ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฮาซุย vs มีดตัดอากาศ

ชื่อตอน : ฮาซุย vs มีดตัดอากาศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 722

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2563 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฮาซุย vs มีดตัดอากาศ
แบบอักษร

 

 

เกรด้า : มีดตัดอากาศเหรอค่ะ!?

 

เกรด้าถึงกับเอามือปิดปากตัวเองและร้องออกมาขณะที่ดูรายการเกมการแข่งขันเกม kill them up ผ่านทางโทรทัศน์อยู่กับจิมมี่ ราเม็น เมลฟาส และอลิซ

 

เมลฟาส : มันคือมีดที่ทำขึ้นจากวัสดุพิเศษที่ต้องทำขึ้นจากช่างดาบเผ่าอสูรพันธ์ฝีมือดี มีดตัดอากาศคือมีดที่ทำจากวัสดุพิเศษและถูกลับให้บางเท่าเส้นด้าย เมื่อมองจากด้านบนหรือด้านล่างมันแบบตรงๆก็อาจจะมองไม่เห็นมันเลย

 

ทั้งความคม ความบางที่ทำให้มันพุ่งไปตัดของได้แบบรวดเร็วและเฉียบคม ชั้นว่าเกมนี้คือให้ผู้เล่นพุ่งมือไปหยิบกุญแจให้ทันก่อนโดนมีดนั่นพุ่งลงมาตัดมือจนขาด

 

เมลฟาสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งพอทุกคนในบ้านได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตกใจและเป็นห่วงออกมาตามๆกัน

 

ทันใดนั้นเอง

 

ฉับ!

 

 

"อ้ากกกกกก!!"

 

จิมมี่ : ตายโหง!? 0_0

 

จิมมี่ถึงกับอุทานออกมาเพราะภาพในโทรทัศน์มันได้เปลี่ยนช่องภาพไปยังห้องอีกห้องนึงที่ไม่ใช่ห้องที่ผมอยู่ แต่ในห้องนั้นพวกอสูรพันธ์ก็เจอเกมแบบเดียวกัน และก็ได้มีอสูรพันธ์ตนนึงที่พุ่งมือไปหยิบกุญแจไม่ทันโดนมีดตัดอากาศตัดแขนขาดจนเลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกมา

 

ทุกคนถึงกับทำหน้าสยดสยองออกมาเพราะปกติเวลาดูเกม killing มันก็มักจะมีการเซนเซอร์เพื่อความเหมาะสมแก่อสูรพันธ์เยาวชน แต่เกมนี่ไม่มีการเซนเซอร์ใดๆในจอทั้งสิ้น เลือดเป็นเลือด! เนื้อเป็นเนื้อ! และเสียงร้องโหยหวนราวกับดังออกมาจากลำโพงระบบ soundtrack

 

จิมมี่ : รอดมาให้ครบให้ได้นะเพื่อน แค่ชั้นแขนกุดคนเดียวก็แย่แล้วนะ >-<

 

จิมมี่อวยพรภาวนามาให้ผม เขาอยากจะประนมมือสวดมนต์อวยพรให้แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีแขน

 

 

คิซูกิและเหล่าอสูรพันธ์ก็พากันนั่งดูแบบลุ้นๆเพราะเฝ้ามองว่าจะมีใครหยิบกุญแจออกมาจากตรงจุดนั้นได้บ้าง ขนาดเกมแรกยังลุ้นระทึกขนาดนี้แล้ว!

 

โนเว็น : เธอดูไม่กลัวที่เห็นอสูรพันธ์แขนขาดเลยนะ

 

คิซูกิ : พวกมันจะได้ไม่ไม่มือไว้ใช้ช่วยตัวเองตอนนึกเอาภาพหนูเก็บไปในความทรงจำไงหละค่ะ

 

 

คิซูกิพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนเธอไม่ได้คิดอะไรมากกับมัน โนเว็นก็ยกยิ้มออกมาไม่ต่างกัน ก็นั่นแหละนะ

 

เรบิโกะเธอแทบไม่ได้สนใจเกมการแข่งเพราะมันไม่ได้มีการต่อสู้หรืออะไรที่มันเป็นแนวที่เธอชอบ เธอเลยนั่งกินเฟรนไฟรจิ้มซอสมะเขือเทศฆ่าเวลารอก้มหน้าก้มตากินไม่เงยหน้ามองภาพบนจอซักนิดเดียว

 

 

ทางด้านของตัวผมก็ได้แต่กำลังคิดหนัก

 

ฮาซุย : ( มีดตัดอากาศ ? ความบางของมันแม้จะเท่าเส้นด้ายแต่ความแข็งมันสามารถที่จะตัดซีเมนต์หนา 8 นิ้วได้เลย ต่อให้เราเอาดาวกระจายเกล็ดนางเงือกไปรับการโจมตีแทนก็คงไม่เป็นผลอยู่ดี )

 

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมผมไม่ขว้างเชือกที่ทำจากน้ำหมึกเข้าไปดึงกุญแจนั้นมา มันก็เป็นเพราะว่าผมลองไปแล้วแต่สุดท้ายมีดมันก็พุ่งลงมาตัดเชือกผมจนขาดเสียก่อนอยู่ดี

 

 

"นี่เราต้องพุ่งไปหยิบกุญแจนั้นมาเหรอ ?"

 

 

"คงแบบนั้นแหละ"

 

พวกอสูรพันธ์ในห้องเดียวกับผมเลยหาทางคิดกันเอง และเมื่อใครคิดอะไรได้พวกมันก็จะส่งทาสของพวกมันไปก่อนเสมอ

 

ทาสบางคนพุ่งมือไปแต่ใบมีดมันพุ่งลงมาก่อนทำให้พวกเขาดึงมือออกมาทันก่อนโดนมีดตัด แต่พวกเขาก็หยิบกุญแจมาไม่ได้อยู่ดี

 

แต่มีทาสอยู่คนนึงที่โชคร้ายไม่ยอมเข้าไปหยิบกุญแจมาซักที

 

"มัวยืนทำอะไรอยู่!? เข้าไปหยิบมาเซ่!"

 

อสูรพันธ์ที่เป็นนายเขาออกคำสั่งแต่ทาสคนนั้นก็กลัวเกินกว่าจะเข้าไปเอามาได้

 

"ชะ..ชั้นทำไม่ได้นายท่าน ชะ..ชั้นไม่กล้าพอ"

 

 

"โอ้ย! อะไรนักหนาหวะไอ้ไร้ประโยชน์!?"

 

พัวะ!!

 

 

ในตอนนั้นเองเจ้าอสูรพันธ์ตนนั้นก็เดินไปถีบหลังทาสของมันจนทำให้ร่างของทาสคนนั้นพุ่งไปข้างหน้าก่อนที่ใบมีดจะพุ่งลงมา

 

ฮาซุย : ไม่นะ!

 

ผมขว้างเชือกน้ำหมึกไปคว้าเอวของชายคนนั้นก่อนออกแรงดึงเขาให้ถอยออกมา แต่ผมก็ดึงออกมาช้าไป

 

ซึบ!

 

"อ้ากกกกก!"

 

ใบมีดนั่นได้ตัดโดนจมูกของเขาจนทำให้เนินจมูกของเขาที่โด่งออกมาหายไปจนทำให้ดั้งของเขากลายเป็นเนื้อราบสีแดงสดและมีเลือดไหลออกมา

 

เขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมเอามือพยายามจับที่ดั้งของเขา

 

ฮาซุย : พระเจ้าช่วย!

 

 

ผมอุทานตกใจออกมาก่อนจะรีบเข้าไปช่วยพยายามทำแผลให้เขา ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่ตกใจ แต่ทุกคนในครอบครัวที่ดูผ่านโทรทัศน์ก็ตกใจเหมือนกันเพราะว่าพวกเขาได้เห็นผมใช้พลังคอมมานด์แล้ว

 

 

ราเม็น : พระเจ้า

 

 

เกรด้า : เขามีพลังคอมมานด์จริงๆด้วย 0_0

 

 

"อ้ากกกกกก!"

 

ฮาซุย : ใจเย็นไว้ หายใจทางปากซิ

 

ผมพูดพร้อมเอาผ้ามาพันแปลอุดที่จมูกเขาเอาไว้เพื่อห้ามเลือด ถึงมันจะทำให้เขาหายใจไม่ออกทางจมูกแต่เขาก็หายใจทางปากได้และในตอนนั้นเอง

 

ฟุ้บๆ~!

 

 

ฮาซุย : !?

 

 

ผมกลับหันไปพบว่ามีดนั่นมันพุ่งลงมาสองครั้งติดทั้งๆที่ยังไม่มีใครเข้าไปหามัน ผมและพวกอสูรพันธ์พากันยืนดูใบมีดที่วิ่งขึ้นลงนั่น ก่อนที่เราจะพบว่า

 

แท้จริงแล้วมีดตัดอากาศนั่นมันไม่ได้พุ่งลงมาหาทุกครั้งที่มาคนจะยื่นมือไปหยิบกุญแจ แต่มันพุ่งลงมาแบบสุ่มมั่วๆ!

 

 

ฟุ้ม~! ฟุ้ม~! ฟุ้มๆๆ~!

 

"นะ..นี่มันเกมบ้าอะไรวะเนี่ย!!?"

 

ในตอนนั้นเองก็ได้มีอสูรพันธ์คนนึงโวยวายออกมาราวกับกำลังสติแตกกับเกมนี่ ผมได้หันไปมองตามเสียงก่อนจะตาเบิกกว้างเพราะอสูรพันธ์ที่ผมเห็นยั้นมันคืออสูรพันธ์เผ่าดาร์คเอลฟ์ผิวสีขาอมม่วง ผมสีม่วง ตาแดง หูแหลมยาว แต่ผมจำได้เรื่องนึงคือเมลฟาสเคยบอกว่าน้องชายเธอจะมาร่วมการแข่งนี้ด้วย

 

ผมเลยเอ่ยถามอสูรพันธ์ตนนั้นไป

 

ฮาซุย : คุณชื่อเรแม็กรึเปล่าครับ ?

 

ดาร์คเอลฟ์คนนั้นหันมามองผมก่อนที่จะทำหน้างุนงงแล้วถาม

 

เรแม็ก : รู้ชื่อชั้นได้ไง ?

 

ฮาซุย : ผมมีชื่อว่าฮาซุยเป็นเพื่อนกับพี่สาวคุณชื่อเมลฟาส

 

เรแม็ก : พี่สาวชั้นไม่เห็นพูดถึงนายมาก่อนเลย

 

ฮาซุย : เราพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานหนะครับ

 

หลังจากที่พูดทำความรู้จักกันเสร็จก็ดูเหมือนว่าการพูดของผมมันจะทำให้เรแม็กใจเย็นลง แล้วเราก็ได้หันไปสนใจปัญหาตรงหน้าอีกครั้ง

 

"ชั้นเข้าไปเอาเอง!"

 

ฮาซุย : เดี๋ยว!?

 

 

ในตอนนั้นก็ได้มีอสูรพันธ์ที่ไม่รู้ไปพกความมั่นใจมาจากไหน เพราะมันได้พุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็งเพื่อคว้ากุญแจมา

 

แต่โชคร้ายเพราะก่อนที่มืออสูรพันธ์ตัวนั้นจะคว้ากุญแจมาได้ มีดตัดอากาศก็ได้พุ่งลงมาเสียก่อน

 

ฉับ!!

 

"อ้ากกกกกกก!!"

 

เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาจากแขนอสูรพันธ์ตนนั้น พื้นห้องที่เป็นสีขาวถูกอาบนองด้วยโลหิตสีแดงสด

 

ก่อนที่อสูรพันธ์ตนนั้นจะล้มลงแล้วจากนั้นเขาก็ช็อคไปเพราะเสียเลือดเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่ร่างกายเขาจะรับไหว

 

"โธ่เว้ย! พอที! ชั้นจะเข้าไปเอากุญแจนั่นมาเอง!"

 

อสูรพันธ์อีกคนก็พุ่งไปเพื่อเอากุญแจมา แต่คราวนี้ก็เหมือนเช่นเคยมีดตัดอากาศพุ่งลงมา หนำซ้ำมันยังพุ่งลงมาสองครั้งทำให้มันตัดแขนของอสูรพันธ์คนนั้นถูกตัดขาดสองครั้งจนกลายเป็นชิ้นส่วนแขนสองชิ้นที่ตกอยู่ที่พื้น

 

หลังจากนั้นก็มีอสูรพันธ์และทาสบางคนพุ่งเข้าไปเพื่อคว้ากุญแจ หลายคนถูกตัดมือหรือแขนขาดไปหลายคน บางคนโชคร้ายลื่นคราบเลือดที่อยู่บนพื้นจนทำให้ตัวเองพุ่งไปหาใบมีดและถึงขั้นถูกมีดตัดสิ่งที่มากกว่าแขนบ้างก็เป็นหัวไหล่ บ้างก็เป็นหู บางคนก็หัวขาดเลยก็มี

 

แต่ที่แน่ๆคือมีคนตายไปเป็นจำนงนมากทั้งทาสและอสูรพันธ์เพราะเสียเลือดไปเยอะ หนำซ้ำภายในห้องนั้นก็ไม่มีอะไรจะมาห้ามเลือดได้ ทาสผู้ชายที่ผมเคยช่วยไว้ตอนแรกตอนนี้เขาก็ตายแล้วเพราะว่าสำลักเลือกที่ไหลย้อนจากจมูกลงคอ และทนพิษบาดแผลไม่ไหวช็อคจากโลกนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

ตอนนี้ภายในห้องนั้นเหลือผม เรแม็ก อสูรพันธ์อีกสี่ตน และทาสอีกสองคนที่คนนึงเป็นผู้หญิงและอีกคนเป็นผู้ชาย โดยเจ้านายทั้งสองคนนั้นก็โดนใบมัดตัดหัวขาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ตอนนี้พวกเรารวมกันทั้งหมดเป็นจำนวน 8 คน พวกเรายืนนิ่งและไม่มีท่าทีจะเข้าไปเอากุญแจมาเพราะยังไม่รู้ว่าจะเข้าไปเอากุญแจมาได้ยังไง เราไม่สามารถกะจังหวะที่มีดนั้นจะพุ่งลงมาได้แต่ผมก็สังเกตุเห็นได้ว่า

 

ฮาซุย : ..( เดี๋ยวนะ ถ้าหากว่ามีดนี่มันพุ่งลงมาแบบสุ่มมั่วจริงๆ มันจะบังเอิญพุ่งลงมาตัดแขนคนในจังหวะพอดีได้แม่นยำขนาดนั้นเลยเหรอ ? )

 

ผมคิดจากนั้นผมก็ค่อยๆเดินไปหากุญแจนั่นแบบช้าๆเพราะผมไม่อยากเลือดคราบเลือดหรือศพคนในห้องนั้นแล้วโดนมีดพุ่งตัดตัวผมขาด

 

ฮาซุย : ( เข้าใจแล้ว แกล้งทำเป็นว่าใบมีดมันพุ่งลงมาแบบสุ่มๆ แต่ความเป็นจริงแล้วมีคนคอยคุมมันอยู่ด้านบนซินะ ฉลาดมาก )

 

 

ในตอนนั้นภาพที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ก็ตัดมายังห้องผมพอดี

 

วิคตอเรีย : ตายไปเยอะเลยนะค่ะเนี่ย ?

 

 

คิซูกิ : ใช่ แต่เธอดูซิ เจ้าหนูนั่นกำลังจะไปหยิบกุญแจแล้ว

 

คิซูกิพูดให้ทุกคนมองมาที่ผมที่ค่อยๆเดินไปหากุญแจอย่างละมุนละม่อน ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันมีคนที่คอยคุมใบมีดให้พุ่งลงมาในจังหวะที่กำลังจะเข้าไปหยิบกุญแจ

 

ผมกะระยะห่างของกุญแจที่อยู่ห่างจากผมไป มันอยู่ห่างเกินไปแต่ถ้าผมเข้าใกล้มากกว่านี้อีกมิลเดียวมีดจะพุ่งลงมาหาผม

 

เรแม็ก : นายจะทำอะไรหนะ ?

 

 

ฮาซุย : ...

 

และในตอนนั้นเองผมก็ตัดสินใจ

 

ฮาซุย : ซูบ~~~~~!

 

 

ทุกคน : ? 0_0

 

ผมได้ทำปากจู๋ก่อนจะออกแรงสูดลมเข้ามาแบบเต็มปอดเพื่อดึงกุญแจมันเข้ามาหาตัวผมเอง แน่นอนว่าวิธีนี้ทำให้กุญแจนั่นค่อยๆเขยิบมาหาผมตามแรงสูบลมปากของผม ถึงจะได้ชื่อว่ามีดตัดอากาศแต่ก็ไท่ได้หมายความว่ามันจะตัดอากาศได้จริงซักหน่อย

 

ฮาซุย : ซูบ~~~~~! >3<

 

 

เรแม็ก : เอาจริงดิ ? =_=

 

เรแม็กเอ่ยเสียงเพลียออกมา ทุกคนที่ดูการกระทำของผมอยู่ก็ถึงกับทำหน้างงรับประทานออกมาไม่เว้นแม้แต่โนเว็น

 

ปีเตอร์ : เอ่อ คุณผู้ชมครับ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดีครับ...เขาใช้ปากของเขาดูดกุญแจเข้ามา ผมไม่รู้จะชมเขาฉลาดหรือจะด่าว่าบ้าดี =_=;

 

 

พิธีกรปีเตอร์กล่าว แต่ในการดูการแข่งครั้งนั้นกลับมีคนอยู่จำนวนนึงที่เชียร์ผม

 

จิมมี่ : เอาเลยเพื่อน! สูบลมให้เต็มปอด!

 

เกรด้า : แบบนั้นแหละค่ะคุณฮาซุย! >0<

 

ทุกคนในบ้านที่ดูผมผ่านโทรทัศน์ไม่มีใครมองว่าการกระทำของผมมันสิ้นคิดเลย ทุกคนพากันเชียร์ผมกันใหญ่ ส่วนท่านคิซูกิ

 

คิซูกิ : ...ฮึ ฮึๆๆ ^_^

 

คิซูกิกลับเอามือปิดปากและหลุดขำออกมา ซึ่งมันทำเอาเรบิโกะและวิคตอเรียที่อยู่ตรงนั้นเหลือบตามามอง เธอไม่เคยเห็นคิซูกิหัวเราะให้ใครมาก่อนเลย

 

คิซูกิ : ( ตลกชะมัด )

 

คิซูกิคิดสั้นๆแบบไม่ได้ดูถูกผม และในตอนนั้นเอง

 

ฮาซุย : ซูบ~~~!

 

 

ฟุ้บ~!

 

ใบมีดก็ได้ถูกคุมให้พุ่งลงมา แม้มันจะพุ่งลงมาไม่โดนหน้่ผมแต่ใบมีดนั้นกลับบังปากผมเอาไว้ไม่ให้สูบลมต่อได้

 

อสูรพันธ์ที่ทำหน้าที่คุมใบมีดยกยิ้มเพราะคิดว่าวิธีนี้จะทำให้มันขวางทางผมได้ แต่แท้จริงแล้ว

 

ฮาซุย : ซูบ~~~! >0<

 

ผมก็ออกแรงสูบต่อไปอีกจนทำให้ใบมีดนั้นถูกดูดเข้ามาหาปากผมและผมก็ไม่รอช้าที่จะใช้ปากงับใบมีดเอาไว้

 

ฮาซุย : งั้ม!

 

"อะเอ้าเฮ้ย!?"

 

อสูรพันธ์ที่คอยคุมใบมีดถึงกับอุทานออกมาด้วยความงุนงง มันพยายามจะดึงใบมีดของมันกลับไปแต่ผมก็ใช้ปากงับที่ข้างตัวมีดเอาไว้แน่นทำให้ผมไม่โดนมีดบาดปากซะเอง

 

ฮาซุย : ( จังหวะนี้แหละ! )

 

หมับ!

 

 

ในระหว่างที่ผมใช้ปากงับใบมีดเอาไว้ผมก็พุ่งมือไปคว้ากุญแจมาก่อนจะรีบถอยหน้าออกมาแล้วคายใบมีดออกจากปาก ถอยออกมาพร้อมกุญแจในมือจากนั้นชูให้ทุกคนเห็น

 

ฮาซุย : ผมได้กุญแจมาแล้ววววว!! ^0^

 

 

ทุกคนในบ้านฮาซุย : เย้~~! ^0^

 

ทุกคนที่อยู่ในเกมห้องเดียวกับผททำหน้าดีใจออกมา จากนั้นผมก็ไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่ประตูและใช้กุญแจไข จากนั้นพวกเราทั้ง 8 คนก็ออกไปนอกห้องนั้นเพื่อไปสู่เกมต่อไปทันที

 

เท่ากับว่าตอนนี้มีผู้รอดชีวิตมาได้ 8 คนแล้ว!

 

ปีเตอร์ : คุณผู้ชมครับ! ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ผู้เล่นเกมีดจัดอากาศมหากาฬห้องที่สี่มีผู้รอดไปได้ถึง 8 คน! ในขณะที่ห้องอื่นนั้นรอดไปได้ไม่เกิน 4 คนด้วยซ้ำ!

 

ปีเตอร์พูดออกมาด้วยความตกใจ คิซูกิเริ่มยกยิ้มสนใจการแข่งขึ้นมาก่อนจะเอนหลังพิงกับเก้าอี้ดูการแข่งด้วยความรู้สึกสนอกสนใจการแข่งนี้ ไม่ซิ เธอไม่ได้สนใจแค่การแข่งแล้ว

 

คิซูกิ : ( นายจะมีลูกเล่นอะไรอีกนะเจ้าหนู ? )

 

 

ฮาซุย : เอาหละทุกคน ชั้นว่าเรารอดเกมที่หนึ่งมาได้แล้วนะ ^_^

 

ผมพูดขณะหยุดพักอยู่ที่ห้องๆนึงซึ่งมันคือห้องที่ทั้งห้องนั้นโล่งโจ่งไปหมด มีน้ำดื่มดับกระหายและโซฟาให้นั่งพัก ซึ่งมันก็คือห้องพักชั่วคราว

 

ซึ่งมันจะอยู่ถัดมาจากการเล่นเกมผ่านมาเกมนึงแล้ว แล้วทำการนั่งพักเอาแรงชั่วคราวได้ หรือจะใช้โอกาสที่ตัวเองอยู่ในห้องนี้ถอนตัวออกไปก็ได้

 

ซึ่งทาสี่เป็นผู้หญิงกับผู้ชายสองคนที่ผมเคยพูดไปข้างต้นนั้นตอนนี้พวกเธอก็ได้เอ่ยปากตะโกนขอออกจากการแข่งเพราะตอนนี้เจ้านายพวกเธอที่เป็นอสูรพันธ์ที่มาลงแข่งนั้นเสียชีวิตแล้ว

 

และทั้งคู่ก็ได้ถูกคิซูกิเทเลพอร์ตออกมาด้านนอกประตูมิติก่อนจะให้ทหารคุมตัวทั้งคู่ไป เพราะตามกติกาทาสที่รอดชีวิตจากเกมนี้มาได้จะได้เป็นทรัพย์สินของปราสาทของคิซูกิไปเพื่อรับผิดชอบกับการตายของหัวหน้าคนนั้น

 

เรแม็ก : ปอดนายดีชะมัดยาดเลยนะพวก~! ^_^

 

ในตอนนั้นเองเรเม็กก็เข้ามาเอาแขนล็อคคอผมก่อนเอากำปั้นมาบี้ผมของผมจนยุ่งทำราวกัวเราเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาเนิ่นนานแต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้ดูเหมือนว่าผมกับเรแม็กจะกลายเป็นเพื่อนกันแล้ว

 

 

เรแม็ก

 

อีกอย่างนึงคือภายในห้องพักชั่วคราวนี้มันจะไม่มีกล้องที่เอาไว้ถ่ายดูตอนพวกเราพักเพื่อเป็นการมอบเวลาพักเป็นการส่วนตัวให้คนที่มาลงแข่งบ้าง

 

ว่าแล้วผมก็ลองตรวจสถานะของเรแม็กดูขณะโดนเขาเอากำปั้นขยี้หัวผม

 

[ ชื่อ : เรแม็ก

 

นามสกุล : ดาทอเรีย

 

ฐานะ : ผู้ลงแข่งเกม kill them up

 

ระดับพลังอสูร : อมนุษย์ lv.38

 

พลังชีวิต : 170/170

 

ความแข็งแกร่ง : 54

 

ความเร็ว : 120

 

พลังคอมมานด์ : ระเบิดแสง ]

 

 

ฮาซุย : ( พลังสูงกว่าคุณเมลฟาสนิดหน่อยงั้นเหรอ ? แต่มีพลังคอมมานด์แบบเดียวกันเลยแปลว่าเป็นพี่น้องสายเลือดแท้ คงจะฝึกหนักน่าดูถึงมาถึงขั้นนี้ได้ ) ตอนนี้เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วซินะครับ

 

ผมเอ่ยขึ้นมา เรแม็กก็ปล่อยตัวผมก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มสดใส

 

เรแม็ก : แน่นอนซิ ตั้งแต่ชั้นเกิดมาไม่เคยเจอใครหัวหมอเท่านายมาก่อนเลยนะ ตอนแรกชั้นก็คิดว่านายจะหาวิธีอย่างเอาของไปคั่นรอใบมีดที่ตกลงมา แต่วิธีที่นายใช้มันเกินคาดชั้นเลยหวะ! ^_^

 

 

ฮาซุย : อันที่จริงผมอาจจะพุ่งมือไปหยิบมันทันก็ได้นะ แต่แค่ต้องกล้ากว่านี้ ^_^;

 

 

เรแม็ก : เอาแต่เรียกตัวเองว่า"ผม"อยู่ได้ คงเป็นเด็กชายที่โดนสอนให้เคร่งมารยาทซินะ แล้วหน้ากากที่นายใส่นั่นมันอะไรหนะ ? ^_^

 

 

เรแม็กถามพร้อมชี้นิ้วมาที่หน้ากากอสูรของผม ผมก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอามือจับหน้ากาไว้ให้ติดกับหนังหน้าผมแน่นและพูดโกหกกับเรแม็กไป

 

ฮาซุย : อะ..อ๋อ เป็นไอเท็มเสริมพลังให้ผมหนะครับ ^_^

 

 

เรแม็ก : เหรอ ? เฮ้อ~ เอาเถอะ จะว่าไปแค่เกมแรกชั้นก็รู้สึกลุ้นระทึกจะแย่แล้ว ไม่รู้เกมต่อไปอะไรจะรอเราอยู่

 

เรแม็กพูดพร้อมมองไปที่บานประตูถัดไปที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งผมก็หันไปดูด้วย

 

ฮาซุย : นั่นซินะครับ

 

เรแม็ก : ว่าแต่นายเนี่ย เป็นเด็กผู้ชายหน้าเคะแท้ๆไม่คิดว่าจะมีความต้องการอยากเป็นจอมมารเหมือนกันนะเนี่ย

 

ฮาซุย : คือว่าผมมีเหตุจำเป็นหนะครับ ครอบครัวของผมมีสภาพย่ำแย่ลงทุกวัน ถ้าหากผมทำให้ตัวเองเป็นจอมมารได้ ทุกคนต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นแน่

 

เรแม็ก : โอ้ เป็นเด็กดีของครอบครัวซินะ

 

 

เรแม็กเอ่ยชมผม แต่แล้วเมื่อเขาพูดจบจู่ๆหางคิ้วของเขาก็ตกลงก่อนที่เขาจะทำหน้าหม่นหมองออกมาชั่วครู่

 

ฮาซุย : เรแม็ก ? ..เป็นอะไรไปเหรอ ?

 

 

เรแม็ก : เปล่า แค่...นึกถึงเรื่อง...ช่างมันเถอะ

 

 

ในจังหวะนั้นเอง

 

??? : นายมีชื่อว่าฮาซุยใช่ไหม!?

 

 

ฮาซุย : ?

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว