ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 19 : ความเป็นมาของฟางอิ๋วเหม่ย

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 : ความเป็นมาของฟางอิ๋วเหม่ย

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 19, ความเป็นมาของฟางอิ๋วเหม่ย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2563 13:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 : ความเป็นมาของฟางอิ๋วเหม่ย
แบบอักษร

ตอนที่ 19 : ความเป็นมาของฟางอิ๋วเหม่ย 

 

หลังจากงานที่โรงเตี๊ยมผ่านมาวันนี้ก็สามวันแล้วก็ยังไม่มีรายงานจากองครักษ์ที่ให้ไปสืบเรื่องของเหม่ยเอ๋อร์ อาจเพราะต้องเดินทางจึงใช้เวลา ท่านอ๋องเกาเหว่ยถามองครักษ์ทุกวัน กระวนกระวายใจร้อนรน ทำให้เหล่าองครักษ์คิดกันไปต่างๆนานๆก็ต้องเป็นคดีร้ายแรงเร่งด่วนเห็นแน่ 

"อี้เฉิง! จือสื่อกลับมาหรือยัง?" อี้เฉิงรู้สึกว่าเรื่องที่ให้จือสื่อไปสืบคงสำคัญมาก มิเช่นนั้นเจ้านายของเขาคงไม่ร้อนใจร้อนรนถึงเพียงนี้ แต่ว่าเรื่ออะไรนะชักอยากรู้เหลือเกิน หรือเชื้อพระวงค์คนไหนริอาจก่อกบฏ หรือว่ามีเหตุฆาตกรรม หรือปล้นชิงทรัพย์ฆ่าโหด หรือว่าคดีโจรปล้นบุปผา? 

"ยังขอรับ แต่คิดว่าคงวันนี้หรือพรุ่งนี้" 

"ช้าจริง!" 

"วันนี้ท่านอ๋องจะไปแอบดูแม่นางฟางหรือไม่ขอรับ!" พอสิ้นคำองค์รักษ์ ท่านอ๋องก็ หันขวับมามองตาขวางด้วยความขุ่นเคืองใจ 

"สงสัยเจ้าจะว่างเกินไปแล้วกระมัง หรือว่าอยากถูกส่งไปชายแดนถึงถามข้าเช่นนี้" เอกลักษณ์ที่ตอบด้วยความร้อนรน 

"ไม่ๆขอรับท่านอ๋อง เช่นนั้นข้าขอตัวไปสั่งลูกน้องให้ไปตามจือสื่อก่อนขอรับ" 

"ดี!ไปเถอะ" เมื่อได้รับอนุญาตองครักษ์รีบหมุนกายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ท่านอ๋องมุมปากกระตุกโค้งน้อย 

ทางด้านเรือนฟางอิ๋วเหม่ย 

ยามเฉินพี่เหวิน เสี่ยวจือ หลันเอ๋อร์ สามคนพ่อลูกเอา เอาของไปส่งโรงเตี๊ยมและเอาซาลาเปาไปส่งร้านตามปกติ แต่ที่ผิดปกติคือได้กลับมาเร็วมาก ซึ่งตามจริงส่งของเสร็จจะต้องไปสวน จะทำไมวันนี้ถึงกลับมาเร็ว 

"คุณหนูขอรับ" 

"มีอะไรรึพี่เหวิน"ถามด้วยความร้อนใจที่เห็นผิดปกติ 

"ที่ร้านขอรับ" 

"ที่ร้านทำไมรึ เกิดเรื่องอะไรที่ร้าน?" 

"คืออาตงให้ข้ามารายงานคุณหนูว่า ตอนอาตงไปเปิดร้านมีคนแก่คนนึงนอนบาดเจ็บตรงคูน้ำหลังร้านขอรับ อาตงว่าถ้าจะให้พักรักษาหรือจะทำยังต้องให้มารายงานคุณหนูก่อนขอรับ" 

"พี่เหวินคิดว่าไปแจ้งทางการไว้ก่อน ถ้าไม่มีคดีโจรหลบหนีหรือคดีอะไรเราค่อยให้เขามาพักรักษาตัวที่บ้านดีกว่า ถ้าบาดเจ็บคงให้อยู่ที่ร้านไม่ได้เพราะไม่มีใครอยู่ดูแล" 

คิดในใจดีนะที่ให้พี่หลงพี่ตงต่อเติมห้องหลังเรือนครัวไว้สองห้อง ห้องเก็บของที่ซ้อมหลังคาก็ยกให้พี่เหวินกับลูกชายส่วนลูกสาวพี่เหวินอยู่ห้องแม่นม พี่ๆจึงช่วยกันต่อเติมห้องเก็บของอีกสองห้อง 

"ขอรับ เช่นนั้นข้าจะไปแจ้งทางการว่าพบคนเจ็บนอนใกล้ร้าน และถ้าไม่มีคดีอะไรที่ เกี่ยวข้องกับท่านปู่ท่านนี้ข้าจะพามารักษาตัวที่บ้าน" พอพูดจนก็ไป 

ฉันอุ้มเจ้าเยี่ยหัว"ดูเจ้าอยู่นี้หลายวัน เยี่ยหัวน้อยของข้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ แต่ทำไมยังไม่คุ้นชินกับคนที่นี้อีกหึ!"ฉันทำท่ายื่นส่งให้เสี่ยวเป่า เจ้าเยี่ยหัวขู่ฟ่อเลย 

"เยี่ยหัวเจ้าต้องหัดจำทุกคนในบ้าน และห้ามทำร้ายคนในบ้านเด็ดขาด ต้องรักและปกป้องทุกคนรวมทั้งข้าและลูกของข้าด้วย ข้าเชื่อว่าเจ้าเข้าใจเพราะเจ้าฉลาดและเก่งใช่หรือไม่เยี่ยหัวน้อย" มันทำหน้าสำนึกผิดแล้วมันเอาหัวถูไถออดอ้อน จึงลองส่งให้เสี่ยวเป่าใหม่ มันไม่ทำเสียงขู่ฟ่อไม่แยกยิงฟัน หลังๆมานี้ฉันมั่นใจว่ามันเข้าใจที่ฉันพูด และมันไม่ชอบผู้ชายแต่ตัวมันเองก็เป็นตัวผู้! 

พอเสี่ยวเป่าได้อุ้มเจ้าแมวก็ยิ้มมีความสุข"นายหญิงมันยอมให้ข้าอุ้มแล้วขอรับ ขนนุ่มมากเลยขอรับ" ฉันยิ้มน้อย ซิงเอ๋อร์จึงเอามือลูบหัวมันเล่นบ้าง 

"ต่อไปนี้เสี่ยวเป่ากับซิงเอ๋อร์ต้องคอยช่วยข้าดูแลเจ้าเยี่ยหัว เช็ดหน้าเช็ดตัวให้มันทุกวันหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอน และคอยเติมน้ำเติมนม และดูแลอาหารให้มันด้วย " 

"ขอรับ/เจ้าค่ะ"เด็กทั้งสองตอบรับด้วยความยินดี 

ไม่นานพี่เหวินพา ชายชราคนหนึ่ง เข้ามา ฉันจึง ลืมให้เสี่ยวเสียง เสี่ยวจือช่วยกันยกเตียงและซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ช่วยเตรียมปูฟูกที่นอนหมอนผ้าห่มในห้องติดกับห้องพี่เหวินให้ชายชราผู้นี้นอนพักรักษาตัว 

"พี่เหวินไปตามท่านหมอมาดูอาการให้ท่านปู่ท่านนี้สักหน่อยเถอะ" 

พอพี่เหวินไปฉันจึงเห็นว่าท่านปู่ท่านนี้ลืมตาแล้วหลับต่อ จึงรีบถามว่า 

"ท่านปู่เจ้าคะ ท่านไม่ต้องกังวลข้าให้คนไปตามท่านหมอมาแล้ว หิวน้ำหรืออาหารหรือไม่เจ้าค่ะหิวน้ำหรืออาหารหรือไม่เจ้าค่ะ" 

"ขอบใจเจ้ามากแม่นาง ขอน้ำให้ข้าสักถ้วยสองถ้วยเถอะ" ฉันพยักหน้ารับ พอหันมาเห็นเจ้าเสี่ยวเป่ารินน้ำมาให้ ฉันจึงรีบรับส่งให้ท่านปู่ดื่ม 

"ท่านปูไม่ทราบว่าท่านปูมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรเจ้าค่ะ ข้าเหม่ยเอ๋อร์จะได้เรียกท่านได้ถูกเจ้าคะ? แล้วท่านมีญาติพี่น้องหรือคนทางบ้านที่อยู่ในเมืองนี้หรือไม่เจ้าคะ?" 

"เจ้าเรียกข้าว่าปู่เหย่เสิ่น หรือปู่เสิ่นก็ได้ ข้าไม่มีญาติที่ต้องแจ้งบุตรข้าแต่งงานหมดแล้วและฮูหยินของข้าก็เสียไปนานแล้ว ปกติข้าจะเดินทางไปเรื่อยๆ" 

"ได้เจ้าค่ะท่านปู่เสิ้น แล้วเกิดอะไรขึ้นท่านถึงบาดเจ็บเช่นนี้เจ้าคะ" 

"ข้าเดินทางข้ามป่ามาเป็นข้าไม่ระวังจึงถูกสัตว์อสูรในป่าทำร้ายเพราะความประมาทของข้าจนแทบเอาชีวิตไม่รอด"หยุดเงียบไปแป๊บนึง ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า "สภาพเป็นอย่างที่เจ้าเห็นนี้แหละ" 

ท่านหมอมาถึงพอดี "คารวะท่านหมอจาง รบกวนท่านหมอตรวจท่านปู่เสิ่นเจ้าค่ะ" 

"ไม่ต้องมากพิธีเหม่ยเอ๋อร์ เจ้าเนี่ยนะคงจะถูกกับการช่วยคนเจ็บไข้ได้ป่วยเสียจริงเชียว"ฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆไปค่ะก็มันจริงเสียด้วย 

ท่านหมอพูดจบก็เข้าตรวจท่านปู่เหย่เสิ่นและโรยยาใส่แผลทำแผลให้ท่านปูเหย่เสิ่นแล้วพูดว่า 

"บาดแผลลึกมีหลายแผลแต่ไม่ร้ายแรง ให้เช็ดตัวและทำความสะอาดแผลโรยยาทำสักห้าถึงเจ็ดวันแผลก็จะแห้งค่อยอาบน้ำได้และใช้ผ้าซับแผลให้แห้งโรยยาทุกครั้งจนครบสิบวันก็หาย เดี๋ยวจัดยาบำรุงให้กินสักครึ่งเดือนก็ดีขึ้นร่างกายก็จะค่อยๆฟื้นตัว หลังสิบวันออกกำลังเบาๆได้แต่อย่าเพิ่งยกหรือออกกำลังกายหนักๆ" 

ท่านหมอตรวจเสร็จก็ให้พี่เหวินไปส่ง ค่าตรวจท่านหมอไม่รับเงินฉันจึงให้พี่เหวินเอายาที่โรงหมอจ่ายค่ายาแทน และถ้าทำขนมมักจะให้เอาไปส่งให้ท่านหมอนำไปให้ภรรยากับลูกเสมอ เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่ฉันตอบแทนกลับไป 

"เช่นนั้นท่านปู่เสิ่นพักผ่อนก่อนหากต้องการสิ่งใดให้เรียก เสี่ยวเป่าหรือแม่นมหลีของข้าจะอยู่ใกล้ๆนี้" 

"ขอบใจเจ้ามากเหม่ยเอ๋อร์ ที่ให้ข้าพักรักษาตัวและยังให้คนมาดูแลคงต้องลำบากเจ้าแล้ว บุญคุณนี้ข้าจะไม่มีวันลืม" ฉันจึงรีบพูด 

"ท่านปู่เสิ่นอย่าได้เกรงใจ ท่านรักษาตัวให้หายก่อนดีที่สุดเจ้าค่ะ" ท่านปูเหย่เสิ่นพยักหน้าและหลับตาลง 

ฉันจึงออกจากห้องบอกแม่นมกับเสี่ยวเป่า "แม่นมเจ้าคะ ข้าอยากให้ท่านนั่งเย็บผ้าในห้องท่านลุงและให้เสี่ยวเป่าอยู่เป็นเพื่อนหรือถ้าซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ทำอะไรเสร็จแล้วมานั่งเป็นเพื่อนแม่นมและช่วยดูแลท่านปู่เสิ่นด้วย" 

เด็กๆพยักหน้าแล้วตอบ"เจ้าค่ะ/ขอรับ" 

"คุณหนูวางใจ เดี๋ยวนมจะนั่งเย็บผ้ากันเปื้อนเพิ่มในห้องและช่วยดูแลท่านเหย่เสิ่นให้เจ้าค่ะ" ฉันพยักหน้ายิ้มให้ 

พี่เหวินเอายากลับมาแล้วจึงไปสวนกับลูกๆ ตามด้วยพี่หลง หรู้เอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ เสี่ยวเสียงกลับจากตลาด ฉันจึงบอกกล่าวเรื่องปูเหย่เสิ่นบาดเจ็บและมาพักรักษาตัวที่บ้านเราให้ทุกคนรู้ 

วันนี้ฉันเข้าครัวกับหรู้เอ๋อ ชิงเอ๋อร์เพราะวันนี้จะทำฮ่อยจ๊อใช้กุ้งแทนปูไว้กินเป็นอาหารว่างช่วงบ่ายๆ ก่อนวันเปิดตัวสินค้ากุนเชียงหมูไว้เยอะไว้ทำขายกับข้าวต้มที่ร้านต้อนเย็น วันนี้เอากุนเชียงมาทอด ปลาทอด ผัดถั่วงอกเต้าหู้หมูสับ แกงส้มผักรวม หมูทอดกระเทียมพริกไทย ให้คนป่วยกินกับข้าวต้มได้ด้วย 

พอทำกับข้าวเที่ยงเสร็จก็จัดสํารับอาหารให้ท่านปู่ มีกุนเชียง หมูทอด ผัดถั่วงอกเต้าหู้หมูสับและข้าวต้มร้อนๆไปถ้วยไม่ใหญ่เพราะกลัวคนป่วยจะกินไม่ได้มาก แต่ปรากฎว่าคนป่วยขอเติมข้าวต้มอีกถ้วยและกับข้าวหมดทุกอย่าง 

ยามอุ้ย(เวลา13.00น.- 14.59น.)ใกล้จะยามเซิน(เวลา 15.00น.- 16.59น.) ฉันทอดฮ่อยจ๊อและทำน้ำจิ้มให้ชิงเอ๋อร์เอาไปให้ท่านลุงท่านป้าหลินและเสี่ยวจือกับหลันเอ๋อร์จะไปช่วยที่ร้าน จึงให้เอาฮ่อยจ๊อไปให้คนที่ร้านได้กินด้วย ยังให้พี่ตงพี่เหวินเอาไปฝากท่านหมอ พี่ชายรองหวัง ในภายภาคหน้ายากจะคาดเดาอาจจะมีเรื่องให้ได้พึ่งพาอาศัยท่านอ๋องต้วนเต๋อก็เป็นได้ จึงให้เอาฮ่อยจ๊อไปให้ท่านอ๋องต้วนกับพระชายาต้วนเต๋อ คิดดังนั้นทำให้ฉันคิดถึงใครอีกคนแต่ไม่ต้องเอาไปให้จะดีกว่า 

คิดได้ดังนั้นก็สั่งการ "พี่ตงพี่เหวินช่วยข้าเอาฮ่อยจ๊อสามกล่องนี้ไปให้พี่ชายรองหวังหนึ่งกล่อง ให้ท่านหมอจางหนึ่งกล่อง และท่านอ๋องต้วนเต๋อกับพระชายาหนึ่งกล่อง" ทั้งสองรับคำ 

"ขอรับ/ขอรับคุณหนู" ทั้งสองก็หมุนตัวไป 

จู่ๆก็มีเสียงขึ้นมาว่า "เหม่ยเอ๋อร์ เหม่ยเอ๋อร์ แล้วของข้าล่ะ!" 

ฉันก็หันไปตามเสียง จึงได้ประสานสายตากับชายหนุ่ม! หล่อเหลา! คมคาย!องอาจ! เย็นชา! ผู้ชอบทำหน้านิ่ง! จะมีใครไปได้ก็อีตา อ๋องเกาเหว่ยนะสิ! ฉันรีบถึงสติและพูดว่า 

"คารวะท่านอ๋องเกาเหว่ย! ของท่านอ๋อง!...ข้า! ข้าคิดว่าในเมื่อท่านมาที่นี้แล้วก็ท่ด้วยกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ เดี๋ยวข้าจัดใส่จานให้ท่านอ๋อง...แล้วท่านอ๋องจะรับน้ำชาหรือจะเป็นโกโก้ร้อนเหมือนข้าดีเจ้าคะ?" 

"ข้าขอเหมือนเหม่ยเอ๋อร์ ข้าอย่างชิมรสชาติเหมือนกันว่าเจ้าโกโก้นี้คืออะไร" 

"ได้เจ้าค่ะท่านอ๋องเกาเหว่ย เช่นนั้นเชิญท่านอ๋องไปนั่งที่ศาลาในสวนหลังบ้านดีกว่าเจ้าค่ะ" แล้วหันไปเรียก"ซิงเอ๋อร์พาท่านอ๋องไปนั่งศาลาในสวน" เมื่อเดินตามซิงเอ๋อร์ไปอล้วจึงรีบพูด 

"เสี่ยวเป่ายกเอาฮ่อยจ๊อไปให้ท่านปูเสิ่นให้ ซุ่นเอ๋อร์ อี้เอ๋อร์ไปนั่งกินเป็นเพื่นท่านปูและดูแลแทนแม่นมไปก่อน แล้วเรียกแม่นมมาหาข้า" เสี่ยวเป่าพยักหน้ารับคำแล้วรีบไป 

ฉันรีบหันไปชงโกโก้และน้ำชา พอแม่นมมาก็ให้แม่นมช่วยยกอาหารและน้ำไปที่ศาลา ให้แม่นมนั่งกินด้วยกันแต่แม่นมกลัวท่านอ๋อง 

"เสี่ยวเป่ากับซิงเอ๋อร์ มานั่งกินด้วยกันกับข้าเร็ว" 

พวกเขารีบพยักหน้ารับยิ้มแย้ม "ขอรับ/เจ้าค่ะ" 

"ท่านอ๋องเกาเหว่ยคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมเพ่คะ หากข้าจะให้เด็กๆนั่งด้วยกับเรา" ท่านอ๋องผงกหัวรับ 

"ท่านอ๋องเพ่ค่ะ ลองชิมโกโก้นี่ดูว่าหวานไปหรือไม่ เพราะข้าทำหวานน้อยแต่กลัวยังหวานไปเกรงว่าท่านอ๋องจะไม่ชอบ จึงเตรียมชามาด้วยเพ่ค่ะ" 

"อืม!" แล้วท่านอ๋องก็ยกขึ้นสูดกลิ่นหอมขิงโกโก้และขมวดคิ้วน้อยๆก่อนดื่ม 

เจ้าเสี่ยวเป่าพูด " อร่อยใช่ไหมขอรับท่านอ๋อง พวกข้าเองก็ชอบมากหอมรสชาติดีมากขอรับ" 

ท่านอ๋องฟังไปแล้วดื่มไปจึงพูดว่า "รสชาติดีจริงๆด้วย หอมหวานกำลังดี อร่อยมากข้าชอบ" ยกมุ่มปากยิ้มนิดๆ 

"ข้าลองทำเจ้านี่ ข้าเรียกว่าฮ่อยจ๊อ มีน้ำจิ้มบ๊วยมีรสหวานเปรี้ยวนิดๆจะจิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยหรือไม่จิ้มก็อร่อยเพ่คะ มีแตงกวาจากสวนที่พวกข้าปลูกกันเองมากินคู่กันด้วยเพ่คะ" ท่านอ๋องฟังแล้วจึงกินไปหนึ่งชิ้นแบบไม่จิ้มแล้วผงกหัวรัวๆ และกินอีกชิ้นแบบจิ้มน้ำจิ้มบ๊วยแล้วยกมุมปากยิ้มน้อยอย่างพอใจ ท่านอ๋องจึงพูดว่า 

"ไม่จิ้มน้ำจิ้มก็อร่อยแต่ถ้าจิ้มน้ำจิ้มก็ได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบนึง ข้าว่าเจ้าทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น" ท่านอ๋องเล่นชมกันเยี่ยงนี้ ฉันก็ยิ้มแก้มแทบปรินะสิย่ะ 

"ท่านอ๋องเกาเหว่ยชมเกินไปเพ่คะ " ท่านชอบเอาเรื่องจริงมาพูดชมกันต่อหน้าอย่างนี้ข้าเขินนะเฟ้ย อิอิ 

ท่านอ๋องเกาเหว่ยกินเสร็จก็นั่งอยู่พักนึงแล้วจึงขอตัวกลับ พอท่านอ๋องกลับถึงจวนอ๋องก็พบว่าองครักษ์จือสื่อกลับมาแล้วและกำลังรอท่านอ๋องอยู่ โดยมีองครักษ์อี้เฉิงอยู่ด้วย เพราอยากรู้ของอี้เฉิงว่าเรื่องใดสำคัญนักหนาจึงทำให้เจ้านายร้อนใจใคร่รู้ 

"มาสักที! ที่ให้ไปสืบได้เรื่องอะไรบ้างว่ามา" 

"ขอรับ! แม่นางฟางเหม่ยเป็นบุตรคนที่สอง บิดาชื่อฟางเจี้ยนคัง มารดาชื่อฟางเย่วจิน มีพี่ชายรวมอุทรหนึ่งคนชื่อฟางเจี้ยนหย่ง พี่ชายทำการค้าเมืองโจวท่างใต้ แม่นางแต่งงานไป..." อี้เฉิงฟังอย่างตะลึงนี้หรือคือเรื่องที่ให้จือสื่อไปสืบด่วน! ที่แท้ก็เรื่องแม่นางฟางหรอกรึ! ทำไม่ท่านอ๋องถึงสนใจสาวท้องแก่เช่นนั้น! หน้าตาก็ธรรมดาเพียงแต่เพียงแต่ผิวพันดีใบหน้าเกลี้ยงเกลาสดใสก็ไม่ถือว่าไม่สวย ที่สำคัญคือ หญิงสาวหน้าตาสวยงามหลายนาง บางนางสวยปานล้มบ้านล้มเมืองตั้งมากมายที่อยากแต่งให้ท่านอ๋อง ยังมีบุตรสาวตระกูลใหญ่ๆโตๆมากมายที่อยากเกี่ยวดอง แต่ท่านอ๋องกลับไม่เคยแม่แต่ชายตามอง ที่น่าตกใจคือแม่นางฟางเป็นหญิงหม้ายท้องแก่ที่พบเพียงสองครั้ง กลับทำให้ท่านอ๋องสนใจจิตใจร้อนรนได้ขนาดนี้ ต้องไมธรรมดาเสียแล้ว 

ท่างอ๋องร้อนใจถามว่า "นางแต่งให้ใคร!" 

จือสื่อจึงพูดต่อว่า "แม่นางฟางแต่งให้กับบุตรชายแม่ทัพใหญ่หยางรั่ว ก็คือ...แม่ทัพหยางเฟิง! พะยะค่ะ" ท่านอ๋องเกาเหว่ยตกใจและขมวดคิ้วแล้วหลุดพูดออกมาว่า 

"แม่ทัพเฟิง!ก็ยังมีชีวิตอยู่นี่!แล้วเหตุใด...เจ้าเล่ามาให้หมด" จือสื่อจึงเล่าต่อ 

"แม่นางฟางแต่งให้แม่ทัพเฟิงได้เกือบสามเดือน แม่ทัพก็แต่งอนุเข้าเรือนและถูกอนุกลั่นแกล้งหลายครั้งหลายหน แต่แม่ทัพก็ไม่เคยสนใจ แถมยังให้ทายอนุทำเหมือนไม่เห็นสิ่งที่อนุทำ จนวันที่แม่นางฟางถูกผลักตกจากที่โต๊ะสูง บาดเจ็บหนักถึงขั้นสลบ อนุก็ไม่ยอมให้ไปตามหมอมาตรวจรักษา แม้ว่าคนของแม่นางฟางจะไปตามท่านหมอมาก็ถูกไล่กลับ"จือสือหยุดมองเจ้านายที่มีอาการขมวดคิ้วกำหมัดแน่นด้วยไฟโทสะ แล้วจึงเล่าต่อ 

"พ่อบ้านจวนแม่ทัพเล่าให้ฟังว่า แม่นางฟางเป็นคนเรียบร้อยอ่อนหวาน ไม่ค่อยพูดไม่เคยไปก้าวก่ายอนุกับแม่ทัพ เพราะทั้งสองต่างแต่งงานเพราะผู้ใหญ่ทั้งสองเป็นเพื่อนกันแม่ทัพใหญ่กับฮูหยินใหญ่รักไคร่เอ็นดูแม่นางฟางเป็นอย่างมาก แต่แม่ทัพรักอนุมากให้อนุเป็นผู้จัดการดูแลทุกอย่างแม้กระทั่งเงินจับจ่ายใช้สอยในจวนหรือจ่ายให้กับบ่าว ก็เป็นอนุที่เป็นผู้จัดสันปันส่วนทุกอย่าง แม่นางฟางจึงไม่ค่อยได้รับเงินในแต่ละเดือน เงินในส่วนที่แม่นางฟางจะได้กลับไม่เคยถึงมือ จนกระทั่งวันที่แม่นางบาดเจ็บเพราะตกจากโต๊ะจนสลบ พอตื่นขึ้นมาอนุก็เข้าไปหาเรื่องอีก เป็นท่านแม่ทัพที่เข้าข้างอนุเช่นเดิม ถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกับแม่นางฟ้า" จือสื่อลอบมองเจ้านายที่ตอนนี้หน้าแดงกำมือแน่นด้วยความโกรธอย่างมาก 

จือสื่อกลืนน้ำลายอีกลอบแล้วเล่าต่อว่า "แม่นางจึงทนไม่ได้ขอให้ท่านแม่ทัพหย่าขาดให้ เมื่อแม่ทัพตกลงหย่าให้ แม่นางฟางจึงขอให้แม่ทัพหารถจัดส่งมายังที่บ้านพ่อแม่ที่เมืองเจี่ยงถงนี้ ท่านแม่ทัพเฟิงได้ทำหนังสือหย่าขาดให้โดยลงลายมือไว้ว่า'หย่าขาดให้แม่นางฟางสามารถแต่งใหม่ได้และไม่ขอยุ่งเกี่ยวไม่ว่าในทางใดอีกอย่างเด็ดขาด' เมื่อหย่าร้างลงนามเสร็จสิ้นแม่ทัพให้เงินแม่นางฟางติดตัวหนึ่งหมื่นตำลึง แม่นางฟางจึงได้เดินทางกลับบ้านพ่อแม่ที่เมืองนี้ 

วันที่มาถึงเมืองเจี่ยงถงก็เป็นลมอยู่ที่หน้าโรงน้ำชา บังเอิญว่าท่านหมอจางอยู่ใกล้ๆได้ดูแลตรวจดูจึงรู้ว่าตั้งครรภ์เกือบสามเดือน จากนั้นถึงได้รู้ว่าบ้านสกุลฟางย้ายตามพี่ชายของนางลงใต้ไปเมืองโจว ที่จริงทางบ้านแม่นางได้ส่งคนไปแจ้งให้ที่จวนแม่ทัพ คนที่รับเรื่องคืออนุและมิได้แจ้งให้แม่นางฟางรู้จึงทำให้แม่นางฟางกลับมาเมืองเจี่ยงถงไม่เจอบิดามารดา เป็นท่านหมอจางที่บอกว่าแม่นางตั้งครรภ์อ่อนๆประกอบกับร่างกายไม่แข็งแรงจึงห้ามมิให้เดินทางไกล แม่นางฟางจึงตัดสินใจหาซื้อบ้านและซื้อบ้านหลังนั้นกับเถ้าแก่หวังในราคาแปดพันตำลึงจากราคาเก้าพันห้าร้อยตำลึง! 

ต่อมาไม่นานก็แม่นางก็ซื้อร้านจากเถ้าแก่ร้านซาลาเปา เพราะลูกชายเถ้าแก่สอบติดจอหงวนต้องย้ายตามลูกชายไปเมืองหลวง แม่นางฟางได้เปิดร้านขายซาลาเปาไก่ย่างช่วงกลางวัน ไก่ย่างฟางเหม่ยเป็นที่รู้จักของทุกคนในเมืองและตอนนี้เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำเมืองที่ใครมาเมืองเจี่ยงถงจะต้องซื้อกิน 'ไก่ย่างฟางเหม่ยเมืองเจี่ยงถง' และร้านแม่นางฟางขายข้าวต้มยามอิ่ว(17.00น.-18.59น.)ไปจนถึงต้นยามไฮ่(21.00น. - 22.59น.) และหากซาลาเปาหรือกับข้าวต้มเหลือจะแจกให้ลูกค้าและคนยากจนคนไร้บ้านทุกวัน วันนี้ทางร้านประกาศวันหยุดหรือก็คือปิดร้านทุกวันพุธ"หยุดกลืนน้ำลายและท่างอ๋องพูดว่า 

"นางเข้มแข็งยิ่งนัก" จือสื่อพยักหน้าเห็นด้วยพูดว่า 

"ยังไม่หมดพะยะคะ!" 

"ห๊ะ!" ทำให้ท่านอ๋องคิ้วกระตุกตาโตเบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ อะไรกันผู้หญิงหม้ายท้องแก่คนนี้ ทำไมถึงได้เปลี่ยนแปลตนเองและทำสิ่งต่างๆมากมายที่ไม่มีใครคิดทำได้แต่นางกลับทำได้และขายดีเสียด้วย จากที่รู้แม้กระทั้งแคว้นอู่ที่อยู่ติดกันมาพักวันที่นางเปิดตัวสินค้าพอดี พ่อค้าจากแค้นอู่จึงรับซีอิ๊วกับเต้าเจี้ยวไปขายอย่างละสองร้อยขวดและยังชาวเปอร์เซียที่มารับเอาไปเช่นกัน อีกทั้งทางเมืองหลวงก็มารับไปขาย แม้แต่วังหลวงยังแจ้งข่าวมาให้ข้าสั่งเข้าวังทุกเดือนอย่างละสองร้อยขวด ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปนางอาจเป็นคนรวยมากถึงขันเศรษฐีในไม่ช้านี้เป็นแน่ 

ท่านอ๋องเกาเหว่ยคิดดังนั้นก็เผลอยิ้มด้วยความปลาบปลื้มยินดีแทนเหม่ยเอ๋อร์ออกมาทำให้เราองครักษ์ตะลึงเพราะอยู่รับใช้ท่านอ๋องมาน้อยครั้งมากที่จะได้เห็นร้อยยิ้มเช่นนี้ 

ฮ่อยจ๊อ หรือบ้างก็เรียกหอยจ้อ 

 

     

  

................................ 

ตอนนี้ค่อนข้างยาว วิสกี้ไทยขอจบตอนแต่เพียงเท่านี้ 

ตอนนี้ประเทศที่วิสกี้อยู่ประกาศปิดประเทศเมื่อวาน 

ญาติที่ไทยเสียเมื่อวานก็กลับไทยไม่ได้ค่ะ T_T 

ขอให้ทุกท่านดูแลรักษาเนื้อรักษาตัวกันด้วยนะค่ะ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณที่ติดตามอ่านเจ้าค่ะ 

ความคิดเห็น