ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลงแข่งวันแรก!

ชื่อตอน : ลงแข่งวันแรก!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2563 07:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลงแข่งวันแรก!
แบบอักษร

 

 

 

หลังจากนั้นผมก็แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะปีนหน้าผาใกล้ทะเลขึ้นมาข้างบนอย่างง่ายดายเพราะมีพลังคอมมานด์เข้าช่วย

 

ตอนนี้ผมรู้สึกสดชื่นสุดๆ ถึงตัวผมในตอนนี้จะเต็มไปด้วยกลิ่นคาวจากตัวนางเงือกที่ผมไปร่วมจัดปาตี้ชุดใหญ่กับพวกเธอมา

เวลาตอนนี้ก็ตกเย็นและใกล้จะมืดค่ำได้ไม่นานเท่านั้น ผมยังสามารถกลับไปบ้านโดยที่ไม่มีใครสงสัย

 

ส่วนเรื่องกลิ่นแค่นี้อาบน้ำซะก็จบ ตอนนี้ผมมี Exp. ที่ฟาร์มเอาไว้ 8,300 ผมก็ไม่รอช้าที่จะเปิดหน้าเมนูและซื้อจักรวิปลาศมา

 

วิ้ง~!

 

[ ท่านได้ซื้อจักรวิปลาศเป็นจำนวนแต้ม Exp. 8,000 ]

 

ทันใดนั้นเองก็ได้มีแสงสว่างปรากฏขึ้นตรงหน้าผม ผมยื่นมือไปรอรับมันจนเมื่อแสงนั่นกระทบกับมือผมแสงสว่างของมันก็ค่อยๆวางลงจนปรากฏเป็นรองเท้าบูทที่ทำจากทองทั้งหมด ผมตาเป็นประกายขึ้นมาทันที รองเท้านี่มันดูมีราคาสูงมากเพราะทำจากทองทั้งหมด

 

( ฮิตซู : เป็นไงหละ ? ถูกใจน่าดูเลยหละซิ )

 

ฮาซุย : ครับ แต่ตัวผมไม่ได้ชอบสีทอง

 

( ฮิตซู : แล้วชอบสีอะไรอะ ? )

 

 

ทันใดนั้นผมก็ยื่นมือไปแตะที่ร้องจากนั้นก็ใช้พลังคอมมานด์ศิลปะของผมในการย้อมสีรองเท้าใหม่ รองเท้าจักรวิปลาสถูกน้ำหมึกของผมครอบเอาไว้จนมิดทั้งคู่ซักพักนึงก่อนที่น้ำหมึกของผมจะละลายออกจากตัวมันทิ้งไว้เป็นลวดลายสีชมพูลายดำที่ถูกใจสเป็คผม

 

( ฮิตซู : ปกติชั้นก็ไม่ค่อยชอบสีชมพูอะนะ...แต่ก็ไม่เลวเลย )

 

 

หลังจากนั้นผมก็ลองสวมรองเท้าคู่นี้ดู จากนัเนก็ลองทดสอบใช้พลัง

 

ฟู้ม~! กริ้งๆๆๆๆๆๆ~!

 

 

ทันใดนั้นเองร่างของผมก็ลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยมีพื้นที่มากพอให้กงจักรสีทองของผมมันปรากฏขึ้น ก่อนที่กงจักรนั้นจะหมุนอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดเสียงคมแหลมของกงจักรกระแทกกับพื้นดังขึ้นรัวๆ

 

ก่อนที่ผมจะออกตัวซิ่งพุ่งตรงไปข้างหน้าทันที

 

ฟู้ม~!

 

ทันทีที่ผมพุ่งตัวออกไปก็ปรากฏเป็นแผ่นบาเรียสีทองถูกวาดทิ้งไว้ด้านหลังตอนที่ผมพุ่งตัวตรงไปข้างหน้า

 

( ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงรถไฮเท็คจากหนังเรื่อง tron legacy เอานะครับ )

 

 

ภาพประกอบให้คิดภาพง่ายขึ้น

 

 

ผมหัวเราะออกมาอยาางสนุกสนานขณะลองวิ่งวกไปงนมาด้วยรองเท้าจักรวิปลาสของผม มันรู้สึกเหมือนผมได้เล่นสเก็ตน้ำแข็งเลย และมันรู้สึกสนุกชะมัด

 

ผมใช้เวลาเกือบสิบนาทีลองใช้รองเท้าจักรวิปลาสนี่ให้คุ้มก่อนที่ผมจะใช้รองเท้านี่พาตัวเองวิ่งกลับไปที่บ้าน

 

 

เมื่อมาถึงหน้าบ้านผมก็ถอดรองเท้าออกไปอาบน้ำล้างกลิ่นคาวปลาบนตัวและกำลังจะเข้านอน

 

ฮาซุย : จริงซิ ผมยังเหลือ Exp.อีก 300 ผมพอจะซื้ออะไรได้อีกบ้างไหมครับ ?

 

 

ฮิตซู : ( อืม~ ถ้าหากถามชั้น นายควรซื้อเจ้านี่นะ )

 

 

ว่าแล้วคุณฮิตซูก็ได้เปิดเมนูซื้อของให้ดูให้ผมมองเห็นของชิ้นนึงที่เป็นเหมือนหน้ากากสีดำที่สวมปิดใบหน้ามิดชิด มีลักษณะคลายหัวมังกรมีเขา มันเป็นหน้ากากที่ดูดีทีเดียว ผมกดรายละเอียดดูและพบว่ามันมีชื่อว่า

 

( หน้ากากอสูร เป็นหน้ากากที่เมื่อสวมใส่จะทำให้พวกอสูรพันธ์มองเห็นตัวผู้สวมใส่เป็นอสูรพันธ์เหมือนกัน เป็นหน้ากากที่ผู้สวมใส่สามารถใส่พรางตัวไปกับพวกอสูรพันธ์ได้ )

 

ฮาซุย : ( เอ้า!? มีของพันธ์นี้แต่แรกทำไมไม่บอกกันหละครับ!? )

 

 

( ฮิตซู : ก็นายไม่ได้ถามนี่หว่าเจ้าหนู ^_^ )

 

ผมเอามือกุมขมับกับคำตอบของคุณฮิตซูก่อนที่ผมจะตัดสินใจซื้อหน้ากากนั้นมา โชคดีที่ของชิ้นนี้มีราคาแค่ 300 Exp. ทำให้แสงสว่างตอนที่ผมซื้อมันมาได้นั้นมันไม่ได้สว่างอะไรมากจนทำให้อลิซและจิมมี่ที่นอนอยู่ตื่นขึ้น

 

เมื่อผมซื้อมาผมก็ลองใส่หน้ากากมันดู มันใส่ได้พอดีเลยแต่จะใช้พรางตัวกับอสูรพันธ์ได้รึเปล่าอันนี้ก็ต้องรอดูเอาในอนาคต

 

 

 

 

ฮาซุย : เอาเป็นว่าเก็บไว้ก่อนแล้วกัน

 

หลังจากนั้นผมก็ได้ใช้แหวนที่นิ้วนางตัวเออเก็บรองเท้าวิปลาส ดาวกระจายเกล็ดนางเงือก และหน้ากากอสูรเข้าที่เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด

 

 

ตอนนี้ผมมีทั้งรองเท้าจักรวิปลาส หน้ากากอสูร ดาวกระจายเกล็ดนางเงือก และกล้องถ่ายรูปที่เป็นอาวุธคอมมานด์ของผม นี่ยังไม่รวมไปถึงระดับพลังอสูรของผมที่เป็นมังกรระดับปัจฉิมแล้ว

ทำให้ตัวผมมีความมั่นใจในตัวเองแบบสุดๆ

 

ฮาซุย : เฮ้อ~ ( ลงแข่งครั้งนี้ผมคงสบายแล้วแหละ ^_^ )

 

( ฮิตซู : ทำไมถึงคิดว่าจะสบายหละ ? )

 

ฮาซุย : ...( แล้วทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นหละ ? )

 

ผมเอ่ยถามออกมาเพราะรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมคุณฮิตซูถึงพูดแบบนั้นในเมื่อตัวผมตอนนี้ก็พร้อมทุกอย่างแล้ว

 

( ฮิตซู : เกม kill them up มันไม่ได้เป็นเกมแค่ทดสอบความแข็งแกร่งนะ มันคือเกมที่จะหาผู้ที่จะขึ้นเป็นจอมมารให้ได้ ชั้นช่วยนายให้ได้พร้อมที่สุดด้านพลัง แต่เมื่อลงแข่งจริง นายจะต้องช่วยนายเอง )

 

 

ฮาซุย : ...หมายความว่าไง ?

 

( ฮิตซู : ...ตัวตนจิตวิญญาณของชั้นใกล้จะทำหน้าที่สำเร็จแล้ว ชั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อนคอยสอนนายและแนะนำนาย รวมไปถึงทำให้นายแข็งแกร่งขึ้น...แต่เมื่อใดก็ตามที่นายก้าวขาเข้าไปในการแข่ง...ชั้นก็หมดหน้าที่ และชั้นก็ไม่มีเหตุผลที่จะมีตัวตนอยู่ในหัวนายอีก )

 

 

ฮาซุย : ...เดี๋ยวนะ ...คุณจะไปแล้วงั้นเหรอ ?

 

ในตอนนั้นผมรู้สึกใจคอไม่ดีกับคำพูดของคุณฮิตซูที่พูดเหมือนจะปักธงลาจากกับผมทำให้ผมเอ่ยปากพูดออกมาพร้อมหางคิ้วตกลง

 

( ฮิตซู : ชั้นตายไปตั้งพันกว่าปีแล้วฮาซุย ชั้นว่ามันถึงเวลาที่ชั้นจะลาขาดจากโลกนี้ซักที ชั้นอยากไปสู่สุขคติจะแย่แล้ว แค่รอนายมาเกิดใหม่นี่ชั้นก็ว่ามันนานมากแล้วนะ )

 

 

ฮาซุย : ผมไม่อยากให้คุณไป

 

ผมเอ่ยออกมาเสียงของคุณฮิตซูเงียบไปก่อนที่ในตอนนั้นเขาก็จะเอ่ยปากพูดออกมา

 

( ฮิตซู : อย่าห่วงเลยเจ้าหนู...ชั้นจะอยู่เป็นเพื่อนแสนดีในความทรงจำนาย...ขอแค่นายอย่าลืมชั้น...และชั้นก็จะอยู่ในใจนายด้วยตลอดไป ไม่มีวันที่ชั้นจะหายไปจากนายหรอก นายแค่ต้องนึกถึงชั้นเอาไว้ ชั้นภูมิใจในตัวนายนะเจ้าหนู...นอนพักเถอะน่า )

 

 

หลังจากที่เขาพูดจบเสียงของเขาก็เงียบไป ผมไม่รู้ว่าเขาจากไปรึยังแต่ผมก็ได้หลับตาและนอนไปในที่สุด

 

 

 

เช้าวันต่อมา

 

 

ทางฝั่งคิซูกิ

 

วิคตอเรีย : นายท่านค่ะดูนี่ซิค่ะ

 

วิคตอเรียได้เดินมาหาคิซูกิที่นั่งดื่มน้ำชาอยู่กับเรบิโกะพร้อมถือหนังสือพิมพ์มาให้ด้วย

 

ซึ่งพอคิซูกิรับหนังสือพิมพ์นั้นมาอ่านข่าวที่ขึ้นหน้าหนึ่งเธอก็เจอกับข่าวที่ว่า

 

"ตะลึงเป็นแถบ พื้นที่ป่าเขตที่เกิดเหตุการต่อสู้กันของมอนเสตอร์กับบุคคลปริศนาเมื่อวานนี้มีการค้นพบว่าพื้นที่บริเวณนั้นได้ถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาใหม่มากกว่า 70% ทำให้เบาะแสที่จะใช้ตามตัวคนที่กระทำเรื่องนี้ถูกทำให้หายไปด้วย ตอนนี้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้กำลังพยายามหาเบาะแสที่อาจหลงเหลืออยู่เพียงเสี้ยวเล็บ"

 

 

คิซูกิ : ...เจ้าคนที่ทำเรื่องนี้มันต้องการอะไรกัน ?

 

คิซูกิเอ่ยออกมาด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ทำเรื่องนี้ถึงต้องทำให้ป่าไม้ที่เคยถูกทำลายไปถูกฟื้นฟูกลับมาด้วย

 

วิคตอเรีย : บางทีเขาอาจไม่ได้อยากให้ใครเดือดร้อน

 

เรบิโกะ : ไม่ก็เขาอาจจะไม่อยากให้ใครไปเจอเบาะแสหรือร่องรอยการต่อสู้จากพลังเขาที่อยู่ในความเสียหายนั้น จึงได้ทำการฟื้นฟูป่าแถบนั้นกลับมาแต่ใครมันจะไปทำให้ป่าฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขนาดนั้น

 

 

คิซูกิ : ...ตุ๊กตาโดมารุ

 

 

คิซูกิเป็นจอมมารที่มีความชาญฉลาดทำให้เธอคิดทฤษฎีความเป็นไปได้ของเหตุการณ์นี้ได้ว่ามันต้องเป็นฝีมือของตุ๊กตาโดมารุที่สามารถฟื้นฟูป่าได้เร็วขนาดนี้

 

คิซูกิ : ต้องเป็นเพราะตุ๊กตาโดมารุแน่ๆ ตุ๊กตาตัวนี้มันมีความสามารถในการฟื้นฟูป่าไม้ได้ด้วยความเร็ว ชั้นเดาว่ามันน่าจะมีพลังระดับมิโนทอร์ได้เลย

 

 

เรบิโกะ : ฮ้าห์~!? ตุ๊กตาโดมารุระดับมิโนทอร์!? แสดงว่าคนที่เป็นเจ้าของมันต้องเป็นเจ้าคนที่มีพลังมหาศาลที่ทำลายป่านั้นแน่~!

 

เรบิโกะกล่าวออกมาด้วยท่าทีตื่นเต้นมากกว่าเดิมเพราะความต้องการที่จะได้เจอหน้าของคนที่มีความแข็งแกร่งระดับนั้น ซึ่งก็คือฮาซุยนั่นเอง

 

เรบิโกะ : จะว่าไปการแข่งก็จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้วด้วย! เจ้าหมอนั่นจะมาร่วมการแข่งด้วยไหมน้า~!?

 

เรบิโกะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและตื่นเต้นสุดๆจนเธอเผลอเขย่าแก้วชาในมือจนน้ำชาในถ้วยหกลงพื้น แต่คำพูดของเรบิโกะนั้นก็ทำให้คิซูกิที่ได้ยินแบบนั้นหันไปมองที่ปฏิทิน ซึ่งมันบอกให้รู้ว่าการแข่งขัน kill them up ที่เธอกับโนเว็นช่วยกันจัดขึ้นนั้นกำลังจะเริ่มขึ้นในวันถัดไปนี้เอง

 

คิซูกิ : จะว่าไปแล้ว ท่านโนเว็นไปไหนเนี่ย ?

 

 

ทางฝั่งโนเว็น

 

 

โนเว็นได้เดินทางมายังสถานที่แห่งนึง มันคือที่ทำงานเก่าของเขาที่มีลักษณะเหมือนหอดูดาว ที่มีกล้องส่องทางไกลขนาดใหญ่เงยหน้ามองไปบนฟ้าสูง

 

ตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รกร้างมาพันปีแล้ว สังเกตุได้จากตามจุดต่างๆของสถานที่นี้ที่มีพืชสีเขียวเติบโตขึ้นนหลายๆจุด

 

 

โนเว็นนึกภาพในอดีตย้อนกลับไป ที่แห่งนี้

 

โนเว็น : ชั้นสัญญากับนายว่าจะพานายมาดูดวงดาวที่โลกใหม่ที่ดีกว่าฮิตซู...แต่ชั้นก็ไม่ได้ทำตามสัญญา

 

โนเว็นพูดตัดพ้อตัวเองขณะเดินไปเอามือลูบกล้องส่องทางไกล เขาอยากให้เพื่อนของเขาได้มาเห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้น อยากจะให้ฮิตซูได้มองดูดวงดาวบนฟ้าสวยๆซักครั้ง

 

แต่เขาก็ไม่มีโอกาสที่จะมาเห็น

 

โนเว็น : ...

 

 

"เฮ้ย นายมาทำอะไรที่นี่ !?"

 

ในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงเล็กแหลมที่ฟังดูมีเล่ห์เหลี่ยมของอมนุษย์ตนนึงพูดขึ้นกับโนเว็น น้ำเสียงของมันดูหยิ่งทะนงราวกับว่าไม่ให้เกียรติตัวของโนเว็นเลยซักนิด

 

โนเว็นหันไปและเห็นว่ามันคือภูติโนมตัวนึง ตัวเตี้ยเท่าเข่า สวมหมวกทรงสูงสีแดง เล็บยาวฟันแหลม หน้าตาดูมีเล่ห์เหลี่ยมคล้ายพวกก็อบลินแค่ผิวของมันเป็นสีเนื้อไม่ได้เป็นสีเขียว

 

โนเว็นมองดูมันซักพักนึง สีหน้าของเขาดูไม่สบอารมย์เท่าไหร่ที่มาถูกขัดจังหวะในช่วงมี่ตัวเองกำลังรำลึกความหลังแบบนี้

 

โนเว็น : ที่นี่เป็นที่ทำงานเก่าชั้นหนด

 

 

"ที่ทำงานเก่านาย...แต่มันคือบ้านใหม่ชั้น นายกำลังบุกรุกที่ของชั้นนะพวก"

 

โนมตัวนั้นพูดกับโนเว็นก่อนจะเอนตัวลงนอนบนเศษเหล็กกองนึง ปกติพวกอสูรพันธ์ตนไหนเจอหน้าโนเว็นล้วนพากันก้มหัวทำความเคารพแต่เจ้าโนมตัวนี้มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แถมพวกโนมยังไม่ใช่อสูรพันธ์ด้วย

 

แต่มันเป็นภูติที่ไม่รู้ว่ามันกำลังเล่นอยู่กับใคร

 

โนเว็น : เอาเถอะๆ ชั้นขอโทษ ชั้นจะไปแล้ว

 

โนเว็นพูดพร้อมยกมือทั้งวองข้างเหมือนยอมออกไปข้างนอกแล้ว เขาไม่อยากมีเรื่องกับโนมแค่ตัวเดียว อีกอย่างนึงคือสถานที่แห่วนี้มันก็ไม่ได้เป็นของโนเว็นแล้วจริงๆ แต่เป็นสถานที่ร้างที่โนมมาอาศัยอยู่

 

แต่ในระหว่างที่โนเว็นกำลังจะเดินออกไปนั้นเอง

 

"โธ่ไอ้พวกอสูรพันธ์ คิดว่าตัวเองแน่นักเหรอ ?"

 

โนมตัวนั้นพูดออกมาแบบกระซิบกับตัวเองเบาๆเหมือนเป็นการสบถ แต่แค่คำพูดของโนมแค่นี้มันไม่ได้ทำให้โนเว็นชะงักเพราะอารมย์โมโหแต่อย่างใด

 

แต่สิ่งที่จะทำให้โนเว็นรู้สึกแบบนั้นได้คิอการที่เจ้าโนมนั่นยื่นมือไปเด็ดดอกไม้ที่อยู่ใกล้มาเอาใส่ปาก

 

งั้ม~

 

แล้วกินมันเข้าไป

 

โนเว็น : ...

 

โนเว็นถึงกับชะงักไปชั่วขณะนึงทันที ก่อนที่เขาจะค่อนๆหันไปหาตัวของโนมตัวนั้นที่กำลังเคี่ยวดอกไม้ที่มันเด็ดมาอย่างเอร็ดอร่อย

 

พอโนมตัวนั้นโดนมองมันก็พูดกลับไปหาโนเว็น

 

"มองอะไร ? หน้าชั้นเหมือนป๋าแกรึไง ?"

 

 

โนเว็น : ...เปล่า

 

 

โนเว็นพยายามไม่คิดมากแต่เจ้าโนมบ้านี่มันก็ดันไปเด็ดดอกไม้มาอีกดอกแล้วเอาใส่ปากอีก

 

งั้ม~

 

 

โนเว็น : ...อย่าทำแบบนั้น

 

โนเว็นพูดออกมาด้วยความไม่สบอารมย์ที่เห็นว่าโนมตัวนั้นเด็ดดอกไม้ออกมากินต่อหน้าต่อตาเขา อาจจะเป็นเพราะว่าโนเว็นเป็นปีศาจพืชไม้ที่สังเกตุได้จากตาขวาของเขาที่มีดอกไม้ผุดออกมา

 

ทำให้การที่เขาเห็นคนทำลายพืชพรรณธรรมชาตินั้นทำให้เขามีน้ำโห

 

"ทำอะไรเหรอ ?"

 

โนมที่ยังไม่รู้ชะตากรรมและไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไปอยู่ทำให้มันเด็ดดอกไม้มาอีกดอกแล้วกินเข้าไปอีกคำ

 

งั้ม~

 

อีกคำ อีกคำ อีกคำและอีกคำ

 

มือข้างนึงของโนเว็นได้กำหมัดแน่นพร้อมสั่นสะท้านด้วยความโกรธที่พุ่งสูง

 

อ้าม~ งั้ม~

 

เจ้าโนมตัวนั้นได้กัดดอกไม้กินไปอีกคำจนความอดทนของโนเว็นก็หมดลง!

 

โนเว็น : ฮึ้ย!

 

หมับ!

 

"อั้ค!?"

 

โนเว็นได้พุ่งมือเข้าไปบีบจับที่หัวของโนมตัวนั้นก่อนดึงตัวโนมนั้นเข้ามา อยู่ตรงหน้า

 

โนเว็น : แกกินพวกเด็กๆตัวน่อยพวกนั้นทำไม ?

 

 

"กะ..ก็ชั้นก็กินมันเป็นประจำหนิ!"

 

 

โนเว็น : อ๋อเหรอ ?

 

โนเว็นกล่าวและในตอนนั้นเองใบหน้าของโนวเ็นก็ได้เกิดรอยปริแตกในลักาาณะเป็นกลีบที่มีขนาดเท่ากั ก่อนที่หน้าขอวเขามันจะแบะออกกลายเป็นเหมือนกลีบดอกไม้ที่ภายในกลีบนั้นเต็มไปด้วยคมเขี้ยวแหลมคมสุดแสนน่ากลัว

 

โนมตัวนั้นน่าซีดทันทีและไม่ทันที่มันจะได้ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว

 

 

งั้ม!!!

 

 

โนเว็นก็ได้ใช้ปากของเขางับร่างของโนมตัวนั้น ร่างกายท่อนบนของมันถูกกลืนหายเข้าไปในปากของโนเว็นทันที ของเหลวสีแดงสดสาดกระจายเป็นวงกว้าง โลหิตจำนวนนึงได้กระทบกับกลีบดอกไม้สีขาวกลีบนึง ก่อนที่สีแดงบนกลีบดอกไม้นั้นจะกระจายตัวเองย้อมสีกลีบดอกไม้นั้นเป็นสีแดง

ราวกับมันได้ลิ้มรสชาติตัวของโนมตัวนั้นเหมือนกันบ้าง

 

 

โนเว็น : ตายในสภาพนั้นไปเลยแล้วกัน =_=

 

โนเว็นกล่าวด้วยปากที่เลอะชุ่มไปด้วยเลือดขณะเดินออกมาจากสถานที่ทำงานนั้นปล่อยให้ร่างของโนมที่เหลือแค่ร่างกายท่อนล่างกลายเป็นปุ๋ยให้พวกเถาวัลย์ลากไปกินให้พืชเจริญเติบโต

 

 

ทางฝั่งฮาซุย

 

ฮาซุยได้พาโชกุไปฟาร์มเลเวลโดยเขานั้นรู้ว่าโชกุไม่สามารถที่จะฟาร์มเลเวลด้วยตัวเองได้ มันเลยทำให้ผมต้องออกมาช่วยเธอโดยผมได้ใช้พลังคอมมานด์ของผมในการทำให้พวกมอนเสตอร์บาดเจ็บสาหัสปางตาย ก่อนจะให้โชกุนั้นฆ่ามันเพื่อฟาร์มเลเวลให้เธอจนเธอตอนนี้มีระดับพลังอสูรเป็นมิโนทอร์ lv.68 แล้ว

 

 

โชกุ : ทำไมคุณฮาซุยถึงพาชั้นมาออกฟาร์มเลเวลงั้นเหรอค่ะ ?

 

โชกุถามผมก็ยังคงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องวิธีที่เธอจะกลายเป็นมนุษย์ผมจึงโกหกเธอไปว่า

 

ฮาซุย : ก็โชกุหนะเป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิง พลังโจมตี พลังชีวิตก็น้อยกว่าพวกมนุษย์ซะอีก ผมอยากแน่ใจว่าคุณจะปกป้องตัวเองได้เมื่อไม่มีผม ผมเลยอยากจะให้คุณแข็งแกร่งขึ้นหนะ ^_^

 

 

คำพูดของผมทำให้โชกุหน้าแดงขึ้นมานิดหน่อยเพราะคำพูดของผมนั้นมันแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของผมที่มีต่อเธอโดยตรง

 

ฮาซุย : ( ง้า~ รู้สึกหวั่นๆเหมือนกันแฮะที่พูดประโยคแบบนี้ ) เอาเป็นว่าวันนี้เราพอแค่นี้ก่อนนะ อะ! แล้วก็ อีกอย่างนึงนะพรุ่งนี้ชั้นจะไม่อยู่บ้าน เธอคงต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านโดยไม่มีชั้นไปก่อนอะนะ

 

 

โชกุ : นานแค่ไหนอะ ?

 

 

ฮาซุย : 3 วัน...หรือ 3 อาทิตย์

 

คำพูดของผมทำให้โชกุน้ำตาคลอเบ้าทันที นั่นไง! กะแล้วเชียวว้าต้องเป็นแบบนี้!

 

โชกุ : อย่างงี้ชั้นก็เหงาแย่ซิค่ะ!!Q-Q

 

ฮาซุย : มะ..ไม่ต้องห่วงนะ! ชั้นจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเอง! ^_^

 

โชกุ : ชั้นไปด้วยไม่ได้เหรอค่ะ ?

 

ฮาซุย : มะ..ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถ้าเกิดว่าเธอถูกคนในบ้านพบเห็นก็ไม่เป็นไรหรอก พวกเขายินดีต้อนรับเธอแน่และพวกเขาจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ ถ้าหากว่ากลัวเหงาก็แสดงตัวให้พวกเขาเห็นก็เท่านั้นเอง ^_^

 

 

โชกุ : เหรอค่ะ

 

 

โชกุพูดด้วยน้ำเสียวเหงาหงอย ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆเลยต้องพูดไปแบบนั้น

 

และ 1 วันให้หลัง

 

ซึ่งก็คือวันที่ผมต้องไปแข่งผทออกจากบ้านแต่เช้าโดยไม่ลืมหยิบหน้ากากมาอสูรมาสวมด้วย ซึ่งหลังจากที่ผมสวมไปได้ไม่นานก็ได้เผอิญมีอสูรพันธ์ตัวหนึ่งเดินผ่านผมพอดี

 

อสูรพันธ์ตนนั้นมองหน้าผมผมยืนนิ่งด้วยความเกร็งอยู่ครู่นึงก่อนที่เจ้าอสูรพันธ์ตนนั้นจะพูด

 

"ชุดสวยดีหนิไอ้หนู"

 

 

พูดจบมันก็เดินจากไป ผมหัวเราะออกมาด้วยความโล่งอก มันเรียกผมว่า"เจ้าหนู" ไม่ใช่คำว่า"เจ้าทาส"เหมือนที่ผมเคยได่ยินมาตลอด แปลว่ามันได้ผลจริงๆ หน้ากากนี่ทำให้ผมเนียนไปพวกอสูรได้

 

ฮาซุย : สบายตูซิครับ~! ฮ่าๆๆๆๆ! ^0^

 

 

ว่าแล้วผมก็ออกตัววิ่งผ่านฝูงชนอสูรพันธ์ไปได้อย่างไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางได้

 

 

แต่ขณะเดียวกันตอนที่ผมนั้นพึ่งจะออกจากบ้านไปได้ไม่นานนั้นเอง

 

ก็อกๆๆ~

 

อลิซ : เดี๋ยวชั้นไปเปิดเองค่ะ

 

 

อลิซอาสาเดินไปเปิดประตูให้ และเมื่อเปิดประตูเธอก็ต้องตาเบิกกว้างเพราะได้ปรากฏร่างของดาร์คเอลฟ์สาวผิวสีม่วงผมสีขาวยืนรออยู่

 

คนๆนั้นก็คือเมลฟาส แต่ทุกคนในบ้านที่ไม่เคยเจอเมลฟาสทำให้ทุกคนตกใจกันเป็นแถบ

 

อลิซ : อสูรพันธ์มาอยู่หน้าบ้านค่ะ!!! >0<

 

 

เมลฟาส : ฮะเฮ้ย!? เดี๋ยว!

 

เมลฟาสเอามือคั่นบานประตูเอาไส้ได้ทันก่อนที่มันจะโดนปิด เกรด้า คุณนายราเม็นและจิมมี่ที่รู้ว่ามีดาร์คเอลฟ์มาเจอบ้านของเขาที่หลบซ่อนอยู่ก็ทำให้พากันตกใจมากแต่คุณนายราเม็นก็สังเกตุเห็นได้ว่า

 

ราเม็น : ชั้นว่าดาร์คเอลฟ์คนนั้นเหมือนต้องการจะมาคุยกับเรามากกว่านะ

 

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนก็มองหน้าปรึกษากันอยู่ครู่นึงก่อนที่อลิซจะยอมแง้มประตูเปิดถาม

 

อลิซ : คุณมาหาใคร ?

 

 

เมลฟาส : ชั้นมาหาฮาซุย เขาอยู่รึเปล่า ?

 

 

เกรด้า : รู้จักฮาซุยได้ไง ?

 

เกรด้าเอ่ยถามแต่เมลฟาสไม่อยากตอบจึงกวาดสายตามองดูบ้านจนทั่วผ่านประตูบานนั้นก่อนเปลี่ยนคำถาม

 

เมลฟาส : ฮาซุยไม่อยู่เหรอ ?

 

 

เกรด้า : เขาออกไปทำงานที่ก่อสร้างทำไมเธอไม่ไปหาเขาที่นั่นหละ ?

 

 

เมลฟาส : ทำงานก่อสร้าง ? เธอพูดอะไรของเธอ ? ฮาซุยเขาไม่ได้ทำงานที่ที่ก่อสร้างนั่นตั้งนานแล้ว

 

คำพูดของเมลฟาสสร้างความประหลาดใจให้ทุกคนที่ได้ยินเป็นอย่างมาก

 

จิมมี่ : พูดอะไรของเธอกัน ก็เขาพึ่งออกไปทำงานเมื่อกี้นี้ 0_0

 

 

เมลฟาส : เขาออกไปแล้วเหรอ ? เฮ้อ~ บ้าเอ๊ยชั้นมาช้าไปตอนนี้เขาไปลงแข่งแล้ว

 

 

เกรด้า : ลงแข่งอะไร ?

 

 

เมลฟาส : ก็ลงแข่งเกม kill them up ฆ่าแม่งเลยไง

 

 

เกรด้า/จิมมี่/อลิซ/ราเม็น : หา !? 0_0

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว