขอยืมหน้าคุณ แซนส์มาใช้นะครับ ^w^)

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว