ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกมที่ 5 ความตายที่มองไม่เห็น

ชื่อตอน : เกมที่ 5 ความตายที่มองไม่เห็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 584

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2563 18:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกมที่ 5 ความตายที่มองไม่เห็น
แบบอักษร

 

 

 

ปีเตอร์ : เกมต่อไปนี้ที่เราจะเล่นนั้นมีชื่อว่า random head ในเกมนี้จะมีกติกาอสูรพันธ์อยู่ท่านนึงที่ถูกรับเชิญมาเป็นกรรมการในเกมด่านนี้

 

เขาคนนั้นก็คือ เซฟิส คูมาเรโกะ อสูรพันธ์ที่ได้รับการขนานนามว่าฉลาดที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้~!

 

 

หลังจากที่ปีเตอร์พูดจบในตอนนั้นเองก็ได้มีอสูรพันธ์คนนึงเดินตรงมาหาเราจากทางไหนก็ไม่รู้ เพราะตอนแรกที่เรามองดูรอบๆมันก็ไม่มีประตูหรือที่ที่จะให้คนที่มาก่อนหน้าเราหลบอะไรได้

ราวกับว่าจู่ๆเธอก็โผล่มา

 

 

??? : สวัสดีเหล่าผู้เล่นผู้เก่งกาจทุกท่านที่อุตสาห์รอดมาถึงด่านนี้ได้ ดิชั้นมีชื่อว่า เซฟิส เป็นเลขาของท่านคิซูกิค่ะ

 

 

เซฟิสกล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร เธอเป็นอสูรพันธ์ที่อายุน้อยประมาณ 10 - 13 ปี มีร่างกายท่อนล่างเป็นขาแมงมุมสีดำลายจุดสีแดง สวมเครื่องประดับเป็นดอกไม้สีม่วง ผิวขาวเนียน หน้าอกแบนราบและสวมเสิ้อผ้าที่น้อยมาก อันที่จริงเธอไม่ได้สวมเสื้อเลยด้วยซ้ำ! เพราะทั้งตัวเธอทีแต่เครื่องประดับที่ปกปิดจุดสำคัญเอาไว้ ผมสีดำยาวหน้าตาสะสวย

 

 

 

เซฟิส เลขาของคิซูกิ

 

 

โชกุ : จูเหวิ๋นๆ เลขาคืออะไรเหรอ ?

 

จูเหวิ๋น : เลขาก็เป็นคนที่ทำหน้าที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลืองานผู้บริหารระดับสูงที่ที่มีความฉลาดหลักแหลมหนะ เซฟิสเป็นเลขาของคิซูกิก็เท่ากับเธอเป็นเหมือนผู้ช่วยคนสำคัญของคิซูกิหนะ

 

 

จูเหวิ๋นอธิบายให้โชกุฟัง แต่ในระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกันนั้นเอง เซฟิสก็ได้เหลือบไปมองทั้งสองคนและทันใดนั้นเอง

 

 

ฟุ้บ~!

 

จู่ๆ! เธอก็หายวับไปจากสายตาทุกคน ตอนนั้นสัญชาติญาณของผมรู้ได้เลยว่าเธอจะพุ่งไปไหนผมถึงรีบไปขวางเธอไว้

 

 

พู้มมมมมมม!!

 

จูเหวิ๋น/โชกุ : ว้าย!?

 

เกิดแรงระเบิดจนทำให้ฝุ่นควันพวยพุ่งออกมา เหล่าคนดูพากันตกใจไปตามๆกัน

 

ปีเตอร์ : อ้าวๆ อะไรกันครับเนี่ย เกมยังไม่ทันเริ่มเล่นเลย!

 

 

เมื่อฝุ่นควันจากลงก็ปรากฏให้เห็นร่างของผมที่โดนขาแมงมุมจากร่างกายท่อนล่างของเซฟิสจับตัวผมยกลอยขึ้นเหนือพื้นเอาไว้อยู่

 

จูเหวิ๋น : ฮาซุย!?

 

ผมทำหน้าเจ็บปวดออกมาพร้อมเอามือทั้งสองข้างบีบขาแมงมุมของเซฟิสแน่น แรงบีบของขาเธอรุนแรงมากผมลองตรวจสถานะเธอดูจนทำให้ผมได้รู้ระดับพลังของเธอ

 

[ ชื่อ : เซฟิส

 

นามสกุล : คูมาเรโกะ

 

ฐานะ : เลขาจอมมารคิซูกิ

 

ระดับพลังอสูร : มังกรระดับปัจฉิม lv.91

 

พลังชีวิต : 1700/1700

 

ความแข็งแกร่ง : 1,200

 

ความเร็ว : 1,800

 

พลังคอมมานด์(สีแดง) : แม่ม่ายดำ ]

 

ฮาซุย : ( สมกับเป็นเลขาจอมมาร! มีระดับพลังถึงขั้นมังกรปัจฉิมใกล้เคียงกับเราเลย! แต่ว่า! ไม่ใช่คุณคนเดียวซักหน่อยที่มัพลังคอมมานด์สีแดง! )

 

 

ซวบ~!

 

เซฟิส : !?

 

ผมได้เปลี่ยนร่างตัวเองเป็นน้ำหมึกที่เหลวแหลกทำให้ตัวเองหลุดจากการถูกขาแมงมุมจับไว้ ผมก็ยังพุ่งร่างกายน้ำหมึกตัวเองเข้าไปดันตัวของจูเหวิ๋นและโชกุให้ออกห่างจากเซฟิสด้วย เพราะผมรู้ว่าเธอต้องการจะทำร้ายทั้งสองคนนี่

 

ฮาซุย : คิดจะทำอะไรของคุณหนะ ?

 

 

ผมเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังเพราะเมื่อกี้นี้ถ้าผมไม่เข้าไปขวางการโจมตีเอาไว้ ป่านนี้จูเหวิ๋นกับโชกุคงไม่รอด เซฟิสทำหน่าประหลาดใจออกมาดูเหมือนเธอจะประหลาดใจทั้งพลังของผมและกิริยาของผมที่มีต่อเธอแต่เธอก็ยินดีตอบผมว่า

 

เซฟิส : เกมนี้มันคือเกม kill them up มันเป็นเกมที่เราต้องหาคู่หมั้นให้ท่านคิซูกิ สตรีเพศไม่สามารถที่จะมาลงแข่งในเกมนี้ได้

 

ฮาซุย : พวกเธอมากับผม

 

เซฟิส : แต่ตามกติกาของเกมนายสามารถพาผู้ช่วยมาได้แค่คนเดียวเท่านั้น ถ้าหากเกมต่อไปนายยังมีผู้ช่วยอยู่สองคนแบบนี้อีก นายจะถูกตัดสิทธิขอออกจากเกม ถ้านายยังอยากเล่นเกมนี้ต่อก็ต้องให้ใครคนใดคนนึงออกจากเกมนี้ไป และคนๆนั้นก็จะกลายเป็นทรัพย์สินของปราสาท

 

 

ฮาซุย : พวกเธอไม่ใช่สิ่งของ! ผมไม่ให้เธอเป็นทรัพย์สินของปราสาทหรอก!

 

 

เซฟิส : แล้วนายจะทำผิดกฏการแข่งนี้เหรอ ?

 

เซฟิสเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเหมือนดูถูกตัวผม ผมคิ้วขมวดเข้าหากันทันทีก่อนที่ผมจะมองหน้าจูเหวิ๋นกับโชกุแล้วคิดอยู่ครู่นึง

 

ฮาซุย : ...ผมจะให้พวกเธอออกจากเกมไปทั้งสองคนเลย

 

โชกุกับจูเหวิ๋นหันควับมามองผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ

 

จูเหวิ๋น : เดี๋ยว! อะไร!? นายพูดอะไรของนาย!?

 

โชกุ : นั่นซิ! โชกุไม่ยอมไปนะ!

 

ฮาซุย : ใจเย็นก่อนทั้งคู่ คุณเซฟิส คุณสนใจจะเดิมพันกับผมไหม ?

 

 

เซฟิสเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เลิกคื้วออกมา คำพูดของผมทำให้ทุกคนที่ดูเหตุการณ์นี้อยู่ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพราะผมกำลังจะวางเดิมพันแข่งกันกับเลขาจอมมารที่มีความชาญฉลาดที่สุดในอาณาจักรอยู่

 

ซึ่งพอเซฟิสได้ยินแบบนั้นเธอก็กอดอกถามก่อน

 

เซฟิส : เดิมพันอะไร ?

 

ฮาซุย : เดิมพันเกมนี้...ถ้าหากผมรอดจากเกมนี้ไปได้ผมจะยอมให้พวกเธอสองคนออกจากเกมไปแต่คุณต้องปล่อยให้เธอเดินกลับไปที่บ้านผมแบบเป็นอิสระ อย่าเอาพวกเธอไปเป็นทรัพย์สินของปราสาท

 

 

เซฟิส : เจ้าหนู นายจะวางเดิมพันกับเราเหรอ ? ไม่คิดว่ามันจะเป็นการหยามเกียรติเราไปหน่อยไหม ?

 

เซฟิสเอ่ยออกมาแต่ผมก็ยกยิ้มเอามือสองข้างใส่กระเป๋าเสื้อแล้วพูดแบบชิวๆ

 

ฮาซุย : ทำไม ? คุณกลัวเหรอ ? ไม่กล้าที่จะรับคำท้าเดิมพันจากมนุษย์ต่ำต้อยคนนี้เหรอ~? ^_^

 

เซฟิส : ...

 

ฮาซุย : ...

 

เซฟิส : ..นายยอมเอาชีวิตตัวเองแลกกับสองคนนี้ ทั้งสองคนนี้คงสำคัญสำหรับนายมากเลยซินะ

 

 

ฮาซุย : ผมมีคนสำคัญที่ผมรักอยู่อีกเยอะและผมก็มีหน้าที่รับผิดชอบพวกเขาทุกคน แค่ชีวิตผมคนเดียวมันก็คุ้มแล้วสำหรับผม

 

จูเหวิ๋น/โชกุ : ////

 

เซฟิส : แต่ว่า...นายไม่คิดว่ามันจะคุ้มจริงๆเหรอ ? นายเอาชีวิตเป็นเดิมพันในเกมนี้แต่กลับมีเดิมพันแค่ปล่อยสองคนนั้น

 

ฮาซุย : ผมยังพูดไม่จบ...ถ้าผมผ่านเกมนี้ไปได้ ทั้งสองคนนี้จะได้ออกจากเกมและไม่มีใครเป็นผู้ช่วยผม ตอนนั้น...คุณต้องมาเป็นผู้ช่วยผมในเกมด่านต่อไป

 

เซฟิส : ...

 

 

แบนชี : ...นี่มันจะเหิมเกริมมากไปแล้ว!!!

 

 

คิซูกิ : ท่านพี่ใจเย็นๆน่า

 

 

แบนชี : เย็นอะไรหละ!!? เจ้าเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั่นมันกล้าเอาเลขาของเธอมาเดิมพันเลยนะ!! เธอไม่คิดอะไรบางเลยเหรอ!!?

 

 

คิซูกิ : ...

 

 

เซฟิส : ...อื้ม นายนี่กล้าดีมากนะเจ้าหนู...แล้วถ้าชั้นชนะหละ ?

 

 

ฮาซุย : ...แล้วแต่คุณเลย

 

 

เซฟิส : ถ้านายแพ้ สองคนนั้นจะเป็นคนรับใช้ของปราสาทท่านคิซูกิระดับล่างสุด หรืออีกชื่อนึงก็คือพวกรับแขก และนายก็จะต้องมาเป็นคนรับใช้ของปราสาทเราและนายก็ต้องนั่งดูเธอโดนลงแขกทุกวันๆ

 

 

ฮาซุย : ...ผมไม่เอาอนาคตพวกเธอมาเดิมพัน

 

 

เซฟิส : ทำไม ? นายกลัวเหรอ ?

 

 

ฮาซุย : ...

 

 

เซฟิส : เงียบนี่ถือว่าตกลงนะ

 

 

ว่าแล้วเซฟิสก็ได้หยิบกระดาษเหมือนสัญญาแผ่นนึงมา เธอลงมือเซ็นรายเซ็นเป็นชื่อตัวเอง ก่อนจะส่งกระดาษให้ผมเซ็นชื่อ

 

ผมรับมาแล้วเซ็นมัน เพื่อเป็นหลักฐานว่าพวกเราสองคนวางเดิมพันและยอมรับต่อผลที่จะได้ต่อการพ่ายแพ้

 

เซฟิสกระตุกยิ้มออกมาก่อนที่จะรับกระดาษไปพับเก็บกับตัว หลังจากนั้นเธอก็ได้ทำการประกาศ

 

เซฟิส : เริ่มการแข่งได้!

 

 

พูดจบเซฟิสก็ได้ยกโต๊ะตัวนึงมาวางลงกับพื้นแรงๆจนเกิดดังปึ้ง! ที่โต๊ะนั้นมีขวดน้ำจำนวน 16 ใบที่ถูกติดไว้ให้คว่ำลงกับโต๊ะ และที่ตัวของโต๊ะนั้นก็สามารถปัดให้หมุนเป็นวงกลมเหมือนวงล้อได้ด้วย

 

เซฟิส : เกมต่อไปนี้คือ randpm head ในเกมนี้จะมีแก้วน้ำวางอยู่ที่โต๊ะจำนวน 16 ใบอย่างที่เห็น แต่จะมีอยู่แก้วใบนึงที่มีมีดผลึกเวทย์มนต์ที่สามารถเฉือนคอหอยมังกรภูเขาได้สบายๆอยู่ใบนึง วิธีเล่นคือให้ผู้เล่นเอาหัวโขกลงไปหาแก้วใบนึงในขณะที่โต๊ะนั้นหมุนอยู่ ถ้าหากโขกไปแล้วเจอแก้วเปล่า พวกแกก็รอด แต่ถ้าหากโขกไปแล้วเจอมีด...ก็คงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

เซฟิสกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไร้เยื่อใย ในตอนนั้นโชกุกับจูเหวิ๋นได้เข้ามาจับแขนเสื้อผม

 

จูเหวิ๋น : นายไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้หนิ! ไม่เห็นเหรอว่ายัยนั่นมันพยายามยั่วโมโหนาย

 

 

ฮาซุย : ผมรู้ แต่ที่ผมรับเดิมพันไม่ใช่เพราะว่าผมถูกยุยง แต่ผมต้องการจะให้พวกคุณสองคนออกจากเกมนี้จริงๆ

 

โชกุ : ทำไมหละ!? Q^Q

 

ฮาซุย : ก็เพราะว่าเกมการแข่งต่อไปนี้มันจะเริ่มอันตรายมากขึ้น ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าจะสามารถปกป้องพวกคุณสองคนได้หากยังปล่อยให้พวกคุณอยู่ในเกมนี้ต่อไป หรือต่อให้ผมปล่อย เซฟิสก็อนุญาติให้ผมเอาผู้ช่วยแบบคุณไปได้แค่คนเดียว ถ้าผมชนะคุณก็จะเป็นอิสระนะ คุณจูเหวิ๋นในระหว่างนั้นคุณก็ไปพักบ้านผมก่อนก็ได้

 

จูเหวิ๋น : ชั้นไม่ไป! ชั้นจะอยู่กับนาย! ToT

 

โชกุ : ชั้นด้วย! ชั้นก็จะไม่ไป! ถ้านายให้ชั้นไปหละก็..

 

ฮาซุย : ถ้าชั้นให้เธอไปเธอจะช็อตไฟฟ้าชั้นใช่ไหมหละ!!!?

 

 

ในตอนนั้นเองผมก็ได้ขึ้นเสียงตะโกนใส่โชกุ ทำให้เธอเงียบและมีน้ำตาคลออยู่ที่เบ้า แม้การกระทำของผมมันจะเป็นเหมือนการทำร้ายจิตใจเธอแต่ถ้าเด็กมันดื้อขนาดนี้ผมก็ไม่มีทางเลือกนอกจกาจะต้องดุเธอ

 

ฮาซุย : ชั้นทำทุกอย่างนี่เพื่อเธอนะ! ชั้นทำมันก็เพื่อให้เธอปลอดภัย! หยุดเอาความคิดส่วนตัวมาเป็นมาตรฐานได้แล้ว! ตัวเธอก็ไม่ได้เป็นเด็กแล้วหัดใช้หัวคิดบ้างว่าชั้นทำทุกอย่างนี่เพื่อพวกเธอทุกคน!

 

 

โชกุ : Q^Q

 

 

ฮาซุย : จะช็อตก็ช็อตเลย แต่นี่คือคำขาดของชั้น...หลังจากชั้นชนะเกมนี้...เธอต้องออกไปจากเกม...แล้วห้ามกลับเข้ามาอีก

 

โชกุกับจูเหวิ๋นทั้งคู่ก้มหน้าเงียบ หวังว่าคราวนี้ทั้งคู่จะหยุดงอแงได้แล้วนะ ผมเอามือลูบหัวทั้งคู่ก่อนจะประกบริมฝีปากจูบหน้าผากทั้งสองคนแล้วดึงทั้งคู่เข้ามากอด

 

ฮาซุย : ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงชั้นหรอก ตลอดชีวิตที่ชั้นเป็นทาสให้พวกอสูรชั้นก็เหมือนตายทั้งเป็นมาอยู่แล้ว

 

 

ในระหว่างที่ผมกำลังพูดจากลากับทั้งสองคนนั้น เรแม็กก็ยืนดูผม เขาอยากจะยื่นมือเข้าช่วยแต่เขาก็ไม่มีสิทธิมาก้าวก่ายเรา ซากูมะยืนดูตัวผมที่กอดทั้งสองคนอยู่ ผมมองไม่ออกว่าเขากำลังทำหน้ายังไงเพราะหน้าตาของเขามันไม่เหมือนมนุษย์ปกติ แต่ที่แน่ๆคือซูมารุเขามีอาการหางคิ้วตกเหมือนเขาเป็นคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกผมมากที่สุด

 

 

เซฟิส : สั่งเสียเสร็จรึยัง ? เสร็จแล้วก็มาเริ่มแข่งซะ

 

 

เซฟิสเป็นคนพูดขัดผมขณะที่กำลังพูดกับจูเหวิ๋นและโชกุ ผมปล่อยแขนผละออกจากพวกเธอก่อนที่เราสามคนจะเดินไปดูคนที่ไปแข่งคนแรก

 

คนๆนั้นเป็นอสูรพันธ์คนนึงที่มีหัวเหมือนนกอินทรี แต่ร่างกายเป็นมนุษย์ร่างกายบึกบึน เขากำลังมีท่าทีเหมือนหวาดกลัวอยู่ทำให้เขาไม่กล้าเอาหัวโขกลงไป

 

ในตอนนั้นเองเซฟิสก็ได้เดินไปเอาหลังพิงเสาหินสีขาวต้นนึงที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมา เธอหยิบแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่มอย่างสบายอารมย์ ท่าทางของเธอที่เหมือนจะยียวนกวนประสาทผมตลอดเวลาทำให้ผมไม่ชอบขี้หน้าเธอและอยากจะล้างแค้นเธอแบบสุดๆ

 

ในตอนนั้นเองโต๊ะไม้ก็เริ่มหมุน แก้วน้ำบนโต๊ะจำนวน 16 ใบได้หมุนเป็นวงกลม ไม่ว่าจะสายตาดีมาจากไหนก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าแก้วใบไหนมีมีดซ่อนอยู่

 

( เอาวะ ตูคงไม่โชคร้ายโดนมีดเสียบหัวคนแรกหรอด )

 

มันพูดกับตัวเองเชิงปลอบใจแม้จะกลัวแต่สุดท้ายอสูรพันธ์ตนนั้นก็เลือกที่จะหลับตาแน่นและ

 

"ย้าาาาาาาาา!!"

 

 

ปึ้ง!!

 

อสูรพันธ์ตนนั้นเอาหัวกระแทกลงไปที่โต๊ะไม้ เกิดเสียงหน้าของเขากระแทกกับแผ่นไม้ดังขึ้น บรรยากาศโดยรอบเงียบไปหมด

 

แม้กระทั่งตัวของอสูรพันนธ์คนนั้นก็นิ่งไปไม่ขยับหรืออะไรเลย เรแม็กเป็นคนที่รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาอสูรพันธ์ตนนั้นและลองเอามือไปจับหัวของอสูรพันธ์คนนั้นยกขึ้น

 

x_x

 

 

เรแม็ก : ว้าก!?

 

เรแม็กร้องออกมาดังลั่นพร้อมปล่อยตัวของอสูรพันธ์คนนั้นลงพื้นทันทีเพราะภาพที่ปรากฏคือศีรษะของอสูรพันธ์คนนั้นมีมีดแหลมปักอยู่ที่ศีรษะตรงบริเวณตาขวาแบบชัดเจน หนำซ้ำลูกตาของเขายังทำท่าเหมือนจะถล่นและหลุดออกมาจากเบ้าอย่างน่าสยดสยองจนเรแม็กต้องปล่อยเขาลงทันที

 

เซฟิสหัวเราะในลำคอดังๆเหมือนเจตนาจะให้ผมได้ยิน ผมที่เห็นภาพนั้นก็ถึงกับหน้าซีดเผือกแต่พอได้ยินเสียงของเซฟิสหัวเราะผมก็ทำได้แต่กพหมัดแน่นและกัดฟันกรอดๆ

 

 

ต่อไปเป็นตาของอสูรพันธ์ที่พยายามมาตีสนิทกับผมในตอนแรก ซึ่งก็คือซากูมะ

 

ซากูมะเขาลังเลอยู่นานมาก สายตาของเขาจับจ้องไปที่แก้วจำนวน 16 ใบที่กำลังหมุนอยู่ เซฟิสเธอเอาแก้วใหม่มาวางแทนที่แก้วเก่าพร้อมยังเปลี่ยนตำแหน่งมีดที่อยู่ในด้านในแก้วด้วย

 

ซากูมะหันมามองผมก่อนที่เขาจะพูด

 

ซากูมะ : รู้สึกกลัวเป็นบ้าเลยนะครับ

 

 

ฮาซุย : ...

 

 

ซากูมะ : อวยพรให้ผมด้วยครับ

 

ซากูมะเขาพูดออกมาด้วยความจริงใจจนผมสัมผัสได้ เขาจ้องมองแก้วที่หมุนวนไปมาอยู่อย่างงั้นนาทีกว่าๆจนกระทั่งเขาได้ตัดสินใจรวบรวมความกล้าแล้วกระแทกหัวลงไปทันที

 

ปึ้ง!!

 

คราวนี้ไม่จำเป็นต้องให้เรแม็กเข้าไปดึงตัวอสูรพันธ์ตนนั้นขึ้น ที่โต๊ะนั่นก็ได้มีของเหลวสีฟ้าไหลย้อยออกมาจากหัวของซากูมะ ซึ่งมันก็คือเลือดของซากูมะ

 

ในตอนนั้นความไม่วางใจในตัวผมที่มีให้ซากูมะนั้นหมดไปแปรเปลี่ยนเป็นความสงสาร เขาพยายามจะเข้ามาตีสนิทผมแต่ผมไม่ไว้ใจเขา

 

แต่การกระทำของเขาก็แสดงหใ้ผมเห็นแล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่ถูกส่งมาเพื่อลอบทำร้ายผมเพราะเขาเป็นเพียงผู้เล่นผู้โชคร้ายที่ต้องมาตายในเกมบ้าๆนี่!

 

ฮาซุย : โธ่ซากูมะ

 

ผมเอามือจับหน้าตัวเองถอนหายใจออกมาด้วยความอาลัยอาวร ร่างของซากูมะถูกดึงออกด้วยหางของเซฟิสก่อนที่เธอจะโยนร่างเขาทิ้ง ก่อนที่เธอจะเข้ามาจัดแก้วให้ใหม่

 

เซฟิส : เอาหละ ตาใครต่อไป ?

 

 

ตอนนี้เหล่าอสูรพันธ์ไม่มีคนไหนอยากจะเล่นเกมนี้แล้ว ทำให้ทุกคนนั้นพากันถอยห่างและยืนเงียบจนเซฟิสต้องหยิบแผ่นเขียนชื่อผู้ลงสมัครเล่นและคนที่ถูกเรียกให้ออกมาเล่นนั้นคือ

 

เซฟิส : มูมอง ตานาย

 

 

มูมองเป็นชื่อของอสูรพันธ์ผู้ชายที่มีร่างกายกำยำ สีผิวตัวเขียวแก่ สวมเกราะ ตาเรืองแสงสีม่วง มีเขี้ยวยาวเหมือนหมูป่าและดูมีความดุดันและบึกบึน

 

 

แต่ในตอนนี้แม้แต่มูมองก็ยังรู้สึกหวาดกลัวเกมการแข่งนี้ เขาได้มายืนอยู่ที่โต๊ะมองดูแก้วน้ำที่หมุนตั้งท่าจะเอาหัวโขกแต่ก็ไม่โขกซักที ใบหน้าของเขามีเหงื่อไหลแตกพลักเพราะกลัวว่าแก้วที่เขาเอาหัวโขกไปจะมีใบมีดแหลมคมอยู่

 

และในตอนนั้นเอง

 

มูมอง : ..ไม่เอาแล้วโว้ยยยย!!

 

 

จู่ๆมูมองที่เหมือนจะกลัวจนเสียสติก็ทำให้เขาเดินถอยห่างออกมาจากโต๊ะและทันใดนั้นเอง

 

หมับ!

 

โชกุ : โอ้ย!?

 

ฮาซุย : โชกุ!?

 

มูมองได้เดินเข้ามาเอามือจิกหัวโขกุก่อนจับหัวเธอพยายามจะให้เธอกระแทกลงไปหาแก้วน้ำที่หมุนอยู่เพื่อรับกรรมแทนเขาซะเอง! แต่โชกุก็ออกแรงต้านเอาไว้ทำให้หัวเธอยังไม่กระแทกลงไป!

 

 

มูมอง : ชั้นยังไม่อยากตาย!! ชั้นยังไม่พร้อมที่จะตาย!! เธอก็ช่วยสงเคราะห์ให้ชั้นหน่อยแล้วกัน!!

 

 

โชกุ : ไม่! ชั้นไม่เล่น!! >0<

 

 

มูมอง : มนุษย์แบบแกมีสิทธิปฏิเสธเหรอ!!?

 

 

ฮาซุย : พอได้แล้ว!!!

 

 

ในตอนนั้นผมได้เข้าดึงตัวโชกุออกมาจากเจ้าอสูรพันธ์เห็นแก่ตัวกลัวตายอย่างมูมองมา โชกุเธอกลัวมากจนร้องไห้และกอดผมแน่น ผมในตอนนี้โมโหสุดๆกับเจ้าเกมบ้าๆบอๆนี่เต็มทีแล้วผมจึงหันไปหาเซฟิส

 

ฮาซุย : ...เดี๋ยวผมเล่นแทนเขาเอง =_=

 

 

เซฟิส : ( กระตุกยิ้ม ) งั้นก็เชิญเลย~

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว