ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อดีตของซูมารุ

ชื่อตอน : อดีตของซูมารุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 692

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2563 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตของซูมารุ
แบบอักษร

 

 

 

ติ๋ง~

 

[ ท่านได้เสร็จข้างในตัวเลขาจอมมารที่มีระดับพลังใกล้เคียงกับคุณ Exp.4,400 ระดับพลังอสูรมังกรระดับปัจฉิม lv.93 -->96 ]

 

[ ท่านได้ทำให้เธอถูกใจในท่อนเอ็นคุณแบบจุดสูงสุด นับจากนี้ไปเธอจะมีระดับความรักและซื่อสัตย์ต่อคุณ 100% เพียงเอ่ยปากบอกเธอก็จะยินดีทำสิ่งที่คุณขอให้ ]

 

ฮาซุย : ( ฮึ้ม!? ไม่ได้แค่ได้ Exp.เยอะ! แต่ยังสามารถทำให้เลขาจอมมารคนนี้เป็นทาสเราได้จริงๆเหรอเนี่ย!? นี่ขนาดเสร็จข้างในตัวเธอไปครั้งเดียวเท่านั้นเองนะเนี่ย ระบบนี่สุดยอดแท้~! ^_^ )

 

ในตอนนั้นผมคิดว่าจะร่วมรักกับเธอต่ออีกสองสามครั้ง แต่ในจังหวะนั้นเอง

 

เอี๊ยด~

 

ซูมารุ : เพื่อนฮาซุย นายเป็นยังไงบ้า..

 

 

ในตอนนั้นเองเจ้าบ้าซูมารุก็ได้เปิดประตูห้องที่เราสองคนอยู่เข้ามา และเจอตัวผมกับเซฟิสในสภาพที่ผมนั้นยังเสียบท่อนเอ็นคาในตัวเธออยู่เลย!

 

บรรยากาศรอบตัวเราเงียบไปชั่วขณะนึงเลย

 

ซูมารุ : อุ้ย ชั้นเข้ามาผิดจังหวะซินะเนี่ย ^_^;

 

ฮาซุย : โครตผิดเวลาเลยแหละ!!

 

 

พัวะ!!!

 

.

 

.

 

.

 

.

 

เซฟิส : =////=

 

หลังจากนั้นเซฟิสก็มานั่งอยู่ข้างตัวผมในห้องพักชั่วคราวในโซนที่เป็นห้องพักนั่งรวมกันกับผู้เล่นคนอื่นแล้ว และเธอก็มีอาการหน้าแดงแจ๋อยู่ตลอดขณะนั่งอยู่กับผม

 

เรแม็ก : ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะวางเดิมพันที่มันบ้าบิ่นขนาดนั้น

 

 

ฮาซุย : นายเห็นชั้นเป็นใครกันหละเรแม็ก ? ฮาซุยมนุษย์ที่บ้าบิ่นขนาดมาลงแข่งเกม kill them up นี่ไง ^_^

 

 

เซฟิส : ขี้โ..

 

ปริ๊ดส์~

 

เซฟิส : อึ๋ย~

 

เซฟิสที่จะหันมาด่าว่าผม"ขี้โม้"ก็ต้องเงียบไปชั่วขณะนึงเพราะว่าร่องของเธอที่รองรับน้ำรักของผมไม่ไหวมันก็ได้ทำให้มีน้ำของผมกะเฉาะออกมาจากด้านในกางเกงในเธอ เธอก็ทำได้แต่นั่งหุบขาอยู่แบบนั้น

 

อันที่จริงเธออยากจะคืนร่างเป็นร่างแมงมุมจะแย่แล้ว แต่เพราะผมได้ลองทดสอบพลังที่ทำให้เธอซื่อสัตย์ดู โดยผมได้ขอให้เธอไม่ต้องคืนร่างเป็นแมงมุมโดยให้เหตุผลว่าเธอในร่างนี้ดูน่ารักกว่ามันก็เลยทำให้เธอหน้าแดงและยอมอยู่ในร่างนี้ตามที่ผมขอ

 

ทำให้ผมยกยิ้มออกมาด้วยความพอใจเพราะตอนนี้ผมได้เลขามาอยู่ในมือแล้ว อีกไม่ใกล้ไม่ไกล อนาคตที่ผมจะได้เป็นจอมมารก็คงไม่นานแล้ว

 

ฮาซุย : นี่คุณเซฟิส ช่วยมานั่งตักผมหน่อยได้ไหม ? ^_^

 

ผมในตอนนั้นเกิดนึกสนุกลองทดสอบเธอดู เซฟิสเธอหันควับมาหาผมและหน้าแดงก่อนที่เธอจะค่อยๆเขยิบมาใกล้ผมก่อนลุกขึ้นและนั่งลงบนตักผมตามที่ผมขอ

 

เซฟิส : แบบนี้เหรอ ? =////=

 

ฮาซุย : ช่วยเอนหลังพิงมาที่ตัวผมด้วยซิครับ ^_^

 

เซฟิสหน้าแดงยิ่งกว่าเก่าจนจะเป็นพริกอยู่แล้ว แต่เธอก็ยอมเอนตัวพิงลงมาที่ตัวผมตามที่ผมขอ

 

ฮาซุย : คุณเซฟิส ผมขอจับขาคุณหน่อยนะ ^_^

 

เซฟิส : หา!? //⬜//

 

ฮาซุย : ไม่ได้เหรอครับ ?

 

เซฟิสได้แต่เบือนหน้าหนีด้วยความเขินเป็นการอนุญาติให้ผมเอามือลูบต้นขาขาวเนียนของเธออย่างแผ่วเบาจนเธอครางออกมาเล็กน้อย

 

"ฮึ้ย~! เจ็บใจโว้ย~!"

 

 

อสูรพันธ์เพศผู้หลายคนที่เห็นแมงมุมสาวโลลิสุดสวยกำลังนั่งตักและทำตามคำขอผมทุกอย่างอยู่ต่อหน้าต่อตาก็ทำให้พวกมันได้แต่กัดผ้าเช็ดหน้าตัวเองด้วยความเจ็บใจปนอิจฉา

 

นี่ผมสามารถทำให้อสูรพันธ์อิจฉาตัวผมได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ? ^_^

 

 

ซูมารุ : อยากให้ชั้นบอกพวกนายไหมหละว่าทำไมคุณเซฟิสถึงจงรักภักดีต่อฮาซุยแบบนั้น~? ^_^

 

 

ซูมารุที่นั่งอยู่มุมห้องได้เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกวนๆพร้อมหันมาหาพวกเราทุกคนในสภาพที่แก้มขวาของมันปูดบวมเพราะหมัดน้ำหมึกของผมที่พุ่งไปชกหน้ามัน

 

คำพูดของมันทำให้เซฟิสสะดุ้งโหยงก่อนจะตะโกนออกมาลั่นห้อง

 

เซฟิส : อย่าไปฟังที่เจ้าหมอนั่นพูดเชียวนะ!! มันก็เป็นแค่คนบ้าโรงพยาบาลศรีธัญญาไม่รับรักษา!! ทุกอย่างที่มันพูดมันเหลวไหลทั้งเพ!! อย่าไปฟังที่มันพูดเชียวนะ!! ////

 

ฮาซุย : คุณเซฟิส เบาลงหน่อยก็ได้ครับ ^_^;

 

เซฟิส : ขะ..ขอโทษที ( อะไรกัน ? ทำไมเราถึงรู้สึกดีกับเขาทั้งๆที่โดนเขาข่มขืนไปแท้ๆ หรือว่าเราโดนยาเสน่ห์เหรอ ? แล้วทำไมชั้นถึงยอมทำทุกอย่างที่เขาของ่ายๆแบบนี้กัน ? ชั้นไม่เข้าใจเลย )

 

 

เซฟิสได้แต่นึกสงสัยกับตัวเอง ในตอนนั้นผมได้หันไปหาซูมารุที่นั่งอยู่ที่มุมห้อง ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมเกิดคิดอะไรขึ้นมา ผมได้ลุกขึ้นเดินไปหาตัวของซูมารุโดยที่ปล่อยให้เซฟิสนั่งอยู่ตรงโซฟานั้นเหมือนเดิม ผมเดินไปนั่งลงข้างเขาและได้เอ่ยปากชวนเขาคุย

 

ฮาซุย : ทำไมนายถึงอยากเป็นเพื่อนกับชั้นงั้นเหรอ ?

 

 

ซูมารุหันมาหาผม เขายิ้มแย้มออกมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้คุยกันเพื่อเพิ่มความสนิทให้เขาอย่างที่เขาหวัง

 

ซูมารุเขาก็นั่งเหม่อครู่นึงเหมือนกพลังเรียบเรียงประโยคเพราะไม่ได้คุยกับใครมานานก่อนที่เขาจะหันมาพูด

 

ซูมารุ : ชั้นบอกแล้ว...เรามีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน

 

ฮาซุย : เหมือนยังไงเหรอ ?

 

ซูมารุ : ...นายเป็นมนุษย์ เป็นทาสของพวกอสูรพันธ์แต่นายกลับมีความกล้ารวบรวมลุกเอาตัวเองขึ้นมาจากหลุมมือไม่ยอมตกอยู่ในจุดตกต่ำของสังคม นายทำให้ตัวเองมาอยู่ในจุดสูงสุดด้วยตัวนายเอง...ชั้นก็เหมือนกัน

 

ฮาซุย : ...ชั้นไม่ได้พาตัวเองปีนขึ้นมาด้วยตัวเองหรอก

 

ซูมารุ : ?

 

ฮาซุย : ...คือว่างี้นะ..

 

หลังจากนั้นด้วยความไว้วางใจที่ผมมีต่อซูมารุ ผมได้เอ่ยปากกระซิบเล่าเรื่องของผมกับฮิตซูให้เขาฟังทั้งหมดแบบละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ซึ่งพอซูมารุได้ยินผมเล่ามาแบบจริงจังเขาก็ไม่ได้หัวเระาหรือพูดแทรกอะไรผมแล้ว เขารับฟังอย่างมีมารยาทจนจบแล้วจากนั้นเขาก็เอ่ยออกมา

 

ซูมารุ : แปลว่านายบ้าน้อยกว่าชั้นแล้ว...แต่ก็ไม่ได้บอกว่านายจะไม่บ้านะ ^_^

 

 

ฮาซุย : นายพูดอย่างกับว่าความบ้ามันตีเป็นแต้มคะแนนได้งั้นแหละ ^_^

 

 

ผมกับซูมารุคุยกันไปหัวเราะไป ซึ่งมันทำให้อสูรพันธ์บางตนที่เหลือบมาเห็นเราสองคนคุยกันก็ทำหน้าประหลาดใจออกมา แต่ทุกคนก็ไม่ได้ตั้งใจยืนฟังเราพูดจนจบทำให้พวกเขาไม่ได้สนใจอะไรที่เราคุยกันและเดินผ่านไปเฉยๆ

 

 

ฮาซุย : แล้วนายหละซูมารุ นายมีเรื่องราวชีวิตของนายว่าไงบ้าง ? ชั้นอยากรูว่ามันเหมือนของชั้นจริงรึเปล่า ?

 

 

เมื่อซูมารุได้ยินคำพูดของผมเขาก็ทำหน้าประหลาดใจออกมาเขาคงไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีคนอยากรับฟังเรื่องของเขา

 

ซูมารุ : ...โอเค เรื่องมันมีอยู่ว่า...ชั้นเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่...เฮงซวย ชั้นใช้คำนั้นได้เลยแหละ

 

 

8 ปีก่อนหน้านี้

 

ในตอนที่ซูมารุมีอายุประมาณ 9 - 10 ขวบ ในตอนนั้นซูมารุกำลังแกล้งทำเป็นหลับอยู่ สาเหตุที่เขาต้องแกล้งทำเป็นหลับนั้นก็เพราะว่าเสียงตะหวาดที่ดังขึ้นในห้องนอนที่เขาอยู่นั้นมันทำมห้เขากลัวจนไม่กล้าเปิดตาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนต้องทำให้เขาแกล้งหลับและพยายามทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป

 

"ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องอาละวาดขนาดนี้ด้วยเนี่ย!!?"

 

 

"ก็พูดให้ฟังแค่นี้!! ้ถ้าไม่อยากฟังก็เชิญ! จะได้ชิพ*ายๆ! ไปในภายหน้า!!"

 

เสียงตะหวาดที่ว่านั้นก็คือเสียงของสองพ่อแม่อสูรพันธ์ของซูมารุที่กำลังทะเลาะและโวยวายใส่กันแบบชนิดที่ว่าไม่มีเกรงใจลูกที่จะหลับจะนอนกันเลย

 

ความโกรธได้ยังตาทำให้ทั้งสองคนไม่เห็นหัวเด็กตัวน้อยๆที่อยู่ในนั้นด้วย

 

"ถ้าเลิกก็เลิกเลยนะ!!"

 

"เอ้อ! เลิกไปเลย!! แต่ชั้นจะเป็นคนเลี้ยงลูก!!"

 

"อย่ามาพูดบ้าๆ! คนแบบแกไม่มีทางเลี้ยงลูกได้หรอก!! แกก็เอาเงินส่งเสียญาติที่อยู่ต่างจังหวัดหมดแหละ!! ไอ้พวกบ้านนอก!"

 

"อย่ามาด่าเหมารวมถึงแม่ชั้นนะ!!"

 

"แล้วจะทำไมหละ!!?"

 

ซูมารุได้แต่เอามืออุดหูนอนขดอยู่บนเตียง ทุกครั้งที่พ่อแม่เขาทะเลาะกันก็จะมีการทะเลาะวิวาทในเรื่องการแย่งตัวเขาไปเลี้ยง

 

ซึ่งมันเป็นการทะเลาะกันที่ซูมารุนั้นเกลียดที่สุด เพราะซูมารุเขาไม่ต้องการที่จะให้ใครมาเอาเขาไปอยู่ เขาไม่อยากเป็นเด็กไม่มีพ่อหรือแม่ เขาอยากจะมีคนที่ดูแลเขาและอยู่กับเขาได้ตลอด

 

"เฮ้อ~! ถ้าหากไม่มีซูมารุหละก็เราคงแยกทางกันได้ง่ายกว่านี้อีก!!"

 

ซูมารุ : !

 

แต่ในครั้งนี้มันมีบางสิ่งที่แย่ยิ่งกว่า นั่นคือพ่อของเขาเอาตัวเขามาอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่เขาเลิกกันไม่ได้ ซึ่งนั่นมันทำให้ซูมารุรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวอกมาก

 

มันเหมือนกับว่าพ่อกับแม่เขามองเขาเป็นตัวปัญหาของเรื่องและไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาเกิดมา ซึ่งบางทีเขาก็ไม่น่าจะเกิดมาจริงๆก็ได้

 

หลังจากที่พ่อแม่ไปทำงาน ซูมารุก็ได้ลุกขึ้นจากเตียงพร้อมเปิดผ้าห่มที่คลุมร่างตัวเองออกเผยให้เห็นร่างกายของซูมารุ

 

ซึ่งมันก็คือร่างกายที่ผิดมนุษย์และพิกลพิการของเขานั่นเอง แขนซ้ายใหญ่ข้าวนึง แขนขวาด้วนกุดและมีเหมือนก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่ติดอยู่ ร่างกายท่อนล่างมีลักษณะเหลวแหลกราวกับไม่มีกระดูกขาอยู่ในท่อนล่างและขาทั้งสองข้างก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

สาเหตุที่มันเป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าพลังคอมมานด์ของพ่อและแม่ซูมารุนั้นมันไม่เข้ากัน

 

พ่อของซูมารุนั้นมีความสามารถใช้พลังจิตเคลื่อนที่ของ ส่วนแม่มีความสามารถในการเปลี่ยนสถานะร่างกายเป็นของเหลวเหมือนน้ำ

 

เมื่อพลังทั้งสองอย่างมารวมกีนแบบไม่ลงตัวบวกกับแม่ของซูมารุเคยโดนพ่อเขาทำร้ายตอนตั้งท้อง ซูมารุจึงเกิดมามีสภาพร่างกายที่พิการจนน่าสงสารหนักมาก

 

ทุกวันซูมารุจะอาศัยอยู่ที่บ้านคนเดียวแต่เขาก็ไม่เคยก่อเรื่องเดือดร้อนอะไร แม่ของเขาจะทำอาหารทิ้งไว้ให้เยอะมากพอที่เขาจะกินได้ครบสามมื้อ แต่กฏเหล็กสำคัญอย่างนึงที่พ่อแม่เขาจะชอบพูดนั่นก็คือห้ามออกนอกบ้านเด็ดขาด

 

แต่ด้วยความที่ตั้งแต่ซูมารุเกิดมาจนตอนนี้เขาอายุจะ 10 ขวบอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเล่นกับเด็กหรือมีเพื่อนกับใคนเขาเลย ทำให้วันนี้ซูมารุตัดสินใจเปิดปรดตูบ้านออกมาโดยเขาได้ขัดกฏเหล็กของบ้าน

 

และเมื่อเขาออกมาสิ่งที่เขาเจอคือกลุ่มเด็กอสูรพันธ์ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง พวกเขามีแขนสองข้าง มีขาสองข้าง ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ได้อัปลักษณ์น่าเกลียดแบบเขา

 

ในตอนนั้นซูมารุที่มีใบหน้าหม่นหมองเขาได้ค่อยๆคลานร่างกายท่อนล่างที่เป็นของเหลวไปตามขั้นบันไดอย่างช้าๆ

 

แต่ด้วยความที่เขาไม่ได้มีเท้าให้เหยียบบันไดทีละขั้นเหมือนคนทั่วไปทำให้เขานั้นลื่นล้มและหัวกระแทกกับหินที่ปูอยู่ที่พื้นบันได

 

ปัก!!

 

ซูมารุ : โอ้ย!?

 

หัวของซูมารุโขกกับพื้นอย่างแรวจนทำให้หัวเขาแตกและมีเลือดไหล เขาเงยหน้าขึ้นเด็กกลุ่มนั้นเพียงแค่หันมามองเขาชั่วครู่ก่อนที่จะกลับไปเล่นกันต่อโดยไม่สนใจเด็กที่พึ่งตกบันไดหัวแตก

 

ซูมารุพยายามจะลุกขึ้นแต่ในตอนนั้นเอง

 

"นี่ ไม่คิดจะเข้าไปช่วยเขาหน่อยเหรอ!?"

 

ในตอนนั้นเองได้มีปีศาจผมสีขาวไล่มายันสีเขียว สวมชุดกระโปรงสีดำเธอได้เอ่ยขึ้นกับพวกกลุ่มเด็กผู้ชายที่เห็นพวกเขาทำเป็นเมินเฉยกับตัวซูมารุทั้งๆที่ก็เห็นอยู่ว่าเขาพึ่งตกบันได

 

แต่ในตอนนั้นหนึ่ลในกลุ่มเด็กผู้ชายก็ได้เข้ามาเด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วพูด

 

"ทำไมเล่า~? ปกป้องแฟนเธอในอนาคตเหรอ~?"

 

"อย่ามาพูดแบบนั้นกับชั้นนะ!"

 

"นี่แหนะ~!"

 

ทันใดนั้นเองเด็กชายคนนั้นก็สะบัดมือเปิดกระโปรงเด็กผู้หญิงคนนั้นจนทำให้เด็กผู้หญิงคนนั้นกรี๊ดลั่นพร้อมเอามือปิดชายกระโปรงและร้องไห้ออกมา

 

"ว๊าย~ ร้องไห้แล้วเหรอ~? แบร่~"

 

 

และในตอนนั้นเอง

 

ปัก!

 

"โอ้ย!?"

 

จู่ๆก็มีคนปาก้อนหินใส่เข้าที่หัวเด็กชายที่แกล้งเด็กผู้หญิงคนนั้น และเมื่อกลุ่มเด็กนั้นหันไปก็เจอว่าเป็นตัวของซูมารุที่ปาก้อนหินมาเพื่อที่จะช่วยเด็กผู้หญิงคนนั้น

 

เด็กผู้หญิงคนนั้นใช้จังหวะนี้รีบวิ่งหนีไปก่อน ส่วนกลุ่มเด็กเกเรพวกนั้นก็ได้ตรงมาหาซูมารุที่นอนกองอยู่

 

"นายปาหินใส่ชั้นทำไมหวะ!? แค่ไม่เช้ามาช่วยต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ!?"

 

"เฮ้ยนาย! ดูดิ! ขาแม่งเหลวเป๋วเลยอะ!"

 

"ไอ้ขาหอยทาก! ^0^"

 

"ใช่ๆๆ ไอ้ขาทาก! ^0^"

 

ซูมารุที่นอนกองอยู่ที่พื้นเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากนอนฟังคำด่าทอและดูถูกตัวเขาที่ใส่เข้ามาเรื่อยๆ

 

และในตอนนั้นเองมันก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อย

 

พัก! ซูมารุ : อั้ค!?

 

ซูมารุได้ถูกหนึ่งในกลุ่มเด็กเตะท้องเขา ก่อนที่พวกมันทุกคนจะรุมกระทืบเขาเอามันส์

 

"กล้ามาหาเรื่องเราเหรอ!? เจอนี่หน่อยเป็นไง!?"

 

"นี่แหนะๆ!"

 

พักๆๆๆๆๆๆๆๆ!

 

ซูมารุพยายามป้องกันตัวเองด้วยการเอามือปิดศีรษะแต่ก็ไร้ผล เขาไม่รู้ว่าตอนนั้นเขาถูกรุมกระทืบอยู่นานแค่ไหนรู้อีกทีตัวเขาก็นอนกองเป็นผักอยู่ที่พื้นแล้ว

 

"เฮ้อ! วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะวันนี้"

 

"ได้ จำไว้นะไอ้ขาทาก! ถ้ายังกล้ามาหาเรื่องพวกเราอีกก็จะโดนแบบนี้อีก! บ้านชั้นอยู่ใกล้แถวนี้ด้วย! เราจะมาเล่นแถวๆหน้าบ้านแกใหม่!"

 

หลังจากนั้นเด็กพวกนั้นก็แยกย้ายกันกลับไป ซูมารุทำได้แต่คลานขึ้นบันไดกลับเข้าบ้านไปอย่างยากลำบาก

 

และหลังจากวันนั้นซูมารุก็ไม่เคยคิดจะออกจากบ้านอีกเพราะเขากลัวการโดนรุมทำร้ายจากเด็กพวกนั้นซึ่งหลังจากวันนั้น กลุ่มเด็กพวกนั้นก็มักจะมาเล่นที่หน้าบ้านของซูมารุบ่อยๆ

 

ทุกครั้งที่เขาแอบดูเด็กพวกนั้นก็จะมีเด็กคนนึงในกลุ่มสังเกตุเห็นเขาและเด็กพงกนั้นก็จะมาปาก้อนหินใส่กระจกบ้านเขาจนบางครั้งกระจกก็แตกเสียหาย และหลังจากนั้นพวกมันก็หนีไป

 

แต่สิ่งที่ซูมารุเห็นทุกครั้งเลยนั่นก็คือ เด็กผู้หญิงชุดกระโปรงสีดำผมสีขาวไล่เขียวคนที่เคยโดนเด็กพวกนี้แกล้งเหมือนเขานั้น เธอจะมาแอบดูอยู่ที่หลีงเสาไฟและแอบมองมาที่บ้านของซูมารุทุกครั้ง ซูมารุก็มักจะมองเธอกลับไปเหมือนกัน โดยรวมเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมาก

 

จนกระทั่งวันนึงทั้งคู่ก็ได้รัดพบกันที่หลังบ้านของซูมารุและเธอก็กลายเป็นเพื่อนคนเดียวของซูมารุ เธอคนนั้นมีชื่อว่า อัมเบรด เธอมีพลังคอมมานด์ในการควบคุมใบหน้า เธอสามารถที่จะปั้นใบหน้าให้คนต่างๆได้ แต่พลังนี้ก็เป็นพลังที่ทำให้เธอโดนเกลียดเพราะเธอไม่ได้มีศิลปะในการควบคุมพลังทำให้การปั้นใบหน้าคนของเธอนั้นมันล้วนออกมาอัปลักษณ์และน่าเกลียด

 

ซูมารุกับอัมเบรดเป็นเพื่อนเล่นกันมาเป็นเวลาหนึ่งปีกว่า ชีวิตของซูมารุในตอนนั้นเหมือนจะมีความสุขที่สุดแล้วแต่

 

 

อัมเบรด : ชั้นมานี่เพื่อบอกลานายซูมารุ

 

เพล้ง!

 

ซูมารุถึงกับเผลอปล่อยจานในมือตกลงพื้นจนแตก

 

ซูมารุ : หมายความว่าไง ?

 

อัมเบรด : พ่อชั้นต้องการให้ชั้นใช้พลังคอมมานด์ให้คล่องกว่านี้ เขาจะส่งชั้นไปเรียนพิเศษที่เมืองนอก...ชั้นอาจจะไม่ได้กลับมาที่อาณาจักรนี้อีก...นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน

 

ซูมารุ : ...แต่ถ้าเธอไป...แล้วใครจะเป็นเพื่อนชั้นหละ ?

 

อัมเบรด : เมื่อถึงตอนไหนที่ชั้นเรียนพิเศษจบแล้วชั้นจะรีบกลับมาหานายชั้นสัญญา

 

 

 

แต่สุดท้ายคนที่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของซูมารุก็ได้จากเขาไป และในคืนวันนั้นเอง

 

"นี่แกเมามาอีกแล้วเหรอไอ้ผัวเฮงซวย! รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญคนจะหลับจะนอน!!"

 

"โฮ้ย~! บ่นๆๆๆ! บ่นอยู่ได้โว้ย!"

 

พ่อกับแม่ของซูมารุก็ได้ทะเลาะกันอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมีสิ่งที่แย่กว่าทุกครั้งเมื่อความรุนแรงนี้มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ผู้เป็นพ่อของซูมารุคว้าเชิงเทียนมาทุบใส่หัวเมียตัวเอง ก่อนที่ทั้งคู่จะทะเลาะกันจนทำให้พ่อของซูมานุตกบันไดหัวกระแทกผนังยันไดคอหักเสียชีวิตคาที่ ส่วนแม่ของซูมารุนั้นเธอได้เสียเลือดจนตายเพราะแผลที่หัวนั้นลึกมากเกินไป

 

และหลังจากนั้นไม่นานพ่อแม่ของซูมารุก็ตาย ซูมารุได้เดินมาดูศพของพ่อแม่ตัวเองแต่ใจเขากลับไม่รู้สึกเสียใจใดๆเลย ความรู้สึกของเขาที่เหมือนถูกกดทับมาตลอดจนกลายเป็นกำแพงหนาสูง ตอนนี้มันราวกับได้ถูกพังทลายลงแล้ว

 

และในวันนั้นเอง

 

เพล้ง!

 

"เฮ้! ไอ้ขาทาก! ออกมาดิ!"

 

กลุ่มเด็กเกเรก็ได้บุกมาอีกครั้ง พวกมันปาก้อนหินใส่กระจกบ้านซูมารุจนแตก ในตอนนั้นเองที่จิตใจของซูมารุได้ปลดปล่อยสัญชาติญาณดิบออกมา ในใจของเขาในตอนนี้มันรู้สึกหิวกระหายและอยากจะปลดปล่อยความต้องการที่แท้จริงออกมา

 

ซูมารุ : ( พวกแกกล้าทำเหมือนกับชีวิตชั้นเป็นของเล่นนักใช่ไหม...ได้ )

 

ซูมารุคิดขณะเดินไปที่ประตูบานพร้อมกับพลั่วขุดดินในมือ ซึ่งเขาก็ได้ทำการรวบร่างแขนซ้ายตัวเองเข้ากับพลั่ว และในตอนนั้นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เด็กเกเรคนนึงวิ่งมาที่หน้าประตู

 

"ออกมาซิวะไอ้ขาทาก!"

 

ซูมารุ : ( งั้นชั้นจะใช้ชีวิตพวกแกเป็นของเล่นบ้าง...ชั้นจะเล่นกับพวกแกไปเรื่อยๆ ชั้นจะไม่กลายเป็นผู้ถูกกดขี่และเป็นผู้เล่นต่อไป ชั้นจะเล่นไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอเพื่อนคนใหม่ที่เหมือนชั้น...คนที่จะโดนกดขี่และทำเหมือนชีวิตเขาเป็นของเล่นเหมือนชั้น ชั้นจะได้สนุกอีกครั้ง ) ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

 

 

"ออกมาซะทีซิวะไอ้ขาทาก!!"

 

 

ฉึก!!!

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ซูมารุ : ชั้นเอาพลั่วแทงทะลุอหอยเจ้าหมอนั่น จากนั้นก็เล่นกับชีวิตและร่างกายพวกมันอย่างสนุกสนาน ชั้นถูกเอาตัวเข้าบำบัดอาการทางจิตอยู่นาน นานพอที่ชั้นจะหาทางแหกห้องขังออกมา...และมาอยู่ในเกมนี้ได้ไง

 

 

ซูมารุเล่าเรื่องราวของเขาด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง ผมรู้สึกได้เลยว่าเรื่องราวที่ซูมารุเล่ามามันเป็นเรื่องจริง

 

และผมก็ไม่คิดว่าซูมารุจะมีอดีตที่ขมขื่นได้ขนาดนี้

 

ซูมารุ : ฮาซุย...เราเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม ^___^

 

คำพูดของซูมารุทำให้ผมเงียบ ตอนนี้ความคิดในหัวผมมันกำลังตีกันเองอยู่

 

แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากตอบ

 

ปีเตอร์ : เหล่าผู้เล่นเตรียมตัวให้พร้อม เกมที่ 6 จะเริ่มแล้ว

 

 

หลังจากนั้นประตูห้องพักก็เปิดออก ทำให้พวกเราทุกคนเดินออกนอกห้แงนั้นโดยผมก็เดินผละแยกออกจากซูมารุอีกครั้งทำให้ผมไม่ได้มีโอกาสตอบคำถามเขา

 

ในระหว่างที่ผมกำลังเดินออกกายังเกมการแข่งที่ 6 นั้น จู่ๆก็ได้มีคนมาจับไหล่ผมอีก ความรู้สึกนี้มันูคุ้นเคยมาก

 

มันเหมือนตอนที่ซากูมะมาจับไหล่เรียกผม ทำให้ผมรียหันหลังกลับมามองคนนั้นแต่เมื่อมองเห็นก็ต้องผิดหวังเพราะอสูรพันธ์ที่มาจับไหล่ผมไม่ใช่ซากูมะ แต่เป็นอสูรพันธ์ที่อายุพอๆกับเซฟิสแต่เขาคนนี้เป็นเด็กผู้ชาย เขาสวมชุดกิโมโนสีฟ้า ผมสีขาว หน้าตาน่ารัก ตาสีฟ้าสดใส แก้มกลมตัวเล็กดูน่าเอ็นดู มีเขาคล้ายกวางแต่เขาของนั้นมีลักษณะเป็นเหมือนกิ่งไม้และมีดอกไม้ซากูระงอกมากด้วย ทำให้ตัวเขาดูเป็นอสูรพันธ์ที่มีความน่ารักมาก

 

ผมหันไปยิ้มให้อสูรพันธ์คนนั้นก่อนเอ่ยถาม

 

ฮาซุย : มีธุระอะไรเหรอ ?

 

 

??? : ...

 

 

ฮาซุย : ?

 

 

??? : คุณจำผมไม่ได้จริงๆเหรอ ?

 

 

ฮาซุย : ? ขอโทษนะเราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ ?

 

??? : กะแล้วเชียวว่าคุณต้องพูดแบบนี้...นี่ผมเองครับ..ซากูมะไง

 

 

ฮาซุย : หา!!?

 

 

 

ซากูมะ(!?)

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว