ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สหายเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 562

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2563 06:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สหายเก่า
แบบอักษร

 

 

 

ไม่ใช่แค่กรงขังเจ่าหมมาป่าเยติที่เปิดออกอย่างเดียวเท่านั้น แต่กรงขังของมอนเสตอร์ตัวอื่นก็ถูกเปิดออกมาด้วย มอนเสตอร์จำนวน 13 ตัวถูกปล่อยออกมาและพวกมันก็พากันวิ่งกระจัดกระจายไปทั่วผืนป่า

 

ในขณะที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับหมาป่าเยติแค่ตัวเดียวก็มีอสูรพันธ์ผู้เล่นตายไปคนนึงแล้ว

 

เรบิโกะ : จับอสูรพันธ์มาสู่กับมอนเสตอร์เหรอ!? สุดยอด~! เกมนี้มันคือเกมอะไรเหรอปีเตอร์!?

 

เรบิโกะที่ดูท่าจพมันส์กับการต่อสู้ตั้งแต่ตอนที่มันพึ่งเริ่มได้แค่ไม่กี่วินาทีจนเธอต้องหันไปถามปีเตอร์

 

ปีเตอร์ก็บอกเกี่ยวกับเกมที่พวกผมกำลังเจออยู่ว่า

 

ปีเตอร์ : เกมนี้คือล่ากุญแจมอนเสตอร์ ในเกมนี้จะมีการออกแบบสนามการแข่งเป็นป่าใหญ่ที่จะมีมอนเสตอร์ระดับเจ้าพ่อมด 13 ตัววิ่งเพ่นพ่านไปมาอยู่เต็มไปหมด และหนึ่งในมอนเสตอร์ทั้ง 13 ตัวนี้จะมีอยู่ตัวนึงที่มีกุญแจอยู่ในท้องของมัน

 

วิธีที่จะผ่านเกมนี้คือต้องหามอนเสตอร์ตัวที่มีกุญแจ ฆ่ามันซะแล้วเอากุญแจที่อยู่ในตัวมันออกมา

 

 

โนเว็น : แล้วเราจะรู้ได้ยังเหรอว่ามีมอนเสตอร์ตัวไหนที่มีกุญแจ ?

 

 

ปีเตอร์ : นั่นแหละคือคสามท้าทายของเกมนี้ ^_^

 

 

ทุกคน : ?

 

 

ปีเตอร์ : เพระะขนาดตัวผมที่เป็นพิธีกรยังไม่รู้เลยว่ามอนตัวไหนมีกุญแจ...ก็คงต้องสุ่มฆ่าไปเรื่อยๆนั่นแหละ

 

ปีเตอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สื่อให้รู้ว่าเขาไม่ได้โกหกเพราะเขาไม่รู้จริงๆว่ากุญแจมันอยู่ในตัวมอนเสตอร์ตัวไหน

 

แบนชี : ฮะฮ่าๆๆๆๆ

 

 

คิซูกิ : ขำอะไรเหรอท่านพี่ ?

 

 

แบนชี : เปล่า...แค่เกิดนึกเรื่องตลกขึ้นมาได้หนะ ( มอนเสตอร์ระดับมังกร 13 ตัว กุญแจที่จะเอาชนะเกมนี้อยู่ไหนก็ไม่รู้...แกจะเอาชนะเกมนี้ได้ยังไงเจ้ามนุษย์ ? )

 

 

ทางฝั่งฮาซุย

 

ฮาซุย : โชกุ ในป่านี้มีมอนเสตอร์กี่ตัว ?

 

 

โชกุ : ชะ..ชั้นจะไปรู้ได้ไงค่ะ ?

 

 

ฮาซุย : ก็ใช้พลังควบคุมพืชเธอดูทั่วป่าซิ =_=

 

 

โชกุ : อะอ๋อ! จริงด้วย!

 

 

โชกุเธอได้ลงมือยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวก่อนตบฝ่ามือลงพื้นพร้อมหลับตาแต่ทันใดนั้นเอง

 

โฮกกกกก!! หมับ!!

 

 

ฮาซุย : อย่ายุ่งกับเธอนะเว้ย!

 

 

เจ้าหมาป่าเยติมันพุ่งเข้ามาหาเราเพราะเห็นเราเป็นเป้านิ่ง ผมเลยพุ่งเข้าไปแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับมือของหมาป่าเยติและออกแรงดัยต้านเอาไว้ กรงเล็บของมันอยู่ห่างจากหน้าผมไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ

 

โชกุ : เกิดอะไรขึ้นเหรอค่ะ ?

 

 

ฮาซุย : เปล่า ไม่มีอะไร หาต่อไปเถอะ

 

 

ผมโกหกเธอเพื่อไม่ให้เธอเสียสมาธิผมออกแรงดันมือของหมาป่านั้นต่อไปเรื่อยๆจนในท้ายที่สุด

 

ฮาซุย : แกหาเรื่องใส่ตัวเองนะเว้ย!

 

 

ฉึก!! ( หมาป่าเยติ พลังชีวิต -12 )

 

 

โฮ๊กกกกก!!

 

ผมได้ตัดสินใจใช้พลังคอมมานด์แดงที่ได้มาใหม่ๆพุ่งหนามแหลมสีดำออกมาจากกลางฝ่ามือจนมันแทงทะลุอุ้งเท้าหมาป่าตัวนั้น มันถอยหลังหนีออกไป

 

ในตอนนั้นเองเสียงบอกกติกาเกมของปีเตอร์ที่พูดมาจากด้านนอกก็ถูกส่วเข้ามาในหัวเราทุกคนจนทำให้รู้แล้วว่าในป่ามีมอนเสตอร์กี่ตัวและต้องทำยังไงถึงจะผ่านเกมนี้ไปได้

 

"เราต้องฆ่ามอนเสตอร์นี่หากุญแจ!!"

 

 

"งั้นรุมมันเลย!!"

 

จากที่พวกอสูรพันธ์ผู้เล่นที่ตอนแรกพากันตกใจและแตกตื่นกับการมาของมอนเสตอร์ระดับเจ้าพ่อมด แต่เมื่อทุกคนนั้นรู้กตอกาและทางเดียวที่จะรอดไปจากเกมนี้ได้ก็ทำให้พวกมันทุกตนพากันมีแรงหึกเหิมจนพากันวิ่งกรูเข้ามารุมโจมตีใส่หมาป่าเยติ

 

 

ฉึก! ฉัวะ! "ย้าาา!"

 

 

การต่อสู้เริ่มขึ้น เหล่าอสูรพันธ์พากันใช้พลังคอมมานด์และอาวุธคอมมานด์โจมตีใส่ตัวของหมาป่าเยติ แม้จะถูกโจมตีสวนกลับมาจนทำให้มีอสูรพันธ์บางคนตายและแขนขาดขาขาดกันแต่พลังชีวิตของหมาป่าเยติก็ลดลงเรื่อยๆ

 

 

( หมาป่าเยติ พลังชีวิต : 300/1800 )

 

เรแม็ก : ชั้นปิดฉากมันเอง!

 

 

เรแม็กก็กระโดดเข้าไปเหยียบลงบนหัวของหมาป่าเยติแล้วแทงดาบลงไปที่หัวมันทันที

 

ฉึก!! ( หมาป่าเยติ พลังชีวิต -90 )

 

 

โฮกกกกกก!

 

เลือดสีแดงกระฉูดออกมาจากกลางหน้าผากมัน แต่การโจทตีแค่นั้นก็ไม่ทำให้หมาป่านั่นตายได้ มันสะบัดหัวจนทำให้ร่างของเรแม็กกระเด็นไปชนกับต้นไม้อย่างแรง

 

ปัก!! ( เรแม็ก พลังชีวิต -75 )

 

 

เรแม็ก : อั้ก!?

 

เรแม็กลงไปนอนกองกับพื้นทันที ก่อนที่เจ้าหมาป่าเยติมันจะมองอสูรพันธ์ผู้เล่นคนอื่นแล้วส่งเสียงคำรามออกมา

 

โฮกกกกกกกก!!

 

 

ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ตรงหน้าและโดนเสียงลมปากของมันตอนที่คำรามอยู่ ร่างกายของพวกเขาก็ได้กลายเป็นน้ำแข็งไปในทันทีก่อนที่เจ้าหมาป่าเยตินั้นจะใช้อุ้งเท้าตะปบใส่ร่างอสูรพันธ์ผู้เล่นพวกนั้นจนร่างพวกเขาแตกเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดเล็กและตายไปในที่สุด

 

ผมที่เห็นเรแม็กโดนทำร้ายก็ทำให้ผมรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

 

ฮาซุย : เรแม็ก !? โชกุระวังตัวไว้ด้วยนะ!

 

 

ว่าแล้วผมก็รีบวิ่งตรงเข้าไปหาหมาป่าเยติตัวนั้นทันก่อนที่ผมจะตัดสินใจใช้พลังคอมมานด์สีแดงแบบจริงจัง

 

ฮาซุย : ย้าาาาาาา!!

 

 

ฉัวะ! ( หมาป่าเยติ พลังชีวิต -210 )

 

 

ผมได้เปลี่ยนแขนขวาของผมเป็นใบดาบสีดำขนาดใหญ่และเพียงการสะบัดแขนของผมฟันใส่มันครั้งเดียว ก็ืำให้พลังชีวิตของมันหมดลงทันทีเพราะว่าหัวของมันขาดออกจากคอไปเรียบร้อย

 

ตุ้บ!

 

หัวของหมาป่าตัวนั้นกลิ้งไปกับพื้นทันที ก่อนที่ผมจะลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้นในท่าคุกเข่าและเปลี่ยนแขนกลับดังเดิม

 

พลังที่ผมโชว์ออกมานั้นสร้างความตกใจให้ทุกคนที่เห็น

 

วิคตอเรีย : อะไรกันค่ะนั่น!?

 

 

"เฮ่ย!? อะไรวะ!?"

 

"เจ้าเด็กนั่นมันเปลี่ยนแขนตัวเองเป็นน้ำหมึกได้"

 

 

"ไม่ใช่ว่าเจ้าหมอนั่นมันมีพลังเป็นคอมมานด์บล็อคสีเขียวหรอกเหรอ ?"

 

"บางทีเจ้าเด็กนั่นอาจมีพลังคอมมานด์สองสีก็ได้ แบบเดียวกับท่านคิซูกิไง"

 

เหตุการณ์การถกเถียงและความตกตะลึงของผู้ชมเริ่มสงบลงเมื่อมีหนึ่งในนั้นพูดออกมาว่าที่ผมสามารถเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นน้ำหมึกได้เป็นเพราะผมมีพลังคอมมานด์สองสี ได้แก่สีแดงกับสีเขียว

 

แต่พวกเขาก็ไม่รู้ความจริงและยังอดสงสัยเกี่ยวกับตัวผมไม่ได้อยู่ดีเพราะพวกเขารู้ว่าตัวผมมันมีบางอย่างที่ผิดปกติ แบนชีที่เห็นผมตัดหัวหมาป่าเยติได้เธอก็มีอาการคิ้วขมวดเข้าหากันทันที

 

 

ร่างของหมาป่าเยติได้ล้มตึงลงกับพท้นแต่ในจังหวะนั้นเอง

 

 

"หลบไป!"

 

 

พัก!

 

 

พวกอสูรพันธ์ตนอื่นๆก็พากันวิ่งเข้าไปหาร่างของหมาป่าเยติตัวนั้น โดยมีหนึ่งในนั้นผลักผมจนล้มลง ทุกคนพากันเห็นแก่ตัวเองและวิ่งเข้าไปใช้ของมีคมเฉือนท้องของหมาป่าเยติตัวนั้นและแหวดท้องมันออกคว้านเอาเครื่องในควานหากุญแจที่อยู่ในตัวมันอย่างน่าสยดสยอง

 

ในใจผมแอบรู้สึกสงสารเจ้าหมาป่าตัวนั้นพอควร แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ

 

"มันไม่มีกุญแจอยู่ในตัวได้ไงวะ!?"

 

 

หนึ่งในอสูรพันธ์ผู้เล่นโวยออกมาเพราะเขาควานหาจนทั่วท้องหมาป่าเยติแล้วก็ไม่เจออะไรที่เหมือนกุญแจเลย

จูเหวิ๋น : ในเกมนี้มันมีมอนเสตอร์อยู่ตั้ง 13 ตัว! เราคงหากุญแจเจอง่ายๆไม่ได้หรอก!

 

 

ในตอนนั้นเองผมก็ได้เผอิญเหลือบไปเห็นของอย่างนึงที่ตกอยู่ที่พื้น สิ่งนั้นมันก็คือปอกคอสีดำ มันคงหลุดมาจากคอของหมาป่าเยติตอนที่หัวมันถูกตัดเมื่อกี้

 

แต่ที่ทำให้ผมต้องทำหน้าจริงจังออกมาก็คือตัวเลขสีแดงที่อยู่บนปอกคอ ที่ปอกคอนั้นมันมีหน้าจอกระจกที่เหมือนนาฬิกานับถอยหลังอยู่

 

โดยตอนนี้มันบอกเวลาว่าเหลืออยู่อีกไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น

 

[ 0 : 56 : 35 ]

 

ฮาซุย : พวกเรา ผมว่านี่มันคือเวลาที่นับถอยหลังนะ

 

คำพูดของทำให้ทุกคนพากันวิ่งเข้ามามุงดู

 

เรแม็ก : เขาพูดถูก! นี่มันเวลาเกมที่เดินถอยหลัง!

 

"เราเหลือเวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมงเนี่ยนะ!? แต่มอนเสตอร์มีอยู่ตั้ง 13 ตัว!?"

 

 

"งั้นเราก็แยกหามันกันเลยซิ!"

 

ฮาซุย : ดะเดี๋ยว!?

 

 

ผมพยายามห้ามไม่ให้พวกเขาแยกกลุ่มกัน แต่มันก็ไม่ทันซะแล้วเพราะทุกคนนั้นพากันวิ่งแยกย้ายไปจุดนู้นจุดนี้ บ้างก็ไปเป็นคู่ บ้างก็ไปคนเดียว ทุกคนพากันแยกย้ายเพราะต้องกาาจะตามล่ามอนเสตอร์ 13 ตัวในป่าในเวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมง

 

ทำให้ทุกคนนั้นรีบร้อนจนไม่คิดให้รอบคอบก่อน

 

ซึ่งในตอนนั้นเองผมก็หันไปเจอว่าจูเหวิ๋นกับเรแม็กก็ทำท่าจะจับคู่กันวิ่งแยกไปล่ามอนเสตอร์ด้วยกันด้วย!

 

 

ฮาซุย : พวกนายก็ด้วยเหรอ!?

 

เรแม็ก : ก็ไม่ได้อยากทำหรอกนะ แต่เขาพูดถูก เกมนี้มีเวบาแค่ชั่วโมงที่จะตามล่ามอนเสตอร์ในป่านี้ แยกกันหาหนะดีสุด ระวังตัวด้วยนะฮาซุย

 

 

ผมในตอนนั้นไม่สามารถห้ามเรแม็กกับจูเหวิ๋นได้ ผมจึงทำได้แต่พูดกับพวกเขาไป

 

ฮาซุย : พวกนายก็ระวังตัวด้วย

 

 

แล้วจากนั้นก็เหลือแค่ผมกับโชกุที่ยังคงนั่งเอามือวางบนพื้นและหลับตาเหมือนยังคงตรวจหามอนเสตอร์ในป่าอยู่

 

ฮาซุย : โชกุหยุดใช้พลังได้แล้ว ผมรู้แล้วว่ามีมอนเสตอร์ 13 ตัวในป่า

 

โชกุ : แล้วคุณไม่อยากรู้ตำแหน่งพวกมันแต่ละตัวเหรอ ?

 

 

คำพูดของโชกุทำให้ผมไม่กล้าขัดและในตอนนั้นเองโชกุก็ได้ลืมตาขึ้นแล้วพูด

 

 

โชกุ : มีมอนเสตอร์อยู่ตัวนึงห่างจากนี่ไปกิโลครึ่ง มันยังไม่มีคนไปล่ามันด้วย

 

 

ฮาซุย : งั้นเราไปกันเลย!

 

 

ว่าแล้วผทก็ดึงตัวโชกุมาโอบกอดเอาไว้ เธอมีอาการหน้าแดงหน่อยๆที่เวลาจะไปไหนมาไหนกับผมผมต้องให้เธอเกาะผมไม่ก็ผมเกาะเธอตลอด ก่อนที่ผมจะกางปีกน้ำหมึกสีดำสยายออกมาจากด้านหลังของผม

 

 

 

ตัวอย่างปีกของฮาซุย

 

ไม่รอช้าผมรีบกระพือปีกบินพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่โชกุบอกอย่างรวดเร็ว

 

ขณะเดียวกันทางด้านของจูเหวิ๋นและเรแม็ก ทั้งคู่ก็ได้เจอกับมอนเสตอร์ตัวที่สองที่มีชื่อว่า"เว็นดิโก้" มีร่างกายเป็นครึ่งซอมบี้ครึ่งกวางฟันแหลมและเล็บยาวน่ากลัว

 

 

เวนดิโก้

 

เรแม็ก : โจมตีพร้อมกันเลยนะ

 

 

จูเหวิ๋น : อื้ม

 

 

เรแม็กส่งสัญญาณให้จูเหวิ๋นและเมื่อได้จังหวะที่มันยังไม่เห็นเขาและมันหันหน้ามามองตำแหน่งที่เรแม็กอยู่ตามแผน

 

 

เพ้ง! วิ้ง~~!

 

 

เรแม็กได้ทุบแขนตัวเองลงกัลดาบ ใช้พลังคอมมานด์ระเบิดแสงตัวเองจนทำให้เกิดแสงสว่างจ้าแสบตาเจ้ามอนเสตอร์เวนดิโก้จนมันเซถลาเลย

 

จูเหวิ๋นไม่รอช้ารีบใช้จังหวะนี้วิ่งตรงไปหามันด้วยฝ่าเท้าอัคคัพร้อมฝช้หอกอาวุธคอมมานด์ของตัวเองที่ส่วนคมนั้นลุกเป็นไฟสีแดงฉานฟันเข้าที่แขนและขาของเวนดิโก้เป็นจำนวนสี่ครั้ง

 

 

( เวนดิโก้ พลังชีวิต -120 )

 

โฮกกกกก!

 

 

เวนดิโก้มันสะบัดกรงเล็บฟันใส่จูเหวิ๋น แต่ด้วยความเร็วของฝ่าเท้าเธอเธอสามารถหงายตัวเองลงไปนอนกับพื้นหลบกรงเล็บได้ทันก่อนตีลังกาขึ้นมาและสะบัดฝ่าเท้าที่ลุกเป็นไฟของตัวเองขึ้นเหนือหัวแล้วเตะลงที่กลางหัวเวนดิโก้

 

 

ตู้มมมมม!!

 

 

การต่อสู้และการออกตสมล่ามอนเสตอร์ 13 ตัวในเวลาที่ถูกหำหนดนั้นดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยในตอนนี้มีอสูรพันธ์ผู้เล่นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เจอมอนเสตอร์ระดับราชาพ่อมดตัวอื่นและพยายามฆ่ามันให้ตายอยู่ถ้าไม่นับพวกฮาซุยแล้ว

 

ปีเตอร์ : เกมการแข่งในครั้งช่างดุเดือดมากเลยครับ ราวกับกลุ่มนายพรานล่าสัตว์ใหญ่เลย

 

 

คิซูกิ : ...

 

 

ทางด้านตัวผมนั้นผมได้บินมาเรื่อยจนผมได้ไปเจอกับมอนเสตอร์ตัวนึงที่มีลักษณะเป็นเหมือนลิงที่ทีร่างกายเป็นหินขนาดใหญ่ มีเขาและหางใหญ่ยาว

 

 

 

 

ผมตรวจสถานะมันดูมันมีชื่อว่า "ร็อคคอง"มีระดับพลังอสูรระดับเจ้าพ่อมดเหมือนมอนเสตอร์ตัวอื่นๆ ผมให้โชกุจับมันด้วยเถาวัลย์ที่พื้น ก่อนจะพุ่งเข้าไปแล้วเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นร่างน้ำหมึก เปลี่ยนแขนทั้งสองข้างเป็นดาบแล้วพุ่งไปฟันใส่ร่างของมัน

 

 

ฉัวะๆๆๆๆ!!

 

 

มอนเสตอร์ตัวนั้นถูกผมฆ่าตายอย่างง่ายดาย แม้ Exp. ที่มันให้มากับผมจะไม่มากพอที่จะทพให้ระดับพลังอสูรของผมมันเพิ่มขึ้น แต่ผมก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปเรื่อยๆ

 

 

ผมลองผ่าท้องมอนเสตอร์ตัสนี้ดูแต่ก็เหมือนเดิม มอนเสตอร์ตัวนี้ไม่มีกุญแจอยู่ในท้องเลย

 

 

ฮาซุย : เฮ้อ~ ตอนนี้เราเหลือเวลาแค่ไหนแล้ว ?

 

 

โชกุ : 45 นาทีกว่าๆค่ะ

 

 

โชกุพูดพร้อมก้มลงดูปอกคอของเจ้าหมาป่าเยติที่บอกเวลาที่เหลืออยู่ของเกมเอาไว้ซึ่งเธอหยิบติดมือมาด้วย ที่คอของมอนเสตอร์ทุกตัวมันจะมีปอกคอบอกเวลานี้ติดอยู่เสมอ

 

 

ทางด้านซูมารุ เขาได้เขยื้อนร่างกายที่เหลวเป๋วของเขามาอย่างช้าๆจนมาเจอกับก้อนหินก้อนนึง ซูมารุมองดูก้อนหินนั้นซักครู่ก่อนที่เขาจะเอาหัวตัวเองไปพิงกับก้อนหินนั้นทันใดนั้นเอง

 

 

ซวบๆๆๆ~

 

ร่างกายของซูมารุก็ได้ค่อยๆซึมซับและราวกับถูกกลืนหายเข้าไปในก้อนหินนั้นจนหมดในเวลาไม่นาน ก่อนที่จู่ไก้อนหินนั้นจะกระตุกตัวเองขึ้นมาทีสองทีทันใดนั้นเอง

 

ครืด~

 

 

ก้อนหินทรงกลมขนาดใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนตัว ก่อนที่จู่ๆมันก็จะกลิ้งพุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงราวกับหินที่กลิ้งลงมาจากหน้าผาสูง

 

ปีเตอร์ : ผู้เล่นซูมารุกำลังรวมร่างกับก้อนหินและกลิ้งตัวเองไม่หยุดครับ! นี่มันพลังคอมมานด์อะไรกัน!?

 

 

ความสามารถที่ซูมารุมีนั่นคือการที่เขารวมร่างกับของทุกชนิดได้ ขอแค่ว่าของชิ้นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิตก็พอ แล้วเขาก็จะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของมันได้ และอาจถึงขั้นสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างสิ่งของที่ตัวเองรวมร่างเข้าไปได้เลยด้วยหากเอาจริง

 

ในสายตาผมซูมารุจึงเป็นผู้ใช้พลัวคอมมายด์สีแดงที่แข็งแกร่งที่สุดคนนึงเลย

 

 

ปีเตอร์ : คุณผู้ชมครับ! ผมไปได้ข้อมูลมาเกี่ยวกับตัวของซูมารุแล้วครับ! ในรายงานเขาบอกว่าเขาเป็นอสูรพันธ์ที่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน ตอนที่เป็นเด็กนั่นพ่อของซูมาุรฆ่าแม่ของแม่ซูมารุเพราะปัญหาด้านการเงินและการทะเลาะวิวาทของครอบครัวที่รุนแรง ส่งผลทำให้ซูมารุเป็นเด็กที่มีอาการป่วยทางจิตเพราะได้รับการปลูกฝังความรุนแรงมาแต่เด็กครับ!

 

 

ปีเตอร์ได้เล่ารายละเอียดที่ถูกเขียนอยู่ในบันทึกการรักษาอาการป่วยทางจิตของซูมารุมาให้ทุกคนฟังซึ่งนั่นมันก็ทำให้ทุกคนนั้นต้องเป็นอันตาเบิกกว้างเพราะนี่มันเท่ากับว่าในเกมการแข่งนี้มีอสูรพันธ์โรคจิตที่เป็นตัวอันตรายเข้ามาร่วมเล่นเกมนี้ด้วย!?

 

 

ซูมารุ : ยะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

 

โครมมมมมม!!

 

และร่างของซูมารุที่รวมร่างกับก้อนหินนั้นก็กลิ้งทับทุกอย่างที่ขวางหน้ากวาดผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์จนพังราบเรียบไปเป็นทางยาว

 

การกระทำของซูมารุทำให้โนเว็นถึงกับกอดอกคิ้วกระตุกทันที แต่เขาก็ได้แต่ท่องนะโมพุทโธในใจให้ใจเย็นลง

 

คิซูกิ : ปะปีเตอร์ ช่วยเปลี่ยนช่องภาพทีซิ

 

คิซูกิแอบสะกิดบอกให้ปีเตอร์เปลี่ยนภาพการถ่ายทำไปช่องอื่นเพราะขืนปล่อยให้มาฉายภาพความบ้าระห่ำของซูมารุต่อไปมีหวังโนเว็นได้ฟีลขาดแหง

 

 

ซึ่งปีเตอร์ก็ได้เปลี่ยนภาพถ่ายทำของผู้ลงแข่งแต่ละคนไปเรื่อยๆจนวนกลับมาหยุดที่ตัวผมอีกครั้ง

 

ซึ่งในระหว่างที่ผมกับโชกุกำลังเดินออกตามหามอนเสตอร์อยู่นั้นเอง

 

 

ฮึ้ม!! กร~~

 

 

ทันใดนั้นเองก็ได้มีมอนเสตอร์ตัวนึงที่กระโดดออกมาขวางหน้าผมกับโชกุ ผมรีบให้โชกุหลบหลังผม

 

มอนเสตอร์ที่กระโดดมาขวางหน้าเรานั้นมันเป็นมอนเสตอร์สายพันธ์เดียบรอส เหล่าคนดูเมื่อเห็นการปรากฏตัวของมอนเสตอร์ในตำนานที่ใกล้สูญพันธ์ก็พากันตาลุกวาวขึ้นมาทันที

 

แบนชี : ( ฮะ! เดียบรอส!? ดูซิว่าแกจะเอายังไงกับมอนเสตอร์ระดับนี้กัน!? )

 

แบนชีคิดออกมาด้วยความนึกสนุกเพราะคิดว่าผมจะจนมุมจริงๆแล้วคราวนี้เพราะเห็นผมยืนนิ่งไม่เข้าไปโขมตีเดียบรอสตนนั้นซักที

 

แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น สาเหตุที่ผมยืนนิ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าผมรู้สึกคุ้นชินกับเจ้าเดียบรอสตัวนี้

 

ฮาซุย : อย่าพึ่งตามผมมานะ

 

ผมบอกให้โชกุยืนอยู่ห่างออกจากผมไปทางด้านหลัง ในขณะที่ผมยืนเผชิญหน้ากับเดียบรอสตัวนั้นที่เดินเข้ามาใกล้และทำให้ผมได้เห็นว่าเขาข้างนึงของมันหักทำให้ผมนั้นเริ่มมีความแน่ใจออกมา

 

 

ฮาซุย : นายนี่เอง 0_0

 

 

เดียบรอส : ...

 

 

เมื่อเดียบรอสมันได้ยินคำพูดผมที่เหมือนจะเคยรู้จักและเจอหน้ากับมันมาก่อนมันก็ชะงักไป

 

ผมเก็บอาวุธในมือและหยุดใช้พลังทั้งหมดทำให้มันเห็นว่าผมไม่ได้มาร้าย ก่อนที่ผมจะค่อยๆยื่นมือไปหาจมูกของมัน

 

 

ฮาซุย : นายต้องจำชั้นให้ได้ซิ

 

 

ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เดียบรอสตัวนั้นเริ่มไม่มีท่าทีดุร้ายใส่ผม มันดมกลิ่นที่ฝ่ามือของผมเหมือนต้องการจะทดสอบดูก่อน

 

และเมื่อมันคุ้นชินกับกลิ่นที่มันดมมันก็ทำตาเบิกกว้างออกมาก่อนที่มันจะยอมยื่นหน้ามาจนทำให้จมูกของมันสัมผัสกับฝ่ามือผมอย่างนุ่มนวล

 

เดียบรอส : ฮึ่ม~

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว