ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สู่เกมที่สาม

ชื่อตอน : สู่เกมที่สาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 659

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 09:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สู่เกมที่สาม
แบบอักษร

 

 

 

หลังจากนั้นเวลาพักก็ได้หมดลง ประตูห้องพักได้ปลดล็อคและเปิดออก พวกเราแต่ละคนได้พากันเดินออกไปยังห้องถัดไปสู่เกมฆ่าแม่งเลยเกมที่สาม

 

ฮาซุย : นี่เรแม็ก แล้วพูจาไปไหนแล้วหละ ?

 

เรแม็ก : นายจำไม่ได้เหรอ ? เจ้าพูจามันโดนซัดจนตัวลอยติดกำแพงไปแล้วไง ยังดีที่มันไม่ตายแต่น่าจะพิการตลอดชีวิต มันถูกนำตัวออกจากเกมไปแล้ว ก็ดีแล้วแหละเจ้าหมอนั่นเก่งแต่เห่าจนชั้นหูอื้อแล้ว =w=

 

 

เราสองคนพูดแซวถึงตัวของพูจาที่โดนซัดจนออกจากแข่งไปเรียบร้อยแล้วขณะที่เดินออกมา

 

คราวนี้สนามการแข่งที่เรามาอยู่ในมิตินี้มันเป็นพื้นที่ที่เหมืออกับกระดานหมากรุก เพราะที่พื้นมันมีแผ่นกระเบื้องปูแปะติดอยู่ที่พื้นเป็นสีดำกับสีไม้อ่อนสลับกัน หนำซ้ำยังมีเสาหินคล้ายตัวหมากรุกขนาดใหญ่อยู่ด้วย

 

มีทั้งตัวที่เป็นสีดำและสีขาว แต่ที่มันทำให้มันดูต่างจากหมากฮอสก็คือบนยอดสุดของเสาตัวหมากฮอสนี้มันไม่ได้มีลักษณะเป็นม้าหรืออะไร แต่มันมีลักษณะเป็นเหมือนกากอยหน้าตาน่าเกลียดและมีปีกค้างคาวผุบเก็บอยู่ที่หลัง

 

ผมเดินผ่านพวกมันมาด้วยสายตาที่ไม่เหลียวมองไปทางอื่นเพราะสัญชาติญาติของผมมันบอกให้ผมไม่ควรวางใจเจ้าเสาหินพวกนี้

 

ผมหยิบกล้องถ่ายรูปของผมขึ้นมาเตรียมเอาไว้ ผมลองกดถ่ายรูปตัวของเสาหินนั้นเอาไว้ก่อนเพราะมันดูแปลกตาดี โดยผมสามารถเลือกได้ว่าจะใช้กล้องถ่ายนี้มาตัวเองวาร์ปหรือจะใช้แบบธรรมดาคือถ่ายรูปเก็บเอาไว้ก็ได้

 

ซึ่งในระหว่างที่ผมและเหล่าผู้เล่นที่เหลือรอดนั้นกำลังเดินสำรวจอยู่นั้นพวกเราก็รู้สึกได้ว่าเกมนี้มันไม่มีที่สิ้นสุด หรือก็คือทัศนวิสัยโดยรอบนอกของพื้นกระดานหมกกรุกนี้มันเป็นสีาวหมด มันไม่มีกำแพงอยู่ทั้งสี่ทิศ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ไม่มีหลังคาหรือท้องฟ้าเลยด้วย

 

เวลาผ่านไปเกมก็ยังคงไม่เริ่ม และในตอนนั้นเองก็ได้มีวครคนนึงเข้ามาหาผมทางด้านหลัง ผมรีบหันควับไปพร้อมพลังน้ำหมึกที่ชาร์จอยู่ในมือ

 

แต่เมื่อมองดูกลับพบเป็นตัวของจูเหวิ๋น ทาสสาวชาวจีนที่รอดจากเกมที่สองมาได้นั่นเอง เธอยังไม่ได้ออกจากเกมการแข่งและยังคงมาอยู่ในเกมที่สาม

 

ซึ่งมันก็ทำให้ผมเลิกคิ้วสงสัยเพราะถ้าจำไม่ผิดเจ้านายของเธอก็โดนอเจ้ามอนคูมะกินไปแล้วไม่ใช่เหรอ ? แล้วทำไมเธอยังมาเล่ยต่ออีก หรือเธอสมัครใจที่จะมาเอง

 

ฮาซุย : ...ผมเห็นคุณมาก่อนแล้ว เจ้านายคุณโดนกิน ทำไมคุณยังไม่ออกจากเกมหละ ?

 

จูเหวิ๋น : ชั้นอยู่ก็เพราะตัวนายนั่นแหละ ชั้นชื่อจูเหวิ๋น

 

จูเหวิ๋นยื่นมือมาหาผมเพื่อเป็นการทำความรู้จักกันตามมารยาท ผมก็จับมือเธอและพูดแนะนำตัว

 

ฮาซุย : ผมชื่อฮาซุย ยินดีที่ได้รู้จักคุณคงรู้ชื่อผมแล้ว แล้วไอ้ที่บอกว่าอยู่เล่นเกมต่อก็เพราะผมนี่มันหมายความว่าไงเหรอ ?

 

จูเหวิ๋น : ตอนแรกที่เจ้านายชั้นตายและชั้นรอดมาได้ ชั้นก็อยากจะออกจากเกมอะนะ แต่ชั้นก็พึ่งนึกได้ว่าถ้าตัวเองออกจากเกมนี้ไปชั้นก็จะกลายเป็นทาสของปราสาทท่านคิซูกิอยู่ดี และที่สำคัญเลยคือคำพูดของนายที่พูดตอนโดนสัมภาษณ์หนะมันสร้างกำลังใจให้ชั้น

 

ฮาซุย : ?

 

 

จูเหวิ๋น : ชั้นไม่เคยเจอใครพูดได้ดีเท่านายเลย นายเป็นมนุษย์เด็กแท้ๆแต่กลับกล้ามาลงแข่งเกมสยองแบบนี้ รู้ไหมว่าทาสมนุษย์ทุกคนที่นี่ถูกบังคับให้มาตามคำสั่งนายตัวเองรวมถึงชั้นด้วย แต่พอเห็นนายที่เข้ามาที่นี่เองเพื่อช่วยมนุษยชาติแบบไม่เกรงกลัวอะไรมันก็ทำให้ชั้นมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยหละ ^_^

 

ฮาซุย : เหรอครับ ? ^////^

 

ผมกล่าวพร้อมเอามือเกาหัวจัวเองแก้เขิน ซึ่งระหว่างที่ผมกำลังพูดอยู่กับจูเหวิ๋นั้น ตากล้องพิธีกรก็มักจะคอยซูมกล้องมาที่ตัวผมอย่างเช่นตอนนี้ที่กำลังซูมกล้งเข้ามาที่ตัวผมที่คุยกับจูเหวิ๋นอยู่พร้อมทั้งเร่งประสิทธิภาพเครื่องเสียงให้ได้ยินบทสนทนาของเราสองคนด้วย

 

เพราะตอนนี้ตัวผมกลายเป็นดาวเด่นดาวดังในเกมนี้ไปแล้ว และดูเหมือนอสูรพันธ์ทุกตนไม่เว้นแม่แต่เรบิโกะหรือคิซูกิก็จะสนใจที่ตัวผม

 

เรบิโกะ : ( มันก็กล้าอย่างที่ว่ากันจริงๆแหละ เป็นเด็กผู้ชายแท้ๆแต่หัวใจกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่านักรบอสูรทมิฬเสียอีก น่านับถือๆ นี่แหละคือคู่ต่อสู้ที่จะมาเป็นคนมอบคงามตื่นเต้นและหัวใจของนักสู้ที่แท้จริง! )

 

คิซูกิ : ( เป็นมนุษย์ที่น่าสนใจมากจริงๆ คิดไม่ผิดเลยที่นั่งดูตัวนายเป็นหลัก นายมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจมาก...และชั้นขอขอบคุณที่นายเชื่อว่าชั้นจะเป็นอย่างฮิตซูได้ )

 

 

แบนชี : ฮึ ( ทำเป็นพูดดี เป็นแค่หมาชิสุพยายามทำตัวให้ใหญ่สู้พิทบูล ไว้แกตายอย่างเอน็จอนาถในเกมชั้นจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปากเลย )

 

นี่คือมุมมองความคิดของแต่ละคนที่นั่งอยู่ที่ที่นั่ง vip

 

จะว่าไปแล้วผมก็ลองตรวจสถานะตัวของจูเหวิ๋นดู

 

[ ชื่อ : จูเหวิ๋น

 

นามสกุล : ( ไม่มี )

 

ระดับพลังอสูร : อมนุษย์ lv.30

 

พลังชีวิต : 150/150

 

ความแข็งแรง : 88

 

ความเร็ว : 65

พลังคอมมานด์(สีแดง) : ฝ่าเท้าอัคคี ]

 

( สามารถเปลี่ยนเท้าเป็นธาตุไฟคสามร้อนสูงได้และทำให้ตัวเองมีศักยภาพที่ขาดีมากกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว )

 

ฮาซุย : ( พลังคอมมานด์น่าสนใจแต่เลเวลต่ำไปหน่อยแฮะ )

 

 

จูเหวิ๋น : ทำไมนายจ้องชั้นตาไม่กระพริบแบบนั้นหนะ ?

 

 

ฮาซุย : เปล่า ไม่มีอะไรครับ

 

 

จูเหวิ๋น

 

โชกุ : คุณฮาซุยคุยกับใครอยู่เหรอ ? =3=

 

โชกุได้เข้ามากอดผมทางด้านหลังด้วยท่าทีเหมือนงอนอะไรบางอย่างมา อย่างกับว่าเธอหึงที่เห็นผมมาคุยกับผู้หญิงคนอื่นงั้นแหละ

 

ฮาซุย : นี่คือโชกุ เป็นตุ๊กตาโดมารุของชั้นเอง

 

 

จูเหวิ๋น : เอ๋ ? ตุ๊กตาโดมารุกลายเป็นมนุษย์งั้นเหรอแปลว่าต้องมีเลเวลขึ้นระดับเจ้าพ่อมดแล้วอะซิ

 

โชกุ : ใช่ และชั้นก็จะมาร่วมแข่งด้วย ^_^

 

 

จูเหวิ๋น : หา ? แต่เธอเป็นผู้หญิงนะ

 

โชกุ : ชั้นไมสนหรอกแค่ได้ไปกับคุณฮาซุยก็พอแล้ว แล้วหล่อนก็เป็นผู้หญิงจะมาแข่งทำไมหละ ? =_=

 

 

จูเหวิ๋น : =_= ⚡ ( เปรี๊ยะๆ! )

 

โชกุ : =_= ⚡ ( เปรี๊ยะๆ! )

 

 

ปีเตอร์ : อ้าวๆฮาซุย~ ช่วยแยกแฟนนายสองคนออกจากกันหน่อยซิ~ หึงนายใหญ่แล้วนะ~ ^_^

 

ปีเตอร์ได้พูดติดตลกออกมาให้คนดูหัวเราะ ซึ่งผมก็ได้ยินเสียงคุณปีเตอร์เข้ามาในหัวแต่กลับมีแค่ผมคนเดียวที่ได้ยินและในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงของปีเตอร์พูดมาในหัวผม

 

ปีเตอร์ : พลังคอมมานด์ฉันเป็นระดับทองหนะ มันก็คือโทรจิต ชั้นสามารถที่จะส่งต่อคำพูดที่อยู่ในจิตใจไปให้คนอื่นได้ รวมไปถึงยังสามารถทำให้คนที่ทีความลับเก็บงำในใจพูดความจริงออกมาด้วย ^_^

 

 

ฮาซุย : ( ที่แท้นี่คือสาเหตุที่เรายังได้ยินเสียงคุณปีเตอร์เข้ามาในหัวเราได้นี่เอง 0_0 )

 

 

ปีเตอร์ : ระวังด้วยนะเจ้าหนู เกมที่สามกำลังจะเริ่มแล้ว ชั้นคอยเชียร์นายอยู่ห่างๆแบบห่วงๆนะ ^_^

 

 

คำพูดของปีเตอร์ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเกมมันจะเริ่มแล้ว

 

ซึ่งในระหว่างที่บรรยากาศของสนามเกมกำลังเงียบงันอยู่นั้น โชกุก็ได้เหลือบตามองไปที่เสาหินที่เป็นหมากฮอสตัวนึง เธอทำท่าเหมือนกลัวมันออกมาเพราะอย่างที่บอกไปตอนแรกว่าหมากฮอสตัวนี้มันมีลักษณะเป็นตัวของกากออที่น่ากลัว

 

แต่โชกุที่จับจ้องสายตามองดูมันอยู่ทำให้เธอสังเกตุเห็นความผิดปกติบางอย่างได้

 

โชกุ : ...คุณฮาซุย..ตัวหมากฮอสมันมองชั้นอยู่รึเปล่าค่ะ ?

 

 

ผมหันไปมองหมากฮอสตัวนั้นตามที่โชกุบอก ตอนแรกผมก็จะบอกว่าเธอตาฝาดไปเองแต่ผมก็สังเกตุเห็นว่ามันกำลังเหลือบตามองตรงมาที่เราจริงๆ

 

และผมก็เป็นอันต้องสะดุ้งเพราะผมเห็นคาตาเลยว่าหนังตาของกากอยหมาฮอสขนาดยักษ์ตัวนี้มันกระพริบตา!

 

ฮาซุย : มันไม่ใช่เสาหินนี่หว่า! 0_0

 

 

โฮกกกกกกกกกก!!

 

 

ทันทีทันใดเจ้ากากอยที่อยู่บนหมากฮอสก็อ้าปากส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่มันจะสยายปีกบินโดยมันได้ใช้แขนและขาทั้งสี่ของมันหิ้วฐานหมากฮอสขนาดใหญ่ก่อนที่มันจะบินพุ่งตรงมาหาเราพร้อมฐานหมากฮอสนั่น!

 

ฮาซุย : หลบเร็ว!

 

 

โชกุ : ว้าย!?

 

ตุ้ม!!

 

ผมรีบจับตัวของโชกุพากระโดดหลบออกด้านข้างได้แบบฉิวเฉียด กากอยตัวนั้นได้หิ้วฐานหมากฮอสของมันข้ามผ่านพวกเราไป

 

ตุ้ม!! ตุ้ม!! ตุ้ม!! ตุ้ม!!

 

 

ทันใดนั้นเองพวกกากอยทุกตัวที่เกาะอยู่บนหมากฮอสขนาดยักษ์ก็ได้เริ่มออกบินแลัไล่เอาตัวฐานหมากฮอสทับร่างพวกผู้เล่น หลายคนพากันวิ่งหลบไปทางนู้นทีทางนี้ทีอย่างชุลมุน

 

ผมสังเกตุเห็นว่ากากอยพวกนี้มันมีลักษณะการบินที่ดูแปลกๆ นั่นคือมันจะบินไปในลักษณะเฉียง และมันจะวางตัวเองลงทุกครั้งที่เจอกับแผ่นกระเบื้องสีดำก่อนจะออกตัวบินต่อในลักษณะเดิม

 

มันดูเหมือนกับ...การเดินตัวหมาก

 

ผมที่ปะติดปะต่อรูปแบบเกมได้ก็มองพื้นกระเบื้องที่ผมกับโชกุยืนอยู่มันเผ็นแผ่นกระเบื้องสีไม้อ่อน ผมจึงตะโกนบอกทุกคน

 

ฮาซุย : ทุกคน เข้าไปยืนอยู่ในเขตแผ่นกระเบื้องสีไม้อ่อน! พวกตัวหมากฮอสจะทำอะไรเราไม่ได้!

 

 

เมื่อทุกคนได้ยินแบบนนั้นเรแม็กก็เป็นคนแรกที่เข้าไปยืนหลบอยู่ที่แผ่นกระเบื้องสีไม้อ่อนใกล้ๆนั้น ก่อนจะตามด้วยจูเหวิ๋นและคนอื่นๆก็พากันรีบเข้าไปยืนในเขตกระเบื้องสีไม้อ่อน

 

กร็อบ!

 

 

"อ้ากกกก!!"

 

ในตอนนั้นผมมองเห็นเลยว่ามีอสูรพันธ์คนนึงที่วิ่งเข้าไปหลบในเขตกระเบื้องสีไม้อ่อนไม่ทันเพราะเขาล้มลงและถูกฐานหมากฮอสที่แบกมาทับที่ขาจนเกิดเสียงกระดูกหักชัดเจน แต่ด้วยความที่ร่างกายส่วนใหญ่ของชายคนนี้เข้าไปในเขตกระเบื้องสีไม้อ่อนเรียบร้อยแล้วเลยทำให้ตัวกากอยไม่สามารถใช้ฐานหมากฮอสทับร่างของอสูรพันธ์คนนั้นได้มากกว่านั้นแล้ว มันจึงพาตัวเองบินหิ้วฐานฟมากฮอสไปที่อื่นต่อ

 

"ไม่เป็นไรพวก อดทนไว้"

 

แต่โชคดีของชายคนนั้นเพราะในเขตกระเบื้องสีไม้อ่อนตรงนั้นมีอสูรพันธ์ที่ยืนอยู่จึงลากร่างของอสูรพันธ์ที่ขาโดนบดขยี้จนหักเข้ามาหลบด้วยกันอย่างมีน้ำใจ

 

ตอนนี้ก็เท่ากัยว่าพวกผู้เล่นทุกคนนั้นเข้ามาอยู่ในเขตปลอดภียแล้ว ในขณะที่เหล่ากากอยประหลาดพวกนี้ก็ยังคงหิ้วหมากฮอสบินร่อนต่อไปเรื่อยๆตามสีกระเบื้องสีดำ

 

 

ปีเตอร์ : เกม kill them up เกมที่สามนี้คือกระดานกาฮอส( กากอย + หมากฮอส ) เกมนี้เหล่าผู้เล่นจะต้องเจอกับเหล่ากากอยที่คอยแบกหมากฮอสไล่ทับร่างผู้เล่นให้แหลกเป็นกองเลือดอยู่ตลอดทั้งเกม วิธีที่จะผ่านเกมนี้ได้คือต้องทำลายพวกมันให้หมด

 

 

ฮาซุย : เกมนี่มันจะพิลึกเกินไปแล้วนะเว้ยยยยย!!

 

ผมโวยออกมาเพราะเกมนี้มันจะมีแต่อะไรแปลกๆเข้ามาอยู่ในเกมเยอะมากเกินไปแล้ว ผมลองตรวจสถานะพวกกากอยพวกนั้นดู

 

[ ชื่อ : กาฮอส

 

ฐานะ : มอนเสตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังของมิติ deathworld

 

ระดับพลังอสูร : ???

 

พลังชีวิต : ???

 

ความแข็งแกร่ง : ???

 

ความเร็ง : ???

 

ความสามารถพิเศษ : หมากฮอส ]

 

 

ฮาซุย : ( มอนเสตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นเหรอ ? ท่านคิซูกิคงใช้พลังควบคุมมิตินี้สร้างเจ้าพวกนี้ขึ้นซินะ! มิน่าทำไมมันถึงไม่บอกระดับพลังอสูรและความแข็งแกร่งหรืออะไรเลย แล้วไอ้ที่บอกว่ามีความสามารถพิเศษคือหมากฮอสนี่มันคืออะไรวะ!? )

 

ผมในตอนนี้กำลังคิดหาทางที่จะเอาชนะเกมๆนี้ ในตอนนั้นก็ได้มีอสูรพันธ์คนนั้นลองใช้พลังคอมมานด์ของตัวเองโยนระเบิดขวดไป

 

เพล้ง!!

 

ฟู่~!

 

ระเบิดขวดนั้นโดนตัวของกากอยตัวนั้นจนไฟลุกท่วมร่างกากอยตัวนั้นครู่นึง แต่สุดท้ายเมื่อเปลวไฟสงบลงตัวของกากอยนั้นก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆเลย

 

"อะไรวะ!? ทำไมมันไม่เป็นอะไรเลยหละ!?"

 

 

"เอาน่าพวก มองโลกในแง่ดี ตอนนี้เราหลบอยู่ในพื้นที่สีไม้อ่อน มันเข้ามาไม่ได้"

 

 

อสูรพันธ์ตนนึงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มวางใจ แต่ก็เหมือนกับปากไม่เป็นมงคล

 

แกร็กๆๆๆๆๆ~

 

จู่ๆร่างกายของกากอยกับฐานหมากฮอสที่มันหิ้วจับอยู่ก็เริ่มสั่นสะท้าน ก่อนที่ผิวหนังสีดำของมันค่อยๆหลุดลอกออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ทันใดนั้นเองร่างของกากอยกับหมากฮอสที่มันเกาะอยู่ก็เปลี่ยนเป็นสีขาว

 

กากอยตัวนึงเหลือบตามองอสูรพันธ์ตนนึงที่ยืนอยู่ในเขตสีไม้อ่อนใกล้ๆก่อนที่จู่ๆ

 

 

แผละ!!!

 

 

เจ้ากากอยนั่นก็ได้บินแบกเอาหมากฮอสสีขาวทับลงไปที่ร่างของอสูรพันธ์ตัวนั้นอย่างจังจนทำให้ร่างของอสูรพันธ์คนนั้นแหลกเป็นกองเลือดต่อหน้าต่อตาพวกเราและคนที่ดูเกมการแข่ง

 

เรแม็ก : ชิพผาย! มันเปลี่ยนสีตัวได้! 0_0

 

 

แล้วเกมการหนีตายก็เริ่มขึ้นอีกครั้งเพราะพวกกาฮอสมันเปลี่ยนสีตัวของพวกมันเป็นสีขาวและทำให้พวกมันสามารถเดินไปยังช่องกระเบื้องสีไม้อ่อนได้

 

อสูรพันธ์คนที่โดนมันทับขาหักถูกทิ้งไว้ให้ตายเพราะพอทุกคนรู้ว่าตอนนี้พวกกาฮอสมันเปลี่ยนตำแหน่งการเดินหมาก เจ้าอสูรพันธ์ที่ช่วยเขาในตอนแกก็ออกตัววิ่งหนีทิ้งเขาไว้ด้านหลังในขณะที่กาฮอสตัวนึงก็กำลังตรงเข้ามา

 

"ชะช่วยด้วยยยยยย!!"

 

 

แผละ!!

 

ร่างของอสูรพันธ์ขาหักที่นอนกองอยู่กับพื้นตรงนั้นโดนทับจนร่างแหลกเป็นกองเลือดต่อหน้าต่อตาผม ผมรู้สึกสงสารจนต้องเบือนหน้าหนี

 

ตอนนี้พื้นที่ทุกกระเบื้องสีล้วนเป็นเขตอันตรายเพราะพวกกาฮอสมันไม่ได้เปลี่ยนสีตัวพวกมันเป็นสีขาวทั้งหมด มีพวกมันจำนวนนึงเป็นสีดำปะปนอยู่ด้วย นั่นเท่ากับว่าตอนนี้เรากำลังเจอกับฝูงกาฮอสที่ไปได้ทั้งกระเบื้องสีดำและกระเบื้องสีไม้อ่อน

 

 

จูเหวิ๋น : ลูกเตะไฟโลกันต์

 

 

พู้มมม!!

 

จูเหวิ๋นพุ่งเข้าไปแล้วถีบฝ่าเท้าเข้าไปที่ตัวหมากฮอสที่กาฮอสตัวนึงเกาะอยู่ เท้าของเธอข้างเธอสะบัดเท้าเตะไปมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมาแต่ตัวหมากฮอสยักษ์นั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย

 

จูเหวิ๋น : โธ่เว้ย!

 

 

ตึ้ม!!

 

 

กาฮอสตัวนั้นกระโดดใส่จูเหวิ๋น แต่จูเหวิ๋นกระโดดหลบไปที่บล็อคกระเบื้องสีที่ตัวมันมาไม่ได้ แต่ไม่ทันไรก็ได้มีกาฮอสอีกตัวที่เป็นสีดำเข้ามาหาเธอทำให้เธอต้องหลบอีกรอบ

 

การหลบหนีและเอาชีวิตรอดในที่แห่งนี้ช่างยากลำบากมาก โชคดีที่ผมสามารถใช้กล้องถ่ายรูปของผมพาตัวเองวาร์ปหลบได้อย่างไม่ยากเย็น

 

ฮาซุย : ย้าาาา!

 

 

ครื้น~!

 

ผมได้สร้างกำแพงหนามน้ำหมึกขึ้นมาขวางหน้ากาฮอสตัวนึงแต่

 

เพล้ง!!

 

 

ฮาซุย : !?

 

เจ้ากาฮอสมันกลับสามารถเดินตัวหมากพุ่งชนกำแพงจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

ฮาซุย : บ้าเอ๊ย~!

 

 

ปีเตอร์ : ฮาซุยเขากำลังพยายามหาทางเอาชนะพวกกาฮอสอยู่ครับ!

 

 

"สู้เขานะมนุษย์ฮาซุย~! ^0^"

 

 

ในตอนนั้นเองได้มีอสูรพันธ์ตนนึงที่นั่งอยู่ที่สนามตะโกนเชียร์ผม ซึ่งมันทำให้แบนชีที่ได้ยินหันไปมองอสูรพันธ์ตนนั้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมย์

 

แบนชี : ( ทำไมแกถึงต้องไปเชียร์เจ้าหมอนั่นด้วย!? )

 

 

จูเหวิ๋น : ว้าย!?

 

ในตอนนั้นเองจูเหวิ๋นก็ได้เกิดสะดุดล้มลงไปนอนกับพื้น กาฮอสตัวนึงได้ตรงเข้ามาและมันกำลังจะบดขยี้ร่างเธอ!

 

ฮาซุย : จูเหวิ๋น!?

 

ผมไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปแล้วอุ้มตัวจูเหวิ๋นแล้วกระโดดหลบออกมา

 

ตึ้ม!

 

 

ผมมองดูจูเหวิ๋นที่ผมอุ้มอยู่ เธอก็มองหน้าผม

 

ฮาซุย : ไม่เป็นไรนะ ? 0_0

 

 

จูเหวิ๋น : อะอืม

 

ผมค่อนข้างรนรานและปล่อยเธอ นี่เป็นความรู้สึกของการที่ได้อุ้มผู้หญิงหลบออกมาจากเหตุการณ์อันตราย รู้สึกแปลกๆเหมือนกันแฮะ

 

โชกุ : คุณฮาซุย!? คุณพอมีแผนดีๆบ้างไหม!?

 

 

ในตอนนั้นโชกุก็ได้วิ่งมาหาผม แต่ไม่ทันที่ผมจะได้คิดแผนอะไรได้

 

 

วู้ม~~~!!

 

จู่ๆก็มีกาฮอสตัวนึงมีปฏิกิริยาแปลกๆ ร่างกายของมันกับหมากฮอสที่มันถือออยู่ได้ขยายขนาดขึ้นเล็กน้อย เขาของกากอยตัวนั้นงอกยาวขึ้น ปีกมีหนามแหลม และที่ระฆังก็มีลวดลายปรากฏขึ้น

 

กาฮอสตัวนั้นมันอยู่ห่างจากคนอื่นประมาณ 6 บล็อคได้ ก่อนที่มันจะหันมามองอสูรพันธ์ตนนึงและทันใดนั้นเอง

 

ตึ้ม!!

 

 

จู่ๆเจ้ากาฮอสตัวนั้นมันก็บินพุ่งตรงลอยข้ามมาหาอสูรพันธ์ตัวนึงที่อยู่ห่างจากมัน 6 บล็อคแบบรวดเดียวก่อนที่จะทับร่างอสูรพันธ์คนนั้นจนแหลกไปอีกราย!?

 

 

"อะไรกัน!?"

 

 

ปีเตอร์ : โอ้ใช่ ผมเกือบลืมบอกไปว่าเมื่อใดก็ตามมี่กาฮอสมันสามารถฆ่าได้ 3 ศพมันจะวิวัฒนาการเป็นตัวฮอส ซึ่งตามกติกาการเดินหมากตัวฮอสนั้นจะมาสามารถเดินข้ามไปได้แบบรวดเดียวกี่บล็อคก็ได้และสามารถเดินถอยหลังหรือเดินไปที่กระเบื้องสีไหนก็ได้ เป็นกาฮอสระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมกระดานแห่งนี้~!

 

 

ความยากของเกมเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีกาฮอสตัวนึงมันกลายเป็นตัวฮอสที่ทำให้มันสามารถพุ่งตัวไปไกลแค่ไหนก็ได้ หนำซ้ำมันยังเปลี่ยนสีตัวเองเพื่อเดินไปยังกระดานบล็อคสีอื่นได้เร็วมากด้วย

 

ทำให้ความยากของเกมนี้มันมากกว่าเดิมจนผมเริ่มที่จะจนปัญญาแล้ว!

 

ฮาซุย : ( ถ้าตูรอดไปได้ตูจะไม่เล่นเกมหมากฮอสกับใครอีกต่อไปเลย )

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว