ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 13 อธิบาย

ชื่อตอน : บทที่ 13 อธิบาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2563 01:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 อธิบาย
แบบอักษร

หลานเอ๋อมาหาเฉินอิงหลังจากที่โทรศัพท์หาเขาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางไปยังโกดังร้างด้วยกันโดยจักรยาน 

 

เฉินอิงก่อนที่จะมาที่โกดังร้างเขาได้ซื้ออาหารมาเผื่อเหม่ยหยิงและหลานเอ๋อด้วย ดูจากลักษณะแล้วหลานเอ๋อน่าจะยังไม่ได้กินอะไรและรีบออกมาจากบ้านในทันที เธอในตอนนี้ใส่ชุดนักเรียนอยู่ ที่เธอใส่คงเป็นเพราะว่ากลัวพ่อและแม่ถามว่าจะไปไหน 

 

ในทางกลับกันพ่อและแม่ของเขาไม่สนใจที่จะถามว่าเขาอยู่ไหน ราวกับเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ เฉินอิงได้แต่ยิ้มที่พ่อและแม่ของเขาไม่สนใจเขา แบบนี้เขาจะได้ทำอะไรๆได้อย่างสะดวก 

 

ที่โกดังร้างตอนนี้เหม่ยหยิงตื่นขึ้นมาแล้ว เธอนั้นไม่ลุกไปไหนและนั่งอยู่บนที่นอนที่เธอปูไว้อย่างนั้น สีหน้าของเธอนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เธอเหมือนเพิ่งจะตื่นจากฝันร้าย 

 

เธอที่เห็นว่าเฉินอิงเดินเข้ามาในโกดังช่วยไม่ได้ที่จะรีบลุกขึ้น ก่อนที่จะโผล่เข้าไปกอดเขา 

 

เฉินอิงตกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าอยู่ดีๆเหม่ยหยิงจะกระโดดกอดเขาแบบนี้ 

 

“นี่เป็นอะไร” 

 

เหม่ยหยิงกอดเขาอยู่แบบนั้น ลมหายใจที่ไม่เป็นจังหวะของเธอค่อยๆกลับมาเป็นปกติ เธอมองไปที่ใบหน้าอันแสนธรรมดาของเฉินอิงก่อนที่จะถอนหายใจโล่งอกออกมา เธอนั้นแก้มป่องก่อนที่จะพูดขึ้น 

 

“ทำไมนายไปไหนไม่บอกก่อน ฉันกลัวแทบแย่รู้ไหม” 

 

เฉินอิงเหวอ อะไรกันทำไมเหม่ยหยิงเมื่อวานกับวันนี้ต่างกันคนละขั้วเลย เมื่อวานเธอนั้นเกือบจะโดนเขารวบไปแล้ว ทำไมวันนี้เธอถึงทำตัวเหมือนกับเป็นคนรักที่งอนเขาแบบนี้ ไม่เข้าใจความคิดเลยจริงๆ 

 

“นี่เธอ ไม่สบายใช่ไหม” 

 

เฉินอิงเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเธอเพื่อดูว่าไข้ขึ้นแล้วประสาทหลอนหรือเปล่า หน้าของเหม่ยหยิงแดงขึ้นมา ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นด้วย 

 

“เธอมีไข้ อย่างนี้คงต้องหายาให้กินก่อน” 

 

เหม่ยหยิงได้แต่ส่ายหัว เธอนั้นไม่ได้ไม่สบาย เธอพยายามจะปฏิเสธแต่ทว่าเด็กสาวคนหนึ่งพูดขัดขึ้นมาก่อน 

 

“พี่...เธอคนนี้ไม่ได้ป่วยหรอก แค่อายจนหน้าแดงและหน้าร้อนขึ้นมาแค่นั้นเอง” 

 

เหม่ยหยิงมองไปที่เด็กสาวหน้าตาน่ารัก เธอมองไปที่ทั้งสองคนก่อนที่จะพูดขึ้น 

 

“เด็กสาวคนนี้คือ” 

 

เฉินอิงกำลังจะตอบแต่ทว่าหลานเอ๋อพูดขึ้นก่อน 

 

“ฉันมีชื่อว่าหลานเอ๋อ เป็นน้องสาวของพี่เฉินอิงและเป็นคนรักด้วย” 

 

เหม่ยหยิงมองไปที่ทั้งสองคนก่อนที่จะพูดถามขึ้น 

 

“น้องสาว หมายถึงไม่ใช่น้องสาวแท้ๆใช่ไหม” 

 

“น้องสาวแท้แน่นอน แต่ก็เป็นคนรักด้วย” 

 

“แบบนั้นได้ยังไง เป็นน้องสาวแท้ๆจะเป็นคนรักของพี่ตัวเองได้ยังไง” 

 

“ทำไมจะไม่ได้ละ” 

 

“มันผิดศีลธรรม!” 

 

“อ๊ะ จริงด้วย แต่ว่าพวกเราทำกันไปแล้วนิหน่าช่วยไม่ได้” 

 

“ทำกันไปแล้ว ทำอะไร” 

 

“เซกส์ไงละ” 

 

“..........” 

 

เหม่ยหยิงมองไปที่เฉินอิง ก่อนที่จะมองไปที่หลานเอ๋อ เธอรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นัก พี่กับน้องชายทำอย่างว่ากัน มันผิดศีลธรรม ในสมองเธอคิดแบบนั้น แต่ไม่รู้ทำไมใจเธอเต้นแรงและเกิดอารมแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

 

‘รักต้องห้าม’ 

 

เฉินอิงในตอนนี้ได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะพูดขึ้น 

 

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ฉันมีเรื่องที่จะบอกกับพวกเธอสองคนตอนนี้” 

 

เฉินอิงพูดอย่างจริงจังขึ้นมา ทำให้เหม่ยหยิงออกมาจากโลกของตัวเอง เฉินอิงเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่แถวๆนั้นก่อนที่จะชูมือไปข้างหน้า อาหารต่างๆถูกเรียงวางไว้บนโต๊ะอย่างดี แถมยังร้อนๆอยู่ด้วย 

 

“มากินข้าวเช้ากันก่อนมา ระหว่างกินไปฉันจะบอกสิ่งที่ฉันต้องการให้ฟัง” 

 

ทั้งเหม่ยหยิงและหลานเอ๋อลืมเรื่องที่คุยกันเมื่อสักครู่นี้ พวกเธอมองไปที่อาหารที่โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้ ราวกับมันเป็นเวทย์มน หลานเอ๋อเป็นคนแรกที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อน เธอเลือกอาหารเช้าที่เธอต้องการก่อนที่จะกินมัน ตามาติดๆก็เหม่ยหยิงที่ทำเหมือนกัน 

 

เฉินอิงค่อยๆกินอาหารของเขาเช่นเดียวกัน น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ไม่พอยาใส้เขา เขานั้นหลังจากที่ได้พลังมา และใช้มัน เขาจำเป็นต้องกินอาหารเยอะขึ้นเพื่อให้สารอาหารเพียงพอ พลังต่างๆพลังงานที่ใช้คือพลังงานจากร่างกาย ยิ่งใช้มากเท่าไหร่ยิ่งต้องกินมากเท่านั้น 

 

เฉินอิงในตอนที่เขาเป็นฮันเตอร์อยู่ก่อนที่จะตายลง เวลาเขากินอาหารทีหนึ่งหลังจากกลับมาจากการล่าซอมบี้นั้น เขาแทบจะสามารถกินวัวเข้าไปได้ทั้งตัวเลยเพื่อทดแทนพลังงานที่เขาเสียไปจากการใช้พลัง 

 

อาหารของเฉินอิงเยอะกว่าหลานเอ๋อและเหม่ยหยิงสองถึงสามเท่า เขานั้นกวาดเงินมาหลายตู้เขาใช้พลังไปหลายครั้ง 

 

“เอาละทีนี้ฉันจะบอกเรื่องที่ฉันต้องการให้ฟัง พวกเธอสงสัยไหมว่าฉันเอาอาหารออกมาจากไหน” 

 

เฉินอิงถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าทั้งคู่ไม่มีทางรู้ได้แน่ๆ 

 

และเป็นอย่างที่เขาคิดทั้งสองนั้นส่ายหัว เฉินอิงแสดงให้ทั้งสองได้เห็นอีกครั้งคราวนี้เขาทำการเก็บขยะที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนที่จะนำมันออกมาอีกครั้งใส่ไว้ในถุงขยะ 

 

“นี่เรียกว่าสโตเรจเป็นพลังพิเศษอย่างหนึ่งที่ได้มาจากการเก็บรวบรวมสิ่งที่เรียกว่าซีคอยน์” 

 

เฉินอิงเอาซีบลอนซ์ออกมาจากในระบบก่อนที่จะโยนให้กับทั้งสองคน ทั้งสองรับมันขึ้นมา ก่อนที่จะดูมัน เหรียญนั้นมีรูปแบบง่ายๆเป็นเหรียญทองแดงทำธรรมดา แต่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว Z อยู่ตรงกลางเหรียญเท่านั้น 

 

ทั้งสองมองมันถึงมันจะดูธรรมดาแต่ทั้งสองรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง มันเหมือนมีอะไรเชื่อมต่อระหว่างพวกเธอกับเหรียญนี้ 

 

“ทีนี้พวกเธออาจจะรู้สึกว่าเหรียญนั้นดึงดูดพวกเธอ จริงๆแล้วว่ากันว่าเหรียญพวกนี้มันถูกผูกเข้ากับวิญญาณเมื่อได้รับมันมา พวกเธอลองคิดในใจว่า ซีช็อปดู” 

 

ทั้งสองทำตามที่เฉินอิงบอก แต่ทว่าไม่เกิดอะไรขึ้น ทั้งสองมองไปที่เฉินอิงด้วยความไม่เข้าใจ เฉินอิงกอดอกและคิดอยู่สักครู่หนึ่ง 

 

“สงสัยคนทั่วไปตอนนี้คงยังไม่สามารถเปิดใช้มันได้ อาจจะต้องรอวันที่โลกล่มสลายก่อน” 

 

ได้ยินเกี่ยวกับโลกล่มสลาย เหม่ยหยิงช่วยไม่ได้ที่จะพูดถามขึ้น 

 

“โลกล่มสลาย หมายความว่ายังไง” 

 

เฉินอิงคิดอยู่สักครู่ก่อนที่จะตอบ 

 

“ที่ฉันต้องการจะบอกกับพวกเธอสองคนคือเรื่องนี้นั่นแหละ ถ้าฉันจะบอกว่าโลกกำลังจะถึงวันล่มสลายแล้ว พวกเธอจะทำยังไง” 

 

เหม่ยหยิงหน้าซีด ก่อนที่จะพูดขึ้น 

 

“นี่เฉินอิงไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม” 

 

หลานเอ๋อมีสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เธอเชื่อทันทีที่พี่ชายของเธอบอก หลานเอ๋อคิดอย่างหนักก่อนที่จะพูดขึ้น 

 

“พี่ช่วยอธิบายเพิ่มได้ไหม ว่าโลกล่มสลายมีลักษณะเป็นยังไง” 

 

เฉินอิงมองไปที่น้องสาวของเขา ไม่คิดว่าเธอจะถามลึกลงไป เขายิ้มออกมาก่อนที่จะพยักหน้า 

 

“โลกล่มสลาย คือวันที่ทุกอย่างนั้นสิ้นสุดลง อารยธรรม ความสงบสุข โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั่วทุกแห่งจะเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้และพวกสัตว์กลายพันธ์ มีพวกภูตผีวิญญาณร้ายวนเวียนไปมาไม่ขาดสาย มนุษย์จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่จุดต่ำสุดในห่วงโซ่อาหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่สามารถใช้ต่อกรกับพวกมันได้ พวกมันจะไล่ฆ่ามนุษย์เป็นผักปลา จนสูญสิ้นเผ่าพันธุ์” 

 

หลานเอ๋อรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอรีบลุกขึ้นจากที่นั่งของตัวเองก่อนที่จะไปไปกอดแขนเฉินอิง 

 

“พี่ หลานเอ๋อกลัว” 

 

เฉินอิงค่อยๆลูบหัวเธอ 

 

“เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่จะกลัวมัน เรามีเวลาเหลืออีกสี่เดือนกว่าที่จะเพิ่มโอกาสที่เราจะมีชีวิตอยู่รอด พี่ตั้งใจว่าจะสร้างที่นี่ให้เป็นฐานลับที่จะปกป้องพวกเราจากโลกภายนอก” 

 

เหม่ยหยิงไม่รู้จะว่ายังไงในตอนนี้ เธอใจหนึ่งก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่อีกใจหนึ่งที่เธอเห็นว่าเขาใช้พลังวิเศษได้ เรื่องที่โลกจะล่มสลายมันอาจจะเป็นจริงก็ได้ใครจะไปรู้ 

 

เธอมาคิดๆดูมีอยู่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ได้ 

 

ไม่ว่าจะยังไง จะมีอะไรเกิดขึ้น เธอก็ยังคงไม่มีที่ไปอยู่ดี เธอตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับเขา ถ้าอย่างนั้นหากเขาสร้างฐานลับขึ้นมา ไม่ใช่ว่าเธอจะมีที่ให้กลับไปหรอกรึ 

 

เหม่ยหยิงมองไปที่เฉินอิงก่อนที่จะพูดขึ้น 

 

“ถ้าแบบนั้นพวกเราต้องเร่งมือแล้ว เฉินอิงมีแผนว่ายังไง” 

 

ว่านอนสอนง่าย เฉินอิงช่วยไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาก่อนที่จะเริ่มอธิบายสิ่งที่เขาต้องการจะทำ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว