ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนคะ : ) มือใหม่จริงคะ กรุณาเป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ

ตอนที่ 18 : ขายดิบขายดี ขายเป็นเทน้ำเทท่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 : ขายดิบขายดี ขายเป็นเทน้ำเทท่า

คำค้น : ย้อนอดีต,โรงเตี๊ยมแม่ลูกอ่อน,โรงเตี๊ยม,ตอนที่ 18,ขายดิบขายดี ขายเป็นเทน้ำเทท่า

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 04:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 : ขายดิบขายดี ขายเป็นเทน้ำเทท่า
แบบอักษร

ตอนที่ 18 : ขายดิบขายดี ขายเป็นเทน้ำเทท่า 

 

  

พอถึงบ้านฉันแทบหมดแรงทั้งเหนื่อยทั้งหิว พอกินข้าวเสร็จค่อยแช่น้ำอุ่นสักหน่อยคงจะดี จึงชวนหรู้เอ๋อร์ หลินเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ หลันเอ๋อร์แช่น้ำอุ่นผสมกลีบดอกไม้ด้วยกัน ทุกคนจึงเปลี่ยนเป็นชุดกางเองขาสั้นเสื้อกล้ามที่ฉันออกแบบเพราะเวลาแช่น้ำร่วมกันจะได้เขินอายน้อยกว่าใส่เอี้ยมกฎการแช่น้ำร่วมกันของฉันที่ตั้งไว้คือก่อนลงอ่างต้อง ต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาดหรือก็คืออาบน้ำล้างสิ่งสกปรก คราบเหงื่อให้สะอาดก่อนเราจึงลงแช่อ่าง 

วันนี้รู้สึกอากาศเย็นลมแรงเหมือนฝนจะตก ฉันกำลังเข้านอนจึงเดินไปปิดหน้าต่าง ได้ยินเสียงเหมือนแมวร้องเสียงเบาๆ ด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยมีแมวแถวนี้ก็เลยเดินตามเสียงไปก็เห็นมีอะไรขยับในกองใบไม้แห้ง ขยับตะเกียงเข้าไปส่องดู จึงมองเห็นเป็นลูกแมวตัวเล็กจ้อยขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือนิดเดียวเหมือนกับว่าเพิ่งคลอดยืนยังไม่แข็งแรง ฉันมองซ้ายมองขวาหาแม่มันและพยายามฟังเสียงแต่ไม่มีวี่แวว เพราะสัตว์เพิ่งคลอดลูกอ่อนมันจะไม่ห่างจากลูกและจะดุมากด้วย แต่เหมือนกับว่าลูกแมวร้องจนเหนื่อยและหิวโหย มันมองฉันตาแป๋วของมันก็สงสารจับใจ ถ้าปล่อยไว้มันคงต้องเปียกฝนจนหนาวเหน็บแน่ ฉันจึงอุ้มมันเข้าบ้านเพราะไม่อาจตัดใจทิ้งมันไว้ตามลำพัง ฉันเข้าไปในครัวแล้วก็รินนมใส่ถ้วย ดูเหมือนมันไม่มีแรงจะกินนม ฉันจึงใช้ก้านไผ่เล็กกว่านิ้วก้อยทำเหมือนหลอดจุ่มนมใช้นิ้วอุดเพื่อที่จะมีน้ำนมในหลอดแล้วป้อนมัน พอป้อนไปสักพักคิดว่าคงพออิ่มแล้วจึงป้อนน้ำและใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าตัวหัวหูให้มันจากนั้นเอาหยิบตะกร้าวงรีปากกว้างผ้าปูหลายชั้นให้มันนอนห่มผ้าให้มันแล้วบอกมันว่า 

"นอนพักซะนะ ถ้าหิวน้ำๆอยู่ตรงนี้" ฉันเห็นมันนอนซุกในผ้าเหมือนมันเข้าใจที่ฉันพูด!สงสัยจะคิดไปเอง จากนั้นฉันอุ้มตะกร้าเอาเข้าห้องว่างไว้ข้างๆเตียง จึงเอาถ้วยเล็กๆรินน้ำวางมุมข้างๆในตะกร้าแล้วจึงเข้านอน 

ฉันหลับไปตื่นอีกทีตอนได้ยินเสียงแมวร้อง ฉันจึงลุกขึ้นมาดู ท่าทางของมันดูมีแรงขึ้นกว่าเมื่อวาน เห็นน้ำในถ้วยที่ใส่ไว้เกือบหมด ฟ้ายังไม่สว่างฉันจึงไปรินนมในครัวใส่ถ้วยเล็กมาให้มันและเติมน้ำให้มัน แล้วลูบหัวมันเล็กน้อย 

"หิวอีกละสิ? กินนมแล้วนอนนะอย่าร้องกวนข้า ถ้าอยากไปเดี๋ยวพรุ่งนี้จะปล่อยเจ้าไป ข้าเหนื่อยๆเพลียๆอยากจะนอนต่ออีกหน่อย" ฉันพูดกับมัน ไม่คิดว่า มันจะเข้าใจหรอก จะรู้สึกเหมือนกับว่ามันจะเข้าใจที่ฉันพูดอีกแล้ว! เพราะมันลุกขึ้นกินนม กินน้ำ แล้วก็นอนไม่ร้องต่อ พอเห็นเช่นนั่นฉันจึงหลับต่อ 

และแล้ววันนี้ฉันก็ตื่นสายจนได้เรียกซิงเอ๋อร์ เสี่ยวเป่าก็มีเสียงตอบรับดังคาดเพราะพวกเขาจะมารอคอยฉันตื่น 

"นายหญิงตื่นแล้วหรือขอรับ" ซิงเอ๋อร์รีบแย้งเสี่ยวเป่าถามว่า 

"ล้างหน้าเลยไหมเจ้าคะ" 

"ไปบอกซุ่นเอ๋อร์หรืออี้เอ๋อร์ยกน้ำให้ข้าล้างหน้าที"ทั้งสองรับคำแย่งกันวิ่ง ไปแล้วตะโกนเรียก สักพักอี้เอ๋อร์ก็เข้ามาพร้อมน้ำตามมาด้วยชิงเอ๋อร์มาช่วยแต่งตัว 

"ชิงเอ๋อร์ตอนนี้ยามใดแล้ว พี่ตงกับพี่หลงออกไปกันหรือยัง" 

"ยังเจ้าค่ะ แต่ใกล้จะออกไปกันแล้วเจ้าค่ะ เพราะใกล้ยามเฉินแล้ว"ฉันยังแต่ตัวไม่เสร็จดีเลยเรียกเสี่ยวเป่า 

"เสี่ยวเป่าไปบอกพี่ตงเอาซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวขึ้นรถไปร้านไก่อย่างห้าร้อยขวด แล้วบอกพี่หลงเอาซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวอย่างละห้าร้อยขวดไปส่งร้านพี่ชายรองหวัง และบอกพี่ๆเขาว่ายกของขึ้นรถแล้วรอข้าออกไปก่อนค่อยไป"ฉันจึงให้ชิงเอ๋อร์รีบช่วยแต่งให้เสร็จโดยเร็ว เดินไปที่โต๊ะหยิบพู่กันมาเขียนราคาขายหน้าร้านกับราคาส่งให้ร้านพี่ชายรองอธิบายว่า 'จากวันนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์นี้ราคาส่งอยู่ที่ขวดละ35อีแปะ ราคาหน้าร้านขายคู่ละ90อีแปะ หลังจากวันอาทิตย์นี้ขายส่ง 40อีแปะและขายหน้าร้านขวดละ50อีแปะไม่ลด' รู้ทั้งรู้ว่าพี่ชายรองไม่เอากำไรกับของฝากขายของเรา แต่ฝากร้านพี่เขาขาย เขาก็มีค่าใช้จ่ายเสียสละพื้นที่ให้วางสินค้าและเสียเวลาดูแลของขายและขายของให้ก็ต้องให้เขาได้กำไรบ้างไม่ใช่ตักตวงผลประโยชย์เพียงฝ่ายเดียว 

เมื่อเดินไปถึงพี่หลง พี่ตง พี่เหวินกำลังนั่งดื่มกาแฟรออยู่พอเห็นฉันจึงลุกขึ้นยืนต้อนรับ ฉันจึงรีบพูด 

"พี่ตง! หลินเอ๋อร์ ชุนเอ๋อร์จากวันนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์นี้ ห้าวันนี้ขายเป็นคู่ๆละ90อีแปะและจากนั้นวันจันทร์หน้าขายชิ้นละ50อีแปะ" 

"ขอรับ"แล้วหันไปหาพี่หลง 

"พี่หลง! ข้าฝากเอาจดหมายไปให้พี่ชายรองพร้องส่งซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวให้ร้านพี่ชายรองด้วย" 

"ขอรับ" ต่อไปก็พี่เหวิน 

"พี่เหวิน เดี๋ยวพี่เอาซีอิ้วกับเต้าเจี้ยวอย่างละสิบไปส่งโรงเตี๊ยมพร้อมกับถั่งงอกผักกาดดองเพิ่มอีกสี่ชั่งเป็นสิบชั่งก่อนเพราะอาหารที่ทำให้แขกชิมคงจะสั่งในโรงเตี๊ยมเป็นแน่ เอาผักบุ้งสี่ชั่ง บอกพ่อครัวถ้าขาดสิ่งใดสั่งเพิ่มได้ แล้ววันนี้พี่กับลูกของพี่ไปสวนเอาผักกาดมาด้วยสักร้อยชั่ง เก็บพริกมาด้วยแล้ววันนี้ข้าอยากได้เม็ดบัวกับรากบัวหรือไม่ ถ้ามีพี่ช่วยเก็บฝักบัวรากบัวมาฝากด้วย ข้าจะทำต้มรากบัวกระดูกหมูกินกันเย็นนี้" 

"ได้!ขอรับ" 

"รบกวนพวกพี่แล้ว"แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน 

ช่วงนี้ยังใหม่สินค้าคนจะซื้อกันเยอะ บางคนก็เอาไปขายต่อ และแน่นอนว่าแขกที่มาเมื่อวานต้องซื้อไว้ใช้ในครัวเรือนไม่น้อยเช่นกัน เพราะถ้าจันทร์หน้าราคาต่อชิ้นแพงขึ้น แต่สำหรับลูกค้าที่มาซื้อไปขายต่อขายราคาส่งชิ้นละ40อีแปะแต่ต้องซื้อไม่น้อยกว่าสองร้อยชิ้นถึงจะได้ราคาส่ง แถมเป็นการกระตุ้นให้สั่งเยอะด้วย จึงรีบเข้าห้องเอากระดาษพู่กันมาเขียน และเรียกชิงเอ๋อร์ 

"ชิงเอ๋อร์ เจ้ารีบเรียกพี่ตงพี่หลงให้หยุดรอก่อน" นางจึงรีบอย่างเร็ว 

"ซุ่นเอ๋อร์ เอากระดาษไปให้พี่ตงแล้วบอกว่า ให้เอากระดาษนี้ติดหน้าร้าน และกำชับว่าถ้าใครแจ้งว่าจะซื้อไปขายต่อจะขอซื้อราคาส่ง ให้บอกว่าต้องสั่งไม่น้อยกว่าสองร้อยชิ้นขึ้นไปถึงจะได้ในราคาชิ้นละ40อีแปะ เจ้ารีบไป" 

"อี้เอ๋อร์ เอากระดาษไปให้พี่หลงแล้วบอกว่า ให้เอากระดาษนี้ใหี่พี่ชายรองติดหน้าร้าน และกำชับว่าถ้าใครแจ้งว่าจะความประสงค์ที่จะซื้อไปขายต่อจะขอซื้อราคาส่งชิ้นละ40อีแปะ แต่ต้องสั่งไม่น้อยกว่าสองร้อยชิ้นขึ้นไปถึงจะได้ในราคานี้ ไปเจ้ารีบไป" 

ฉันนั่งรอฟังยอดขายอย่างใจจดจ่อ คือลุ้นๆๆๆ พอสายๆพี่หลงกลับมาจากตลาดฉันใจร้อนจึงให้ออกไปดูที่ร้านว่าขายดีหรือไม่แล้วกลับมาบอก พี่หลงหายไปพักใหญ่แล้วกลับมา 

"คุณหนูซีอิ๊วกับเต้าเจี้ยวที่เอาไปเมื่อเช้าตอนนี้เหลือ..."พูดไมจบก็หยุดเพราะเหนื่อยหอบจากการวิ่งกลับมา 

"ยังไงพี่หลง มันเหลือเยอะแค่ไหน?" 

พี่หลงยิ้มแล้วจึงพูดต่อว่า 

"ซีอิ๊วกับเต้าเจี้ยวขายจะหมดแล้วขอรับเหลือไม่ถึงร้อยขวด ที่ข้ารีบกลับมาเพราะจะมาเอาไปเพิ่มอีก มีลูกค้าสองคนมาจากต่างเมืองจะเอาอย่างละร้อยขอรับ" แล้วยิ้มตาหยี 

ฉันก็ดีใจจนน้ำตาเล็ดเลย ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าล่ะทีเนี้ย ฉันจะรวยแล้วจ้า เย้! เย้! เย้! ^_^ 

"ดี!ข้าดีใจยิ่งนัก! เอาไปอีกอย่างละสองร้อยตามที่ลูกค้าสั่ง พอพี่หลงถึงร้านพูดตะโกนกับพี่ตงให้ดังหน่อยให้คนต่างเมืองและคนมาซื้อได้ยินทำทีว่าวันนี้ขายหมดนี้ก็ไม่มีของแล้วต้องรอพรุ่งนี้และถ้าใครต้องการให้สั่งจองล่วงหน้าเพราะคนสั่งเยอะมาก เป็นการกระตุ้นให้คนรีบสั่งรีบจองและสั่งเยอะกว่าเดิม พี่จะต้องแอ็คติ้ง" พี่หลงมองงง 

"ขอรับ...แต่แอ็คติ้ง!คืออะไรขอรับ"ฮาฮาฮา ฉันลืมไป 

"คือให้พี่แสดงบทบาทให้สมให้ดูสมจริงสักหน่อย ลูกค้าจะได้เชื่อว่าของทำไม่ทัน หมดจริงๆ" 

" อ๋อ! ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว" พี่หลงตาวาวยิ้มแย้มอย่างเข้าใจ 

"แล้วพี่ต้องไปไปโรงเครื่องปันดินเผาส่งโถเต้าเจี้ยว และซีอิ๊วเพิ่มอย่างละสองหมื่นชิ้น ได้กี่พันชิ้นให้รีบมาส่งก่อน" พี่หลงพยักหน้า 

"ขอรับ" แล้วรีบไปส่งของที่ร้าน 

พอพี่หลงไปแล้วฉันนึกขึ้นได้ว่าสายแล้วลืมเจ้าแมวที่อยู่ในตะกร้า จึงเรียกเสี่ยวเป่าให้ไปอุ้มมาปรากฏว่ามันขู่ฟ่อ ไม่ยอมให้จับ เสี่ยวเป่าเลยยกมาทั้งตะกร้ามาให้ พอถึงฉันกับนิ่งสงบฉันจึงอุ้มมันขึ้นมาพาเข้าครัวเอา เอาข้าวขยำกับเนื้อปลาทอด เหยาะซีอิ๊วลงนิดหน่อยแล้ววางให้มันกิน เห็นมันดมๆฉันจึงรินนมใส่ถ้วยใบเล็กใบเดิมให้มันแล้วบอกว่า 

" กินซะสิจะได้ไม่หิว ถ้าเจ้ากินแต่นมจะหิวง่าย แล้วโตช้าต้องกินข้าวกับเนื้อปลาบ้าง จะได้โตไวๆ" แล้วลูบหัวมันเล็กน้อย มันดมๆแล้ว เลียที่ข้าวหน่อยนึง เหมือนกับว่ามันชิมก่อน แล้วจึงกินข้าวจนหมดและกินนมต่อฉันเห็มหมดทุกอย่างจึงรินน้ำให้มันกิน ฉันคิดว่าจะพามันไปปล่อยที่เดิมที่เจอมันเมื่อคืนเพื่อแม่มันจะมา 

พอเอาไปปล่อยที่เดิมเข้าจริงๆมันก็เดินตามกลับมาแถมไม่มีวี่แววของพ่อแม่มันเลย "อยากอยู่กับข้าหรือไม่ หากไม่อยากไปก็เดินตามข้ากลับบ้าน" ฉันพูดจบมันวิ่งนำหน้าเข้าบ้าน "เช่นนั้นเจ้าจะต้องมีชื่อ เยี่ยหัว ก็แล้วกัน ชื่อนี้ชื่อพระเอกเลยนะ" ตอนนั้นจำได้ว่าซีรีส์เรื่องสามชาติสามภพ พระเอกชื่อเยี่ยหัวหล่อมาก 

ฉันเกาคางานแล้วถามว่า "ชอบชื่อนี้ไหม โตขึ้นเจ้าต้องหล่อแน่ๆเลย" เหมือนมันจะชอบ 

หลังข้าวเที่ยงพี่ตงกับหลินเอ๋อร์เข้ามากินข้าวบอกว่าขายหมดแล้ว และมีลูกค้าสองคนสั่งของไว้รวมอย่างละสี่ร้อยพรุ่งนี้มาเอาของลองนั่งคำนวลดูวันนี้ขายพันกว่าชุดเป็นแน่ ลองคำนวณแบบง่ายๆถ้าต่อวันขายซีอิ๊วกับเต้าเจี้ยวหนึ่งพันชุดคืออย่างละหนึ่งพันขวด วันละสองพันขวดในช่วงโปรโมชั่นนี้ โอ้โห!รายได้เฉพาะเต้าเจี้ยวกับซีอิ๊ววันละ90ตำลึง! ช่วงโปรโมชั่นห้าวันนี้ขายวันละหนึ่งพันชุดขึ้นไปต้องได้เงิน450ตำลึง! ถึง 500ตำลึง! 

ถ้าขายแบบนี้ คำนวณง่ายๆ 500ตำลึงต่อ5วัน! 1,000ตำลึงต่อ10วัน! เดือนนี้ต้นทุนต้องได้เงินไม่ต่ำกว่า 5พันตำลึงเป็นแน่ ที่ลงไปรวมทั้งที่ยังอยู่ในไห บวกค่าไหที่หมักถั่วไปด้วยต้นทุนอยู่ที่ยังไม่ถึง200ตำลึงเลย เพียงแต่ใช่เวลาหมักบ่มค่อนข้างนานหลายเดือน แต่ยังไงๆก็คุ้ม มีกำไรเห็นๆไม่เสียแรงที่อดทนรอคอย มาๆเร่เข้ามา มาเลือกมารื้อมาซื้อเอาไปจ้า! ฮาฮาฮา ^_^ 

ไม่ได้การฉันต้องให้พี่ชายรองส่งถั่วเหลืองมาอีกสักเยอะหน่อย เดือนนี้คงเปิดสามไหถึงจะพอขายก็ยังมีอีกเกือบสามสิบไห ต้องหมักเพิ่มสิบไหเลยดีกว่า 

"พี่ตง วันนี้ข้าอยากให้พี่ไปร้านพี่ชายรองว่าของเราขายเป็นอย่างไร ถ้าหมดก็บอกพี่ชายรองให้แจ้งลูกค้าว่ามีอย่างละห้าร้อยชิ้นต่อวัน หากต้องการสั่งไปขายให้สั่งของพร้อมว่างเงินมัดจำสินค้าครึ่งหนึ่ง แล้วให้มารับวันถัดไปพร้อมใบรับนัดและพี่ตงบอกพี่ชายด้วยว่าข้าจะเอาถั่วเหลืองห้าร้อยชั่งและเกลือสองร้อยชั่ง จะได้ของเมื่อไหร่ แล้วพี่ซื้อไหมาเพิ่มด้วยสืบไห" หมักแค่นี้ไปก่อนแล้วดูสถานการณ์ไปก่อนเก็บเงินสักพักค่อยคิดว่าจะขยับขยายที่ตั้งไหหมักบ่มถั่วอย่างไรดี 

ทอดสายตามองไปที่ดินที่ติดกับหลังบ้านไม่รู้ว่าที่ดินผืนนี้ใคร่เป็นเจ้าของ จะขอเช่าเพื่อว่างไหถั่วหมัก คงต้องถามท่านลุงท่านป้าหลินหรือเถ้าแก่หวังกระมัง 

  

........................................... 

  

จะอัพเดทวันศุกร์หรือวันเสาร์ค่ะ 

ขอบคุณที่ติดอ่านเจ้าค่ะ 

ด้วยความปรารถนาดีจากวิสกี้ไทยและห่วงใยทุกคน 

"ไปไหนมาไหน อย่าลืมหน้ากาปิดปาก ใส่แว่นตา ใส่ถุงมือด้วยยิ่งดีค่ะ" 

"ล้างมือให้บ่ายๆนะค่ะ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพด้วยค่ะ" 

  

ความคิดเห็น