ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เปิดเกมแรก!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 793

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2563 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปิดเกมแรก!
แบบอักษร

 

 

 

เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของเมลฟาส ทั้งความงุนงง ความสับสน และความตกใจก็ถาโถมเข้ามาที่ทุกคนในทีเดียว จนในตอนนั้นอลิซที่เป็นคนทำหน้าที่แง้มประตูอยู่ก็ถึงกับอดสงสัยไม่ได้อยากถามความจริงจากเมลฟาสทั้งหมด

 

เธอเลยเผิดประตูและปล่อยให้อสูรพันธ์เดินเข้ามาในบ้านที่เป็นบ้านของพวกมนุษย์ไฮเดอร์ผู้หลบซ่อนแต่โดยดี

 

อลิซ : เข้ามาก่อนแล้วช่วยเล่าให้ฟังทีว่านี่มันหมายความว่ายังไง ?

 

 

เมลฟาส : โอเค ก่อนอื่นเลยนะชั้นมีชื่อว่าเมลฟาสเป็นดาร์คเอลฟ์ที่มักจะชอบ(เคย)ไปแกล้งฮาซุยตอนที่เขากำลังทำงานก่อสร้างอยู่ ยะ..อย่าพึ่งมองชั้นเป็นคนไม่ดีนะ! เขาเอาคืนชั้นจนหายกันแล้ว! ชั้นเป็นเพื่อนกับเขาแล้ว!

 

เกรด้า : อสูรพันธ์เนี่ยนะจะเป็นเพื่อนมนุษย์ ?

 

เกรด้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดพร้อมเลิกคิ้วขึ้นข้างนึงเหมือนไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเมลฟาส เมลฟาสถอนหายใจออกมาก่อนที่เํอจะพูด

 

เมลฟาส : นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกนะ เรื่องสำคัญจริงๆก็คือตอนนี้ฮาซุยเขาตัดสินใจไปลงแข่งเกม kill them up แล้ว

 

 

จิมมี่ : ชั้นรู้จักเกมนั่น มีข่าวออกทางโทรทัศน์ว่ามันเป็นเกมที่จะหาผู้รอดจากเกมสุดโหดที่มีด่านหลายด้าน ว่ากันง่าเกมนี้มันต้องใช้เวลาเล่นอยู่ในนั้นเป็นเวลากือบเดือนเลย ผู้ชนะจะได้กลายเป็นคู่หมั้นกับจอมมารคิซูกิและได้ขึ้นเป็นจอมมารของอาณาจักร

 

มีข่าวออกมาว่าอสูรพันธ์หลายคนพากันไปสมัครลงแข่งเป็นหลักร้อยคน แต่ทำไมฮาซุยถึงไปลงแข่งหละ !?

 

 

เมลฟาส : ก็เพราะว่าเขาต้องการจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษย์ไง ถ้าหากว่าเขาชนะเขาก็จะได้ขึ้นเป็นจอมมารและเขาก็จะสามารถเปลี่ยนรูปแบบการปกครองเมืองทำให้มนุษย์ไม่เป็นทาสอีกต่อไป ชั้นรู้เรื่องนี้จากเขามานานแล้วพวกเธอไม่รู้เลยเหรอ ?

 

 

อลิซ : ไม่ เขาไม่เคยบอกเรา แล้วที่บอกว่าฮาซุยไม่ได้ทำงานให้กับการก่อสร้างแล้วนี่หมายความว่า...

 

 

เมลฟาส : ก็หมายความว่าเขาลาออกจากงานก่อสร้างนั้นมานานแล้วไง

 

 

เกรด้า : ปะ..เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าหากเขาไม่ได้ทำงานแล้วเขาไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะหละ ?

 

 

จิมมี่ : ที่สำคัญเลยนะฮาซุยไม่ได้มีพลังคอมมานด์จะไปสู้กับพวกอสูรพันธ์นับร้อยที่ไปลงแข่งได้ไงหละ ?

 

 

เมื่อเมลฟาสได้ยินคำพูดของจิมมี่เธอก็หันควับไปมองเขาก่อนพูด

 

เมลฟาส : ไม่มีพลังคอมมานด์ ? พูดอะไรของนาย ? ก็ไอ้เจ้าหนูซ่อนเล็บนั่นมันเคยใช้พลังคอมมานด์ของมันที่เป้ฯการควบคุมน้ำหมึกเข้าเล่นงานชั้นจนชั้นยอมแพ้ไง แถมมันยัง..

 

 

เกรด้า : พลังคอมมานด์ควบคุมน้ำหมึกเหรอ ?

 

จิมมี่ : ทำไมเราถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยหละ!?

 

 

ในสถานการณ์ตอนนั้นมีแค่อลิซคนเดียวที่ปิดปากเงียบเพราะเธอรู้เรื่องพลังคอมมานด์ของฮาซุยแต่เธอถูกสั่งไว้ว่าห้ามบอกใคร

 

จนมาถึงขั้นนี้เธอก็ยังไม่อยทกบอกเพราะสถานการณ์มันก็เครียดมากพออยู่แล้ว

 

อลิซ : แล้วคุณเมลฟาสมาทำอะไร ? ทำไมจู่ๆถึงมาตามหาตัวของคุณฮาซุย

 

 

คำถามของอลิซทำให้เมลฟาสหน้าแดงก่อนที่เธอจะเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างประกบกันแล้วตอบ

 

เมลฟาส : แฮะๆๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรมากนักหรอก...ชั้นรู้อยู่แล้วแหละว่าเจ้าหมอนั่นัมนต้องไปลงแข่งแน่ๆก็เลยอยากจะมาถามความเรียบร้อยด้วยความเป็นห่วงหนะ

 

 

เมลฟาสเอ่ยคำโกหกออกมา ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่จริง เธอไม่ได้มานี่เพราะแค่เรื่องการแข่งแต่มันเป็นเพราะว่าในวันนี้ที่เธอตื่นเช้ามา ตอนนี้ที่หน้าท้องของเธอมันมีสัญลักษณ์รูปหัวใจสีม่วงเข้มปรากฏขึ้น ซึ่งเธอรู้ว่ามันคืออะไร

 

มันคือสัญญาเชื่อมหัวใจ สัญญาที่จะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเอลฟ์กับใครคนนึงที่เอลฟ์คนนั้นจะรู้สึกพิเศษที่ใจกับเขาคนๆนั้นด้วย ซึ่งเมลฟาสนั้นเคยได้ร่วมรักกับฮาซุยและทำให้เธอมีตราประทับนี้ปรากฏขึ้น

 

นั่นก็หมายความว่าเธอนั้นมีความสัมพันธ์ในใจกับฮาซุยที่แสนวิเศษอยู่ และเธอก็มาหาเขาเพราะเรื่องนี้เพื่อที่จะบอกเรื่องนี้ให้เขารู้แม้จะรู้สึกเขินอายอยู่ก็ตาม

 

แต่เธอก็มาช้าไปเพราะฮาซุยไม่อยู่ที่นี่แล้ว และเธอก็ไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ด้วยนอกจากเธอกับฮาซุย

 

เพราะถ้าหากมีคนรู้ว่าอสูรพันธ์ดาร์คเอลฟ์แบบเธอมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ทาสชั้นต่ำและยังมีอะไรได้เสียกันมาแล้วอีก มันคงทำให้เมลฟาสอับอายจนไม่มีที่ยืนในสังคมแน่

 

จิมมี่ : เกมนั่นจะเริ่มแข่งเมื่อไหร่ !?

 

 

เมลฟาส : ประมาณ 10 โมงเช้า แต่นายหาเขาไม่เจอหรอก ตอนนี้ที่ทางเข้ามีพวกอสูรพันธ์อัดแน่นเต็มไปหมด นายเข้าไปก็หาเขาไม่เจอ

 

 

เกรด้า : แล้วเราจะห้ามเขายังไงหละ!?

 

ในตอนนั้นคุณนายราเม็นได้เหลือบไปมองโทรศัพท์บ้าน และทำให้เธอได้ไอเดีย

 

ราเม็น : ถ้าเราโทรไปหาเขาหละ ? ที่นั่นมีโทรศัพท์ไหม ?

 

 

เมลฟาส : อ๋อใช่ ประมาณ 9 : 20 - 10 : 00 น. เจ้าหน้าที่จะอนุญาติให้ผู้เข้าแข่งขันคุยโทรศัพท์กับทางบ้านก่อนได้ เพราะว่าเกมการแข่ง kill them up นี้เป็นเกมที่ได้รับแรงบรรดาลใจจากเกม killing ซึ่งนั่นก็หมายความว่าผูเลงเล่นจะฆ่ากันเองหรือถูกฆ่าจากสิ่งต่างๆมนเกมและอาจไม่มีโอกาสกลับมา เขาเลยอนุญาติให้ผู้ลงแข่งโทรคุยกับทางบ้านก่อนได้อย่างไม่มีขัด

 

เกรด้า : งั้นเราจะโทรไปหาเขา แต่เราต้องโทรไปเบอร์ไหน ?

 

 

เมลฟาส : โทรไปเบอร์นี้แล้วบอกขอสายฮาซุย เจ้าหน้าที่ที่นั่นจะส่งต่อปลายสายให้ฮาซุยเอง

 

 

เมลฟาสพูดพร้อมส่งกระดาษที่เป็นกระดาษบอกกติกาเกมทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งที่ด้านล่างของแผ่นกระดาษนั้นมีเบอร์โทรของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเกมการแข่งอยู่ ทำให้เกรด้ารีบตัดสินมองดูเบอร์นั้นและกดโทรหาทันที

 

 

เวลา 9 : 59 นาที

 

บรรยากาศหน้าทางเข้าเกมการแข่วนั้นอัดแน่นและหาช่องอากาศหายใจได้ยากมากเพราะมีพวกอสูรพันธ์อัดแน่นและพากันกรูเข้าไปในอยู่กันเต็มจำนวนมาก

 

โดยการแข่งเกม kill them up นั้นจะเป็นการแข่งที่พวกผู้เล่นจะเจอกับประตูบานนึงที่มีขนาดใหญ่เท่าตึก 10 ชั้น ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางสนามทรงกลมขนาดใหญ่

 

( ประมาณว่ามีสนามแข่งบอลทรงกลมขนาดใหญ่ให้คนมานั่งมุงดูใช่มะ แล้วตรงกลางของสนามมันจะมีประตูนี้ตั้งอยู่ตรงกลางสนาม )

 

ประตูนี้เป็นประตูมิติที่พาเราไปสู่มิติแห่งนึงที่มีชื่อว่า deathworld เป็นมิติคู่ขนานที่มีความแบนราบและผู้เป็นเจ้าของนั้นสามารถที่จะจัดสร้างสรรค์สถานที่หรือสร้างสิ่งต่างๆขึ้นในโลกนั้นได้อย่างอิสระ

 

โดยคนที่ทุ่มเงินสร้างประตูบานนี้และเป็นผู้ลงสัญญาเลือดแสดงความเป็นเจ้าของก็คือตัวของคิซูกิ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าเธอสามารถที่จะจัดเกมการแข่งต่างๆได้ในนั้น โดยในเกมการแข่งนี้นอกจากจะมีอสูรพันธ์หลายร้อยตัวเข้าไปร่วมเล่นแล้ว ยังมีอสูรพันธ์อีกหลายร้อยตัวเช่นกันที่พากันมานั่งอยู่ในสนามทรงกลมล้อมรอบทั่วทุกทิศ นอกจากนี้ ที่บานประตูจำนวนแปดทิศมีหน้าจอฉายภาพยนต์ขนาดใหญ่ที่จะฉายภาพเหตุการณ์ของผู้ลงแข่งใน deathworld แบบถ่ายทอดสด

 

อสูรพันธ์มากมายหลายตนพากันมาดูเกมการแข่งนี้ โดยเกมนั้นจะเล่นอย่างต่อเนื่องไปเป็นเวลาแบบไม่มีกำหนดจนกว่าจะหาผู้ชนะได้ ซึ่งนั่นจึงทำให้พวกอสูรพันธ์หลายตนพากันพกหมอน ฟูก หรือหมอนข้างมาเพื่อที่จะมานอนดูเกมการแข่งนี้ไม่ต้องกลับไปนอนบ้านกันเลยทีเดียว

 

ซึ่งตอนนี้เหล่าผู้เข้าเล่นเกมที่เป็นอสูรพันธ์กับทาสมนุษย์ที่พวกเขาเอาติดตัวมาด้วยกำลังทยอยเข้าไปในบานประตูกันเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ผมกับอสูรพันธ์แค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ผมรู้สึกลังเลและใจสั่นจนกลืนน้ำลายอึกใหญ่เพราะผมรู้สึกประหม่าและเริ่มไม่วางใจกับการแข่งสุดหรโหดที่อยู่ตรงหน้า

 

แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ถ้าหากผมตายคนที่บ้านของผมจะเป็นยังไง ? ผมเป็นเสาหลักของครอบครัว และถ้าหากพวกเขาไม่มีผมอีกต่อไป จากที่ผมจะทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้นมันก็จะกลายเป็นแย่ลงแทน

 

 

( ฮิตซู : เจ้าหนู )

 

 

ฮาซุย : ...

 

( ฮิตซู : นายมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้วนะ )

 

 

คำพูดของคุณฮิตซูทำให้ผมมีกำลังใจจนยิ้มอ่อนๆออกมา แต่ถึงอย่างงั้นผมก็ยังคงมีอีกเรื่องที่กังวล นั่นคือถ้าผมก้าวขาเข้าไปในเกม...จิตวิญญาณของคุณฮิตซูก็จะหายไป...ผมจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วใช่ไหม ?

 

 

ฮาซุย : ผมไม่อยากให้คุณไปเลย

 

 

( ฮิตซู : ไม่เป็นไรเจ้าหนู นายต้องพร้อมนะ...นายจะให้ชั้นคนเดียวมาเป็นอุปสรรคไม่ให้นายกล้าทำเพื่อคนนับล้านหรอกนะ )

 

 

ฮาซุย : ...

 

( ฮิตซู : ก้าวขาไปข้างหน้าซะเจ้าหนู )

 

 

ผมก้มลงมองดูเส้นแบ่งระหว่างบานประตู แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าไป

 

"เจ้าหนู!"

 

ก็ได้มีเสียงอสูรพันธ์เจ้าหน้าที่คนนึงเรียกเอาไว้

 

"นายชื่อฮาซุยใช่ป่าว ? มีคนโทรหานายบอกว่าให้ฝากบอกว่าเกรด้าโทรมาหนะ"

 

เมื่อผมรู้ว่าเกรด้าโทรมาผมก็เดินไปรับโทรศัพท์มารับสายอย่างช้าๆ

 

ฮาซุย : ฮัลโหลครับ

 

 

เกรด้า : ฮาซุย!? นายทำอะไรหนะ!?

 

เกรด้าเธอโวยวายมาจากปลายสายดังสนั่น ทุกคนในบ้านคงรู้เรื่องที่ผมโกหกแล้วซินะ แต่พวกเขาก็คงมาห้ามผมตอนนี้ไม่ทันแล้ว

 

 

ฮาซุย : ผมทำเพื่อพวกเราครับ

 

 

เกรด้า : แต่นายไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้ เราไม่อยากให้นายไปนะ!

 

 

ในตอนนั้นผมได้เหลียวตามองไปที่เครื่องบินขนาดเล็กตัวนึง ซึ่งเครื่องบินนั้นมันติดตั้งกล้องถ่ายทอดสดและกล้แงนัเนก็กำลังฉายตรงมาที่ตัวผมที่คุยโทรศัพท์อยู่ใกล้หน้าทางเข้าประตูมิติ deathworld

 

ผมรู้ได้เลยว่าตอนนี้ทุกคนในบ้านกำลังดูผมผ่านทางโทรทัศน์ออกอากาศสด ผมมองไปที่กล้องถ่ายทอดและยกยิ้มให้เพื่แที่จะส่งรอยยิ้มของผมไปให้เธอ ซึ่งมันอาจเป็นรอยยิ้มที่ครอบครัวผมจะได้เห็นก็ได้

 

ฮาซุย : ผมมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้วครับคุณเกรด้า

 

จิมมี่ : ไอ้เจ้าบ้า! มันไม่ไกลไผหรอก! รีบกลับมาเลยนะ!

 

แม้แต่จิมมี่เพื่อนฒยังตะโกนแทรกเข้ามา

 

ฮาซุย : คุณไม่เข้าใจ มีคนต้องการให้ผมสืบทอดเจตนารมย์ให้เขา ผมขอโทษที่โกหกพวกคุณทุกคน แต่ผมจะไม่ให้ใครผิดหวัง...ผมต้องเอาชนะเกมนี้ไปได้แน่...ลาก่อนครับ

 

 

ว่าแล้วผมก็ปล่อยสายโทรศัพท์ทิ้งโดยไม่ได้กดวางหู

 

 

เกรด้า : ฮาซุย!!?

 

 

จิมมี่ : ฮาซุย!!

 

อลิซ : คุณฮาซุย!!? ToT

 

 

ผมไม่สนเสียงร้องเรียกจากปลายสายนั้น ผมได้เดินไปอยู่ที่หน้าประตูอีกครั้งรวบรวมความกล้าให้พร้อมจากนั้นก้าวขาเดินเข้าไปประตูไป

 

 

ฟู้ม~!

 

ทันทีที่ผมก้าวขาเดินเข้าไปประตูไปได้นั้น ก็ปรากฏร่างจิตวิญญาณของคุณฮิตซูขึ้นตรงหน้าผม เขาโผล่มาตรงหน้าผมเงียบๆก่อนยิ้มและพูดกับผมเป็นประโยคสุดท้ายขณะที่ร่างของเขาค่อยๆสลายเป็นผงที่สองแสงสว่าง

 

( ฮิตซู : จงทำให้อสูรพันธ์เชื่อเธอ เหมือนที่ชั้นเคยทำให้ทุกคนรวมถึงนายเชื่อชั้น เพราะนายคือความหวังของเรา )

 

 

พูดจบร่างของเขาก็สลายหายไปต่อหน้าผม ก่อนที่จะปรากฏแผ่นข้อความขึ้นมา

 

[ จิตวิญญาณแห่งฮิตซูได้ทำหน้าที่ของเขาเสร็จแล้ว เขาได้ฝากตวามหวังและเจตนารมย์อันแรงกล้าไว้กับคุณ คุณจะยอมรับการสานต่อเจตนารมย์ของเขาไหม ? ]

 

ฮาซุย : ...ยอมรับ

 

 

ติ๋ง~

 

ระบบมันได้ทำการรับทราบคำพูดผมก่อนที่มันจะเชื่อมต่อกับตัวผมเองโดยตรง โดยในคราวนี้ไม่ได้มีคุณฮิตซูมาร่วมคุมระบบด้วย ทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นผู้ถือครองระบบพลังคอมมานด์นี้คนเดียวอย่างแท้จริง

 

พู้ม~!

 

ผมรู้สึกได้ถึงพลังที่วิ่งพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วมือไปยันเส้นเลือด ทุกอนูในร่างรวมไปถึงหัวใจของผม ม่านตาของผมมันเบิกนัยตาดำกว้างขึ้นก่อนที่รอบๆดวงตาผมจะปรากฏลวดลายหลากสีออกมาก่อนที่ตาผมจะกลับมาเป็นปกติ

 

[ ท่านได้รับระบบสุดยอดทาสมาแบบสมบูรณ์แบบแล้ว ]

 

ผมเดินหน้าจริงจังเข้ามาในมิติ death world ได้สำเร็จก่อนที่พวกเราทุกคนที่มาลงแข่งจะหยุดอยู่ที่จุดๆนึงที่ไม่ไกลจากประตูทางเข้า สถานที่ที่เราอยู่ตอนนี้มันเป็นเหมือนวิหารศักสิทธิ์ ทุกอย่างโดยรอบเราเป็นสีขางบริสุทธิ์ มีเสาหิน และที่พื้นมีก้อนเมฆขนาดเล็กลอยอยู่ใต้แทบเท้า

 

 

ขอบคุณภาพจากภาพยนต์

clash of the titan

 

ซึ่งสาเหตุที่เราต้องหยุดนั้นเพราะเราต้องรอผู้เข้าชมคนสำคัญคนนึงก่อน

 

 

และคนๆนั้นก็ได้มาถึง

 

"ทุกๆท่าน! ทำความเคารพ! จอมมารคิซูกิ และท่านโนเว็นผู้ยิ่งใหญ่~!!"

 

 

กรรมการที่จะมาเป็นคนบอกคะแนนในเกมการแข่งนี้ เขาเป็นอสูรพันธ์ชายหนุ่มผมสีเขียวสด ตาข้างนึงเป็นสีดำสนิท ส่วนอีกข้างเป็นสีเขียวสว่าง สวมชุดที่มีลวดลายสีขาวสลับกับดำเป็นชุดที่มีลักษณะเหมือนชุดพวกนักแสดงที่ออกรายการทีวีเอ็นเตอเท็น และสวมหมวกทรงสูงสีดำ

ได้ประกาศให้เหล่าอสูรพันธ์ทุกตนที่พากันมานั่งดูการแข่งในสนาม หรือดูผ่านโทรทัศน์ที่บ้านทำการลุกขึ้นยืนทำความเคารพตัวของคิซูกิและโนเว็น

 

ซึ่งทั้งคู่ก็ได้เดินออกมาโบกมือทักทายเหล่าชาวเมืองที่มาร่วมดูการแข่งในสนามนั้นกับเธอและโนเว็น ทุกคนพากันปรบมือและโบกธงสีฟ้าซึ่งเป็นธงประจำชาติของอาณาจักรให้แก่คิซูกิและโนเว็น

 

และถึงแม้ว่าพวกผมจะผ่านเข้าประตูไปแล้ว แต่ที่จุดทางเข้าหน้าประตูมันก็ยังมีหน้าจอโทรทัศน์ที่ฉายภาพด้านนอกประตูให้เราเห็นอยู่

 

ซึ่งมันเลยทำให้ผมสามารถมองเห็นภาพของท่านคิซูกิและโนเว็นจากด้านในนั้นได้ผ่านทางโทรทัศน์นั่นและเมื่อผมได้เห็นเธอ

 

ฮาซุย : โว้ว 0_0

 

ผมถึงกับอุทานออกมาพร้อมทำตาเบิกกว้างราวกับได้เจอสวรรค์หล่นลงมาอยู่ตรงหน้า นี่หรือคือจอมมารคิซูกิ

 

เธอดูสวยมาก แม้สีผิวของเธอมันจะเป็นสีฟ้าแบบผิดมนุษย์ก็เถอะ แต่นี่มันก็สุดจะบรรยายแล้วจริงๆ ตัวตนจริงของเธอนอกหนังสือนั้นดูสดใสกว่ามากเลย ยิ่งผมได้เห็นท่าโบกมือที่อ่อนช้อยของเธอผมก็ใจแทบละลายแล้ว

 

"พระเจ้า~ หุ่นโครตเอ็กซ์ ชั้นต้องเป็นผู้ชนะแล้วหิ้วเธอเข้าห้องคอยดู"

 

ในตอนนั้นเองก็ได้มีอสูรพันธ์ตนนึงพูดจาแทะโลมจนผมที่ได้ยินคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที หนำซ้ำเจ้าตัวก็ยินไม่ห่างจากผมมาก ผมรอช้าแอบกระทืบเท้าใส่เท้าของมันแบบเนียนๆ

 

พัก!!

 

"โอ้ย!? ใครมันมาเหยียบตีนตูหวะ!?"

 

 

ผมหัวเราะก่อนจตีเนียนเดินแทรกออกห่างจากตรงนั้นมา หลังจากที่ร้องเพลงมาร์ชทำความเคารพเสร็จ คิซูกิก็ได้หยิบไมค์จากพิธีกรมาพูด

 

คิซูกิ : ต้องขอบคุณทุทก่านที่สละเวลามาเพื่อดูการแข่งขันที่ดิชั้นจัดขึ้นนะค่ะ และสำหรับใครที่ไม่ได้มาชั้นก็ไม่ว่าอะไร การแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันที่เดิมพันด้วยชีวิต ผู้ชนะจะได้กลายเป็นจอมมารครองอาณาจักรยี้รวมถึงตัวดิชั้นไปด้วย ยังไงก็ขอให้ทุกคนแข่งขันและผ่านไปให้ได้ตามกฏและกติกาของเกมที่วางไว้ และหวังว่าจะไม่มีการโกงเกมหรือใช้วิธีที่ไม่ซื่อสัตย์ในเกมนี้ ขอบคุณ คุณปีเตอร์เชิญพูดต่อเลยค่ะ

 

 

ว่าแล้วคิซูกิก็ส่งไมค์ให้พิธีกรอสูรพันธ์ผมเขียวคนเดิม ซึ่งเขานั้นมีชื่อว่าปีเตอร์

 

ปีเตอร์ : ขอบคุณครับท่านคิซูกิ เอาหละเหล่าผู้เล่นทั้งหลาย ยินดีต้อนรับสู่เกม kill them up ผมคงไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับเกมแล้งเพราะท่านคิซูกิได้พูดไปหมดแล้ว กติกาของเกมนี้สรุปง่ายๆสั้นๆคือ ใครสามารถผ่านเกมแต่ละเกมได้สำเร็จทั้งหมดก็จะได้เป็นจอมมารและคู่หมั้นท่านคิซูกิ

 

คนที่จะเป็นคนตัดสินใจว่าใครแพ้ชนะคือท่านคิซูกิ ในช่วงที่พวกเหล่าผู้เล่นอยู่ใน deathworld ประตูมิติจะปิดและจะไม่มีใครออมมาได้จนกว่าจะหาผู้ชนะได้ ผู้ที่เดินออกมานอกประตูมิติเป็นคนแรก คนๆนั้นคือผู้ชนะ ถ้าหากใครกลัวก็สามารถลาออกกลางคันได้ในช่วงพักแข่ง

เอาหละ! เริ่มเกมกันเลย!

 

 

ว่าแล้วคิซูกิก็ไก้ยกมือของเธอขึ้นก่อนที่เธอจะคว่ำมือของเธอลงและทันใดนั้น

 

ฟึ้ม~!

 

ประตูมิติก็ปิดตัวลง หลังจากนั้น

 

 

ครื้น~~~!

 

ฮาซุย : เหวอ!?

 

จู่ๆพื้นดินสีขาวที่เรายืนอยู่ก็สั่นสะท้านก่อนที่จู่พื้นเมฆด้านล่างเท้าของพวกเราทุกคนมันจะหมุนวนเป็นพายุแล้วทันใดนั้นเอง

 

 

ปึ้งๆๆๆๆๆๆๆ!!

 

 

จู่ๆก็เกิดเป็นกำแพงสีขาวขึ้นมาปิดกั้นพวกเรา เหล่าผู้เล่นแต่ละคนถูกแยกออกจากกันทุกคนพากันหันมองซ้ายขวาด้วยความตกใจ

 

ตอนนี้ผมได้มาอยู่กับกลุ่มอสูรพันธ์ที่เมื่อนับจากตาแบบผ่านๆแล้วก็มีประมาณ 20 คน บวกกับทาสที่พวกเขาเอามาด้วยอีก 14 คน

 

พวกเรามาอยู่ในห้องสีขาวที่มีกำแพงปิดกั้นทุกทาง ด้านบนก็มีแผ่นผนังสีขาวปิดไว้อยู่

 

ในตอนนั้นเองก็ได้ปรากฏโต๊ะไม้สีขาวขึ้นตัวนึงตรงหน้าเรา พร้อมกุญแจสีทองที่ลอยอยู่บนโต๊ะนั่น

 

พวกเราเหลือบไปเห็นประตูห้องที่เป็นทางออกของเราซึ่งมันมีกุญแจล็อคเอาไว้อยู่

 

"เกมอะไรวะเนี่ย ?"

 

อสูรพันธ์ตัวนึงเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าจะเดินเข้าไปหยิบกุญแจสีทองที่อยู่ตรงนั้นไปไขบานประตูเพื่อออกไปแต่โดยง่ายแต่ผมก็จับไหล่อสูรพันธ์ตนนั้นเอาไว้ก่อน

 

ฮาซุย : เดี๋ยวซิครับ ไม่คิดว่ามันจะง่ายไปหน่อยเหรอ ? ...บางทีมันอาจเป็นกับดักก็ได้

 

ผมเอ่ยออกมาซึ่งมันก็ทำให้อสูรพันธ์ตนนั้นคิดได้และไม่กล้าเดินออกไป ไม่มีใครกล้าเดินไปหากุญแจนั่นเลยซักคนเพราะทุกคนรู้ว่ามันไม่น่าง่ายขนาดนั้น แค่หยิบกุญแจแล้วเดินไปไขประตูเนี่ยนะ ? ถ้าใครคิดว่ามันจะไม่มีกับดักอยู่ก็บ้าแล้ว

 

"แกไปหยิบมาซิ"

 

ในตอนนั้นเองอสูรพันธ์ตนนึงก็ได้ออกคำสั่งทาสของมันให้ไปเอากุญแจมา ทาสคนนั้นกลัวและไม่อยากเดินไปเอากุญแจเลย แต่อสูรพันธ์ตนนั้นมันก็ผลักทาสของมันคนนั้นออกไปข้างหน้า

 

"ไปเอามาเซ่!"

 

พัก!

 

"เหวอ!?"

 

ร่างของทาสคนนั้นพุ่งตรงไปหากุญแจนั่นและทันใดนั้นเอง

 

ฟู้ม~!

 

ฮาซุย : ระวัง!

 

 

ในตอนนั้นผมก็มองเห็นบางสิ่งพุ่งตรงลงมาจากข้างบนอย่างรวดเร็ว มันพุ่งลงมาจะถึงหัวของทาสคนนั้นแล้วแต่ผมก็เข้าไปดึงตัวทาสคนนั้นออกมาได้ทัน

 

สิ่งนั้นเมื่อมันพุ่งลงมามันก็พุ่งกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ผมช่วยทาสคนนั้นไว้ได้ทันเขาเลยไม่เป็นไร

 

"เมื่อกี้นี้มันอะไรหนะ!?"

 

ทาสคนนึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว ผมเหลือบมองดูข้างบนผนังตาไม่กระพริบ ก่อนที่ผมจะตั้งมือตัวเองจากนั้นพุ่งมือไปเกือบหยิบกุญแจมาแต่ผมก็ดึงมือกลับมาก่อนเพราะต้องการจะดูว่าสิ่งที่พุ่งมานั้นคืออะไร

 

ฉิ้ง~! ฟู้ม~!

 

ทันใดนั้นเองใบมีดเหล็กที่มีความบางเทียบเท่ากับเส้นด้ายก็พุ่งลงมาอยูตรงกุญแจแล้วรีบดึงกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ถ้าผมดึงมือออกมาช้ากว่านี้มือผมคงขาดไปแล้ว

 

ทุกคนพากันตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งกับพวกที่อยู่ในเกมการแข่งและเหล่าคนที่มาดูการแข่ง

 

ทันใดนั้นเองปีเตอร์ที่เป็นพิธีกรรายการก็ได้บอกให้เหล่าผู้ชมรู้

 

ปีเตอร์ : เกมแรกของการฆ่าแม่งเลย นั่นคือ แอนไนฟุ มีดตัดอากาศมหากาฬฬฬฬฬฬฬฬ!!!

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว