facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 แรกพบ...แต่ไม่สบตา 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 แรกพบ...แต่ไม่สบตา 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 03:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 แรกพบ...แต่ไม่สบตา 100%
แบบอักษร

3

แรกพบ....แต่ไม่สบตา

 

"เมื่อคืนนี้คุณภูผาโทรมาหาฉัน โอ๊ย ฉันนี่มือไม้สั่นไปหมด กว่าจะกดรับสายได้เกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ"

คนหนีบโทรศัพท์รดน้ำต้นไม้อยู่ริมระเบียงขำร่วน เมื่อมาม่าโทรมาบ่นให้ฟังตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่รู้วันนี้ฝนจะตกจนน้ำท่วมกรุงเทพหรือเปล่าที่เจ้าของเดอะคลับตื่นเร็ว

นึกว่าป๋าจะยอมปล่อยมาม่าไปแล้วเชียว

"เขาว่าอะไรบ้าง"

"พูดถึงเรื่องนี้แล้วยังแปลกใจ ฉันก็นึกว่าเขาจะจัดการเรื่องที่ฉันนัดแนะงานคนอื่นให้เธอเสียอีก ที่ไหนได้ถามแต่เรื่องคุณกรณ์"

"เรื่องคุณกรณ์? " ทำไมกลายเป็นเรื่องคุณกรณ์ไปได้ล่ะ

"ใช่ ถามว่ามายังไง ใครแนะนำ มาบ่อยแค่ไหน แล้วก็เจอเธอกี่ครั้งแล้ว"

ต้นน้ำวางฝักบัวรดน้ำในมือลง ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ที่จัดมุมไว้นั่งจิบชารับลมเอื่อยๆ ใจคิดไปถึงเรื่องเมื่อวานที่ป๋าถาม ต้นน้ำก็บอกแล้วไงว่าเจอกันแค่สองครั้ง

หรือว่าป๋าไม่เชื่อ?

"ถามแค่เรื่องคุณกรณ์หรือ"

"อื้ม ถามถึงแต่คุณกรณ์ แถมใช้เสียงนิ่งๆ แบบที่ฉันนึกหน้าออกเลยนะ ตอนนี้ยังตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่หายเลย ....แต่แปลก เขาไม่ยักตำหนิเรื่องที่เธอยอมรับงานคนอื่น"

อาจเพราะป๋าตรวจสอบเรื่องนี้กับเขาแล้ว รอยจางๆ บนผิวกายขาวผ่องยังมีให้เห็นอยู่เลย เพียงแค่นึกถึงแก้มเนียนก็แต่งแต้มไปด้วยรอยแดงระเรื่อแล้ว ป๋ามีวิธีตรวจสอบถามแบบฉบับของป๋าจริงๆ แถมต้นน้ำยังตอบด้วยร่างกายเสียจนหมดเปลือกทุกซอกทุกมุม

"แล้วมาม่าบอกไปว่ายังไงบ้าง"

"บอกตามความจริง ตอนที่คุณกรณ์มาที่นี่ก็ไม่ได้บอกว่าใครแนะนำนะ ฉันไม่รู้ว่าเขารู้จักที่นี่จากที่ไหน แต่เขาบอกว่าเคยเจอเธอ"

"เจอผม? "

"ใช่ อาจจะเคยเจอตอนที่เธอนั่งอยู่กับคุณภูผาก็เลยถูกใจละมั้ง"

จริงอยู่ เพราะภูผามาที่เดอะคลับบ่อยครั้ง ผู้ชายที่มักพบเจอได้ตามหน้าข่าวแวดวงธุรกิจย่อมได้รับความสนใจ และต้นน้ำก็เป็นที่สะดุดตา สองคนนั่งด้วยกันจึงเรียกสายตาจากบรรดาแขกคนอื่นๆ เสมอ เป็นไปได้ที่เขาจะเห็นต้นน้ำตอนนั้น

"แล้วมาม่าไปสนิทกับคุณกรณ์ได้ยังไง"

"ก็วันนั้นน่ะสิ ฉันออกมาเดินดูแขกแล้วบังเอิญเจอเขาเข้าพอดี เธอก็รู้ว่าสายตาชั้นนี้ไม่เคยพลาด มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคนนี้กระเป๋าหนัก เลยเข้าไปทักทาย"

"แล้วก็เลยใจง่ายชอบเขา" ต้นน้ำต่อประโยคให้อย่างรู้ทัน

"แน่สิยะ ฉันบอกแล้วไงว่าคุณกรณ์น่ารัก ไม่เหมือนคนชอบเที่ยวสถานบันเทิงเลย เหมือนคนเพิ่งเคยมาที่แบบนี้มาครั้งแรกมากกว่า"

"ถ้ามาครั้งแรกแล้วเขาจะเคยเจอผมได้ยังไง"

"ฉันก็แปลกใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน หรือว่าเขาจะเคยเจอเธอที่อื่น"

"ถ้าเจอที่อื่นจะรู้ได้ยังไงว่าผมทำงานอยู่ที่นี่ มาม่าพูดแบบนี้ผมเริ่มกลัวแล้วนะ"

"บ้า อย่ามาว่าคุณกรณ์ของฉัน เขาเป็นคนดี! "

คำก็คนดีสองคำก็คนดี ดูท่าว่าจะชอบคนนี้มากจริงๆ แต่เรื่องนี้ต้นน้ำเองก็เถียงไม่ได้ แค่หาเรื่องพูดแหย่มาม่าเล่นเท่านั้น ตัวเขาสัมผัสได้เช่นกันว่าคุณกรณ์ไม่ใช่คนเลวร้าย ต้นน้ำแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงสนใจในตัวเขา

"แล้วเขาได้ติดต่อมาอีกหรือเปล่า"

"ไม่เลย"

อาจเพราะเรื่องเมื่อคืน ต้นน้ำแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นว่าเขาให้ความสำคัญกับภูผามากแค่ไหน ไม่มีทางที่คุณกรณ์จะดูไม่ออก แต่คุณกรณ์จะรู้หรือไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนลึกซึ้งแค่ไหน ต้นน้ำกับภูผาไม่ใช่แค่โฮสและลูกค้าธรรมดา

"แต่ช่างเถอะ! จบเรื่องนี้ไปก็ดีแล้ว คุณภูผาต่อสายตรงหาฉันทีไรเหมือนอายุฉันหายไปเป็นสิบปี" ได้ยินน้ำเสียงราวกับเข็ดขยาด ต้นน้ำสามารถนึกสีหน้าของมาม่าเวลาพูดประโยคนี้ได้เลย

"เว่อร์ตลอดแหละ"

"ใครจะไปรักไปหลงได้เหมือนเธอละยะ คนหรือก้อนน้ำแข็งก็ไม่รู้ เย็นชาน่ากลัวไปหมด"

คนฟังยิ้มอ่อนให้กับคำเปรียบเปรย เห็นป๋าของเขาเป็นอะไรกันไปหมดหนอ คนหนึ่งบอกเป็นไฟแช่งให้เขาโดนคลอกตายเข้าสักวัน ส่วนอีกคนบอกเป็นก้อนน้ำแข็งเย็นชาน่ากลัว

แต่สำหรับต้นน้ำ....

"ใครบอก ป๋าออกจะอบอุ่น"

"อุ่นแค่กับเธอคนเดียวน่ะสิ! ไม่คุยแล้ว นี่ตื่นมาเข้าห้องน้ำเลยถือโอกาสโทรมาเมาส์ก่อนที่จะลืม ฉันไปนอนต่อแล้ว!! "

หึ ดูท่าฝนคงไม่ตกลงมานอกฤดูกาลแล้วละ

คนตัวเล็กได้แต่ส่ายหน้าให้กับคนที่เพิ่งตัดสายทิ้งไป

ต้นน้ำปัดปริศนาเรื่องคุณกรณ์ทิ้ง ไม่เก็บเอาคิดให้เปลืองสมองอีก ในเมื่อป๋าไม่อยากให้ต้นน้ำยุ่งเกี่ยวกับเขาต้นน้ำก็จะไม่ทำ ถือโอกาสนั่งเล่นโทรศัพท์ เช็กข่าวสารทางด้านธุรกิจที่ต้นน้ำมักใช้ตามข่าวคุณป๋าอยู่เสมอ

แล้วก็เจอใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังคิดถึงเข้าจริงๆ

ข่าวภูผาร่วมลงทุนกับบริษัทการค้าที่ประเทศไต้หวัน ภาพผู้ชายสองคนจับมือกันหันมายิ้มให้กล้อง และมีบทสัมภาษณ์รายละเอียดด้านล่างเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวไร้ไปตามกรอบหน้าคมคายบนหน้าจอมือถือ

เพราะแบบนี้สินะป๋าถึงได้เดินทางไปไต้หวันบ่อยๆ

ต้นน้ำจัดการครอปภาพนั้นบันทึกลงในโทรศัพท์ และกดส่งไปหาคนในภาพด้วยแอปพลิเคชันสีเขียว

'ในรูปยังหล่อขนาดนี้ ตัวจริงจะหล่อขนาดไหน'

'คิดถึงป๋าอีกแล้ว วันนี้ตั้งใจทำงานนะครับ'

'ต้นน้ำเอาใจช่วย'

ปิดท้ายด้วยสติ๊กเกอร์กระต่ายน้อยบอกให้สู้ๆ

อีกฝ่ายไม่ได้อ่านในทันที เพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่มาก เขาอาจกำลังอยู่บนท้องถนนเพื่อเดินทางไปทำงาน ต้นน้ำไม่ได้หวังให้คุณป๋าตอบกลับ ขอแค่ให้เขารับรู้ถึงความห่วงใยของต้นน้ำก็พอ

...........

 

1 เดือนก่อนหน้า

 

เอี๊ยด!!!

เสียงล้อบดกับพื้นถนนดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ทำเอาคนที่กำลังเช็กอีเมลอยู่เบาะหลังถูกแรงกระชากไปด้านหน้าจนเสียการทรงตัว ดีที่ท่อนแขนแข็งแรงยันหลังเบาะคนขับเอาไว้ได้ทันหน้าจึงไม่กระแทก แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมดันร่วงหลุดมือกระเด็นหายไปใต้เบาะเสียแล้ว

“ขอโทษครับนาย”

"เกิดอะไรขึ้น" เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกน้องที่เป็นทั้งคนขับรถและผู้ช่วย ขณะหันมองไปทางด้านหน้ารถ ภาพที่เห็นทำเอาใจหล่นวูบ เมื่อคนสองคนกอดกันกลมล้มอยู่บนพื้นถนนห่างจากตัวรถออกไปไม่ถึงสองเมตร

"เด็กวิ่งมาตัดหน้ารถครับ แต่ผมเบรกทัน นายอยู่บนนี้นะครับ เดี๋ยวผมลงไปจัดการเอง"

แม้จะตกใจ แต่เพราะข่าวนักต้มตุ๋นหลอกลวงผู้คนบนท้องถนนเพิ่งถูกนำเสนอไปได้ไม่นาน และรูปแบบการก่อเหตุก็ช่างคล้ายกับสถานการณ์นี้ กรณ์จึงเลือกดูท่าทีอยู่บนรถก่อน

ดวงตาสีน้ำตาลเพ่งมองเด็กชายตัวเล็กอายุไม่เกินสี่ห้าขวบกำลังร้องไห้จ้า ส่วนอีกคนที่ถูกกอดขาอยู่นั่นก็....

กรณ์ถึงกับหยุดมองคนตรงนั้นครู่หนึ่ง

ตัวเล็ก ผิวขาว....มาก มากเสียจนผ่องมองเห็นแต่ไกล อาจเพราะการแต่งตัวโทนสีเข้มยิ่งช่วยขับเน้นผิวพรรณ แถมตาคู่นั้นที่กำลังมองมาทางคนขับรถของเขาค่อนข้างเอาเรื่องทีเดียว อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตากรณ์คือโช้คเกอร์หนังสีดำบนคอระหง ตาคมกวาดมองรูปหน้าใครคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้ตัว ความสนใจทำให้มือกดเลื่อนกระจกลงเล็กน้อยเพื่อฟังบทสนทนา

"ขับรถยังไงของคุณเนี่ย มองไม่เห็นหรือไงว่าตรงนี้มันเป็นทางม้าลาย"

เมื่อลองมองโดยรอบก็พบว่าตรงนี้เป็นพื้นที่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งและบนพื้นก็มีทางม้าลายจริงๆ คนขับรถของเขาคงไม่ทันสังเกตเห็นเด็กชายตัวเล็กคนนั้น

"แล้วคุณเป็นผู้ปกครองยังไงไม่ดูแลเด็ก ปล่อยให้วิ่งลงมาบนถนนคนเดียว"

เมื่อถูกสวนกลับด้วยหัวข้อสำคัญทำเอาคนตัวเล็กอ้ำอึ้งเล็กเหมือนเถียงไม่ออกไปชั่วขณะ หน้าขาวจัดเริ่มแดงก่ำด้วยความโมโห ขณะที่เด็กน้อยคนนั้นเกาะขาเขาแน่นร้องไห้จ้า เอาละสิ จะเถียงกลับว่าอย่างไร

"ถึงอย่างนั้นคุณก็ควรระมัดระวังมากกว่านี้ เห็นทางม้าลายคุณก็ควรชะลอความเร็วหน่อยสิ ตรงนี้มีซูเปอร์มาร์เก็ตคนก็ต้องพลุกพล่านอยู่แล้ว"

ข้อนี้ถูกต้อง คนของเขาประมาทเอง ถือว่าเลือกข้อโต้แย้งได้ดี

เพราะแบบนี้จึงได้รับคำขอโทษจากลูกน้องของเขา คนตัวเล็กถึงได้คลายความโมโหลง แต่ตัวเองกลับไม่ยอมขอโทษเรื่องที่ปล่อยให้เด็กคนนั้นวิ่งลงมาบนถนนคนเดียว แผ่นหลังเหยียดตรงใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย หากมองผ่านๆ ก็เหมือนคนนิสัยเย่อหยิ่งคนหนึ่งที่ไม่มองคนอื่นอยู่ในสายตา แต่กลับไม่ทำให้คนมองรู้สึกไม่ดี เพราะตาหงส์น่ามองคู่นั้นหรือเปล่านะ

กรณ์ที่อยู่บนรถถึงกับชะโงกหน้าผ่านระหว่างเบาะออกไปเพื่อดูหน้าใครคนนั้นให้ชัดๆ

ต้องขอบคุณฟิล์มดำราคาแพงของรถเขาจริงๆ บุคคลด้านนอกจึงไม่เห็นว่ามีเขาอยู่ด้วย

ตอนนั้นเองที่คนตัวเล็กกำลังคาราคาซังว่าจะจัดการเจ้าตัวป้อมอย่างไร อยู่ๆ หญิงสาวคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น ย่อตัวลงกอดเด็กชายที่กำลังร้องไห้เอาไว้แน่น ปฏิกิริยายายามเมื่อมองเด็กคนนั้นทำให้รู้ว่าคงเป็นคุณแม่

"น้องมิกซ์! เป็นอะไรลูกร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้นคะ" เมื่อถามเอาความจากลูกชายไม่ได้จึงหันมาถามผู้ใหญ่สองคนที่อยู่ตรงนั้นแทน เป็นชายตัวเล็กที่ตอบกลับไปด้วยคำถาม

"คุณเป็นแม่แกหรือ? "

.....อ้าว

"ใช่ค่ะ"

"เด็กคนนี้วิ่งลงมาบนถนน คุณไปอยู่ไหนมาทำไมปล่อยลูกไว้คนเดียวแบบนี้"

อย่างนี้นี่เอง กรณ์พอเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว ไม่ใช่มิจฉาชีพแต่เป็นพลเมืองดีสินะ

การที่คนผู้นี้วิ่งเอาชีวิตตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพื่อเด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้ทำให้กรณ์ต้องมองเขาใหม่อีกครั้ง

บทสนทนาหลังจากนั้นเป็นคนตัวเล็กตำหนิคุณแม่ที่ปล่อยลูกไว้คนเดียว ฟังคร่าวๆ ว่าเธอกำลังจ่ายเงินอยู่ที่แคชเชียร์ในซูเปอร์ แล้วลูกวิ่งออกมาโดยไม่ทันเห็น

ตอนนี้กลายเป็นคนขับรถของเขาเป็นส่วนเกินไปแล้ว

ใครคนนั้นท่าทางหัวเสียน่าดู

"เอาเป็นว่าพวกคุณเคลียร์กันเองแล้วกัน ผมมีธุระต้องไปทำต่อ หลังจากนี้ดูลูกดีๆ นะครับ เขายังเล็กมากถึงไม่รู้ว่าอะไรอันตราย” ดวงตาคู่นั้นยามมองเจ้าตัวเล็กอ่อนโยนลงมาก แตกต่างจากความโมโหก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

"ขอบคุณมากนะคะ"

กรณ์มองตามแผ่นหลังบางไปด้วยความสนใจ อะไรบางอย่างในตัวใครคนนั้นรบกวนจิตใจเขา จะบอกว่าเป็นรักแรกพบก็คงไม่ใช่ แต่หากจะให้ปล่อยมือไปก็เหมือนกำลังขัดใจตัวเอง

คิ้วเรียวตรงขมวดมุ่น ตัดสินใจก้าวลงจากรถเมื่อร่างบางนั้นกำลังจะลับสายตาไป นึกเสียดายที่ไม่ได้ลงไปทักทายตั้งแต่แรก ....แต่ไม่เป็นไร

เรื่องจบที่เขาจ่ายค่าทำขวัญให้สองแม่ลูกไปจำนวนหนึ่งแม้คุณแม่ยืนกรานว่าไม่อยากรับและขอโทษขอโพยเขาหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยอมรับไปในที่สุด กรณ์ถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่ทำให้ได้เจอใครคนนั้นก็แล้วกัน

"เปิดดูกล้องหน้ารถ สืบข้อมูลผู้ชายคนเมื่อกี้ให้ฉันที"

แม้จะแปลกใจกับคำสั่งของเจ้านายอยู่บ้าง แต่ลูกน้องก็รับคำโดยไม่มีคำถาม

"ครับนาย"

 

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ข้อมูลที่ต้องการก็มาอยู่ในมือกรณ์เรียบร้อย พร้อมรูปถ่ายสามสี่ใบของ 'ต้นน้ำ'

"โฮสงั้นหรือ? " เสียงทุ้มทวนคำที่เขียนอยู่ในแฟ้มข้อมูลด้วยความประหลาดใจ อาชีพนี้ไม่ใช่ความคุ้นเคยของเขา แม้จะเคยได้ยินคนพูดถึงอยู่บ้างแต่ไม่กระจ่างชัด ชายหนุ่มถึงกับเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับคำนี้ด้วยตัวเอง

ยิ่งอ่านคิ้วเรียวยิ่งเลิกขึ้นราวกับได้เปิดโลกอีกใบ

เดอะคลับ คือสถานที่ที่เด็กคนนั้นทำงานอยู่ ข้อมูลสถานที่ตั้งมีบอกไว้ชัดเจนครบถ้วน แน่นอนว่าการพบหน้ากันเพียงชั่วครู่ไม่สามารถตัดสินนิสัยแท้จริงของคนคนหนึ่งได้

กรณ์ถึงกับหัวเราะเยาะตัวเองที่วิ่งวุ่นวายเพราะคนที่พบหน้ากันเพียงไม่กี่นาที แถมเป็นเขาที่พบอยู่ฝ่ายเดียวเสียด้วยสิ แฟ้มในมือจึงถูกวางลง และตัดใจตั้งแต่ในตอนนั้นว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะลืมไปเอง

ที่ไหนได้.... ภาพใบหน้าเอาเรื่องของใครคนนั้นยังคงแวบเข้ามาในหัวทุกครั้งเวลาที่สมองว่าง สายตาอ่อนโยนยามมองเด็กตัวเล็กๆ คนนั้นแทรกตัวเข้ามาในความทรงจำเขาบ่อยขึ้นทุกที แม้จะทำงานยุ่งตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอตก็ยังมีพื้นที่ว่างเล็กๆ น้อยๆ ให้นึกถึง

แย่แล้วมั้งไอ้กรณ์ เกินไปแล้วหรือเปล่า ทำไมทำตัวเหมือนคนไม่เคยมีความรักอย่างนั้น

....เดอะคลับงั้นหรือ

ลองแวะไปดูสักครั้งคงไม่เป็นไร

 

 

 

 

TBC.

>>>>

ทุกคนเคยเป็นมั้ยคะ เจอหน้าแค่ครั้งเดียว หรือบางทีอาจแค่เดินสวนกันก็ได้ แต่ติดอยู่ในหัวไปหลายวันเลย

มันยังไม่ใช่รักหรอก แต่ถูกใจคนนี้อ่ะ!! มันอาจเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราจะเจอเขาก็ได้นะ บางทีก็แอบเสียดาย 😂

ตอนนี้เป็นตอนของคุณกรณ์ค่า

อยากให้ทุกคนได้รับรู้ความเป็นมาของผู้ชายอบอุ่นคนนี้

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว