ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนจะซวยมันก็ช่วยไม่ได้

ชื่อตอน : คนจะซวยมันก็ช่วยไม่ได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 732

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2563 09:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนจะซวยมันก็ช่วยไม่ได้
แบบอักษร

 

 

 

เจ้ามอนคูมะหมียักษ์สัตว์ประหลาดร่างม่วงหลังจากที่มันได้เขมือบร่างของอาเมิลเสร็จมันก็ได้เหลือบตามองพวกอสูรพันธ์ตัวอื่น

 

 

"รออะไรหละ!? วิ่งซิคร้าบ!!"

 

พวกอสูรพันธ์ผู้เล่นพากันวิ่งหนีอลหม่านเพื่อหลบหนีเจ้ามอนคูมะ ทาสมนุษย์กับอสูรพันธ์ที่เป็นเจ้านายที่มาลงแข่งพากันวิ่งไปคนละทิศคนละทาง

 

ต่างฝ่ายต่างพยายามหาที่หลบกัน โดยมีอสูรพันธ์คนนึงหลบอยู่หลังก้อนหินก้อนนึง แต่ที่ด้านหลังก้อนกินก้อนถัดไปนั้นทาสของเขาได้ไปหลบอยู่ห่างจากเขา

 

"จูเหวิ๋น! มานี่!"

 

 

อสูรพันธ์คนนั้นสั่งให้ทาสของเขาวิ่งมาหาเขา แต่มีหรือที่จูเหวิ๋นทาสที่เมื่อฟังจากชื่อแล้วน่าจะเป็นชาวจีนจะยอมวิ่งเสี่ยงความตายไปหานายของเธอ

 

 

งั้ม!!!

 

 

"อ้ากกกกก!!"

 

 

มอนคูโมะได้กระโจนเข้าเหมือนกับเพนกวินที่ใช้หน้าท้องไสลด์ไปกับพื้นน้ำแข็งได้พุ่งหน้าเข้าไปงับโดนขาอสูรพันธ์ตนนั้นเอาไว้ได้ ก่อนที่มันจะลุกขึ้นจนทำให้ร่างของอสูรพันธฺที่โดนงับขาคาเอาไว้ถูกยกขาลอยขึ้นสูงเหนือพื้นเป็นสิบเมตร

 

อสูรคนนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมมีเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาจากขาของเขาหยดลงจากปากของมอนคูมะ

 

แม้ว่าหน้าตาของมอนเสตอร์ตัวนี้มันจะไม่น่ากลัว(ถ้าไม่นับรวมที่ขนาดตัวของมันอะนะ) แต่ด้วยความที่ตอนนี้มันกำลังไล่กินพวกผู้เล่น สัญชาติญาณของสิ่งมีชีวิตที่โดนสัตว์ใหญ่ไล่กินมันก็ต้องหนีเป็นธรรมดาซิ ฟระ

 

[ ชื่อ : มอนคูมะ

 

ฐานะ : มอนเสตอร์อันตราย

 

ระดับพลังอสูร : เจ้าพ่อมด lv.82

 

พลังชีวิต : 2000/2000

 

ความแข็งแกร่ง : 1,400

 

ความเร็ว : 950 ]

 

ฮาซุย : ( แม่เจ้าโว้ย! ระดับพลังอสูรเกือบเท่าเราเลย! หนำซ้ำเลือดยังเยอะกว่าเราอีก พลังโจมตีก็เท่าเรา! แล้วเกมนี่มันต้องทำยังไงเนี่ย !? )

 

 

ปีเตอร์ : กติกาของเกมนี้ก็คือให้ผู้เล่นหักเขาของมอนคูมะครับ! ^_^

 

 

 

ในตอนนั้นเองปีเตอร์ได้เอ่ยปากพูดวิธีเล่นเกมนี้ให้ผ่านราวกับอ่านใจฮาซุยได้ ซึ่งทุกคนที่กำลังวิ่งหนีอยู่ก็ได้ยินแบบเดียวกัน

 

ปีเตอร์ : เกมนี้คือต้องมีผู้เล่นคนใดคนนึงจัดการหักเขาเจ้ามอนคูมะทั้งสองข้างให้ได้ แล้วจะถือว่าจบเกม ต้องหาทางสู้กลับด้วยขณะหนีตายไม่ให้โดนมันกิน

 

เรแม็ก : ให้หักเขามันเนี่ยนะ!? ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเว้ย!

 

เรแม็กที่หลบอยู่หลังก้อนหินก้อนนึงโวยออกมา แต่เสียงตะโกนของเขาก็ทำให้มอนคูมะที่ได้ยินเหลือบตามองไปที่ก้อนหินที่เรแม็กหลบอยู่

 

เรแม็กรู้สึกเย็นสันหลังวาบทันทีและสัญชาติญาณของเขาก็บอกให้เขารีบวิ่งออกมาจากหลังก้อนหินนั่น

 

เรแม็ก : ซวยแล้ว!

 

 

โครมมมม!!

 

และเขาก็คิดถูกจริงๆเพราะเจ้ามอนคูมะมันรู้แล้วว่าเขาหลบอยู่หลังก้อนหินนั่นทำให้มันกระโจนใส่ทันที ปากของมันกัดโดนก้อนหินที่เรแม็กใช้หลบอยู่ตอนแรกจนแตกเป็นเสี่ยงๆ

 

เรแม็กวิ่งอ้อมพยายามหนีตายจากมอนคูมะที่พยายามไล่กินเขา

 

 

"บอกให้มานี่ไอ้ทาสหัวดื้อ!!"

 

ขณะเดียวกันทางด้านทาสที่มีชื่อจูเหวิ๋นก็ยังคงถูกเจ้านายอสูรพันธ์ตัวเองพยายามเรียกให้ไปหาอยู่

 

จูเหวิ๋นเป็นทาสสาวชาวจีนผมสีน้ำตาลไว้ผมทรงทวินเทล สวมชุดชาวจีนที่ชายกระโปรงฉีกโชว์ขาอ่อน สวมถุงน่อง และมีอาวุธคอมมานด์เป็นหอก

 

และดูเหมือนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้เธอไม่มีความจงรักภักดีต่อนายตัวเองแล้ว

 

จูเหวิ๋น : ชั้นไม่ไปหรอก! ถ้าชั้นวิ่งไปก็โดนเจ้าหมียักษ์นั่นเห็นแล้วจับชั้นกินอะซิ!!

 

 

"มันไม่รู้หรอกว่าเราอยู่นี่! รีบวิ่งทาหาชั้นได้แล้ว!!"

 

โครมมมม!! งั้ม!!

 

 

พูดไม่ทันขาดคำ ก้อนหินที่เจ้านายจูเหวิ๋นหลบอยู่ก็ถูกมอนคูมะกระโจนพุ่งชนใส่พร้อมกับที่มันอ้าปากงับร่างเจ้านายของจูเหวิ๋นจนร่างเจ้านายจูเหวิ๋นแหลกเป็นกองเลือดคาตาจูเหวิ๋นเลย

 

จูเหวิ๋น : ไม่รู้บ้านแกซิยะไอ้แก่!

 

จูเหวิ๋นด่าเจ้านายตัวเองทิ้งท้ายก่อนรีบใช้โอกาสนี้วิ่งหนีไปอาศัยจังหวะที่เจ้ามอนคูโมะมัวแต่เคี้ยวร่างเจ้านายเธออยู่

 

โชกุ : นายท่านค่ะ~ T^T

 

 

ฮาซุย : ที่นี้หละมาทำเป็นร้องไห้ ก็บอกแล้วไงว่าอย่ามาๆ =_=

 

 

โชกุ : ขอโทษจริงๆค่ะท่าน T-T

 

 

ในจังหวะนั้นเองเจ้ามอนคูโมะมันก็วางมือทั้งสองข้างลงพื้นก่อนที่มันจะพุ่งตัวตรงมาหาผม

 

พู้ม~!

 

ฮาซุย : ซวยแล้ว!

 

ผมไม่รอช้ารีบวิ่งขึ้นไปตามก้อนหินที่ตัวเองหลบอยู่ โดยในมือทั้งสองข้างของผมจับตัวโชกุไว้มั่นจากนั้นก็กระโดดข้ามหัวเจ้ามอนคูมะที่พุ่งมาในจังกสะที่เหมาะเจาะ

 

 

โครมมมม!!

 

 

มันงับเราพลาดและตอนนี้ตัวผมก็กำลังอยู่บนหลังมัน ทำให้ตอนนั้นผมคิดได้แล้วว่าจะตัดเขามันได้ยังไง

 

ฮาซุย : รู้แล้ว! โชกุเกาะไว้นะ!

 

 

ผมรีบเอาโชกุใส่กระเป๋าเสื้อผมเพราะถ้าผมถือเธอเอาไว้แบบนี้มือผมจะไม่ว่าง ผมหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาก่อนกดถ่าย

 

แฉะ!

 

ร่างของผมวาร์ปไปอยู่บนหัวเจ้ามอนคูมะทันที ผมเห็นมันทำท่าจะลุกขึ้นผมจึงกระโดดเหยียบหัวมันแบบไม่ออมแรง

 

ฮาซุย : แกยังไม่ต้องลุก!!

 

 

โครมมมมมม!!

 

 

แรงกระทืบเท้าทั้งสองข้างของผมตอนที่เหยียบหัวของมันนั้นรุนแรงมากจนทำให้หัวของมันกระแทกกับพื้นอย่างแรงจนพื้นยุบแตกและมันก็ลุกไม่ขึ้นต่อไปชั่วครู่

 

พู้ม~!

 

 

เรแม็ก : โว้ว!?

 

 

ในตอนที่ผมกระทืบหัวมันให้นอนลงไปนั้น มันก็รุนแรงมากจนทำให้เกิดแรงลมระเบิดออกเป็นวงกว้างจนเรแม็กและแทบทุกคนในสนามนั้นรู้สึกได้

 

 

วิคตอเรีย : ทำไมเจ้าหนูนั่นถึงแรงเยอะจังเลย ?

 

 

วิคตอเรียเอ่ยออกมาด้วยท่าทีประหลาดใจ เรบิโกะที่นั่งกินเฟรนฟรายอยู่ตอนแรกเธอก็ได้ชะงักไปก่อนที่เผะอจะยอมเงยหน้าดูการแข่งมองมาที่ผมในจอ คิซูกิก็เอามือจับคางมองดูการแข่งขันด้วยความสนอดสนใจจนไม่กระพริบตา

 

ฉิ้ง~!

 

 

ผมไม่รอช้ารีบสร้างดาบน้ำหมึกที่มีลวดลายเป็นเปลวไฟสีชมพูปนสีเหลือง ก่อนที่ผมจะกระโดดตีลังกาขึ้นกลางอากาศตลบนึงแล้วตวัดดาบฟันดาบลงไปที่เขาของมัน

 

 

ฉัวะ!!

 

 

โฮ๊กกกกกกกก!!

 

ดาบของผมฟันลงไปที่เนื้อเขาของมันได้กว่าครึ่งนึง เลือดของมันเป็นสีดำสกปรกสาดดระจายออกมาจากเขามัน

 

ผมไม่รอช้ารีบรัวคมดาบฟันใส่เขามันแบบไม่ยั้งมือฟันใส่เขาของมันเรื่อยๆจนกระทั่ง

 

 

พัวะ!!!

 

เจ้ามอนคูมะมันก็สะบัดมือตบใส่ผมจนร่างของผมลอยกระเด็นไปขนกับกำแพงที่อยู่สุดมุมห้อง

 

โครมมมมมม!!

 

 

[ ฮาซุย พลังชีวิต - 600 ]

 

ร่างของผมฝังติดอยู่ในกำแพงแบบนั้นครู่นึงก่อนที่ผมจะค่อยๆดันตัวเองออกมาอย่างยากลำบาก

 

ฮาซุย : โหย~ แรงเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

 

ผมพูดออกมาพร้อมเอามือกุมท้องเอาไว้ด้วยความจุก ทุกคนในสนามที่ดูอยู่พากันตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที

 

"เฮ้ย!? ไอ้เด็กนั่นยังไม่ตายได้ไงหวะ!?"

 

 

"เอ้อนั่นดิ คนอื่นแค่โดนมันวิ่งชนใส่ก็ตายแล้ว! เจ้าเด็กนั่นมันต้องระดับพลังอสูรอยู่ที่ระดับไหนหวะ!?"

 

 

ทุกคนพากันตะลึงงัน ทั้งโนเว็น วิคตอเรีย และคิซูกิก็ไม่ต่างกันเพราะพลังโจมตีของมอนคูมะเมื่อกี้สามารถทำให้อสูรพันธ์ระดับเจ้าพ่อมดระดับปัจฉิมลงไปตายได้เลย

 

คิซูกิ : ...เจ้าเด็กนั่นมันเป็นใครกันนะ ?

 

 

แม้กระทั่งเรบิโกะที่ตอนแรกดูจะไม่สนใจการแข่ง บัดนี้เธอก็ได้ส่งจานเฟรนฟรายคืนให้วิคตอเรียโดยที่เธอยังกินไม่หมดและมองดูเกมการแข่งต่อไปด้วยคิ้วทั้งสองข้างของเธอที่ขมวดเข้าหากันและทองดูการแข่งแบบจริงจัง

 

 

ซึ่งในระหว่างที่ผมดันตัวเองออกจากกำแพงนั้นเอง เจ้ามอนคูโมะมันก็ได้ลุกขึ้น เขาของมันที่ตอนแรกโดนดาบผมฟันใส่จนห้อยต่องแต่ง ตอนนี้มันได้หลุดและหักออกจากกันก่อนจะร่วงลงพื้น

 

ตึ้ง!!

 

 

เขาอันหนักอึ้งที่หล่นลงทำให้เกิดเสียงดังสนั่น มอนคูมะก้มลงดูเขาตัวเองและมันก็ต้องร่างสั่นสะท้านก่อนที่นัยตาสีเหลืองของมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงบ่งบอกถึงคงามโกรธที่มีบัดนี้

 

ฮาซุย : เดี๋ยวนะ โชกุ โชกุ!? เธออยู่ไหน!?

 

ผมรีบมองหาโชกุทันทีเพราะผมเอามือคลำๆอกเสื้อแล้วไม่เจอเธอ ก่อนที่ผมจะมองเห็นร่างของเธอที่นอนตกอยู่ที่พื้นห่างจากตรงหน้าผมไป 8 เมตรได้

 

ฮาซุย : โชกุ!!?

 

 

ผมไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเพื่อไปเอาเธอมา แรงพุ่งตัวของผมทำให้พื้นดินนั้นยุบตัวแตก เจ้ามอนคูมะมันหันมาเห็นผมด้วยความเคียดแค้นมันจึงพุ่งเข้าหาผมด้วยท่าไสลด์พุงไปกับพื้นเช่นกัน

 

ปีเตอร์ : นั่นเขาจะทำอะไรหนะ!!?

 

ปีเตอร์พูดออกมาเพราะภาพที่เกิดขึ้นคือผมกำลังพุ่งเข้าไปช่วยโชกุด้วยความเร็วสูงโดยไม่ได้สนใจเจ้ามอนคูมะที่อยู่ตรงหน้า หรือก็คือตนนี้ผมกำลังพุ่งไปปะทะกับหน้าของมอนคูมะตรงๆนั่นเอง

 

คนดูพากันนั่งไม่ติดเก้าอี้ เรบโกะเธอเอามือบีบที่พิงแขนเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่แน่นแลัมองดูผลลัพธ์ที่เธอกำลังลุ้นอยู่ด้วยรอยยิ้ม

 

ฟุบ~

 

ในที่สุดผมก็ใช้แขนช้อนตัวเธอไว้ได้ทัน แต่ถึงอย่างงั้นเจ้ามอนคูมะก็พุ่งมาเร็วกว่าที่ผมจะหลบทันแล้ว

 

ฮาซุย : เอางี้เลยก็แล้วกันโว้ย!!

 

 

ผมได้ง้างหมัดขวาขึ้นเหนือหัวก่อนจะต่อยกำปั้นจนกำปั้นผมจมลงไปในดินทันที

 

 

โครมมมม!!

 

ฟู้ม~~~~!!

 

 

ทันใดนั้นเองน้ำหมึกจำนวนมากก็พุ่งมากจากพื้นราวกับน้ำบาดาลที่ทะลักขึ้นมาเป็นน้ำพุขนาดใหญ่ก่อนที่มันจะจับกลุ่มเป็นก้อนแล้วกลายเป็นกำแพงหนามที่มีสีฉูดฉาดปนอยู่บนจุดอย่างรวดเร็วเป็นเกราะป้องกันที่บังหน้าผมเอาไว้ขณะที่มอนคูมะพุ่งเข้ามา

 

 

แปะภาพประกอบ

 

 

โครมมมมมมมม!!

 

 

โฮ๊กกกกก!!?

 

 

และในท้ายที่สุดเจ้ามอนคูมะก็พุ่งเจ้ามาและหน้ามันก็ถูกกำแพงหนามกระแทกเข้าหน้าอย่างจังจนมันร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด กำแพงนั้นถอยเขยื้อนมาด้านหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ก็ไม่ถึงกับมาโดนตัวผมกับโชกุ

 

 

"วู้ฮู้~~!!"

 

เหล่าคนดูส่งเสียงร้องออกมาดังสนั่นเมื่อเห็นภาพมอนคูมะมันหัวกระแทกกับกำแพงหนามอย่างจังด้วยความมันส์ปนสะใจกับเกมการแข่งที่สนุกมากขึ้น ไม่เส้นแม้แต่ปีเตอร์

 

ปีเตอร์ : โอ้โห แบบนี้เขาเรียกว่า"หน้าแหก!!"ครับคุณผู้ชม~!

 

 

เรบิโกะ : วู้ฮู้ว~~~~~!!

 

 

ในตอนนั้นเรบิโกะดูเหมือนจะมันส์กับการต่อสู้มากเกินไปทำให้เธอเผลอกระโดดชูแขนสองข้างขึ้นแล้วร้องออกมาดังลั่น ทั้งคิซูกิและโนเว็นหรือวิคตอเรียก็มองเธอก่อนที่เรบิโกะจะได้สติและนั่งลงสำรวมอีกครั้ง

 

เรบิโกะ : โทษทีค่ะท่าน...ชั้นมันส์เกินไปหน่อย

 

 

คิซูกิ : ^_^

 

คิซูกิไม่ได้ว่าและปล่อยผ่านไปก่อนหันไปมองดูการแข่งขันต่อ

 

ผมโอบกอดโชกุไว้แน่นด้วยความกังวลแต่สุดท้ายเจ้ามอนคูมะมันก็นอนนิ่งอีกครั้ง คราวนี้หน้าของมันติดกับกำแพงหนามผมด้วยทำให้เป็นโอกาสเหมาะที่จะตัดเขาอีกข้างของมอนคูมะ และในตอนนั้นเอง

 

พูจา : หลบไปเลยฮาซุย!! ชั้นจะจัดการมันเอง!!

 

พูจาก็ได้วิ่งเข้ามาพร้อมดาบสีน้ำเงินเข้มขนาดใหญ่ในมือที่เขาลากมากับพื้นซึ่งมันก็คืออาวุธคอมมานด์ของเขา ทันใดนั้นเองพูจาก็กระโดดตัวลอยขึ้นเหนือตัวของมอนคูมะที่นอนอยู่ ปีกของเขากระพือสั่นพร้อมกับที่พูจาพุ่งดาบฟันลงมา

 

พูจา : ย้าาาาาาาาา!!

 

กรึ้บ!

 

 

แต่แล้วมอนคูมะมันก็ใช้มือจับดาบของพูจาไว้ได้ด้วยนิ้วของมันแค่สองนิ้วที่หนีบตัวดาบ พูจาถึงกับชะงักไปก่อนจะเหงื่อตกทันใดนั้นเอง

 

 

ฟุบๆๆๆๆๆๆ~!

 

พูจา : ว้ากกกกกก!?

 

เจ้ามอนคูมะได้จับดาบพูจาควงเป็นวงกลม ทำให้พูจาที่จับดาบไว้มั่นนั้นโดนจับควงหมุนเป็นวงกลมจนเขาร้องเสียงหลงออกมาด้วย

 

 

 

ดาบของพูจา

 

 

ฟิ้ว~~~!

 

 

โครมมมมม!!

 

จากนั้นเจ้ามอนคูโมะก็ปล่อยดาบทำให้ทั้งตัวพูจากับดาบขอวเขาลอยกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงของมอนคูโมะและร่างของพูจาก็กระเด็นไปชนกับข้างฝาห้องจนยุบแตก พูจาหมดสภาพยับเยินแต่ก็ไม่ถึงกับตาย ดาบของเขาก็หักออกเป็นสองส่วนเลยหลังจากที่โดนเหวี่ยงออกมา

 

ฮาซุย : แมร่งเอ๊ย~

 

 

ผมอุปทานออกมาเพราะเจ้ามอนคูมะมันลุกขึ้นยืนแล้วนั่นก็เท่ากับว่าโอกาสที่จะตัดเขามันในครั้งนี้ได้หลุดลอยไปแบบฟรี มันลุกขึ้นโดยที่หน้ามันแบกเอากำแะงหนามผมขึ้นไปด้วย ก่อนที่มันจะเอามือจับกำแพงที่ติดหน้ามันดึงออก เลือดสีแดงไหลหยดลงมาก่อนที่จะปรากฏให้เห็นบาดแผลที่แสนสาหัสบนหน้ามัน แผลบางจุดยังมีหนามจากกำแพงที่หักทิ่มคาไว้อยู่เลย

 

มันดูโมโหสุดๆเมื่อดูจากตาของมันที่แดงราวกับโลหิตที่มองลลมาที่ผมก่อนที่มันจะโยนกำแพงหนามในมือมันลงมาหาผม

 

โครมมมมม!!

 

ผมรีบวิ่งหลบกำแพงตัวเองออกมาได้ทัน ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกคนที่เหลือรอดพอจะรู้แล้วว่าวิธีที่จะตัดเขาเจ้ามอนคูมะได้นั่นคือต้องทำให้มันล้มลงนอน

 

ทำให้พวกอสูรพันธ์หลายคนพากันใช้พลังคอมมานด์ที่จะทำให้มันล้มลง ทาสบางคนก็หาเชือกยาวๆแถวนั้นมาพยายามสะกัดขามอนคูมะให้ล้ม แต่ก็เป็นพวกเขาที่โดนมอนคูมะใช้เท้าลากเชือกดึงตัวพวกเขาไปแทน

 

ฮาซุย : เรแม็ก ชั้นฝากเธอด้วย!

 

ผมพูดกับเรแม็กพร้อมส่งตัวโดมารุให้

 

ฮาซุย : อย่าให้เธอเป็นอะไรนะ ผมมีหน้าที่รับผิดชอบให้เธอปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายเพราะตัวผม

 

เรแม็ก : แล้วนั่นนายจะไปไหนหนะ !?

 

 

เรแม็กเอ่ยถามขณะอุ้มร่างโชกุที่เริ่มได้สติกลับมา ผมเดินไปหามอนคูมะก่อนที่ผมจะยกแหวนที่สวมที่นิ้วนางขึ้นมาจากนั้นก็นำของที่เก็บไว้ข้างในออกมา

 

ซึ่งก็คือรองเท้าจักรวิปลาส!

 

 

ฮาซุย : มาลองของเล่นใหม่กันหน่อยไหมเจ้าหมีแพนด้า

 

 

ผมเอ่ยถามไปทั้งๆที่รู้อยู่ว่ามันตอบไม่ได้พร้อมสวมรองเท้าจักรวิปลาส ในตอนนั้นเองเจ้ามอนคูมะมันก็วิ่งมาหาผมก่อนใช้มือตะปบลงมาหาผม

 

โฮกกกกก!

 

 

ฮาซุย : ย้ะ!

 

 

ผมพุ่งตัววิ่งไปด้วยความเร็วของรองเท้าจักรวิปลาส ที่ตอนนี้ที่พื้นรองเท้ามีกงจักรสีทองหมุนเป็นวงกลมอยู่ และมันก็ทำให้ผมเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เร็วมากยิ่งกว่ารองเท้าสเก็ตบนน้ำแข็ง

 

ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือกงจักรที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนล้อใต้รองเท้ามันทำให้ผมสามารถควบคุมทิศทางได้ว่าจะวิ่งเลี้ยวไปทางไหน ซ้าย ขวา เฉียง เดินหน้า หรือถอยหลังก็ได้

 

ผมวิ่งหลอกล่อเจ้ามอนคูมะที่ตอนนี้โกรธเต็มทีมันก็วิ่งไล่ตะปบผมคนเดียวไม่สนใจคนอื่นเลย ทุกคนทั้งในสนาม นอกสนามหรือดูทีวีอยู่ที่บ้านพากันมองดูการแข่งสุดมันส์ที่ทำเอาเกม killing ที่หลายคนมักชอบดูในทีวีกลายเป็นเกมเป่ายิงฉุบไปเลย

 

ฮาซุย : ฮึ้บ!

 

 

ผมกระโดดวิ่งไปตามผนังห้องล่อเจ้ามอนคูมะมาเรื่อยๆ มอนคูมะมันก็วิ่งมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่มันโดนตัดเขาไปข้างนึงมันก็ไม่กล้านอนราบและพุ่งตัวตรงไปข้างหน้าแล้วเพราะมันกลัวจะโดนตัดเขาอีกข้าง

 

นั่นจึงทำให้ผมได้ไอเดียที่ดีกว่านั้น

 

ฮาซุย : จักรวิปลาส! บาเรีย!

 

 

ฟู้ม~!

 

เมื่อสิ้นคำสั่ง รองเท้าของผมมันก็ปล่อยพลังบาเรียเป็นแผ่นสีทองไล่หลังรองเท้าผมมา ผมควบคุมทิศทางบาเรียหลอกล่อเจ้ามอนคูมะไปพร้อมๆกันจนกระทั่งผมได้ทำการสร้างบาเรียขวางทางข้างหน้าเป็นแนวตรงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ

 

เพล้ง!!

 

 

โฮกกก!!?

 

 

เจ้ามอนคูมะได้วิ่งเตะบาเรียผมจนแตกแต่มันก็เสียหลักและล้มตึงลงกับพื้นเช่นกันแต่แล้ว

 

กรึด! ฮาซุย : โว้ว!?

 

ด้วยแรงสั่นสะเทือนตอนที่ตัวมันล้มทำให้พื้นดินสั่นไหวและผมก็เสียหลักล้มลงกลิ้งขลุกๆไปกับพื้นทันที

 

โชกุ : ฮาซุย!?

 

 

เรแม็ก : จังหวะนี้แหละ!

 

 

เรแม็กเขาได้นำตัวของโชกุไปไว้หลังก้อนหินใกล้ๆให้เธอปลอดภัยตามคำขอของผม เรแม็กวิ่งเข้ามาก่อนที่เขาจะกระโดดตัวลอยขึ้นกลางอากาศพร้อมชักดาบของเขาออกมา

 

เรแม็ก : ย้าาาาา!! เพลงดาบระเบิดแสง!!

 

 

เพ้ง!! วิ้ง~~~!

 

เรแม็กได้ฟันดาบลงไปที่เขาอีกข้างของมอนคูมะ ดายของเขาส่องแสงสว่างเจิดจ้าจนทำให้คนดูมองเห็นเขาของมอนคูมะที่ค่อยๆโดนตัดออกแบบชัดๆ แต่ถึงอย่างงั้น

 

เรแม็ก : ( บ้าเอ๊ย! เขามันแข็งไป! เราตัดไม่ได้! )

 

 

เรแม็กกล่าวในใจเพราะเขาไม่สามารถออกแรงดันกดดาบตัดเขามอนคูมะได้มากกว่านี้แล้ว ดาบของเรแม็กฟันเขาของมอนคูมะมาได้ครึ่งนึงแล้วแท้ๆแต่ในตอนนั้นเอง

 

 

จูเหวิ๋น : ฮ้าาาาาา!!

 

จูเหวิ๋นทาสสาวชาวจีนก็ได้กระโดดโผล่เข้ามาอยู่เหนือหัวเรแม็กอีกทีนึง ในมือของเธอถือหอกที่ลุกเป็นไปสีแดงฉานก่อนที่เธอจะตั้งท่าเล็งหอกที่ง้างไว้มาที่ดาบเรแม็ก

 

จูเหวิ๋น : ชั้น! ช่วย! เองงงงงงง!!

 

 

ฟุ้ม~!

 

ว่าแล้วก็ปาหอกพุ่งตรงเข้ามา

 

เพ้ง!

 

หอกของจูเหวิ๋นกระแทกดาบของเรแม็กทำให้ดาบของเรแม็กมีแรงดันต่อไปและทำให้เรแม็กลงมือกดดาบต่อไปอีก

 

เรแม็ก : ย้าาาาาาา!!

 

 

พู้ม~~!!

 

 

ในที่สุดเขาของมอนคูมะก็ถูกตัดออก เกิดเป็นคลื่นพลังระเบิดออกเป็นวงกว้างจนร่างของเรแม็ก จูเหวิ๋นและทุกคนที่อยู่ใกล้มอนคูมะกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

 

 

และเมื่อทุกอย่างสงบลง ก็ปรากฏภายของมอนคูมะที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นในสภาพที่เขากุดทั้งสองข้าง

 

ปีเตอร์ : คุณผู้ชมครับ! เหล่าผู้เล่นจำนวน 45 คนรอดจากเกมที่สองมอนคูมะมาได้คร้าบ~!

 

 

เหล่าคนดูพากันเฮฮาดังลั่น คนในบ้านของผมก็พากันกระโดดสวมกอดแน่นด้วยความดีใจที่เกมนั้นผ่านมาได้ด้วยดีแม้จะมีคนตายแต่มันก็น้อยกว่าเกมแรก และคนที่ทำให้ทุกคนรอดมาได้เยอะขนาดนี้ก็คือตัวผมเอง

 

เรแม็ก : ฮาซุยอยู่ไหน!? ฮาซุย!

 

 

เรแม็กตะโกนถามหาผมเพื่อที่จะให้ผมมองเห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นด้วย ตัวผมตอนนี้กำลังนอนอยู่ที่พื้น ผมลุกขึ้นอย่างทุกลักทุเล เรแม็กวิ่งเข้ามาหาผมและในตอนนั้นเอง

 

เรแม็ก : ฮาซุย! เราทำได้! เราทำให้มอนคูมะ...

 

 

จู่ๆเมื่อเรแม็กวิ่งมาอยู่ตรงหน้าผม เขาก็ชะงักและเงียบไป เหล่าผู้ชมอสูรพันธ์ที่นั่งชมดูอยู่ก็เงียบแชะงักไป เสียงเฮฮาตอนแรกก็เงียบไป ท่านคิซูกินั้นตาเบิกกว้างออกมาเลย

 

ฮาซุย : อะไรเหรอ ?

 

ผมไม่เข้าใจแล้วลองเอามือจับๆใบหน้าตัวเองดูก่อนจะพบว่าหน้ากากอสูรของผมมันแตกเสียหายลงไปกองอยู่ที่พื้นตอนที่ผมกลิ้งขลุกๆกับพื้นตั้งนานแล้ว

 

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า...

 

ฮาซุย : ซวยแล้วตู 0_0;

 

 

ปีเตอร์ : มานูษษษษษษษษษษย์~!!? 0o0!?

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว