ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปิดฉากเกมในวันแรก

ชื่อตอน : ปิดฉากเกมในวันแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 648

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 06:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปิดฉากเกมในวันแรก
แบบอักษร

 

 

 

ทางฝั่งบ้านของฮาซุย

 

 

แผละ!

 

ภาพร่างของอสูรพันธ์โดนทับตายฉายออกมาให้เห็นชัดไร้ซึ่งการเซนเซอร์ขณะออกโทรทัศน์

 

ตอนนี้เป็นเวลาตกเย็นแล้ว เวลาประมาณ 17 : 45 น.ได้

 

 

จิมมี่ : เร็วเข้าซิฮาซุย นายออกจะฉลาดต้องมีแผนในหัวบ้างซิ

 

ราเม็น : ตอนนี้เราคงทำได้แต่ลุ้นเอาใจช่วยเขาจริงๆเหรอ ?

 

 

อลิซ : นั่นซิค่ะ

 

ตอนนี้ทางบ้านรู้สึกใจคอไม่ดีสุดๆ โดยเฉพาะตัวของเมลฟาสเธอนั่งเออมือประสานกันภาวนาให้ฮาซุยอยู่รอดปลอดภัย

 

เมลฟาส : ( ...เป็นความผิดชั้นแท้ๆ ชั้นควรจะห้ามเขาเอาไว้แต่ก็ไม่ห้าม )

 

 

 

ตัดภาพมาที่สนามแข่งที่กำลังพากันดูการแข่งอย่างลุ้นระทึกจนตัวเกร็ง เหล่าอสูรพันธ์ที่มาดูเกมนี้พวกเขาไม่เคยเจอเกมการแข่งขั่นไหนที่ลุ้นระทึกขนาดนี้มาก่อนเลย

 

คิซูกินั่งดูการแข่งด้วยสีหน้าจริงจัง เช่นเดียวกับเรบิโกะแต่ตัวของแบนชีนั้นเธอกลับนั่งอมยิ้มเพราะเห็นท่าทีของผมที่กำลังจนปัญญา

 

แบนชี : ( มาดูกันซิว่าแกจะมีลูกเล่นอะไรอีกเจ้ามนุษย์ปัญญาเขลา )

 

 

เรบิโกะ : อย่ามัวยืนเฉยซิเจ้าหนู! สู้ซิ!

 

 

เรบิโกะตะโกนเชียร์ เธอยังไม่อยากให้ผมตายเพราะเธอต้องการที่จะท้าสู้กับผมอยู่หลังจากที่ผมรอดออกมา

 

แต่ถ้าหากไม่ได้เข้ามาอยู่ในเกมนี้ใครมันจะไปเข้าใจความกดดันและการหมดหนทางในเกมนี้หละฟะ!?

 

ฮาซุย : ดาวกระจายเกล็ดนางเงือก!

 

 

ฟิ้ว~!

 

 

ผมลองปาดาวกระจายนั่นไปปักใส่ที่หัวของกากอยตัวนึง ดาบกระจายของผมเสียบเข้าไปที่กะโหลกมันตรงๆแต่ม่นกลับไม่เป็นพร้อมมองตรงมาที่ผมก่อนที่มันจะดึงดายกระจายออกจากหัวกะโหลกแล้วโยนดาวกระจายกลับคืนมาหาผม

 

ฟิ้ว~! หมับ!

 

ฮาซุย : อึ้ก!

 

ผมกัดฟันกลั้นเสียงร้องเอาไว้เพราะตอนที่ดาวกระจายถูกปามาแล้วผมเอามือรับมัน ดาวกระจายเกล็ดนางเงือกมันได้บาดมือผมด้วย

 

เลือดสีแดงไหลออกมาเล็กน้อย ผมจำใจต้องเก็บดาวกระจายก่อนเพราะว่ามันไม่น่าจะช่วยอะไรได้ รองเท้าจักรวิปลาสยังคงสวมอยู่ที่เท้าผม แต่ผมไม่กล้าที่จะวิ่งไปแบบหุนหันพลันแล่นเพราะถ้าโชคร้ายผมอาจวิ่งไปหาความตายโดนกาฮอสโดดทับพิดีจังหวะที่กำลังวิ่งอยู่ โดยผมจะวิ่งในจังหวะที่ตัวกาฮอสที่เป็นฮอสนั้นมันหันมาหาผม ผมก็จะอุ้มตัวโชกุแล้วพาเธอวิ่งหลบออกมาด้วย

 

วู้ม~~!

 

 

ปีเตอร์ : มีกาฮอสกลายเป็นฮอสสองตัวไปแล้วครับ!

 

ปีเตอร์ประกาศออกมาทำให้ผมกัดฟันแน่นเลย แค่นี้มันก็ยากพออยู่แล้ว ยังจะมียากกว่านี้อีกเหรอ!?

 

ยิ่งเราติดแหง็กและหาทางเอาชนะเกมนี้ช้ามากเท่าไหร่ เกมมันก็จะยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น

 

 

"อ้ากกกกก!!"

 

แผละ!!

 

อสูรพันธ์และทาสหลายคนถูกทับตายสิบกว่าคนและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ผมไม่มีเวลาคิดแผนเลยเพราะว่าไม่มีเวลาให้คิด

 

ฮาซุย : โธ่เว้ย! เราต้องหาทางจัดการกับเกมนี่!

 

โชกุ : ยังไงหละค่ะ!?

 

 

ฮาซุย : ชั้นต้องใช้เวลาคิด คิดซิๆ คิดๆๆๆๆ

 

 

ผมพูดย้ำกับตัวเองด้วยอารมย์ที่เริ่มฉุนเฉียว และในตอนนั้นเอง

 

ผมก็เผอิญสังเกตุเห็นบางสิ่งที่มันผิดปกติอย่างนึง นั่นคือพวกกาฮอสมันจะพยายามทิ้งระยะห่างจากกันอยู่ตลอด ผมมองดูการเคลื่อนที่ของพวกมันที่จะทิ้งระยะห่างอย่างน้อยหนึ่งบล็อคเสมอ

 

สมองของผมคิดทฤษฎีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของมันแบบนี้

 

ฮาซุย : โชกุ! เกาะหลังชั้นเร็ว!

 

ผมพูดโชกุที่ได้ยินก็กระโดดกอดผมทันที

 

ดึ๋ง~

 

โชกุเธอพุ่งแขนเข้ามาโอบล็อคคอผมจากด้านหลัง พร้อมกับเนินอกทรงโตของเธอที่บี้เข้ากับแผ่นหลังผมเต็มๆทำเอาผมเคลิ้มและชะงักไปชั่วขณะนึงเลย

 

 

ฮาซุย : ( โอ้~ นุ่มจัง~ เอ๊ย! ไม่ใช่แล้ว! )เกาะไว้แน่นๆนะ!

 

ผมหันไปพูดกับโชกุ เธอก็กอดหลังผมแน่นขึ้นจนหน้าอกทรงโตเธอมันโดนหลังผมมากกว่าเดิม

 

เรแม็ก : ( ไอ้ฮาซุย เมิงคิดอะไรอยู่กันแน่วะ ? =_= )

 

 

ฮาซุย : เอาหละนะ

 

 

ผมพูดออกมาก่อนจะย่อตัวลง ขาทั้งสองข้างของผมชาร์จพลังลงไปที่รองเท้าจักรวิปลาส ก่อนที่ผมจะออกแรงกระโดดพุ่งตรงไปหากาฮอสตัวนึงโดยมีโชกุเกาะหลังอยู่

 

พู้ม~!

 

 

ร่างของผมพุ่งไปหากากอยตัวนึงจากนั้นผมก็ไม่รอช้าง้างฝ่าเท้าเตรียมถีบใส่มันทันที

 

พัวะ!!!

 

โฮ๊ก!?

 

ผมเตะใส่มันจนทำให้ตัวของกาฮอสที่เกาะอยู่ด้านบนหมากฮอสตัวนึงในตอนแรกได้ร่วงลงจากตัวของหมากฮอสที่มันเกาะอยู่

 

เพล้งงงงง!

 

และทันทีที่ร่างของกาฮอสตัวนั้นกระแทกกับพื้นร่างของมันก็แตกกระจายออกเป็นเศษส่วนเหมือนก้อนหินที่กองอยู่ที่พื้นเป็นชิ้นๆ

 

ผมกับโชกุได้ทำการขึ้นไปคุมอยู่ด้านบนตัวของหมากฮอสนั้นแทน ก่อนที่ผมจะทำการใช้พลังน้ำหมึกของผมตบฝ่ามือลงไปที่ตัวหมากฮอสนั่น

 

ฮาซุย : ย้ะ!

 

เพียะ! ซู้ม~~!

 

เพียงการตบมือครั้งเดียวของผมก็ทำให้ตัวหมากฮอสนั้นค่อยๆถูกน้ำหมึกของผมกลืนกินไปแต่ยังคงรูปร่างที่เป็นหมากฮอสไว้อยู่

 

และไม่นานนักหมากฮอสที่ผมกับโชกุขี่อยู่ถูกพลังของผมเข้าครอบงำจนทำให้มันกลายเป็นของผม กลายเป็นหมากฮอสสีดำที่มีลายเปลวไฟสีชมพูอยู่ที่ฐานด้านล่างของหมากฮอส

 

พวกกาฮอสทุกตัวที่กำลังไล่ทับพวกผู้เล่นในตอนแรกพากันชะงักก่อนที่พวกมันจะหันมามองผม

 

พวกผู้เล่นและทุกคนในสนามก็พากันมองดูสิ่งที่ผมทำและในตอนนั้นเองผมก็ได้เหลือบมองไปที่กาฮอสตัวนึงที่เกาะหมากฮอสอยู่ใกล้ๆนั้นและทันใดนั้นเอง

 

 

ตึ้ม~!

 

 

ผมได้ควบคุมให้หมากฮอสของผมกระโดดข้ามหัวกาฮอสตัวนั้นมาและทันทีที่ผมกระโดดข้ามหัวกาฮอสตัวนั้น หมากฮอสและตัวกาฮอสตัวนั้นก็สั่นสะท้านก่อนที่จู่ๆ

 

พู้ม~!

 

ร่างของกาฮอสตัวนั้นก็ได้ระเบิดแตกออกกลายเป็นเศษหินสีหมากฮอสขนาดเล็กที่ตกอยู่ที่พื้น

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวกกาฮอสตัวอื่นพากันตกใจก่อนที่พวกมันจะเป็นฝ่ายพากันควบคุมหมากฮอสหนีผมด้วยความกลัวแทน

 

แบนชี : มันเกิดอะไรขึ้น!?

 

 

แบนชีโวยออกมาด้วยความไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ผมทำ

 

ปีเตอร์ : เดี๋ยวก่อนนะทุกท่านเหมือนฮาซุยกำลังพูดอะไรบางอย่างกับโดมารุของเขา ทีมงานช่วยเร่งเสียงหน่อยครับ

 

ปีเตอร์สั่งให้ทีมงานเร่งเสียงของตัวผมเพราะเห็นผมหันหน้าไปพูดอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับโชกุที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งประโยคที่ทุกคนได้ยินนั้นก็คือ..

 

ฮาซุย : เกมนี้มันคือเกมหมากฮอส สาเหตุที่เราไม่สามารถโจมตีและทำให้ตัวพวกมันได้รับความเสียหายได้นั่นก็เพราะว่าการที่เราจะเอาชนะมันได้แบบเด็ดขาดคือการทำลายมันด้วยวิธีเล่นหมากฮอส

 

กินตัวหมากยังไงหละ!

 

 

ทุกคน : 0_0 !? กินตัวหมาก!?

 

 

ฮาซุย : คุณคิซูกิก็คงคิดไว้แบบนี้อยู่แล้วแหละถึงได้ตั้งค่าให้พวกกาฮอสมันแข็งแกร่ง ที่เราต้องทำก็คือขึ้นมาอยู่ด้านบนตัวหมากฮอสของมันตัวนึงจากนั้นก็คุมให้มันเดินข้ามหัวกาฮอสตัวอื่น ก็จะเท่ากับเรากินตัวหมากมันและตัวทันก็จะถูกตัดออกจากเกม! ^_^

 

 

โชกุ : ฉลาดมากเลยค่ะท่าน!

 

 

ปีเตอร์ : ฉลาดมาก~! ไอคิวสูงเท่าไหร่เนี่ยเจ้าหนู~! ผู้เล่นมนุษย์ฮาซุยเขาเจอวิธีผ่านเกมนี้แล้วครับ~!

 

 

ปีเตอร์เป่าประกาศ เหล่าอสูรพันธ์หลายตนเริ่มพากันยกย่องในความชาณฉลาดของมนุษย์ตัวน้อยที่ถูกมองว่าเป็นผู้อ่อนแอและต่ำต้อย แต่ตอนนี้กลับเป็นผู้ที่ทำความยิ่งใหญ่ออกมา

 

เรบิโกะฉีกยิ้มออกมาทันทีเมื่อเธอเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น คิซูกิก็ยกยิ้มออกเมื่อเห็นว่าผมสามารถที่จะเข้าใจเกมของเธอได้แบบทะลุปรุโปร่งแบบนี้

 

คิซูกิ : ( มีเรื่องอะไรที่นายจะไม่รู้จักชั้นบ้างเนี่ย ? )

 

 

แบนชี : ...( บัดซบ บัดซบ บัดซบๆๆๆๆ! มันเป็นไปได้ยังไง!!? เจ้ามนุษย์นั่นมันเจอวิธีผ่านเกม!!? นี่น้องสาวชั้นจะต้องไปหมายปองกับเจ้าสัตว์ชั้นต่ำนั่นจริงๆหนะเหรอ!!? )

 

 

แบนชีเป็นเพียงคนเดียวที่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอเหลือบตามองไปที่คิซูกิ แม้เธอจะมองไม่เห็นใบหน้าท่อนล่างน้องสาวตัวเองแต่เธอก็รู้ว่าคิซูกิกำลังอมยิ้ม

 

ซึ่งมันทำให้เธอไม่เข้าใจว่าน้องสาวแก้มตาดวงใจเธอจะไปยกยิ้มมาให้ทำไม

 

 

ฮาซุย : กินไปแล้วหนึ่ง~! ^0^

 

 

ตึ้ม!

 

ตู้มมม!

 

ผมคุมให้ตัวหมากผมเดินข้ามหัวหมากของกาฮอสอีกตัวจนทำให้ร่างและหมากฮอสของกาฮอสตัวนั้นระเบิด

 

ฮาซุย : กินไปแล้วสอง~! ^0^

 

ตอนนี้เหล่าผู้เล่นคนอื่นทำได้แต่พากันมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เบิกกว้าง ก่อนที่พวกมันจะกำหมัดแน่นและมองหาตัวกาฮอสที่อยู่ใกล้ที่สุด

 

ก่อนที่พวกมันจะกระโดดปีนขึ้นไปบนตัวหมากฮอส เตะหรือโยนตัวกาฮอสบนนั้นออกจากนั้นก็ขึ้นคุมตัวหมากฮอสเองจากนั้นก็ไล่กระโดดกินตัวหมากของกาฮอสกัน

 

เกมพลิกจากที่กาฮอสเป็นฝ่าสไล่ล่าเรา ตอนนี้กลายเป็นกาฮอสที่ต้องโดนเราไล่ล่า

 

ผมในตอนนี้ได้กินตัวกาฮอสไปสามตัวแล้วทำให้หมากฮอสที่ผมขี่อยู่วิวัฒนาการเป็นตัวฮอสและมันทำให้ผมสามารถพาตัวหมากของผมเดินไปไกลแค่ไหนก็ได้

 

เกมหมากฮอสดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนปีเตอร์แทบจะพากย์ไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพียงแป๊บเดียวเท่านั้นก็เหลือตัวหมากฮอสกาฮอสอยู่แค่ตัวเดียวเท่านั้น

 

"ตัวสุดท้ายอยู่โน่น!!"

 

 

"ไปฆ่ามันเลย! ล้างแค้นให้เพื่อนเรา!"

 

 

พวกอสูรพันธ์ที่ขี่หมากฮอสพากันไล่ล่าตามหลังเจ้ากาฮอสตัวนั้น กาฮอสตัวนั้นมันเป็นตัวฮอสทำให้มันสามารถเคลื่อนที่ไปตรงไหนก็ได้และทำให้เป็นเรื่องยากต่อการไล่ล่า

 

แต่ในท้ายที่สุดแล้ว

 

ตึ้ม! ตู้มมมมม!!

 

ก็ได้มีหมากฮอสตัวนึงมาดักหน้ากาฮอสตัวนั้นเอาไว้ก่อนลงมือเดินตัวหมากข้ามหัวกาฮอสตัวนั้นเท่ากับเป็นการกินฮอสศัตรูตัวสุดท้าย

 

และในท้ายที่สุดหมากฮอสกาฮอสตัวนั้นก็ระเบิดออกและปรากฏเป็นบานประตูที่ตั้งอยู่ตรงจุดที่มันตาย

 

เหล่าผู้เล่นทุกคนรวมถึงผมกับโชกุได้ตามมาจนถึงพอดี

 

เหล่าอสูรพันธ์เมื่อเห็นดังนั้นก็พากันลงจากหมากฮอส และได้เดินไปหาคนที่ขี่หมากฮอสที่ลงมือกินกาฮอสตนสุดท้าย

 

แต่..

 

 

"สุดยอดมากเลยพวก~! นายพึ่งจะกินไอ้กากอยเวรนี่ตัวสุดท้ายไปนะ~! หนำซ้ำมันยังเป็นตัวฮอสด้วย! ขนาดเรายังล่ามันแทบตา.."

 

 

แผละ!!

 

"!?"

 

 

แต่แล้วจู่ๆคนที่ควบคุมหมากฮอสตัวนั้นก็คุมให้หมากฮอสทับอสูรพันธ์ตนที่เดินเข้าไปพูดขอบคุณโดนไม่ทราบสาเหตุ! ทำให้ร่างของอสูรพันธผืตนนั้นแหลกกระจายพร้อมกับชิ้นส่วนแขนชุ่มเลือดที่กระเด็นมาโดนหน้าจูเหวิ๋นจนทำให้หน้าเธอเลอะเลือดและเศษแขนนั่นก็ตกอยู่ตรงหน้าเธอเลย

 

จูเหวิ๋น : กรี๊ดดดดด!!?

 

 

"ฮะเฮ้ย!? อะไรหวะ!? อะ!?"

 

 

แผละ!!

 

คนที่คุมหมากฮอสนั้นยังคงทำการไล่บดขยี้ร่างอสูรพันธ์ต่อไป จนทำให้มีอสูรพันธ์สามตนโดนบดขยี้ เหล่าคนดูที่คิดว่าเกมจบแล้วก็พากันมองดูเกมการแข่ง

 

ปีเตอร์ : โอ้ะ! เดี๋ยวก่อนครับ! เหมือนจะเกิดเหตุชุลมุนขึ้นในสนามครับ!

 

 

เรบิโกะ : เกิดอะไรขึ้น ? ผู้เล่นฆ่ากันเองเหรอ ?

 

คิซูกิ : ...

 

 

ฮาซุย : ทำอะไรหนะ!!? หยุดนะ!!

 

ผมไม่รอช้ารีบลงจากตัวหมากฮอสแล้วพยายามวิ่งเข้าไปห้ามคนๆนั้นไม่ให้ฆ่าผู้เล่นไปมากกว่านี้

 

แต่เขาคนนั้นก็ไม่ยอมหยุดพยายามไล่บดขยี้ร่างพวกอสูรพันธ์ตนอื่นต่อไปจนกระทั่ง

 

จูเหวิ๋น : กรี๊ด!?

 

 

มันกำลังจะใช้ตัวหมากฮอสทับร่างจูเหวิ๋น ตอนนั้นในหัวผมคิดแค่ว่าจะไม่ให้เธอตายเด็ดขามันเลยทำให้ผมรู้สึกโกรธและจริงจังแบบขีดสุดก่อนจะชาร์จพลังน้ำหมึกในมือและพุ่งพลังน้ำหมึกเป็นหนวดปลาหมึกสีดำขนาดใหญ่สี่เส้นเข้าไปหาหมากฮอสตัวนั้น

 

 

หมับ!

 

ฮาซุย : ย้าาาาาาาาาาาาาาาา!!!

 

 

และผมก็ไม่รอช้ารีบเหวี่ยงหนวดนั้นเป็นวงกลมจนทำให้หมากฮอสที่มีขนาดใหญ่และหนักราวกับระฉังขนาดยักษ์ในโบสถ์ไม่ต่างอะไรกับของเล่นเบาๆก่อนที่ผมจะขว้างหมากฮอสนั้นไปโดยไม่สนใจคนที่ขี่มันอยู่

 

 

ตู้ม~~~!!

 

 

เสียงตัวหมากฮอสกระทบกับพื้นดังสนั่นเพราะน้ำหมึกและความแข็งแรงของหมากฮอส หมากฮอสนั้นได้รับความเสียหายหนักมากจนเกิดรอยร้าวและมีชิ้นส่วนเล็กๆหลุดหักออกมา

 

ผมหายใจพักเหนื่อยอย่างหนักหน่วง บรรยากาศโดยรอบอยู่ในความเงียบงันทั้งจากในสนามแข่งหรือจากที่ไหนๆที่กำลังดูการแข่งที่เกิดขึ้นอยู่

 

ปีเตอร์ : ไม่อยากจะเชื่อเลยครับคุณผู้ชมว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในเกม kill them up แต่ท่าโยนหมากฮอสของฮาซุยเมื่อกี้ผมคงอดไม่ได้ที่จะพูดว่าสุดยอดจริงๆ

 

 

เหตุผลที่ทำให้ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์พากันนั่งเงียบด้วยความอึ้งนั้นมีอยู่ด้วยกันสองเหตุผล

 

เหตุผลแรกคือตกใจในเหตุการณ์ที่ผู้เล่นฆ่ากันเอง

 

เหตุผลที่สองคือพละกำลังของผมที่มหาศาลจนโยนหมากฮอสนั่นลอยได้โดยที่มันไม่น่าใครทำแบบนั้นได้มาก่อน

 

เรบิโกะ : *-*

 

เรบิโกะถึงกับตาเป็นประกายที่เห็นว่าคู่ต่อสู้ที่เธอหมายตามองมีความแข็งแกร่งขนาดนี้ คิซูกิเธอตาเบิกกว้างนิดหน่อยแต่ก็ยังคงกิริยาสำรวมกายวาจาเอาไว้

 

แต่แบนชีนั้นถึงกับอ้าปากค้างไปในทันที

 

 

ฮาซุย : ไม่เป็นไรใช่ไหม ?

 

ผมหันไปถามกลุ่มอสูรพันธ์ที่หนีจากการฆ่ากันเองเมื่อครู่ ทุกคนก็พยักหน้ามาให้ผม ก่อนที่ผมจะเดินไปดูที่หมากฮอสนั่น ตอนนี้ในใจผมรู้สึกแอบเป็นห่วงคนขี่หมากฮอสคนเมื่อกี้

 

ผมว่าตอนนี้เขาอาจตายอยู่ใต้หมากฮอสนั่นก็ได้และอาจเป็นผมที่ฆ่าเขา แต่เมื่อผมเดินไปถึงตัวหมากฮอสกลับต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม

 

เพราะหมากฮอสที่ผมขว้างมาเมื่อกี้นี้มันไม่มีคนขี่มันอยู่!

 

 

ฮาซุย : อะไรกัน!? 0_0

 

 

และในตอนนั้นเอง

 

??? : จะเอ๋~!

 

 

ฮาซุย : เหวอ!?

 

จู่ๆก็มีใบหน้าขาวซีดพุ่งมาจากไหนไม่รู้มาจ่อหน้าผมจนทำให้ผมตกใจหงายหลังลงไปอยู่ที่พื้น

 

ภาพที่ผมเห็นก็คืออสูรพันธ์ตนนึงที่มีร่างกายเป็นสีขาวตั้งแต่ใบหน้ายันสีผม ตาซ้ายมีเปลวไฟสีฟ้าลอยออกมา เขามีอายุพอๆกับผม

 

แต่ที่แปลกก็คือเขาโผล่หน้าออกมาจากตัวของหมากฮอสโดยตรง ที่ตัวหมากฮอสนั้นมันเหมือนแตกหน่อออกมาเป็นหัวของเขาคนนี้ เขาคนนี้มีคอที่ยืดยาวเป็นของเหลวสีขาว ก่อนที่ร่างกายที่เป็นของเหลวสีขาวของเขาจะค่อยๆโผล่ออกมาจากตัวหมากฮอสมากขึ้น

 

จนกระทั่งเขาได้ออกมาในร่างที่เหมือนจะเป็นร่างสมบูรณ์ที่สุดของเขาแล้ว

 

เขาคนนี้มีร่างกายท่อนล่างเป็นของเหลวสีขาวไร้รูปร่างไม่มีขา มีระยางหนวดสีขาวมีขนาดไม่เท่ากันและอยู่ตำแหน่งที่ไม่ซ้ำกัน ที่อกมีเหมือนดวงตาสีฟ้าที่เปิดปิดได้เหมือนมีเปลือกตา แขนซ้ายมีขนาดใหญ่และมีเล็บมือแหลมสามนิ้ว ส่วนแขนขวานั้นมีลักษณะด้วนกุดและเป็นเหมือนเนื้องอกแผ่น

 

ไม่มีทางที่อสูรพันธ์มันจะมีร่างกายที่ผิดธรรมขาติพิสดารแบบนี้ได้ เว้นเสียแต่ว่าเขาคนนี้จะเป็นอสูรพันธ์ที่เกิดมาพิการ

 

ผมแม้จะทั้งตกใจและสับสนแต่ผมก็รีบตรวจสถานะเขาดูทันทีเมื่อเห็นหน้าเขา

 

[ ชื่อ : ซูมารุ

 

นามสกุล : ( ไม่มี )

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.79

 

ฐานะ : ผู้ลงแข่งเกม kill them up

 

พลังชีวิต : 1200/1200

 

ความแข็งแกร่ง : 1,100

 

ความเร็ว : 450

 

พลังคอมมานด์(สีแดง) : รวมร่างสิ่งของ ]

 

( มีความสามารถในการรวมร่างกับสิ่งของทุกชนิดแล้วสามารถทำให้สิ่งของนั้นขยับไปมาเหมือนมีชีวิตได้ )

 

 

ฮาซุย : ( พลังระดับเจ้าพ่อมด!? หนำซ้ำพลังคอมมานด์ก็โครตโหดเลยด้วย! )

 

 

ซูมารุ : ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!

 

ทันใดนั้นเองจู่อสูรพันธ์ตนนี้ที่ชื่อว่าซูมารุก็ได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบันเทิงใจ

 

ซูมารุ : ดูหน้านายซิ ตลกจัง

 

ซูมารุพูดพร้อมยื่นหน้ามาหาผม ในตอนนั้นผมพูดอะไรไม่ออก ทำให้เรแม็กเป็นคนเข้ามาพูดกับคนๆนี้แทน

 

เรแม็ก : นายทำแบบนั้นทำไมหนะ!?

 

 

ซูมารุ อสูรพันธ์ที่มีร่างกายแปลกประหลาดได้เหลียวตามองไปหาเรแม็กก่อนที่มันจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด

 

ซูมารุ : หา~? ทำอะไรเหรอ~?

 

 

เรแม็ก : ก็ที่แกฆ่าพวกผู้เล่นคนอื่นไง!!

 

 

เรแม็กตะหวาดขึ้นเสียง ไม่ว่าซูมารุมันจะกวาดสายตามองไปที่ใด คนที่โดนมองก็จะทำหน้าหวาดกลัวออกมาเสมอ

 

ซูมารุ : อ๋อ~ นี่นายโกรธที่ชั้นฆ่าพวกขยะนั่นหนะเหรอ~?

 

 

คำพูดของซูมารุได้ทำให้ทุกคนที่ได้ยินตาเบิกกว้าง ไม่เว้นแม้แต่คิซุกิหรือแบนชี

 

จูเหวิ๋น : แกว่ายังไงนะ!?

 

 

ซูมารุ : ...จะทำตัวเป็นมีน้ำใจนักกีฬาไปทำไมในเมื่อสุดท้ายเกมนี้มันก็ต้องมีคนตาย...ชั้นก็แค่ต้องการจะกำจัดพวกผู้เล่นที่มีราคาตัวไม่สูงพอและไม่สามารถทำให้ชั้นสนุกได้...มันน่าเบื่อหนะ

 

 

ซูมารุพูดจบเขาก็เหลียวตามองมาที่ผมอีกครั้ง คราวนี้ผมก็ลุกขึ้นยืนและประจันหน้ากับอสูรพันธ์ตนนั้น มันยกยิ้มให้ผมก่อนพูด

 

ซูมารุ : ชั้นชื่อซูมารุ ยินดีที่ได้รู้จัก

 

 

มันพูดพร้อมยื่นมือซ้ายที่ใหญ่ผิดปกติให้ผม แต่ผมไม่อยากทำความรู้จักกับมันด้วย ผมเลยยืนนิ่งไม่ยื่นทือไปจับมัน พอซูมารุเห็นว่าผมไม่จับมือมันซักทีมันก็เลยเก็บมือมันกลับไป

 

ซูมารุ : โอเคนายไม่อยากทำความรู้จักกับชั้น

 

 

ฮาซุย : นายฆ่าพวกนั้นทำไม ?

 

 

ซูมารุถอนหายใจออกมาแต่ก็เหมือนเช่นเคย มันไม่ได้ทีท่าทีเหมือนรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นซักนิดก่อนที่มันจะหันมาตอบ

 

ซูมารุ : นายคิดว่านายอยู่เกมไหนกันฮาซุย นี่คือเกม kill them up ชื่อเกมมันก็บอกอยู่ว่าให้"ฆ่าแม่งเลย" พวกที่อ่อนแอในเกมนี้หนะสุดท้ายก็ต้องตายในเกมข้างหน้าอยู่ดี ชั้นก็แค่สงเคราะห์ไม่ให้มันทรมาณก็เท่านั้นเอง

 

 

ผมที่ได้ยินคำพูดของมันผมก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นทันที

 

ซูมารุ : ชั้นชอบที่นายพูดออกสัมภาษณ์นะ นายเป็นคนทำให้ชั้นมีแรงกระตุ้นตัวเองเลย นายกับชั้นก็เหมือนกันนั่นแหละ

 

ฮาซุย : ชั้นเนี่ยนะมีอะไรเหมือนแก

 

 

ซูมารุ : ...ชั้นเคยเป็นผู้ถูกกดขี่และโดนรังแกจากอสูรพันธ์ด้วยกันเองมาตั้งแต่วันแรกที่ชั้นเกิดมา รูปลักษณ์ที่ผิดมนุษย์ของชั้นและการกระทำของพวกอสูรพันธ์ที่ทำกับชั้นทำให้ชั้นไม่เคยชื่นชอบเผ่าพันธ์ตัวเองเลย

 

 

เรแม็ก : ถ้านายไม่ชอบเผ่าพันธ์ตัวเองแล้วนายจะมาแข่งนี่ทำไมหละ ?

 

 

ซูมารุ : ...นายจะมองว่าชั้นเป็นพวกอสูรพันธ์เบื่อโลกก็ได้...ที่ชั้นมาร่วมการแข่งเกมนี้ชั้นไม่ได้มาเพื่อเป้าหมายที่จะให้ตัวเองเป็นจอมมารหรอก...ชั้นมาเพื่อที่จะหาความสนุกจากการฆ่าเท่านั้น~ ^_^

 

 

คำพูดของซูมารุทำให้เหล่าอสูรพันธ์หลายตนพากันตาเบิกกว้างออกมา เพราะความรู้สึกของพวกเขาตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับการที่เห็นฆาตกรโรคจิตเข้ามาร่วมเล่นเกมนี้เลย

 

ซูมารุ : แต่ถ้าหากชั้นเกิดฟลุ้คชนะขึ้นมาจริงมันก็ไม่เลวนะ...ร่างกายของจอมมารคิซูกิจะได้เป็นของผมไง~ ^_^

 

 

ปีเตอร์ : 0_0!?

 

เรบิโกะ : หา~? =_=💢

 

คิซูกิ : =_=...

 

แบนชี : 🔥_🔥💢 ( กร็อด~ )

 

 

ฮาซุย : ระวังปากหน่อย =_=

 

 

ซูมารุ : ...แกคงไม่อยากจะทำความรู้จักกับชั้นตอนนี้ซินะ ไม่เป็นไร ไว้โอกาสหน้าไว้ให้พวกนายใจเย็นลงเมื่อไหร่ค่อยมาทำความรู้จักกันนะ วันนี้ชั้นคงต้องขอตัวก่อนหละ

ถ้าพวกนายไม่ใช้ประตูนั่นงั้นชั้นไปก่อนคนแรกเลยนะ

 

 

ซูมารุพูดจบเขาก็เปิดบานประตูสู่อีกสถานที่ที่อยู่อีกฟากนึงที่มีลักษณะเป็นเหมือนป่าไม้สีเขียวขจี

 

แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันจะสร้างความตกใจให้หลายๆคนแต่ปีเตอร์ก็ประกาศผลการแข่งตามปกติขณะที่พวกเราุทกคนค่อยๆทยอยเดินเข้าไปในประตูมิตินั้นแบบไม่สบอารมย์

 

โชกุ : อสูรพันธ์ที่ชื่อซูมารุคนนั้นน่ากลัวจัง

 

 

ฮาซุย : ...ผมรู้ครับ แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ให้เขาฆ่าใครสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแน่นอน

 

 

 

ซูมารุ

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว