facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 ท่านอ๋องข้าอยากกินปากท่านนัก !

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ท่านอ๋องข้าอยากกินปากท่านนัก !

คำค้น : นางมาร ป่วนวัง องค์ชาย อ๋อง เทพธิดา เข้าหอกับข้าเถอะ เทพ นิยายจีนโบราณ โรมานซ์ หักหลัง แก้แค้น

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 584

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2563 20:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ท่านอ๋องข้าอยากกินปากท่านนัก !
แบบอักษร

เทพธิดาองค์น้อยรับรู้สุราร้อนผ่าวไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง แรกเริ่มให้ความรู้สึกขมร้อนในปาก เมื่อดื่มไปหลายจอกจึงรู้ว่า สุรานี้ช่างหวานนัก สมแล้วที่เป็นสุราเลิศรสในแดนมนุษย์ 

 

       “อ้าว หมดแล้วรึ แหมงานมงคลทั้งที ให้กินแค่กาเล็ก ๆ” 

       เซี่ยะเหลียนเขย่ากาสุราไปมา  

 

       โป๊ะ ! 

       สุดท้ายมือน้อย ๆ ก็วางกาสุราลงแรง ๆ เพราะสมองเหมือนจะสั่งการช้าลง ร้อนผะผ่าวที่ใบหน้าอย่างบอกไม่ถูก  

................................................................................... 

 

       แก๊ก 

 

       เสียงประตูห้องเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาในห้อง มือน้อย ๆ ของเซี่ยะเหลียนเท้าโต๊ะเพื่อผยุงตนเองขึ้นหมายจะหลบออกไปก่อนที่จะมีคนเข้ามา 

 

      แต่เมื่อนางลุกขึ้นก็ดูเหมือนว่าห้องจะหมุนได้ 

       “โอ๊ะ ไม่ไหว ไม่ไหว” 

 

       เท้าน้อย ๆ สะเปะ สะปะสุดท้ายก็พันกันจนหัวทิ่มไปด้านหน้า 

       “ว้าย !” 

 

       ฝ่ามือใหญ่คว้าตัวคนในชุดเจ้าสาวเอาไว้ก่อนที่ใบหน้าอันงดงามนั้นจะกระแทกพื้น ร่างเล็กปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของบุรุษ  

       ดวงตาคมเข้มของเขาสบเข้ากับดวงตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์สุราของนาง แก้มป่อง ๆ แดงระเรื่อขึ้นฉับพลัน หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกอยู่ในอกเทพธิดาองค์น้อย  

 

       “งื้อ นี่ข้าเป็นอะไรไป ทะ ท่านเป็นใคร?” 

       ปากเล็ก ๆ พึมพำคล้ายคนละเมอ 

 

       บุรุษหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเจ้าสาวที่เพิ่งจะเข้าพิธีกับเข้าไปหมาด ๆ กลับถามเขาว่าเป็นใคร ? 

 

       “นี่เจ้าเมาจนจำอ๋องเยี่ยเหลียง เจ้าบ่าวของเจ้าไม่ได้รึ” 

       เสี่ยงทุ้มของบุรุษในชุดเจ้าบ่าวถาม ถึงนางไม่ตอบเขาก็รู้จากอาการของนางดี พร้อมหลักฐานเป็นกาสุราล้มคว่ำอย่างไม่เป็นท่าบนโต๊ะ โดยทั่วไปแล้ววันนี้เจ้าบ่าวควรจะเมามายด้วยความดีใจ แต่กลับเป็นเจ้าสาวที่เมาจนทรงตัวไม่อยู่  

 

       “เจ้าบ่าว ?” 

       เซี่ยะเหลียนเหมือนจะเพิ่งนึกได้ ว่าตนกำลังอยู่ในห้องหอของคนอื่น และสวมรอยเป็นเจ้าสาวของเขา ! 

 

       “อื้อ ปล่อยข้า ข้ายืนเองได้ !” 

       สมองที่ยังพอเหลือสติอันน้อยนิด สั่งให้มือน้อย ๆ ดันอกบุรุษออกห่าง นางต้องรีบออกจากห้องนี้ให้ไวที่สุด และรู้สึกหายใจติดขัดอย่างไรไม่รู้เมื่ออยู่ในอ้อมกอดเขา 

 

       บุรุษหนุ่มปล่อยมือ ร่างน้อย ๆ พละออก เดินไปได้ไม่ถึงครึ่งก้าวก็จะล้มไปข้างหน้า 

 

       “ระวัง !” 

 

      “วะ ว้าย” 

 

       เจ้าบ่าวหมายจะคว้าเอวเจ้าสาวเอาไว้ กลับกลายเป็นล้มไปด้วยกันทั้งคู่ ร่างใหญ่ทาบทับร่างเล็กไว้กับพื้น ปากร้อนระอุของบุรุษจุมพิตลงบนกลีบปากบางของคนใต้ร่างอย่างเหมาะเจาะ 

 

       ร่างน้อยปรือตาหวาน แล้วหลับพริ้มลง กลับเป็นเขาเสียเองที่พละออก เบิกตากว้าง หัวใจเต้นระทึกอยู่ในอกเมื่อสัมผัสกับริมฝีปากที่แสนหวานนั่น 

 

       เซี่ยะเหลียนลืมตาขึ้น เมื่อความอบอุ่นที่ริมฝีปากจางหายไป นางมองใบหน้าที่หล่อคมคายตรงหน้าอย่างเคลิบเคลิ้ม เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเขาน่าหลงใหลยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่เทพบุตรบนสวรรค์ที่นางเคยพบหล่อกว่าเขาตั้งมากมาย ยิ่งมองที่ริมฝีบาง เม้มสนิทของเขาแล้วนึกถึงไออุ่นเมื่อครู่ นางก็รู้สึกโหยหาอย่างประหลาดจนต้องบอกเขาออกไปดั่งใจนึก 

       “ท่านอ๋อง ข้าอยากกินปากท่าน” 

 

       “ฮ่า  ฮ่า ฮ่า” 

       ประโยคของนางเมื่อครู่ ทำให้อ๋องเยี่ยเหลียงอึ้งไปชั่วขณะ และท้ายที่สุดก็หัวเราะออกมาเต็มเสียง นี่หรือบุตรีของราชครูที่เป็นที่กล่าวกันว่า กิริยางดงามเพียบพร้อมและหยิ่งในศักดิ์สมกับเป็นพระชายา เหตุไฉนกลับดูเหมือนดรุณีน้อยที่เพิ่งผลิกลีบแรกแย้ม หรือจะเป็นเพราะฤทธิ์เหล้ามงคลที่มักจะผสมยาปลุกกำหนัดเอาไว้ ? 

 

       เว่ยกงกง และหนิงฮุ่ย ที่แอบลุ้นอยู่ด้านนอกประตูห้องหอถึงกับตาลุกวาวเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของท่านอ๋องเยี่ยลั่นห้อง 

       เว่ยกงกงในฐานนะดูแลวังอ๋องเยี่ยมานาน ยังไม่เคยได้ยินเสียงท่านอ๋องหัวเราะได้อย่างเบิกบานเช่นนี้มาก่อน แสดงว่างานมงคลคราวนี้ย่อมเป็นงานมงคลชมชื่อ วังอ๋องที่เคยเงียบเหงาบัดนี้จะสว่างไสวเสียที เขาจึงยิ้มน้อย ๆ อย่างสบายใจ 

       ส่วนหนิงฮุ่ยก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะภายในห้องอย่างน้อย ๆ ท่านหญิงของนาง กับท่านอ๋องก็เข้ากันได้ดี แม้ว่าจะไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน 

       “ข้าว่าเราสองคน อย่าอยู่ที่นี่อีกเลย ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว” 

       เว่ยกงกงเอ่ยขึ้นในที่สุด 

       “ข้าก็คิดเช่นนั้น” 

       สองข้ารับใช้จึงแยกย้ายกลับเข้าเรือนของตน 

 

 

       ภายในห้อง อ๋องเยี่ยเหลียงไล้ฝ่ามือจากหน้าผากเนียนสวย ลงมาที่แก้มป่อง ๆ สีชมพู ดวงหน้าของนางช่างงามแสนบริสุทธิ์และดูบอบบางนัก เขาจึงสัมผัสมันอย่างเบามือที่สุด การแต่งงานคราวนี้ เรียกได้ว่าเขาทั้งคู่ถูกคลุมถุงชน เขาไม่เคยเห็นหน้าบุตรีของราชครูแม้แต่น้อย แต่องค์ฮ่องเต้กลับมีพระราชองค์การพระราชทานพิธีสมรสหลวงให้ ซึ่งในคืนเข้าหอวันนี้หากนางไม่เต็มใจ เขาก็จะไม่บังคับ 

        

       “ท่านอ๋อง ทำไมข้ารู้สึกร้อนวูบวาบอย่างไรไม่รู้” 

       เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้น แม้แต่เสียงของนางก็ปลุกอารมณ์ปรารถนาในใจเขาให้ร้อนรุ่มจวนเจียนจะระเบิดเต็มทน 

 

       “เพราะเจ้าดื่มเหล้ามงคลเข้าไปนะสิ ฮึ ฮึ” 

       แววตาอ๋องเยี่ยพราวระยับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกว่าตนได้กลายเป็นเสือร้ายที่อยากจะขย้ำกระต่ายน้อยใต้ร่างเสียแล้ว 

 

       “งื้อ.... เหล้ามนุษย์ช่างร้ายกาจนัก” 

       เซี่ยะเหลียนปรือตามองริมฝีบางของบุรุษหนุ่มที่ห่างเพียงแค่คืบ  ปากของเขาสีชมพูบางและนุ่มละมุนราวกับมนุษย์ผู้หญิง ริมฝีปากเขาที่ทำให้นางอุ่นวาบหวามอย่างอธิบายไม่ถูก จนนางนึกอยากจะลองสัมผัสอีกครั้ง มือน้อย ๆ จึงโน้มคอบุรุษลงมาอีกครั้ง 

       “ท่านอ๋อง.... ข้าอยากกินปากท่านนัก” 

 

       ปากร้อนระอุของอ๋องเยี่ยประทับลงบนกลีบปากบางก่อนที่นางจะทันได้กัดกินปากเขา กระแสคลื่นสวาทไหลวนทั่วทั้งเรือนร่างของทั้งคู่ มือแกร่งข้างหนึ่งประคองดวงหน้าสวยยึดไว้ มืออีกข้างดึงสายรัดเอวของนางออก แล้วกระชากชุดเจ้าสาวของนางออกอย่างบ้าคลั่ง 

       “ข้าต่างหากที่จะกินเจ้า !” 

ความคิดเห็น