ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกมที่ 4 สัตว์ร้ายในพงไพร

ชื่อตอน : เกมที่ 4 สัตว์ร้ายในพงไพร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 672

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2563 06:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกมที่ 4 สัตว์ร้ายในพงไพร
แบบอักษร

 

 

 

ลูกแก้วทั้งสองได้รวมกัน เกิดเป็นคลื่นพลังระเบิดออก แม้เสียงมันจะดังแต่เพราะระยะห่างของผมที่อยู่ห่างจากผู้เล่นคนอื่นทำให้ไม่มีใครได้ยินหรือรู้สึกตัวตื่นขึ้น

 

เมื่อฝุ่นควันจางลงก็ปรากฏเป็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำที่ทีลวดลายสีแดงวาดอยู่เต็มไปหมดทุกด้าน

 

 

ผมสร้างคอมมานด์บล็อคได้แล้ว!

 

คิซูกิตาเป็นประกายออกมา เธอคงประหลาดใจที่เห็นผมเป็นเด็กตัวน้อยๆแค่นี้แต่กลับมีความสามารถในการสร้างคอมมานด์บล็อคได้

 

คิซูกิ : นี่นายเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย ?

 

 

ผมหัวเราะออกมาหน่อยๆกับท่าทีของท่านคิซูกิที่เหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะมีความสามารถที่หลากหลายแบบนี้

 

คิซูกิ : แล้วพลังคอมมานด์นี้มันคือพลังอะไรเหรอ ?

 

 

ฮาซุย : ...คือ...ผมจำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับพลังคอมมานด์ที่คุณมีอยู่แล้วก่อนถึงจะสันนิษฐานได้หนะครับ

 

 

เมื่อคิซูกิได้ยินแบบนั้นเธอก็นิ่งเงียบไป ผมไม่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรแย่ๆไผรึเปล่าผมจึงเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง

 

ฮาซุย : คุณคิซูกิ ? ...เป็นอะไรรึเปล่าครับ ?

 

 

คิซูกิ : ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ เธอเก่งมากเลย

 

 

คิซูกิหันมาพูดกับผมด้วยรอยยิ้มที่กลับมาสดใสเหมือนเดิมก่อนจะหันหลังเดินไปโดยไม่ได้สนใจคอมมานด์บล็อคที่ผมสร้างทิ้งไว้

 

 

ฮาซุย : ทะท่านคิซูกิ! ท่านลืมของหนะ!

 

 

คิซูกิ : ชั้นไม่ได้ลืม แต่ชั้นไม่เอามันเอง

 

 

ฮาซุย : ?

 

 

คิซูกิ : ชั้นก็แค่อยากจะดูการสร้างคอมมานด์บล็อคให้เห็นด้วยตาตัวเองซักครั้งนึงก็เท่านั้นเอง พลังของชั้นหนะแข็งแกร่งที่สุดแล้วไม่ต้องการให้ใครมาทำให้แข็งแกร่งขึ้นหรอก

 

 

คิซูกิพูดและก่อนที่เธอจะวาร์ปหายไปผมใช้วินาทีสุดท้ายตรวจสถานะเธอและรีบใช้พลังของผมจดจำภาพไว้เป็นเฟรมภายถ่ายในหัวทันทีที่ร่างของคิซูกิวาร์ปหายไปจากมิติ แผงบอกสถานะเธอก็หายไป

 

ผมได้เปิดภาพความทรงจำในลักษณะเฟรมภาพถ่ายดูรายละเอียดบนจอ

 

[ ชื่อ : คิซูกิ

 

นามสกุล : คารูกะ

 

ฐานะ : จอมมารอาณาจักรอสูรพันธ์

 

ระดับพลังอสูร : มังกร lv.118

 

พลังชีวิต : 2300/2300

 

ความแข็งแกร่ง : 1,800

 

ความเร็ว : 1,520

 

พลังคอมมานด์(สีแดง + สีทอง) : ระเบิด ]

 

ฮาซุย : ( ระเบิดเหรอ ? )

 

ว่าแล้วผมก็ลองกดดูรายละเอียดเกี่ยวกับพลังของเธอและเมื่อผมได้เห็นผมก็ต้องตกตะลึง

 

ฮาซุย : ( พระเจ้าช่วย!? 0_0 )

 

 

 

ทางฝั่งคิซูกิ

 

เธอได้กลับมาที่ปราสาทหลังจากไปแวะเข้าไปในมิติ deathworld มา ซึ่งระหว่างทางเดินในปราสาทนั้น เธอก็รู้สึกได้ว่ามีคนกลับมาที่ปราสาทแล้วหลังจากหายไปนานและคนๆนั้นก็กำลังยืนอยู่ด้านหลังเธอ

 

คิซูกิ : ได้ข้อมูลมาว่าไงบ้าง ?

 

 

คิซูกิเอ่ยถามวิคตอเรียที่มายืนอยู่ด้านหลังเธอ วิคตอเรียถอนสายบัวทำความเคารพนายตัวเองก่อนพูด

 

วิคตอเรีย : ชั้นตามสืบข้อมูลเขาจากที่ทำงานและบ้านที่เขาอยู่แล้วค่ะ เขาอาศัยอยู่กับพวกมนุษย์ที่เป็นพวกไฮเดอร์ เขารู้จักกับดาร์คเอลฟ์คนนึงและดาร์คเอลฟ์คนนั้นก็รู้เรื่องที่อยู่ของฮาซุยกับพวกไฮเดอร์ด้วยแต่เธอกลับไม่นำเรื่องนี้ไปแจ้งทางการนายอำเภออสูร

 

พ่อแม่ฮาซุยเป็นทาสถูกขายไปที่อื่น เขาอยู่ตัวคนเดียวกับครอบครัวของเขาที่ยากจนและชีวิตตกอับ แต่ในช่วงเวลาไม่นานก่อนเริ่มการแข่งเขาลาออกจากงานก่อสร้างโดยโกหกคนในบ้านว่ายังทำงานที่นั่นอยู่ คนในบ้านก็พึ่งจะมารู้ตัวเหมือนกันว่าเขามาลงแข่งเกมนี้

 

จึงมีความเป็นไปได้ว่าในช่วงเวลาที่เขาหายไปนั้นเขาอาจจะใช้เวลาช่วงนั้นฟาร์มเลเวลให้ตัวเอง เพระะเวลาที่เขาขาดงานไปมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์ที่เขาอ้างว่าก่อทั้งหมดเลยค่ะ

 

คิซูกิ : อื้ม ตอนนี้เจ้าหนูนั่นผ่านเกมการแข่งมาสามเกมแล้วกำลังนอนพักอยู่ แต่ชั้นว่าเธอยังได้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหนูนั่นน้อยไปหน่อยนะ

 

เจ้าเด็กนั่นมันเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์ด้วย เขาพึ่งโชว์ทักษะการทำคอมมานด์บล็อคสีแดงให้ชั้นดูเมื่อกี้นี้เอง

 

 

เมื่อวิคตอเรียได้ยินแบยนั้นเธอก็ทำหน้าประหลาดใจออกมาแบบชัดเจนเพราะว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะเป็นคอมมานด์ครีเอเตอร์ ตอนนี้ในหัวของวิคตอเรียนั้นสับสนไปหมดเกี่ยวกับเรื่องของฮาซุย ทั้งเรื่องพลังของเขา การที่เขาพัฒนาตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด และความสามารถใหม่ๆที่เขาเผยออกมาในภายหลังโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุ และเมื่อตัววิคตอเรียนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอไปถามเรื่องต่างๆกับสมาชิกในครอบครัวฮาซุยแล้วได้ข้อมูลมาน้อยทำให้เธอรายงานคิซูกิไปว่า

 

วิคตอเรีย : ที่ชั้นได้ข้อมูลมาแค่นี้เพราะว่าคนในครอบครัวของฮาซุยทุกคนนั้นล้วนไร้ประโยชน์และโง่เขลา พวกเขาโดนฮาซุยหลอกอยู่ตั้งนานและไม่แอบสงสัยอะไรเขาเลย เป็นสมาชิกในบ้านเดียวกันที่อ้างว่ารักฮาซุยนักหนาแต่กลับแทบไม่รู้เรื่องของเด็กคนนั้นเลย และด้วยความโง่เขลาของพวกมนุษย์นั่นชั้นจึงสั่นสอนพวกนั้นไปคนนึงจนลงไปนอนกองแล้วค่ะ

 

 

ทันทีที่คิซูกิได้ยินคำรายงานของวิคตอเรีย เธอก็ตาเบิกกว้างและชะงักไป มือของเธอกำหมัดแน่นอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะหันควับมาหาวิคตอเรีย

 

คิซูกิ : เธอทำอะไรกับคนที่นั่น ?

 

 

วิคตอเรีย : ...ก็...สั่งสอน..พวกคนโง่ไงค่ะ..

 

 

ตู้ม!!

 

 

ทันใดนั้นเองหมัดของคิซูกิที่กำอยู่ก็เกิดเปลวไฟพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้น

 

ซึ่งนั่นคือพลังคอมมานด์ของเธอ วิคตอเรียปิดปากเงียบทันทีเพราะเธอรู้ได้เลยว่าถ้าหากหมัดของคิซูกิที่กำอยู่มีประกายระเบิดออกมาแบบนี้แปลว่าเธอกพลังโกรธ

 

และแน่นอนว่าตอนนี้คิซูกิกำลังโกรธเมื่อรู้ว่าวิคตอเรียได้ทำบางอย่างที่เกินเลยกับคนในบ้านของฮาซุย

 

 

คิซูกิ : เธอทำอะไรพวกเขา ? =_=

 

 

วิคตอเรีย : ...หนึ่งในพวกเขาลุกขึ้นพูดย้อนใส่ชั้น เขาเป็นมนุษย์ที่แขนด้วนสองข้างไม่สมประกอบแต่กลับยังกล้าท้าทาย ชั้นเลยตบเขาจนกระเด็นไปชนกับตู้ไม้...ตอนนี้เขาคงไม่เป็นไรแล้วค่ะ

 

หมับ~

 

 

ทันใดนั้นเองคิซูกิก็ได้เดินเข้ามาแล้วเอามือจับเข้าที่คอของวิคตอเรียมั่น วิคตอเรียยืนนิ่งเพราะตอนนี้ระเบิดเวลาความตายที่ชนวนถูกจุดเมื่อไผร่ก็ได้กำลังติดอยู่ที่คอของเธอ

 

คิซูกิ : ชั้นสั่งแค่ให้เธอไปสืบหาข้อมูลไม่ใช่ให้ทำตัวเป็นนักเลงเสียภาพลักษณ์เมดแบบนี้...เธอเป็นถึงอสูรพันธ์ การที่เธอเอาชนะมนุษย์ได้มันก็เป็ยเรื่องปกติแล้วไม่ใช่รึไง ? แต่นี่เธอยังไปลงกับมนุษย์ที่พิการไร้ทางโต้ตอบใดๆอีก...เธอรายงานออกมาด้วยความภาคภูมิใจน่าดูเลยนะที่ทำแบบนี้ได้ เธอไม่ต้องไปตามสืบเรื่องใดๆเกี่ยวกับเจ้าเด็กนั่นแล้วถ้าเธอไปแล้วไปก่อเหตุแบบนี้ อย่าให้ชั้นรู้อีกนะว่าเธอไปยุ่งคนบ้านเด็กนั่นหรือตัวเด็กนั่นอีก เธอไปได้แล้ว ชั้นจะเข้านอน =_=

 

 

คิซูกิพูดตำหนิการกระทำของวิคตอเรียจบ เธอก็ปล่อยมือออกแล้วเดินจากไป วิคตอเรียเอามือลูบคอด้วยความเสียวไส้เพราะเมื่อกี้นี้เธอเกือบตายแล้ว

 

เธอไม่เคยโดนคิซูกิที่เป็นนายตัวเองทำแบบนี้มาก่อน แต่ตั้งแต่ที่คิซูกิเจอฮาซุยเธอก็เปลี่ยนไป และมันทำให้ตัวของวิคตอเรียแอบเก็มงำอารมย์มือในใจที่มีต่อฮาซุย

 

 

วิคตอเรีย : ( ชั้นไม่สนหรอกว่าแกจะมีอะไรพิเศษนักหนา แต่ชั้นจะไม่ยอมให้บรรลังจอมมารต้องมาเปื้อนคราบโคลนสกปรกของก้นแกหรอก )

 

 

ทางฝั่งฮาซุย

 

 

เรแม็ก : ฮาซุยๆ! ตื่นได้แล้ว!

 

 

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเรแม็กเป็นคนปลุกผม ผมก็ตื่นมาแบบสลึมสลือ ซึ่งเมื่อผมหันมาผมก็เห็นตัวของเรแม็กในสภาพที่ปากคาบแปรงสีฟัน และที่คอก็มีผ้าเช็ดตัวพาดอยู่เหมือนเขาเตรียมตัวจะไปล้างหน้าแปรงฟันล้างขี้ตาให้สว่างเพราะดูจากสภาพหนังตาของเขา เขาก็สลึมสลือเหมือนกับผมเหมือนกัน

 

ฮาซุย : หืม~? เช้าแล้วเหรอ~?

 

 

เรแม็ก : ใช่ เกมจะดำเนินต่อแล้ว นายมีเวลาอยู่ครึ่งชั่วโมงให้เตรียมตัวก่อนเกมเริ่ม

 

เรแม็กหลังจากที่เขามาปลุกผมเสร็จเขาก็เดินไปแปรงฟัน ผมก็แอบสงสัยว่าเขาไปเิาแปรงสีฟันมาตอนไหน แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีผมก็พบว่าข้างในเสื้อผมมันก็มีแปรงสีฟันกับผ้าเช็ดหน้าแล้ว

 

หนำซ้ำที่แปรงสีฟันของผมแค่คนเดียวมันยังกระดาษแผ่นนึงเขียนแปะติดเอาไว้ด้วย

 

( เอานี่ไปพ่อคนเก่ง คิดซะว่าเป็นของขวัญจากชั้น คอมมานด์บล็อคที่นายสร้างตอนนั้นนายคงซึมซับไปแล้วซินะ หวังว่าในวันนี้นายจะมีไม้เด็ดมาโชว์ให้เห็นว่านายเก่งขึ้นมากแค่ไหน ? )

 

ฮาซุย : ( คุณคิซูกิซินะ ขอบคุณมากครับ ^_^ )

 

 

ผมเห็นก็แอบอมยิ้มออกมา แน่นอนว่าพลังคอมมานด์ที่ผมสร้างเมื่อคืนนั้นผมซึมซับมันมาเรียบร้อย ตอนนี้ก็เท่ากับว่าผมมีพลังในการเปลี่ยนร่างกายของตัวเองให้เป็นน้ำหมึกได้แล้ว

 

แม้ว่าระดับพลังอสูรของผมมันจะไม่เพิ่มขึ้นแต่พลังคอมมานด์ของผมในตอนนี้มันสูงขึ้นมากเลย ผมลุกไปแปรงฟันคู่กับเรแม็ก แต่ในระหว่างมี่แปรงฟันนั้นหางต่อผมก็เหลือบไปเห็นร่างของอสูรพันธ์ที่มีร่างกายเป็นกึ่งของเหลวสีขาวได้มายืนแปลงฟันอยู่ห่างจากพวกเรา

 

ซูมารุได้มายืนแปรงฟันอยู่ที่ริมแม่น้ำ แต่สิ่งที่เขาเอามาใช้เป็นแปรงสรฟันนั้นคือกิ่งไม้ที่มีหนามแหลมขนาดใหญ่ที่ถ้าหากเป็นคนอื่นเอามาใช้แปรงสีฟันคงปากฉีกไปนานแล้ว แต่ซูมารุกลับไม่ได้รับผลอะไรอาจจะเป็นเพราะระดับพลังอสูรของเขาที่สูงและเลเวลของเขาที่อยู่ระดับเจ้าพ่อมด

 

ซูมารุ : ...

 

ซูมารุเหลียวตามาที่ผมก่อนจะกระพริบตาข้างขวาข้างเดียวทีนึงให้ผม ผมเลยเบือนหน้าหนีเพราะผมยังไม่ลืมสิ่งที่มันทำเมื่อวานนี้

 

 

ในระหว่างที่เหล่าผู้ลงแข่งกำลังเตรียมพร้อมอยู่นั้น ขณะเดียวกันทางด้านของผู้เข้าชมที่นอนกางเต็นท์อยู่ที่สนาทก็ได้ลุกตื่นขึ้นพร้อมรับประทานอาหารเช้าที่เป็นข้าวกล่องรอเกมเริ่ม คิซูกิ แบนชี เรบิโกะ วิคตอเรียก็ได้มาถึง รวมถึงโนเว็นด้วย

 

คิซูกิ : ท่านโนเว็น เมื่อวานนี้ท่านหายไปไหนมาตั้งนาน ? ท่านเลยอดดูเลยว่าเกิดเรื่องอะไรขค้นบ้างในการแข่ง

 

 

โนเว็น : ไม่เป็นไรหรอก

 

 

โนเว็นกล่าวพร้อมรอดูการแข่งต่อ ในระหว่างนั้นเรบิโกะเหลือบไปเห็นว่ามีตะไคร้น้ำสีเขียวขึ้นอยู่ที่มุมที่นั่งจุดนึงใกล้มือเธอ และด้วยความซนของเรบิโกะเลยทำให้เธอได้ยื่นมือไปจะแกะตะไคร้น้ำนั้นแต่

 

หมับ!

 

 

โนเว็นก็พุ่งมือมาจับข้อมือเรบิโกะไว้ทัน

 

โนเว็น : อย่าทำแบบนั้นดีกว่า =_=

 

 

พอเห็นสีหน้าที่จริงจังและดูไม่สบอารมย์ของโนเว็นก็ทำให้เรบิโกะค่อยๆดึงมือกลับมา

 

แบนชี : คุณโนเว็นนี่รักธรรมชาติจังเลยนะค่ะ

 

 

โนเว็น : สำหรับชั้นพืชพรรณทุกชนิดก็เป็นเหมือนญาติห่างๆของชั้นหนะ

 

 

โนเว็นกล่าวออกมาเพราะด้วยพลังคอมมานด์ของเขามันจึงทำให้เขาเป็นอสูรพันธ์ที่รักธรรมชาติมากเกินเป็นพิเศษ

 

ปีเตอร์ได้มานั่งอยู่ที่นั่งประจำตัวเอง ติดตั้งไมค์ให้พร้อมยกกาแฟซดแก้ง่วงก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

 

ปีเตอร์ : เอาหละครับคุณผู้ชมทุกท่านที่มาร่วมรับชมการแข่งในวันที่สอง ตอนนี้เหล่าผู้เล่นก็มาสู่เกมที่สี่แล้ว

 

 

คำพูดเปิดงานของปีเตอร์ทำให้เหล่าคนดูพากันรีบเตรียมตัวรับชมการแข่งให้พร้อมแบบเร่งรีบกันหมดทุกคน

 

ทางด้านบ้านของฮาซุยทุกคนก็พากันมานั่งดูเกมการแข่งด้วย เกรด้าแกะผ้าก็อซปิดแผลที่แก้มของจิมมี่ออกพร้อมเอามือลูบแก้มเขาดู

 

เกรด้า : อื้ม แผลหายแล้วแฮะ

 

 

จิมมี่ : เมดคนที่มาเมื่อวานนี้ทือหนักเป็นบ้า

 

 

ราเม็น : อย่าพูดเหมือนกับยัยนั่นเป็นมนุษย์ซิจิมมี่ ดูไม่ออกเหรอว่าเธอคนนั้นเป็นดัพเพิลแก็งเกอร์ แต่เอาเถอะ พวกเธอมาดูกันได้แล้วเกมการแข่งกำลังจะเริ่มขึ้น

 

 

ทางด้านเมลฟาสเองก็นั่งกินซีเรียลตาจับจ้องมองดูโทรทัศน์ที่กำลังฉานรายการเกมการแข่งด้วยสีหน้าจริงจังเช่นเคย

 

 

เหล่าผู้เล่นเตรียมตัวจนพร้อม พวกเราทุกคนพ่กันมายืนจับกลุ่มเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่ครู่นึง สายตาก็ตอยกวาดมองดูรอบๆเพื่อดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างและทันใดนั้นเอง

 

 

ตู้ม~!

 

 

ก็ได้มีกรงเหล็กขนาดใหญ่ร่วงลงมาจากฟ้า มันตกลงมาห่างจากจุดที่เรายืนอยู่ไปประมาณกิโลนึง เสียงตอนที่มันตกลงมากระแทกพื้นนั้นดังจนทำให้พวกเราสะดุ้งทุกคนและทันใดนั้นเอง

 

 

ตุ้ม~! ตุ้ม~! ตุ้ม~! ตุ้มๆๆๆ~!

 

 

ทันใดนั้นเองก็ได้มีกรงเหล็กอีกจำนวนมากร่วงลงมาจากฟ้าลงมายังพื้น กระจายไปยังจุดต่างๆไม่ซ้ำที่กัน ผมใช้สกิลจดจำของผมแคปภาพในเสี้ยววินาทีตอนที่กรงมันร่วงลงมา

 

( ขอใช้คำว่า"แคปภาพ"แล้วกันนะ เพราะมันจะคง้ายกับการแคปภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เป็นอยู่เป๊ะๆเลย )

 

 

และเมื่อผมเปิดไล่ภาพที่ตัวเองแคปเกผ้บไว้ในความทรงจำผมก็พบว่ามันมีกรงขังตกลงมา 13 กรง แต่ละกรงมีลักษณะต่างกันบางกรงก็เหมือนกันบ้าง และดูเหมือนในกรงนั้นจะขังตัวอะไรบางอย่างไว้ด้านใน ผมจึงลองตรวจสถานะสิ่งที่อยู่ในภาพความทรงจำดู

 

[ ชื่อ : ตะขาบสั่งตาย

 

ฐานะ : มอนเสตอร์อันตราย

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.80

 

พลังชีวิต : 1400/1500

 

ความแข็งแกร่ง : 1,000

 

ความเร็ว : 1,800

 

ความสามารถพิเศษ : สะกดจิต ]

 

 

ฮาซุย : ( ชิพละ! มอนเสตอร์ระดับเจ้าพ่อมดอันตราย! อย่าบอกนะว่ากรงขังพวกนี้ขังพวกมอนเสตอร์อันตรายตัวอื่นอีก!? )

 

 

ว่าแล้วผมก็รีบตรวจกรงขังทุกกรงดู

 

[ ชื่อ : กุ้งกระสุนเพศเมีย

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.79

 

ความสามารถพิเศษ : ฉีกกระชาก ]

 

[ ชื่อ : ด้วงกว่างพันเขี้ยว

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.90

 

ความสามารถพิเศษ : ยิงกระสุนฟัน ]

 

[ ชื่อ : หมูป่าทะลวง

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.78

 

ความสามารถพิเศษ : พายุทราย ]

 

[ ชื่อ : ประยุด

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.90

 

ความสามารถพิเศษ : โกหก ]

 

 

ฮาซุย : ( พระเจ้า~! มีแต่พวกโหดๆทั้งนั้น! แล้วไอ้กรงที่อยู่ใกล้เรามากที่สุดมันคือตัวอะไรวะ!? )

 

ผมคิดก่อนจะหันไปมองกรงขังที่อยู่ห่างจากเราประมาณกิโลนึงซึ่งเป็นกรงขังที่อยู่ใกล้ที่สุด ผมรู้สึกได้ถึงสายตาอันเย็นยะเยือกสีแดงฉานที่มองจ้องมาที่ผมจากด้านในกรงขังนั้น

 

[ ชื่อ : หมาป่าเยติ

 

ฐานะ : มอนเสตอร์อันตราย

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.90

 

 

พลังชีวิต : 1800/1800

 

ความแข็งแกร่ง : 1,550

 

ความเร็ว : 1,550

 

ความสามารถพิเศษ : ระเบิดคำรามธาตุน้ำแข็ง ]

 

( สามารถเปลี่ยนกายหยาบของสิ่งมีชีวิตให้เป็นน้ำแข็งได้เพียงถูกมันคำรามใส่ )

 

 

ฮาซุย : ...ทุกคนถอยห่างจากกรง!!

 

 

ผมรีบตะโกนเตือนแต่ก็ไม่ทันอยู่แล้วเพราะประตูกรงขังที่ตอนแรกมันล็อคอยู่ จู่ๆกลไกมันก็ปลดล็อคบานประตูออกมาและเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

 

 

ปึ้ง! โฮกกกกกกก!!

 

 

ประตูกรงก็ถูกผลักออกมาด้วยร่างกายสีขาวเผือกขนาดใหญ่ของมอนเสตอร์ตัวนึงที่วิ่งสี่ขาและมีหางยาว

 

ในตอนนั้นมีอสูรพันธ์ตนนึงยืนอยู่ใกล้กรงนั้นมากที่สุด กว่าเขาจะหันไปเจอสิ่งที่วิ่งเข้ามาก็ไม่ทันซะแล้ว!

 

 

กร็อบ!!!

 

 

สัตว์ร้ายตนนั้นได้วิ่งเหยียบร่างของอสูรพันธ์ตนนั้นจนเกิดเสียงกระดูกหักดังขึ้นชัดเจนจนร่างของมันแหลกลงไปอยู่ที่พื้นอย่างดูไม่จืด

 

เหล่าอสูรพันธ์ผู้ลงแข่งพากันกระโดดหลบแต่ในตอนนั้นมอนเสตอร์ตัวนั้นก็วิ่งตรงไปหาจูเหวิ๋น

 

จูเหวิ๋น : เอา!? ไหงเป็นชั้นหละ!?

 

 

จูเหวิ๋นรียใช้พลังคอมมานด์ของเธอเปลี่ยนเท้าทั้งสองข้างเป็นเปลวไฟก่อนที่มันจะวิ่งไปตามเนินดินอย่างลื่นไหลและรวดเร็วเหมือนการวิ่งของผมตอนใส่รองเท้าจักรวิปลาส

 

แต่ของเธอนั้นมันจะมีการทิ้งเปลวไฟเอาไว้เป็นทางยาวขณะวิ่ดง้วย

 

 

โครม!

 

มอนเสตอร์ตัวนั้นตะปบบเล็บเท้าไล่หลังจูเหวิ๋นแบบฉิวเฉียด แต่ก่อนที่มันจะได้ไล่ตามจูเหวิ๋นต่อ

 

หมับ! กึก!

 

 

จู่ๆเถาวัลย์สีเขียวก็พุ่งเข้าไปรัดตัวของมอนเสตอร์ตัวนั้นเอาไว้แล้วออกแรงดึงยื้อร่างมันไม่ให้ไปไหน คนที่ควบคุมเถาวัลย์นั้นก็คือโชกุนั่นเอง

 

เพราะด้วยสภาพเกมครั้งที่ 4 นี้มีลักษณะเป็นผืนป่าเขียวขจีทำให้มันมีต้นไม้ให้โชกุควบคุมได้แบบสบาย แต่ถึงอย่างงั้น

 

ฟึ้บ!

 

โชกุ : ว้าย!?

 

แต่แล้วมอนเสตอร์ตัวนั้นก็สะบัดตัวทำให้เถาวัลย์ที่พันตัวมันขาดออกและร่างของโชกุก็กระเด็นไปแต่ผมกระโดดเข้าไปรับตัวเธอมาได้ทัน

 

โชกุ : นั่นมันตัวอะไรหนะ ?

 

ฮาซุย : หมาป่าเยติไง =_=

 

 

 

หมาป่าเยติ

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว